ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 77 ครอบครัวพร้อมหน้า(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 77 ครอบครัวพร้อมหน้า(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2563 06:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 77 ครอบครัวพร้อมหน้า(1)
แบบอักษร

"แต่มันจะดีจริงๆหรอที่นายท่าน เพราะถ้าท่านฮินาโมริที่อยู่บนดวงจันทร์รู้เข้ามีหวังภัยพิบัติบังเกิดบนโลกแน่นะครับ"

 

 

 

"เธอจะรู้ได้ยังไงถ้าเราทำแบบเงียบๆ"

 

 

 

คาซึยะที่ได้ยินเสึยงค่อนข้างแตกตื่นของคิทซึเนะก็แสร้งถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ จริงๆไอ้ความคิดเอาสาวเข้าฮาเร็มเนี่ยไม่ค่อยมีอยู่ในหัวของเขาในตอนนี้เสียเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกไก่อ่อนนะ

 

 

 

"นายท่านดูถูกนายหญิงมากเกินไป เนตรที่นายหญิงครอบครองคือเนตรจุติเชียวนะ

 

 

 

นั่นคือเนตรจุติ? คาซึยะขมวดคิ้วให้พูดจริงๆ เขาก็ไม่ใช่ว่าจะไว้ใจในตัวของหญิงสาวบนดวงจันทร์เสียทั้งหมด ถ้าไม่ใช่ว่าเธอคือร่างหลักของฮินะบนโลก เขาจะไม่มีวันเชื่อใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

เขาไม่รู้ว่าเป้าหมายหลักของเธอคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงส่งร่างแยกวิญญาณเช่นฮินะมาเกิดใหม่ ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยไว้ใจยิ่งได้รู้ว่าหญิงสาวครอบครองเนตรจุติที่มีพลังเทียบเท่ากับเนตรสังสาระก็ยิ่งไม่ไว้ใจเพิ่มขึ้นไปอีก

 

 

 

"อย่ากังวลดวงใจที่รักของท่านไปเลยนายท่าน เพราะเป้าหมายหลักของนายหญิงบนดวงจันทร์น่าจะเป็นการจับตาเฝ้ามองท่านเสียมากกว่า"

 

 

 

"จับตามองฉัน ?"

 

 

 

"ถูกต้อง เพราะตอนบนโลกนินจาใบนี้นอกจากคางูยะและคุโรเซ็ตสึที่เป็นอมตะ ก็มีท่านนี่แหละที่เป็นตัวตนที่ควรพึงระวังให้มากที่สุด โอซึซึกิคนอื่นมักจะขวนขวายหาชีวิตที่ยืนยาวและพลังวิเศษจากเม็ดยาจักระ จึงไร้ประสบการณ์ด้านต่อสู้"

 

 

 

"แต่ท่านนั้นไม่ใช่ ท่านฝึกฝนศึกษาตัวตนและความสามารถที่ตัวเองพึงมีและไม่มีอยู่ตลอดเวลาและพัฒนามันจนเชี่ยวชาญ ตอนนี้อาจจะดีที่ท่านใช้ชีวิตตามปกติ แต่ถ้าเกิดสักวันท่านเข้าสู่ด้านมืด จะมีใครหยุดท่านได้ ?"

 

 

 

ได้ยินคำพูดของคิทซึเนะเขาก็ผ่อนคลายขึันมาอย่างช่วยไม่ได้ อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาไม่ตรึงเครียดเรื่องฮินะบนดวงจันทร์ชั่วคราว เพราะคงไม่มีใครหรอกที่ต้องการกลายเป็นศัตรูกับคนที่เขารัก

 

 

 

แต่ว่าเขากลับมาปวดหัวเรื่องด้านมืดในจิตใจแทน หลังจากเขาสังหารผู้คนไปมากมายก็เริ่มมีบางสิ่งตื่นขึ้นมา บางสิ่งที่กระหาย บ้าคลั่งพยายามกัดกร่อนจิตใจของเขาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่เขาผละตัวหนีจากสงครามและออกเดินทางแทนที่จะกลับบ้าน แต่นั่นคือความรู้สึกเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

 

 

 

"หาววว~งั้นหรอช่างเถอะ กลับกันดีกว่าก็แค่สัตว์ร้ายสักวันฉันจะทำให้มันเชื่องเหมือนหมาตัวหนึ่ง"

 

 

 

อ้าปากหาวอย่างไร้เรื่องราว จะเครียดไปทำไมในเมื่อเขาก็ยังเป็นตัวเขายังไงก็ต้องมีสักหนทางที่เขาจะควบคุมความบ้าคลั่งนี้ได้ อีกอย่างความบ้าคลั่งนี่ก็คือตัวตนของเขาอีกขอเพียงยอมรับมัน

 

 

 

เมื่อเขาผ่อนคลายและลองยอมรับความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใจจู่ๆ คาซึยะก็ฉีกยิ้มกว้างดวงตาที่เบิกกว้างนั้นเต็มไปด้วยความกระหายในการทำลายล้างแบบไม่มีที่สิ้นสุด แต่ชั่วพริบตาเดียวทุกอย่างก็คืนสู่สภาพปกติ

