Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 18

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 18
แบบอักษร

18. 

“แกเรนบ่นฉันแน่”

ปลายจมูกโด่งไล้ไปตามลำคอบาง อ้อยอิ่งอยู่กับรอยประทับที่เด่นชัดกว่ารอยอื่น ขณะที่ลี่ชิงกำลังยืนทาครีมบำรุงผิวหน้า สายตาจับจ้องคนด้านหลังผ่านกระจก

“คราวนี้คงต้องทารองพื้นกลบ”

“อะไรคือรองพื้น” เฟิงหลงมองตาลี่ชิงผ่านกระจก สีหน้ามีความสงสัย

“foundation ไงครับ ที่ผู้หญิงเอาไว้แต่งหน้า คล้ายๆ ครีม”

ความสงสัยบนใบหน้าคมเหมือนกระจ่างครึ่งไม่กระจ่างครึ่ง ถึงอย่างนั้นเฟิงหลงก็ไม่คิดจะหาคำตอบต่อ

“มันจะไม่ลำบาก ถ้าเธอเลิกเป็นนายแบบ”

ลี่ชิงชะงัก จากนั้นจึงหมุนตัวกลับไปหาคนพูด

“ถึงไม่เป็นนายแบบ ผมก็ต้องทำงานอื่นหรือออกไปข้างนอกอยู่ดี”

“ฉันจะให้เธออยู่แต่บ้านอย่างเดียว...ดีไหม”

“ไม่ดี” ตอบทันทีพร้อมยกแขนขึ้นคล้องลำคอ “จะขังผมไว้เหรอ”

เฟิงหลงสอดแขนโอบรอบเอวบาง ทอดมองใบหน้าของลี่ชิงนิ่ง ยามคำตอบตามจิตใต้สำนึกดังขึ้นในใจ

ใช่ อยากขังไว้ไม่ให้ใครได้เห็น

“แบบนั้นเธอคงจะไม่ชอบ”

“ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ” มือบางลูบไล้หลังคอ ก่อนใบหน้าเรียวจะซบลงกับซอกคออุ่น “ถึงแม้จะดีใจที่ถูกคุณหวงขนาดนั้นก็ตาม”

ลี่ชิงระบายยิ้ม ทั้งเพราะความสุขและขบขันกับความมั่นใจของตัวเอง

ด้านคนฟังก็ยิ้มมุมปาก กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น กดริมฝีปากลงบนศีรษะเล็กหนักๆ หัวใจไม่ปฏิเสธคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย

หวงมาก หวงจนเหมือนใจจะขาด

--

“เอ่อ...รอยยุงกัดที่คอลี่ชิง...จะรีทัชออกใช่ไหมคะ”

เกรซหันไปยิ้มให้ช่างกล้องระดับแถวหน้าของเมืองไทยขณะที่กำลังยืนดูรูปซึ่งเพิ่งถ่ายเสร็จ ด้านลี่ชิงก็กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ เมื่อรอยที่กลบเอาไว้ด้วยรองพื้นปรากฏขึ้นเพราะการถ่ายแบบในน้ำอันยาวนาน

“ผมว่ามันไม่น่าจะใช่รอยยุงนะ” คนที่มีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาไม่น้อยพูดยิ้มๆ พาให้คนทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก “แต่ว่าชอบ ยิ่งทำให้ลี่ชิงดูน่าค้นหามากขึ้น...โอเคไหมถ้าเราจะไม่รีทัชรอยนี้ออก”

ลี่ชิงขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างตามไม่ทัน ก่อนจะคลายออกในวินาทีต่อมาแล้วหันไปหาเกรซเล็กน้อย

“ให้เกรซคุยกับแกเรนก่อนดีกว่าครับ”

“ว่าไงเกรซ”

ความหนักใจตกมาที่ผู้ช่วยของแกเรน เกรซยิ้มแหยๆ พลางตอบออกไป

“ขอคุยกันก่อนนะคะ...ลี่ชิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ”

ลี่ชิงพยักหน้ารับ ยกการตัดสินใจให้อีกฝ่ายทั้งหมดแล้วเดินตามทีมงานไปยังห้องแต่งตัว ด้านเกรซก็ถอยออกไปต่อสายหาแกเรน เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ

“ฉันละอยากจะฟาดเฟิงหลงสักที!” แกเรนพูดทันทีที่ได้ฟังเรื่องราว ตามด้วยเสียงถอนใจ “เธอดูรูปแล้วคิดว่ายังไง...ถ้าเหมาะสม ไม่น่าเกลียด ก็ตามนั้นได้เลย พี่เล็กเขามองว่าดีก็คงแสดงว่าดีจริงๆ”

“ได้ค่ะ แต่ก็นะ เห็นแล้วอดจินตนาการไม่ได้เลย” เกรซพูดด้วยน้ำเสียงคิกคักเมื่อนึกถึงร่องรอยบนลำคอของลี่ชิงที่แม้จะใส่ปลอกคอก็ปกปิดเอาไว้ไม่มิด

“ทำเหมือนตัวเองไม่มีสามี” น้ำเสียงอ่อนใจดังมาตามสาย

“ก็เพราะมีเลยยิ่งคิดน่ะสิ”

...คิดถึงร่องรอยใต้ร่มผ้าของตัวเอง

หญิงสาวยิ้มกระมิดกระเมี้ยน ใบหน้าเห่อร้อนกับภาพความร้อนแรงของตัวเองกับสามีเมื่อคืน

“พอเลย ไปทำงานต่อได้แล้ว”

“ค่า”

วางสายแล้วเดินกลับไปคุยกับทีมงาน

ก่อนจะได้ข้อสรุปว่ารอยแดงจางๆ นั้นจะไม่ถูกรีทัชออกไป

--

สัญชาตญาณของอัลฟ่าคือสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม เมื่อรักแล้ว ความหวงแหน หึงหวง จะมีมากอย่างไม่อาจปล่อยวาง

