คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8 (3) หึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2562 10:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 (3) หึง
แบบอักษร

 

 “ครับ” 

เมืองเหนือวางผ้าลงข้างชามใส่น้ำ เดินขึ้นบ้านไปอาบน้ำ ทำตัวให้สดชื่นแต่กระนั้นก็ยังไม่สร่างเมา รู้สึกว่าหัวหนักๆ ยังไงชอบกล เขาออกมาใส่เสื้อผ้าพลางเช็คสายไม่ได้รับ พบว่าหลายเบอร์มาจากนันทิยา หล่อนคงสงสัยว่าทำไมวันนี้เขาไม่เข้าออฟฟิต มีสายเดียวมาจากผู้จัดการไร่ เขาเลือกโทรกลับหาคุณศักดิ์ชัย 

ได้ความว่าวันนี้คุณศักดิ์ชัยซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการไร่ ต้องเดินทางกะทันหันไปยังเชียงใหม่กับปาลิตา เนื่องจากลูกค้าโทรมาเลื่อนนัดเข้ามาเร็วมากขึ้น เพราะติดธุระต้องไปต่างประเทศ เลี่ยงไม่ได้ดังนั้นจึงต้องเดินพร้อมปาลิตา มาถึงเชียงใหม่เมื่อครู่นี้เอง 

“อ้าว ฟื้นจากนรกแล้วเหรอ” เสียงร้องทักดังจากหน้าประตู เมืองเหนือเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นบิดากำลังมองมายังตนเอง 

“นรกที่ไหนกันเล่าพ่อ แค่เมานิดๆ หน่อยๆ เอง” ตอบกลับด้วยใบหน้าหงิกงอ ไม่ค่อยชอบใจนักที่ถูกบิดาเหน็บ 

“นิดหน่อยที่ไหน สภาพเมื่อเช้ายิ่งกว่าหมาข้างถนนอีก” 

ท่านเข้ามานั่งลงเก้าอี้ข้างๆ หยิบองุ่นตรงกลางโต๊ะมาเคี้ยว มองเจ้าตัวดีกินข้าวต้ม สีหน้ามันไม่สดชื่น ไม่รู้ว่าการงานในไร่มีปัญหาหรือเปล่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมเมาหนักขนาดนั้น” 

“เปล่าครับ แค่เซ็งๆ ไม่อยากออกไปดื่มข้างนอก เลยจัดในบ้าน” เพื่อนทุกคนก็มีเมียมีลูกหมดแล้ว ชวนใครไปกะทันหันจ้างก็ไม่ได้ไป ของอย่างนี้ต้องชวนเนิ่นๆ พวกมันจะได้มีเวลาขออนุญาตเมีย เขาก็เลยไม่โทรหาใคร เดินเร็วลงมาห้องครัว นั่งดื่มคนเดียว 

“ดีแล้ว ออกไปข้างนอกก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา พ่อต้องยกมรดกให้หนูปริมหมด สงสาร ตัวแค่นั้นจะต้องแบกรับการงานของแกคนเดียว” พูดแล้วนึกขึ้นมาได้ “แต่เอ๊ะ! พ่อว่าพ่อจับคู่ให้น้องดีกว่านะ จะได้มีคนมาช่วยกันทำงานในอนาคต” 

“พ่อ! ทำไมพูดงี้อะ เหมือนแช่งให้ผมตายเลย” เขาชักสีหน้าหงุดหงิดใส่บิดา เห็นแบบนี้แต่ตายยากนะ เขาหนังเหนียวจะตาย 

“ฮ่าๆ พ่อล้อเล่นน่า จะรีบตายไปไหน ยังไม่มีหลานให้พ่ออุ้มเลย ว่าแต่... พ่อแอบได้ยินพนักงานเขาคุยกันว่าเหนือคืนดีกับหนูแนนแล้วเหรอ ไม่ได้นะ ลูกมีหนูอิงแล้วนะอย่าลืมเชียว” 

“คืนดีที่ไหนกันครับ ข่าวลือ ข่าวมั่วทั้งนั้น” 

“อ้าว ถ้าไม่คืนดี แล้วทำไมถึงให้เขาเข้ามาทำงานกับเรา” 

“รับเข้าทำงาน กับคืนดีกัน มันคนละประเด็นนะพ่อ แนนจบการเงินจากเมืองนอก เลือกจะมาสมัครทำงานกับเรา ผมก็ต้องรับคนเก่งเข้ามาอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะเลย” 

“แล้วอีกฝ่ายเขาคิดแค่จะมาทำงานไหมล่ะ คิดสิคิด” 

เออ ก็ถูกของพ่อแฮะ แต่เฮ้อ! เขาปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ขอไม่คิดเรื่องชวนปวดหัวพวกนี้สักสองสามวันได้ไหม เบื่อ 

“องุ่นนี่หวานดีแฮะ ซื้อมาจากไหน” 

“ไร่ไอ้เก้า มันให้ลูกน้องเอามาฝากเมื่อวานห้าลังใหญ่ๆ” กินยังไงก็ไม่หมด ก็เลยได้แบ่งแจกจ่ายคนในบ้านให้เอากลับไปกิน 

“เกือบลืมเลย วันนี้วันเกิดผู้ว่า ท่านชวนพ่อกับแกไปร่วมงานด้วยนะ ของขวัญพ่อเตรียมไว้หมดแล้ว แกจะไปกับพ่อไหม” 