 

 

 

พร้อมกับการก้าวเดินออกจากถ้ำไป เขาออกเดินทางกลับบ้านทันที โดยไม่คิดจะแวะเวียนไปที่ไหนอีก เขามีภารหน้าที่มากมายที่ควรกลับไปทำ นั่นก็คือการดูแลครอบครัวของเขาด้วยตนเอง

 

 

 

การได้เฝ้าดูการเติบโตของน้องๆและลูกสาวเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับเขาเสมอ และยังมีเรื่องการปลูกฝังกายเทพควบคุมกระดูกฝั่งเนตรสีขาว แต่สิ่งที่เขาอยากได้กับไม่ใช่การควบคุมกระดูดของตระกูลคางูยะ แต่เป็นการสร้างเถ้ากระดูกสารพันต่างหาก

 

 

 

'แล้วก็ปลูกฝังเนตรสีขาว...'

 

 

 

ถ้าให้วัดกันที่พลังตรงๆ เขาคิดว่าเนตรจุตินั้นมีพลังทำลายล้างมากกว่าเนตรสังสาระมาก ดังนั้นเขาจึงคิดจะฝังแก้วตาเนตรอีกรูปแบบหนึ่งทับลงดวงตาของเขานั่นก็คือเนตรสีขาว

 

 

 

แต่ปัญหามีอยู่ว่าเขาจะหาเนตรสีขาวได้จากที่ไหน ขอเนตรสำรองจากฮินะดีไหม ขณะที่คาซึยะเดินพยายามคิดหาวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งเนตรสีขาว ดูเหมือนเขาจะมีวิธีเดียวนั่นก็คือการโคลนนิ่งเนตรสีขาวของฮินะ

 

 

 

เมื่อได้วิธีคาซึนะก็ไม่รีรอใช้เนตรสังสาระและส่งตัวเองไปที่หน้าทันที เนตรสังสาระถูกปิดใช้ เขาเดินเข้าไปในห้องโฮคาเงะเพื่อไปรายงานตัวกับโฮคาเงะ

 

 

 

"กลับมาแล้วปู่รุ่นสาม"

 

 

 

"คาซึยะหรอ ดีๆ เป็นยังไงบ้างการเดินทาง"

 

 

 

"ก็ดีแต่ไม่มีอะไรเพิ่มเติม"

 

 

 

"งั้นหรอ"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้า แม้เขาจะเดินทางเพื่อแสวงหาความแข็งแกร่งแต่ก็ใช่ว่าจะทำเช่นนั้นอย่างเดียว เขายังพยายามหาข่าวสารเกี่ยวกับหมู่บ้านอื่นๆด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีข่าวใหม่หรือข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อหมู่บ้านเสียเท่าไหร่

 

 

 

"ช่างเถอะ ภารกิจนี้เจ้าทำได้ดีมากแล้ว ตอนนี้สงครามก็ซบเซาลง ใครจะคาดคิดกันว่าเจ้าจะสามารถสังหารไรคาเงะรุ่นที่สามได้เช่นนี้"

 

 

 

"เขาประมาทผมมากเกินไป จึงพลาดท่า..."

 

 

 

"อย่าถ่อมตนเลยเจ้าหนู ฉันดูดีว่าตอนนี้เธอแข็งแกร่งกว่าไรคาเงะรุ่นที่สามไปแล้ว"

 

 

 

คาซึยะยักไหลอย่างไม่ใส่ใจ ถ้าให้ใช้เนตรกระเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ระดับจักระในปัจจุบันของเขาหลังจากดูดซับพลังของแกนกลางดวงดาวก็คือเทพนินจาขั้นที่สี่ใกล้ขั้นที่ห้าเข้าไปทุกที

 

 

 

แต่ถ้าเขาเปิดใช้เนตรสังสาระระดับจักระของเขาจะเข้าสู่โลกเทพเจ้าขั้นที่สองซึ่งเหนือกว่าระดับเทพนินจาไปหนึ่งระดับ บวกโหมดเซียนหกวิถีไปด้วยน่าจะเทพเจ้าขั้นที่สาม 

 

 

 

แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ร่างตระกูลโอซึซึกิและรวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกันเขาควรจะมีระดับจักระเทพเจ้าขั้นที่ห้า นี่คือสุดสูงสุดของเขาในปัจจุบัน ดังนั้นถ้าเขาเอาจริงตั้งแต่เริ่มไรคาเงะก็เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของเขาเท่านั้นทว่าครานั้นเขาต้องรับมือกับนินจานับพันชีวิตจึงหมดเรี่ยวหมดแรงเลยทีเดียว

 

 

 

"ช่วงนี้ผมคงต้องขอพักงานไปสักระยะ"

 

 

 

"เอาแบบนั้นก็แล้วกัน"

 

 

 

"ขอบคุณปู่ ผมขอตัวก่อน"

 

 

 