เฟิงหลงรู้ทุกเหตุผลและปัญหา แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีนัก

“อ๊ะ” ลี่ชิงส่งเสียงร้องเมื่อรู้สึกถึงแรงกัดบนลำคอ มือเรียวที่วางอยู่บนไหล่กว้างรีบเลื่อนขึ้นมาคว้าใบหน้าอีกคนเอาไว้ “คุณเฟิง”

เสียงเรียกนั้นอ่อนโยนจนไฟที่ลุกโชนในดวงตาคมผ่อนลง ทว่าก็เพียงเล็กน้อย

เฟิงหลงจะเป็นอย่างนี้เสมอหากได้เห็นผลงานของลี่ชิงที่ออกมา ราวกับเด็กไร้เหตุผล นิสัยซึ่งตัวเองเคยปรามาสคนอื่นว่าไร้สาระและไม่ชอบที่สุด

ตอนนี้กลับเป็นเองทั้งหมด

“ห้ามทำรอย”

กึก

ไฟในอกกลายเป็นเพลิงลูกมหึมา คลื่นความไม่พอใจฉายชัดผ่านดวงตา ส่งผลให้ลมหายใจร้อนขึ้น เฟิงหลงขยับออกจากความใกล้ชิดแล้วก้าวลงจากเตียงไปที่ระเบียงทันใด

แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าสะท้อนขึ้นลงเพราะแรงหอบหายใจ มือที่วางอยู่บนขอบระเบียงกำแน่น แล้วทั้งหมดก็ต้องชะงักเพราะแขนที่สอดมารัดรอบเอวและการแนบชิดจากทางด้านหลัง

สัมผัสนุ่มนวลกับกลิ่นหอมอ่อนทำหน้าที่ปลอบประโลมความร้อนรุ่มให้ค่อยๆ เย็นลง

“โกรธผมเหรอ”

เฟิงหลงหลับตาลง ลมหายใจกรุ่นร้อนถูกพ่นออกแรงๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปกอดคนด้านหลังเอาไว้

“เธอก็รู้ว่าไม่ใช่”

ลี่ชิงมองใบหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความหงุดหงิดพร้อมรอยยิ้ม หัวใจพองฟูแตกต่างจากบางคนที่คงเหมือนอกจะระเบิด มือบางแตะลงบนแก้มสากแผ่วเบา

“รู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นคุณเป็นแบบนี้” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ “เพราะมันทำให้รู้สึกว่าตัวเองสำคัญกับคุณ”

เฟิงหลงถอนใจ จากนั้นจึงถามกลับ

“ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง”

รู้ แต่พอรู้แล้วเห็นแบบนี้ยิ่งมีความสุข

ลี่ชิงตอบอยู่ในใจ

“ผมรักคุณ...เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องหงุดหงิด ทั้งหมดนี้ แม้แต่ปลายเส้นผมก็ล้วนเป็นของคุณ”

เฟิงหลงหลุบตาลงมองลำคอระหงที่ไร้สิ่งใดปกปิด ความหงุดหงิดร้อนรุ่มกำลังต่อสู้กับความอิ่มเอิบเป็นสุขอย่างสับสน ปากคล้ายอยากจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม สุดท้ายต้องสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเลื่อนสายตามองหน้าคนพูด แววตาอ่อนลงโดยอัตโนมัติ

“ฉันรู้ แต่เหมือนจะบ้าตายทุกครั้งที่ได้เห็น”

ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใกล้ชิดกับคนอื่นหรือไม่ ความรู้สึกหงุดหงิดก็กำเริบทุกครั้ง

สรุปแล้วคือไม่อยากให้อีกคนเป็นนายแบบ อยากยุบโมเดลลิ่งของแกเรนให้สิ้นซาก แต่ก็ไม่อาจทำได้

จุ๊บ

“ดีขึ้นไหม”

ลี่ชิงผละใบหน้าออกมาถามหลังจากที่ประทับจูบลงบนแผ่นอกกว้างตรงตำแหน่งหัวใจ

คนที่ถูกสัมผัสรู้สึกอุ่นวาบ ยามมองใบหน้าสวยที่ส่งยิ้มให้ก็ค่อยๆ ยิ้มตาม

แพ้ทุกทีเลยสิน่า

เฟิงหลงซบหน้าผากเข้าหาอีกคนแล้วกระซิบบอก

“มากกว่านี้ลี่ชิง”

แล้วริมฝีปากบางก็ถูกดันขึ้นให้แนบชิด เริ่มต้นเป็นจูบลึกซึ้งที่ตามมาด้วยความร้อนแรง

ความร้อนแรงที่ต่อเนื่องไปถึงปลายทางอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้กลับเข้าห้อง...

--

ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานก้าวลงมาจากห้องนอนแล้วเดินตรงไปทางห้องครัว ภาพที่ได้เห็นคือร่างเพรียวกำลังง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะอาหารไม่ต่างจากทุกวัน

ฟอด

เฟิงหลงรั้งใบหน้าของอีกคนเอาไว้แล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนหนักๆ

“อื้อ” คนที่วางจานกับข้าวลงบนโต๊ะประท้วงในลำคอ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็หันหน้าไปหา “วันนี้มีแซนด์วิช”

“จริงๆ ไม่ต้องตื่นมาทำอาหารก็ได้ ฉันจะให้แม่บ้านมาดูแลตรงนี้ เธอจะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น”

ลี่ชิงหันไปหาอีกคนทั้งตัว

“แค่นี้เอง”

“ไม่อยากให้เหนื่อย”

