หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 19 แผนลับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 แผนลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2563 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 แผนลับ
แบบอักษร

 

ถังเฉียนผละออกมาในสภาพเช่นนี้ ยังเห็นว่าจื่อเย่ว์คุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูทั้งๆ ที่แขนยังมีเลือดไหลออกมา นางจ้องมองถังเฉียนด้วยสายตาที่ดุร้าย 

“แผลของเจ้าต้องใส่ยา” 

ถังเฉียนเตือนด้วยความหวังดี ในดินแดนแถบนี้บาดแผลเช่นนี้หากไม่ทายาแล้วจะกลายเป็นแผลเป็นได้ และแผลนั้นอาจจะกลัดหนองเช่นเดียวกับฉู่จิ่งเหยา นั่นจะทำให้แผลยิ่งหายยาก 

“ข้าไม่ต้องการน้ำใจจอมปลอมของเจ้า” 

ถังเฉียนทราบดีว่าไม่ว่าตนเองจะพูดอะไรอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมฟัง เช่นนั้นจึงกุมแขนตัวเองเดินกลับไปที่ห้อง 

พอเข้ามาในห้องเรื่องแรกที่ถังเฉียนทำก็คือใส่กลอนประตู เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวจินเป็นฝ่ายบินออกมาเอง มันบินวนเวียนไปมาในห้อง ก่อนจะบินวนรอบแขนที่บาดเจ็บของนาง เหมือนจะเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของถังเฉียน 

ถังเฉียนออกไปแล้ว เจิ้งจยาเฉิงจึงต้องทำแผลใส่ยาให้ฉู่จิ่งเหยาด้วยตนเอง ขณะเดียวกันเขาก็เพิ่งได้รับข่าวมา จึงรายงานขึ้นว่า 

“ท่านอ๋อง มีข่าวมาจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงทราบว่าท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บ เช่นนั้นจึงทรงพระราชทานพระชายาให้แก่พระองค์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทาง ราวเจ็ดถึงแปดวันคงน่าจะมาถึง ท่านอ๋องคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” 

ฉู่จิ่งเหยาดูเหมือนจะทราบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว เขามองดูบาดแผลน้อยใหญ่ตามตัวและแขนขาตนเอง แล้วพูดเหมือนสะใจ  

“อวิ๋นกุ้ยเฟยคงเกรงว่าข้าจะไม่ตายใช่หรือไม่ ถึงได้ส่งหลานสาวมาให้ข้าเช่นนี้ นางก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยสินะ” 

เมื่อเจิ้งจยาเฉิงได้ฟังเช่นนี้ก็รู้ดีว่าฉู่จิ่งเหยากำลังเข้าใจผิด ตอนที่ไทเฮายังทรงมีพระชนม์ชีพ พระนางก็ได้ทรงจัดการเรื่องสมรสให้กับฉู่จิ่งเหยา ทรงเลือกซูซินซิ่วให้เป็นพระชายา นางเป็นหลานสาวของอวิ๋นกุ้ยเฟยและเป็นบุตรีซึ่งเกิดจากภรรยาหลวงของเจ้ากรมคลัง แต่อวิ๋นกุ้ยเฟยพยายามเลี่ยงทุกวิถีทาง ทำให้จนบัดนี้ทั้งสองก็ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรส 

ตอนที่ฉู่จิ่งเหยากำลังรุ่งโรจน์อวิ๋นกุ้ยเฟยก็ยังไม่ยอมส่งหลานสาวของนางมา ในยามนี้เขาที่กำลังป่วยหนักจึงยิ่งไม่ต้องคิดถึงเลย เจิ้งจยาเฉิงจึงเอ่ยว่า 

“ท่านอ๋อง ไม่ใช่ซูซินซิ่วพ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นซูซินเหลียนลูกสาวอนุ ปีนี้อายุสิบแปดปี ที่จริงฝ่าบาททรงตั้งพระทัยที่จะส่งซูซินซิ่วมา แต่อวิ๋นกุ้ยเฟยบอกว่านางป่วยหนัก จึงเปลี่ยนให้ซูซินเหลียนมาแทน ขอเพียงตำแหน่งพระชายารองเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” 

มีรอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของฉู่จิ่งเหยา พระสนมอวิ๋นกุ้ยเฟยก็ช่างคิดการได้รอบคอบเสียจริง ลูกสาวภรรยาน้อยหรือ ใครจะเคยเห็นเล่า 

“ลูกสาวเมียน้อย มาเป็นเมียน้อยคอยรับใช้ ช่างต่ำทรามยิ่งนัก” 

“แต่ฝ่าบาททรงประทานตำแหน่งพระชายารองให้นาง ซูซินเหลียนคนนี้ต้องเป็นสายที่อวิ๋นกุ้ยเฟยส่งมาอย่างแน่นอน ท่านอ๋อง หรือว่าระหว่างทางเราจะ...” 

เจิ้งจยาเฉิงยกมือขึ้นทำท่าปาดคอ ฉู่จิ่งเหยาส่ายหน้า 

“ไม่จำเป็น นางตายไปก็คงจะมีคนอื่นมาแทน อย่างนั้นเป็นนางจะดีกว่า บางทีนางอาจทำให้เราตกใจอย่างคาดไม่ถึงก็ได้” 

เจิ้งจยาเฉิงรายงานพร้อมกับทำแผลให้ฉู่จิ่งเหยา ฉู่จิ่งเหยามองดูบาดแผล แล้วจู่ๆ ก็นึกถึงถังเฉียนเมื่อครู่ จึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า 

“นางไม่อยากให้ใครแตะต้องตัว” 

“ใครหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

ฉู่จิ่งเหยาครุ่นคิดแล้วบอกให้เจิ้งจยาเฉิงกลับไป เขานอนพิงหมอนจ้องมองเพดาน จมอยู่ในห้วงความคิด 

แต่ขณะนั้นถังเฉียนกลับรู้สึกลำบากเป็นอย่างมาก นางปฏิเสธความช่วยเหลือจากเจิ้งจยาเฉิง เวลานี้จึงต้องทำให้แขนที่บาดเจ็บเข้าที่ด้วยตัวเอง 

ถังเฉียนหาผ้ามาผืนหนึ่ง ห่อแขนตัวเองด้วยผ้านั้น ก่อนจะนำปลายข้างหนึ่งผูกไว้กับหัวเตียง ส่วนตนเองยึดปลายอีกด้านหนึ่งไว้ อดกลั้นความเจ็บปวดแล้วดึงแขนที่เคลื่อนให้เข้าที่ 

แม้นางจะทำให้แขนเข้าที่แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบอยู่บ้าง หลังจากนางใส่ยาให้ตัวเองแล้วก็กลับไปหาฉู่จิ่งเหยา นางยังต้องตรวจดูอาการของเขา เพราะบาดแผลของเขาก็รุนแรงมาก 

“ท่านอ๋อง ข้าต้องการตรวจดูบาดแผลจุดอื่นด้วย” 

นางประคองให้ฉู่จิ่งเหยาลุกขึ้นนั่ง ทำให้เผยให้เห็นบาดแผลบริเวณหน้าอกและแผ่นหลัง ปรากฏว่าแมลงสีดำเหล่านั้นตายหมดแล้ว บางส่วนออกไปจากร่างฉู่จิ่งเหยา นอนแผ่อยู่ในภาชนะกระเบื้องเคลือบที่ถังเฉียนเตรียมมา  

“ท่านอ๋อง ยาที่หมอหลวงต้มมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น