ออกจากห้องโฮคาเงะคาซึยะก็มุ่งหน้าไปยังตระกูลฮิวงะ แต่ยังไม่ถึงบ้านหลักเขาก็พบกับหญิงสาวแสนคุ้นเคยที่กำลังยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับคาซึคุง"

 

 

 

"ผมกลับมาแล้ว"

 

 

 

"เป็นอะไรไปดูทำหน้าเข้า"

 

 

 

คาซึยะหันหน้าหนีแฟนสาว จะบอกเธอว่าคิดถึงและขอกอดสักทีดีไหม ไม่ได้เจอกันตั้งปีหนึ่งเต็มๆ แอบกระซิบซาบอยู่คนเดียวตั้งนาน หญิงสาวที่เห็นท่าทางแปลกๆ ของแฟนหนุ่มก็เอียงคอมองเขา โดยไม่รู้ว่าท่าทางของเธอมันสร้างดาเมจให้กับหัวใจของเขามากแค่ไหน

 

 

 

'สวยขึ้นจมเลยฮินะจัง'

 

 

 

"ไม่มีอะไร ฮินะกำลังจะไปไหนละ ?"

 

 

 

"อ่อท่านพ่อคาซุกิและท่านแม่ฮิเมะพึ่งกลับมาฉันเลยออกมาซื้อของเพื่อทำหม้อไฟ ไม่คิดเลยว่าคาซึคุงจะกลับมาพอดี"

 

 

 

"งั้นหรอ เอามาสิเดียวฉันช่วยถือ"

 

 

 

"ขอบใจจ้ะ"

 

 

 

รับถุงผ้าใส่วัตถุดิบมาและเดินเคียงคู่กับแฟนสาว ระหว่างทางทั้งคู่ก็ถามสิ่งๆต่างๆ ที่เคยได้ทำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่คิดเลยว่าแฟนสาวของเขาก็จะได้รับภาระที่หนักหน่วงแบบนี้ แต่ยังดีที่สุดท้ายเธอก็สังหารอาโอที่พยามขโมยเนตรสีขาวของคนในตระกูลไปได้

 

 

 

'อาโอตายแล้ว การขยับปีกของผีเสื้อจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก'

 

 

 

"แล้วการปะทะกับสามหางเป็นยังไงบ้าง"

 

 

 

"อืมค่อนข้างน่าเบื่อไปนิด"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเห็นด้วยและสำรวจระดับจักระในร่างของฮินะ พักเดียวคาซึยะก็เบิกตากว้างโตดูตื่นตกใจ ไม่คิดเลยว่าฮินะจะเข้าสู่ระดับครึ่งเทพไปแล้ว ถ้าไม่นับรวมเขาและท่านแม่เกรงว่าฮินะอาจเป็นรองเพียงพี่สาวคุชินะเท่านั้น

 

 

 

'ด้วยพลังระดับนี้ของฮินะเจ้ายางูระคง...'

 

 

 

เขาสามารถนึกภาพตอนเจ้ายางูระถูกอัดจมธรณีได้เลย ด้วยวิชาหมัดสุญญากาศ อสีติเทพ ที่ทรงพลังชวนสยองขวัญของฮินะที่ใช้ทำลายซูซาโนโอะของเขาได้ยางูยะคงจะมีสภาพยับเยินจนคนในหมู่บ้านจำหน้าค่าตาไม่ได้ไปอีกนาน

 

 

 

"แล้วทางด้านคาซึคุงละ เห็นว่ากลายเป็นผู้อำมหิตอาชูร่า(เทพอสูร)ไปเลยไม่ใช่หรอ"

 

 

 

"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก พวกนั้นสร้างข่าวก็ลือไปเรื่อย คงอยากจะสร้างชื่อเสียงร้ายๆให้ฉันมากกว่า"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง แต่ฉายาของคาซึคุงก็เท่ห์ดีออก"

 

 

 

คาซึยะถึงกับหันหน้าหนีอีกรอบ ฉันโกหกไปแล้วสิ เพราะข่าวลือมันคือความจริงทั้งสิ้น แต่ตอนนั้นเขาฟิวส์ขาดไปแล้วเมื่อรู้ว่าไรคาเงะรุ่นที่สามวางแผนจะเล่นงานเพื่อนของเขามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ และความผิดนี้เขาก็พร้อมรับแต่ไม่คิดจะตายให้หรอกนะ

 

 

 

"ไปซื้อของเพิ่มกันเถอะ แค่นี้ไม่น่าจะพอกิน"

 

 

 

เห็นท่าไม่ดีของแฟนหนุ่ม ฮินะก็ชวนเปลี่ยนเรื่องทันที คาซึยะจึงถอนหายใจโล่งอกก่อนจะพยักหน้าเดินตามแฟนสาวไปจ่ายตลาดก่อนจะกลับไปที่บ้านเพื่อพบบิดาและมารดาที่ไม่ได้พบกันมาตั้งนาน

 

 

 

"คงได้เจออาจิไซกันแล้วสินะ'

 

สวัสดีปีใหม่

ข้าพเจ้ากลับมาแย้ววว~!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น