“ไม่เหนื่อยเลย”

เฟิงหลงลอบถอนใจให้กับความดื้อรั้น สุดท้ายก็ต้องยอมให้มันเป็นไปตามที่อีกคนต้องการโดยไม่รบเร้า

ท่าทางพยักหน้ารับอย่างบอกว่าตามใจทำให้ลี่ชิงระบายยิ้ม จากนั้นต่างคนก็ต่างนั่งลงบนเก้าอี้คนละฝั่ง แซนด์วิชซึ่งมีผักรายล้อมอยู่มากมายถูกหั่นพอดีคำแล้วตักเข้าปากเรื่อยๆ กระทั่งหมด

“เจอกันที่งาน” เฟิงหลงเอ่ยบอกขณะยืนอยู่ข้างรถเมื่อต้องแยกย้ายไปคันของใครของมัน

“ครับ”

“ฉันจะตั้งใจมองเธอ”

งานแฟชั่นโชว์ที่เคยน่าเบื่อสำหรับเฟิงหลงกลับดูน่าสนใจขึ้นมาเมื่อหนึ่งในนายแบบของงานมีลี่ชิง

คนฟังมีสีหน้าไม่มั่นใจขึ้นมาเมื่อได้ยิน

“ยิ่งคุณพูดแบบนี้ผมยิ่งตื่นเต้น”

“ทำให้เต็มที่ก็พอ”

ใบหน้าเรียวพยักรับ แล้วก็ได้รับกำลังใจเป็นจูบบนหน้าผาก ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นรถเพื่อไปตามจุดหมายของตัวเอง

ลี่ชิงเริ่มต้นวันด้วยการไปฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย จากนั้นค่อยไปเตรียมตัวที่งาน ขณะที่เฟิงหลงไม่ได้ตรงไปยังบริษัทเช่นทุกวัน

“ถ้าเป็นช่วงที่ลี่ชิงฮีตแล้วคุณนอตมันก็อาจจะมีโอกาส แต่ไม่ได้มาก”

“...” เฟิงหลงนั่งมองหน้าคุณหมอพลางเรียบเรียงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเข้าหัว

“สิ่งที่คุณต้องระวังคือเวลาตัวเองรัท เพราะอาจจะรุนแรงจนลี่ชิงบอบช้ำ”

“ครับ...”

“ผมแนะนำว่าถ้าอยากมีลูกให้พาลี่ชิงมาหาหมอเพื่อเตรียมตัวจะดีกว่า” คนเป็นหมอแนะนำพร้อมรอยยิ้มจางๆ เมื่อมองหน้าคนรักของคนไข้ที่คอยแวะเวียนมาปรึกษาราวกับเป็นคนไข้เสียเอง

“ถ้าเขาพร้อม...ผมจะพามา” น้ำเสียงและสายตาที่มักจะหนักแน่นมั่นคงวูบไหวไปชั่วแวบหนึ่งยามนึกถึงใครอีกคน แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายถูกลูบไล้ไปมาขณะกำลังใช้ความคิด

--

“ไปถ่ายรูปหน้าแบ็กดรอปกันก่อนนะ” แกเรนเอ่ยบอกทันทีที่เจอหน้าเฟิงหลง ใบหน้าคร้ามคมราบเรียบเหมือนทุกครั้งที่ออกงาน จะมีพูดคุยหรือยิ้มแย้มตามมารยาทก็ต่อเมื่อเจอคนที่สนิทกันในระดับหนึ่ง

เมื่อถ่ายรูปและพบปะคนอื่นเสร็จก็เดินเข้าไปในงาน นั่งลงตรงที่นั่งตามบัตรเชิญ ระหว่างรองานเริ่มแกเรนก็ได้มีโอกาสทักทายกับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลบ หรือดีไซเนอร์ซึ่งนั่งอยู่รอบตัว กระทั่งงานเริ่มขึ้นทุกคนก็นั่งนิ่ง เตรียมโทรศัพท์ไว้ในมือเพื่อบันทึกภาพ

“นายตั้งใจดูเป็นพิเศษนะ” แกเรนเอียงหน้าไปกระซิบแซวคนข้างกาย

“แล้วไม่ดีหรือไง”

คนถูกถามไม่ตอบ ทำเพียงยักไหล่ แล้วหันไปสนใจบรรดานางแบบและนายแบบที่กำลังเดินออกมา ชื่นชมเสื้อผ้าแต่ละชุดอย่างตั้งใจ

ขณะที่คิวเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อคนที่รอคอยไม่เดินมาสักที นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นดูบ่อยครั้ง เสื้อผ้าเปลี่ยนไปแล้วสามเซต ทว่าก็ยังไร้วี่แววของลี่ชิง จวบจนไฟปิดลงเหลือเพียงไฟจากตัวอักษรซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ทางด้านหลัง ดนตรีถูกเปลี่ยนจังหวะ ก่อนจะมีควันออกมาตอนที่เริ่มเห็นเงาของใครบางคน

พึ่บ

ไฟทุกดวงสาดส่องไปที่คนเพียงคนเดียว กล้องแพนตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงดวงตาเรียวที่สะกดให้คนมองนิ่งงัน ก่อนร่างที่สวมชุดฟินาเล่จะขยับกายเดินตรงไปตามทางเดินด้วยท่าทางมั่นใจ

ดวงตาคมจับจ้องคนที่อยู่ในชุดสีเงินไล่ระดับเช่นเดียวกับสีผมเจ้าตัวอย่างไม่วางตา

ชุดพิเศษนี้ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ได้ทุกเพศตามคอนเซปต์ที่ต้องการจะสร้างความเท่าเทียม แล้วมันก็ถูกสื่อสารด้วยนายแบบที่นำเสนอออกมาได้สมบูรณ์แบบ