“ไม่ล่ะ ผมไม่มีอารมณ์” 

“ไม่ได้ แกต้องไป เพราะคุณศักดิ์ชัยไม่อยู่” 

“งั้นก็ให้คุณศักดิ์ชัยกลับมา เดี๋ยวผมขับรถไปเชียงใหม่ตอนนี้เลย” 

ดื้อดึงยังไงก็ไม่ยอมไปร่วมงาน ไปงานแบบนี้ทีไร ไม่แคล้วได้เป็นตัวตลกในกลุ่มคุณนายแม่บ้านทั้งหลาย ที่อยากจีบเขาให้ลูกสาว จีบไปจีบมาก็ถูกขัด เพราะรู้ว่าเขาเป็นว่าที่ลูกเขยคุณทรงพล 

“อย่ามามุก คุณศักดิ์ชัยเพิ่งถึงเชียงใหม่เมื่อกี้” 

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องให้กลับมา ไปคุยงานสามคนเลยนั่นแหละครับ สนุกดี” 

พูดจบก็สะบัดศีรษะไล่ความมึนเมา หยิบกุญแจออกจากบ้านทันที ไม่ได้พูดเล่น แต่เมืองเหนือกำลังขับรถมุ่งไปเชียงใหม่จริงๆ 

“ไอ้ลูกคนนี้นี่ ทำไมไม่ชอบออกงานสังคมนะ” 

ทำได้แค่บ่น แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเออออตาม และโทรตามคุณศักดิ์ชัยให้กลับมา 

  

“ดีใจที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ไม่นึกว่าคุณเหนือจะให้เกียรติมาคุยงานด้วยตัวเอง” นักธุรกิจรายย่อยเป็นปลื้มมาก ลุกขึ้นจับมือกับเมืองเหนือหลังคุยงานเสร็จ ภรรยาของท่านเองก็จับมือกับปาลิตา และเปลี่ยนสลับกันไปจับมือกับเมืองเหนือ     

“ผมเล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของทุกคน ไม่ว่าจะธุรกิจเล็กหรือใหญ่ ขอบคุณที่ไว้วางใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรานะครับ” ตอบได้ดี ถึงแม้ว่าความจริงจะเดินทางมาเชียงใหม่ เพราะไม่อยากไปร่วมงานวันเกิดท่านผู้ว่าก็เถอะ หลังจากงานเสร็จก็มืดแล้ว เขาพาปาลิตาไปเปิดห้องในโรงแรมแห่งหนึ่ง จำใจเปิดสองห้องเพราะอยู่ในถิ่นที่คนของคุณทรงพลสามารถสอดส่องสายตามามองได้ ในลิฟต์ เมืองเหนือแอบแฉลบสายตามองปาลิตาบ่อยครั้ง สีหน้าท่าทางหล่อนเหมือนเพลียๆ คาดว่าคงอ่อนเพลียจากการนั่งรถ 

“เย็นนี้เรากินอะไรดี ปิ้งย่างไหม มีร้านเด็ดแนะนำ” ไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเป็นป่าช้าจึงชวนคุย ทว่าหล่อนกลับส่ายหน้า 

“ไม่ค่ะ คุณไปกินเถอะ” ปฏิเสธน้ำเสียงเหนื่อยๆ 

บ้าสิ จะมาไล่ให้เขาไปกินปิ้งย่างคนเดียวได้ไง ไม่สตรองขนาดนั้น ขืนไปคนเดียวได้เขินสายตาผู้หญิงในร้านกันพอดี 

“หรือเธออยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม” เอาใจหน่อย เมื่อคืนเขาทำให้ปาลิตาร้องไห้หนักมากกว่าทุกวัน ไม่รู้หล่อนหายโกรธยัง 

“ไม่ค่ะ” หล่อนยังคงปฏิเสธ เสียงแข็งขึ้นมากกว่าเดิม 

“ไม่หิวเหรอ” นี่ก็เกือบทุ่มแล้ว ทำไมหล่อนไม่หิว 

“เปล่าค่ะ แต่พอดีปริมมีนัดกับพี่ต้นแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” จังหวะนั้นลิฟต์เปิดออกพอดีปาลิตาจึงหลบเลี่ยงเดินออกไป เมืองเหนืออึ้งมาก ยืนตัวเกร็งจนลิฟต์เกือบปิดลง ดีที่ส่งนิ้วไปกดเปิดทัน 

“ปริม! ปริม! ฉันไม่ให้เธอไปกับไอ้ต้นนะ!” วิ่งตามไป แต่ช้ากว่าเพราะปาลิตาปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว เขาทุบประตูเสียงดัง “ปริม! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ฉันไม่ให้เธอไปกับไอ้ต้นได้ยินไหม!” 

คิดจะยอมเออออตามผู้ใหญ่เหรอ แบบเขาได้น้อง ส่วนหล่อนได้พี่อะไรประมาณนั้น บ้า! หล่อนบ้าไปแล้ว คิดได้ยังไงว่าเขาจะยอมปล่อยให้เมียตัวเองไปเป็นของผู้ชายคนอื่น แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนรุ่นน้องของตัวเอง โธ่! ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมดื้อนักนะ 

 

 

 

 

พระเอกเรื่องนี้นิสัยไม่ดีสุดแล้วเท่าที่ไรท์แต่งมา ฮึ่มมมมมมม 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น