ลี่ชิงหยุดโพสต์อยู่ตรงกลาง ไล้มือไปตามดีไซน์ของชุดอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะขยับไปด้านซ้ายและขวา จากนั้นจึงเดินกลับมาที่หน้าเวที

ชั่ววินาทีหนึ่งที่เฟิงหลงเห็นว่าดวงตาของร่างเพรียวเลื่อนมาสบ เป็นวินาทีที่รู้สึกตกหลุมรักอีกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความภาคภูมิใจเต็มตื้นอยู่ในอก

เก่ง...ลี่ชิงเก่งจริงๆ

ลี่ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงกลาง ขณะที่นายแบบและนางแบบก่อนหน้าทยอยกันเดินออกมา ปิดท้ายด้วยดีไซเนอร์ผู้สูงศักดิ์ที่ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้

แต่กับเฟิงหลง...เขาปรบมือให้คนเพียงคนเดียว

ปึก

ประตูรถคันหรูปิดลงเมื่อลี่ชิงสอดตัวเข้าไปนั่ง ต่อมารถก็เคลื่อนออกจากลานจอดรถเพื่อมุ่งหน้ากลับเพนต์เฮาส์

“ไม่เห็นบอกว่าได้เดินแบบชุดฟินาเล่” เฟิงหลงพูดขึ้น

“ไม่รู้ว่าจะบอกยังไง”

“เก่งมาก”

คนถูกชมระบายยิ้ม คำชมซึ่งมาจากคนสำคัญส่งผลให้ใจมีพลังขึ้นมาอย่างมหาศาล

ลี่ชิงขยับเข้าไปทิ้งหัวลงบนบ่า โดยที่เฟิงหลงก็วาดแขนโอบรอบร่างเพรียวด้วยความเต็มใจ

“เหนื่อย” นายแบบคนเก่งพูดเพียงคำสั้นๆ แต่ออดอ้อนจากการกระทำ

“งั้นก็นอน” มือหนาลูบไล้ไปตามต้นแขนเรียวเป็นการกล่อม

“ตอนอยู่บนแคตวอล์กผมเป็นยังไงบ้าง”

“ดูดี”

“คุณชอบใช่ไหม”

“ชอบทุกอย่าง...ทั้งตอนเป็นนายแบบและตอนนี้”

คนฟังยิ้มรับโดยที่ดวงตาค่อยๆ ปิดลง ความเย็นจากแอร์รถทำให้เปลือกตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ อาจเพราะเป็นช่วงใกล้จะสิ้นเดือนลี่ชิงจึงรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงได้ง่าย สุดท้ายก็หลับไปทั้งแบบนั้น

--

สองสามวันนี้มานี้ลี่ชิงรู้สึกอยากนอนมากขึ้น ร่างกายเหมือนกับจะมีความอ่อนล้าตกค้างอยู่ พอวันที่ไม่มีงานก็นอนเกือบทั้งวัน

“ไม่สบายหรือเปล่า” เฟิงหลงถามขึ้นพลางวางมือลงบนหน้าผากอีกคนเพื่อวัดไข้ ด้านลี่ชิงก็ส่ายหน้าไปมา

“แค่รู้สึกเพลียๆ เป็นปกติของช่วงนี้น่ะครับ”

“ช่วงนี้?”

“ช่วงใกล้ฮีต...แต่ผมกินยาต้านไว้แล้ว”

ก่อนรอบฮีตจะมาถึง ร่างกายจะมีอาการแบบนี้ทุกๆ เดือน ประมาณสี่ห้าวันจึงจะกลับมาเป็นปกติ

“งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้ให้คนทำอาหารมาส่ง”

ลี่ชิงอยากจะเสนอตัวทำเอง แต่ความอ่อนล้าของร่างกายทำให้ได้แต่พยักหน้ารับ สองแขนกระชับหมอนข้างเข้าหาตัว นอนดูโทรทัศน์ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ผล็อยหลับทั้งที่เพิ่งตื่น

“ฉันอาบน้ำด้วย”

“อื้อ” เสียงรับคำอ่อนแรง ถึงอย่างนั้นลี่ชิงก็พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อไปอาบน้ำ จากนั้นจะได้นอนยาวไปจนถึงตอนเช้า

“ท่าทางเธอไม่ดี กลัวว่าจะเป็นอะไร”

ลี่ชิงชะงัก ไม่ใช่เพราะคำพูดนั้น แต่เป็นเพราะร่างสูงใหญ่ขยับไปยืนซ้อนด้านหลังแล้วใช้มือรวบปลายผมที่ยาวเกือบถึงกลางหลังเอาไว้ ท่าทางดูเงอะงะเนื่องจากไม่เคยทำ

“ที่รัดอยู่ไหน”

มือบางเอื้อมไปหยิบยางแล้วยื่นให้ คนที่รับไปเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด มัดทบกันไปมาแต่สภาพกลับดูยุ่งเหยิง ลี่ชิงที่ถูกดึงผมจนเจ็บก็ยืนนิ่งอย่างอดทน

“เคยเห็นเธอทำมันก็ดูง่ายนี่” เฟิงหลงบ่นพึมพำขณะดึงยางออกเป็นรอบที่สาม

“มัดๆ แบบไหนก็ได้ครับ เดี๋ยวเอาที่หนีบหนีบขึ้นอีกที” ลี่ชิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ความง่วงเหมือนจะดีขึ้นเพราะมีเรื่องที่ดึงดูดความสนใจได้มากกว่า หรืออาจจะเป็นเพราะความเจ็บตรงหนังศีรษะ

เป็นความเจ็บที่ทำให้ใจอิ่มเอม

“ท่าจะไม่รอด ไหนที่หนีบ”

คนฟังหลุดหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบที่หนีบผมส่งให้ คราวนี้เจ็บจนเผลอปล่อยให้เสียงร้องหลุดออกจากปาก

“เจ็บเหรอ” เฟิงหลงรีบถามเสียงร้อนรน ที่หนีบผมในมือถูกโยนทิ้งราวกับของร้อน

ลี่ชิงจึงหันไปหาอีกฝ่าย

“นิดหน่อย คงเพราะคุณกะแรงไม่ถูก”

“ฉันไม่เคยทำ”

“ถ้าเคยสิคงแปลก”

ลี่ชิงก้มลงหยิบของที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาหนีบผม วินาทีต่อจากนั้นผมเส้นยาวก็อยู่ในสภาพเรียบร้อย คนที่มองภาพนั้นขมวดคิ้วมุ่นเมื่อมันช่างง่ายดายแตกต่างจากตอนที่ตัวเองทำ

“แค่อาบน้ำนะ วันนี้ผมง่วงมากเลย” สองแขนเรียวยกขึ้นคล้องลำคอ น้ำเสียงเจือความออดอ้อนเพราะความง่วง

“อืม” เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกับชายเสื้อที่ถูกเลิก เฟิงหลงถอดเสื้อผ้าให้อีกคนและตัวเองโดยไม่ว่อกแว่ก แม้กลิ่นหอมอ่อนจากร่างขาวเนียนจะเล่นงานให้สมองเริ่มจินตนาการแต่ก็ยังพยายามข่มใจเอาไว้

“แช่อ่างสักหน่อยไหม” เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากแปรงฟันเสร็จ ด้านลี่ชิงก็พยักหน้ารับ

กึก

จังหวะที่นั่งลงในอ่างชะงักไปเล็กน้อยเมื่อกลิ่นจากคนตรงหน้ารุนแรงขึ้น ขณะที่เฟิงหลงก็รู้สึกไม่ต่างกัน คนทั้งสองกายสั่นสะท้าน สายตาที่ประสานกันเจือไปด้วยอารมณ์

อาการฮีตที่ไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้คิดทำให้ลี่ชิงสับสนมึนงง กลิ่นหอมเย็นฟุ้งจากร่างหนากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างให้ก่อตัว มันรุนแรงเพราะสัญชาตญาณที่ไม่อาจเลี่ยง มือที่วางอยู่บนขอบอ่างกำแน่นจนสั่นระริก

ความสับสนและไม่เข้าใจไม่ได้เกิดกับฝ่ายเดียว เฟิงหลงไม่ได้สับสนกับอาการรัท แต่ความรู้สึกครั้งนี้รุนแรงกว่านั้นอย่างยากจะควบคุม

มันรู้สึก...แบบที่ไม่เคยรู้สึก 

“ลี่ชิง” เสียงทุ้มสั่นพร่าเมื่อถูกกลิ่นหอมๆ จากลี่ชิงเล่นงานอย่างหนัก ฝ่ามือหนาสั่นเทายกขึ้นลูบไล้แก้มเนียน กรามแกร่งบดเข้าหากัน เสียงคำรามดังอยู่ในลำคอ พอๆ กับเสียงครางอื้ออึง สติของคนทั้งคู่เริ่มล่องลอย

เวลาที่คู่แห่งโชคชะตาฮีต และอีกฝ่ายรัท มันจะไร้การควบคุม สมองมึนเบลอ ทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ

ริมฝีปากสองคู่บดเบียดเข้าหากันตอนไหนไม่มีใครรู้ เสียงดูดดึงดังคละเคล้ากับเสียงลมหายใจที่แทบหลอมรวมเป็นหนึ่ง มันร้อนรุ่มไม่ต่างจากอารมณ์และร่างกาย

เฟิงหลงพลิกขึ้นคร่อมแล้วดันลี่ชิงให้ชิดกับขอบอ่าง มือหนายกขึ้นลูบไล้ผิวเนียน ฟอนเฟ้นสะโพกบาง โดยที่ริมฝีปากก็เกาะเกี่ยว แลกเปลี่ยนความหวานผ่านปลายลิ้น

“อือ” ลี่ชิงครางในลำคอเมื่อปลายนิ้วแข็งถูไถอยู่ตรงช่องทางด้านหลัง เรียกความเสียวซ่านให้รู้สึกแปลบปลาบท่ามกลางสติอันพร่าเลือน ขาที่ตั้งชันอยู่น้อยๆ แยกออกเมื่อฝ่ามือใหญ่เลื่อนมาลูบไล้ซอกขาด้านใน ราวกับจะเปิดทาง เชื้อเชิญให้อีกคนสัมผัสอย่างเต็มที่

ริมฝีปากได้รูปผละออกให้น้ำลายสีใสยืดตามเป็นเส้นเล็กๆ แล้วเลื่อนลงไปตามลำคอ ฟันซี่คมครูดและขบกัดผิวเนื้ออ่อนตามอารมณ์ ลืมเลือนกฎข้อสำคัญไปจนหมดสิ้นเพราะความไร้สติ

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ตรงปลายจมูกแต่เฟิงหลงในตอนนี้ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย แตะแต้มริมฝีปากไปทั่ว เช่นเดียวกับมือที่ฟอนเฟ้นจนผิวขาวเนียนขึ้นเป็นรอยมือ ความรู้สึกโหยหารุนแรงดั่งสัตว์ป่า

“อะ...อ๊ะ” เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นทั้งที่ลี่ชิงไม่รู้สึกตัว สิ่งที่รู้สึกมีเพียงความร้อนรุ่มของร่างกาย และความรู้สึกอันมากล้นต่อคนตรงหน้า

มือบางที่กำแน่นอยู่ข้างตัวยกขึ้นมาวางบนแผ่นอกแกร่ง ใช้ปลายเล็บสั้นครูดไปมาเพื่อระบายความรู้สึก บ้างก็สัมผัสความหนั่นแน่นบริเวณนั้นด้วยการลูบไล้

แผ่นอกขาวหยัดขึ้นเมื่อคนตัวโตเลื่อนปากลงไปครอบครองเม็ดเล็ก แรงดูดและกัดนั้นมากจนบริเวณรอบๆ ห้อเลือด แต่ลี่ชิงได้แต่ส่งเสียงอย่างเสียวซ่าน

มากกว่านี้...ใจยังบอกว่าต้องการมากกว่านี้

มือถูกเลื่อนไปยังหลังคอ ขยำเส้นผมหนาบริเวณท้ายทอยพลางปลดปล่อยเสียงครวญคราง

“อา อะ...อึก”

เสียงนั้นกระตุ้นให้เฟิงหลงยิ่งออกแรง ทั้งปากและมือที่ปรนเปรอเม็ดสีสดขยับรัวเร็ว

จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ

เกิดเสียงดูดดึงดังคลอ ก่อนริมฝีปากได้รูปจะขยับลงมาตามแผ่นท้องบางที่มีกล้ามเนื้อพอควรเพราะการออกกำลังกาย ประทับจูบสลับกับใช้ฟันครูด ไล้เลียปลายลิ้นตรงแอ่งเล็กๆ ให้เสียงครางยิ่งดังขึ้น

“อ๊า อา” ลี่ชิงหดหน้าท้องรับอย่างเสียวซ่าน ใบหน้าแหงนเชิด ความนุ่มหยุ่นที่ระต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้ช่องท้องยิ่งวูบโหวง คลื่นความเสียวซ่านที่ก่อตัวอยู่ในนั้นซัดกระหน่ำ ร่ำร้องอยากจะปะทุ สมองพร่ำสั่งให้อีกคนครอบครองบางส่วนเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง

แล้วก็สมหวัง...

“อ๊ะ อา!!!” สะโพกบางสะท้านเยือกเมื่อความอุ่นร้อนครอบครองลงมาแล้วเคลื่อนไหวในทันที มือหนาแตะต้องส่วนที่ต่ำลงมา รูดรั้งไปพร้อมๆ กับริมฝีปาก ส่งผลให้รู้สึกเสียวมากยิ่งขึ้น

ร่างกายที่ส่ายไปมาเหมือนจะขยับหนีแต่ความเป็นจริงกลับขยับเข้าหา ให้ความร่วมมือ ตอบรับทุกสัมผัส

ความเร่าร้อนรุนแรงที่เหนือการควบคุมทำให้ลี่ชิงอยากกรีดร้อง สะโพกขยับตามปากอุ่นร้อนอย่างน่าอาย เป็นไปโดยไม่รู้ตัว

หากลี่ชิงเห็นตัวเองในเวลานี้คงไม่กล้าแม้แต่จะมองอีกฝ่าย

เสียงร้องด้วยความขัดใจดังขึ้นเมื่ออีกคนผละริมฝีปากออก ความใกล้ชิดกลายเป็นมีระยะห่าง ดวงตาเรียวรีอันพร่าเลือนเลื่อนลงมองคนที่ขยับออกไป มือค้ำกับพื้นอ่างเกร็งสั่นเมื่อฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งดันหน้าขาเข้าหาตัว ใช้มืออีกข้างลูบไล้ปากทางด้านนอกซึ่งเริ่มมีน้ำไหลซึมออกมาตามธรรมชาติ ก่อนที่สองนิ้วแข็งจะสอดเข้ามาพรวดเดียว

“อึก” ลี่ชิงเผลอกลั้นหายใจให้กับความอึดอัดคับแน่นที่ไม่ได้ตั้งตัว ร่างกายเกร็งสั่น ยังไม่ทันได้ปรับตัวเจ้าของนิ้วก็ขยับมืออย่างรวดเร็วและรุนแรง เกิดเสียงชื้นแฉะดังระรัว

ปลายนิ้วแกร่งหมุนคว้าน กระแทกเข้าหาจุดที่คุ้นเคยซ้ำๆ จนร่างเพรียวงอตัวเข้าหากัน เสียงครางดังสั่นไหว

เฟิงหลงไม่ได้คิดว่าอีกคนจะเจ็บหรือไม่ สมองสั่งให้ทำแค่สิ่งที่ตัวเองต้องการ ทรมานลี่ชิงให้สำลักความสุขสม

มือใหญ่ผละจากหน้าขามายังด้านหน้า แตะต้องส่วนอ่อนไหวสีสด ลูบไล้ช้าๆ ก่อนจะกอบกุมแล้วรูดรั้งในจังหวะเดียวกับมือที่อยู่ในช่องทางคับแคบ

เมื่อถูกเล่นงานทั้งสองทางลี่ชิงที่สติเลื่อนลอยอยู่แล้วก็รับรู้เพียงความเสียวซ่าน ร่างกายบิดเร่า

พึ่บ พึ่บ

เสียงขยับมือทั้งสองข้างดังแผ่วจนถูกกลบด้วยเสียงครางหวาน แล้วแรงตอดรัดถี่รัวก็กระตุ้นให้เฟิงหลงยิ่งขยับมือ ไม่นานนักเสียงหวีดร้องยาวก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับกายขาวเนียนกระตุกปลดปล่อยความต้องการออกมาตามการรีดเคล้น

“อื้อ!” ปากที่เผยอเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดถูกเติมเต็มด้วยส่วนใหญ่โต ลี่ชิงดิ้นน้อยๆ เพราะหายใจไม่ออก ทว่าก็ไม่อาจขัดขืนเมื่อมีมือมาจับศีรษะเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี

“อืม”

เสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อแก่นกายกำลังเคลื่อนไหวเข้าออกในปากเล็ก คนที่ตั้งตัวไม่ทันในคราแรกเริ่มเคยคุ้นในวินาทีต่อมา ปากเล็กพยายามอ้ากว้างเพื่อรับตัวตนอันร้อนผ่าว

ลี่ชิงเม้มปากเข้าหากันแน่น เปิดลำคอเพื่อไม่ให้สำลัก ทั้งยังขยับปลายลิ้นตวัดเลียสิ่งที่อยู่ในปาก ปรนเปรอตามที่สมองสั่งการ

เฟิงหลงโน้มลงตัว ใช้มือข้างหนึ่งค้ำกับขอบอ่าง จากนั้นก็โถมกายเข้าออกรัวเร็วจนเกิดเสียง เสือกสนใส่ราวกับเป็นช่องทางด้านล่าง

พั่บ พั่บ

ใบหน้าขาวแดงเรื่อขณะพยายามขยับปากรองรับจังหวะของสะโพกสอบ ดวงตาคลอไปด้วยหยดน้ำ ถึงอย่างนั้นก็พยายามอดทนเมื่อภาพอันพร่ามัวตรงหน้าปรากฏให้เห็นความสุขสมบนใบหน้าคร้ามคม มากกว่าภาพคือเสียงคำรามที่ดังก้องไปทั่ว บ่งบอกความพึงพอใจ

ในจังหวะที่ความอดทนของลี่ชิงกำลังจะสิ้นสุดแล้วสำลักออกมา แก่นกายใหญ่โตก็ถูกรั้งออกห่างให้ได้หายใจ มือหนาจับสะโพกแล้วพลิกให้หันหน้าเข้าหาขอบอ่าง กลายเป็นท่านั่งคุกเข่า โดยขาเรียวถูกจัดท่าทางให้แบะออก

แปะ แปะ

เฟิงหลงฟาดความแข็งขึงลงบนบั้นท้ายขาว ก่อนจะเลื่อนลงไปยังร่องตรงกลาง ใช้สองมือบีบก้อนนิ่มให้กระชับกับแก่นกายแล้วขยับถูไถ

“อืม”

“อ๊า” ในจังหวะที่ลี่ชิงเผลอส่วนปลายทู่ก็กดเข้าไปในกายช้าๆ

ความร้อนผ่าวที่คืบคลานเข้ามาคล้ายเหล็กกล้าที่ทั้งร้อนจัดและแข็งทื่อ แตกต่างกันตรงที่มันไม่สร้างความแสบร้อน ไม่เผาไหม้ผิว แต่พาความเสียวซ่านเป็นระลอกเข้ามาจนสุด ให้เวลาปรับตัวเพียงเสี้ยวนาทีก็เคลื่อนไหวอย่างร้อนรน เหมือนรีรอไม่ได้อีกต่อไป

มือบางกำแน่นบนขอบอ่าง แผ่นอกแนบชิดกับความเย็นชืด ร่างกายกระเด้งไปข้างหน้าตามแรงกระแทกจากทางด้านหลัง ริมฝีปากบางเปล่งเสียงครางระงม

สะโพกสอบหวดใส่อย่างหนักหน่วง รั้งให้ต่ำลงยามถอนออก ก่อนจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อยในจังหวะสวนกายเข้า ตอกตรึงรุนแรงดั่งเสาเข็ม

“อะ อือ อ๊ะ”

ฝ่ามือใหญ่รั้งสะโพกบางให้โก้งโค้งรับแรงกระแทกกระทั้น จากนั้นใบหน้าคร้ามคมที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ก็โน้มลงไปประทับจูบลงบนกลางแผ่นหลังเนียน ริมฝีปากได้รูปแตะแต้มขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลัง กระทั่งถึงรอยที่จางหายไปแล้วบนหลังคอเล็กก็ใช้ปลายลิ้นไล้เลีย

ความอยากฝังเขี้ยวลงไปแล่นพล่านมาอย่างฉับพลันเกินจะควบคุม

ความรู้สึกเป็นเจ้าของลี่ชิงเต็มตื้นอยู่ในอกของจางเฟิงหลง แม้แต่ปลายเส้นผมที่ร่วงหลุดจากที่หนีบมาคลอเคลียก็ใช่

“อ๊ะ!”

ฟันซี่คมฝังเขี้ยวลงไปอย่างแตกต่างจากครั้งก่อน คราวนี้มันมีสัญชาตญาณซึ่งถูกกระตุ้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

วินาทีนั้นร่างหนาเริ่มหอบหายใจ ความรู้สึกที่แสนรุนแรงเกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างเกร็งสั่น เฟิงหลงหลับตาลงเพื่อตั้งสติ สะโพกหยุดการเคลื่อนไหวทันใด

ความรู้สึกมัน...

ดวงตาเรียวรีลืมขึ้นเพราะรู้สึกถึงความผิดปกติ สายตาของลี่ชิงมีคำถาม ใบหน้าพยายามเอี้ยวไปด้านหลัง ขณะที่ความรู้สึกตรงบริเวณที่ถูกกัดลามไปทั่วร่างเหมือนลาวา

ความรักปะทุอยู่ในอกเหมือนอกกำลังจะแตก เนื่องจากรอยกัดนี้จะกักขังเขาเอาไว้แค่ตรงนี้

คือสมบัติของจางเฟิงหลงแต่เพียงผู้เดียวโดยสมบูรณ์แบบ

ไม่อาจเป็นของคนอื่นได้อีกตลอดกาล

“ลี่ชิง...”

เฟิงหลงได้แต่เรียกชื่อคนรัก ความรู้สึกข้างในรุนแรงจนต้องเปล่งเสียงคำรามในลำคอ ด้านลี่ชิงก็หอบหายใจตัวโยน มือกำขอบอ่างจนสั่นระริก

“คะ...คุณเฟิง”

คนทั้งสองมีอาการคล้ายกับกำลังจะคลุ้มคลั่ง

ดวงตาคมแดงเรื่อ ความอยากครอบครอง อยากรัก อยากสัมผัสร่างบางรุนแรงจนอยากจะกลืนกินลงท้อง ไม่ให้ใครมีโอกาสได้เห็นหรือได้มองอีกต่อไป

ฟันซี่คมฝังเขี้ยวลงเป็นแนวยาวจนถึงหัวไหล่มน มือกระชากที่หนีบผมซึ่งทำหน้าที่เก็บผมเส้นยาวสลวยออก

แกร๊ก

เสียงสิ่งของถูกโยนลงบนพื้นดังขึ้น ลี่ชิงเห็นสิ่งนั้นอยู่ในสายตาอันพร่าเลือน

เส้นผมที่ยังคงถูกมัดเอาไว้ตกลงมาถึงกลางหลัง แล้วมือหนาก็สอดจับรวบมันเอาไว้ รั้งให้ใบหน้าเรียวเชิดขึ้น พร้อมๆ กับเสือกสนตัวตนเข้าหาความอ่อนนุ่มที่ขยับตอดรัดอย่างเร่าร้อน มันรุนแรงกว่าครั้งไหน

ปึก ปึก ปึก!

“อ๊าาา”

“ฮึ่มมม”

คลื่นความเสียวซ่านพัดพาให้สติที่ไม่มีอยู่แล้วยิ่งปลิวไปไกล ลี่ชิงขยับสะโพกสวนกลับขณะที่อีกคนตอกตรึงลงมา หมุนวนในบางจังหวะ บดเบียดบั้นท้ายใส่หน้าขาแข็งแรง

เพียะ

“อื้อ!” แรงฟาดนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บเลยแม้แต่น้อย กลับกระตุ้นอารมณ์ดิบให้ลุกโชน ตอบสนองกลับให้อีกฝ่ายยิ่งรุนแรง

เฟิงหลงมองภาพนั้นพร้อมกัดฟันกรอด สองมือรั้งเอวเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว ก่อนที่ตัวเองจะตอกตรึงใส่จนสุดแรง เกิดเสียงดังปึกๆ จงใจให้ส่วนปลายทู่กระแทกเข้าหาจุดกระสันของคนด้านหน้า บดขยี้ให้ร่างเพรียวดิ้นเร่า

เสียงครางหวานดังกระชั้นพอๆ กับเสียงครางต่ำ ผนังอุ่นร้อนบีบรัดให้ความต้องการที่คั่งค้างอยู่ตรงส่วนปลายระเบิดออกมา แล้วมันก็ล็อกเข้าหาตำแหน่งอย่างที่ลี่ชิงไม่อาจดิ้นหนี เสียงหวีดร้องดังขึ้นในจังหวะสุดท้ายพร้อมกับเสียงคำราม จากนั้นแรงฉีดพ่นอันรุนแรงก็เกิดขึ้น

“อ๊าาาา”

“อืมมม”

เฟิงหลงครูดฟันไปมาในตำแหน่งที่มีรอยประทับซึ่งตอกย้ำว่าลี่ชิงมีเจ้าของ

และเจ้าของนั้นคือเขา...เขาคนเดียวเท่านั้น

เปลือกตาสีอ่อนหลับลง ร่างกายของลี่ชิงนิ่งค้างเพื่อรองรับสิ่งที่กำลังฉีดพ่นเข้ามาในกายอยู่หลายนาที เนิ่นนานจนต้องซบหน้านิ่งลงกับอ่าง ซึมซับความรู้สึกการถูกนอตใส่เอาไว้

ครั้งก่อนลี่ชิงรู้สึกอย่างเลือนรางในความมืดมิด ทว่าคราวนี้กลับรับรู้ได้เกือบทั้งหมด

มันอุ่นร้อน รุนแรง...เหมือนอดกลั้นมาเนิ่นนาน ความอุ่นวาบในช่องทางแคบเทียบไม่ได้กับความอุ่นตรงหัวใจ

การนอตของอีกคนมันให้ความรู้สึกแบบที่บรรยายไม่ถูก

มือบางเลื่อนขึ้นมาแตะหน้าท้องโดยอัตโนมัติ

“อืม” เสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อการปลดปล่อยอันยาวนานค่อยๆ สิ้นสุด สติที่พร่าเลือนกลับมาพอให้รู้สึกตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

“คุณเฟิง” ลี่ชิงเรียกคนด้านหลังเสียงอ่อน

เฟิงหลงจดริมฝีปากลงบนหลังคอชื้นเหงื่อ

“ลี่ชิง”

กึก

ยังไม่ทันจะคุยอะไรกันมากกว่านั้น อาการฮีตของลี่ชิงที่สงบลงเพียงครู่เดียวก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง มันกระตุ้นให้อาการรัทกำเริบตามทันใด

เฟิงหลงคำรามเพราะความขัดใจ แต่ร่างกายและสติทั้งหมดก็ตอบสนองการถูกกระตุ้นนั้นโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ความรู้สึกที่มากกว่าครั้งไหนปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเข้มและสว่าง วนเวียนอยู่อย่างนั้นถึงห้ารอบ

ห้าวันที่ร่างกายโหยหากันจนอิ่มเอม เนิ่นนานและหนักหน่วงกว่าตอนลี่ชิงฮีตครั้งแรกหลายเท่า...

TBC. 

 

จะมีตอนไหนที่คุณเฟิงไม่กินน้องไหมคะ 

คนอยากจะมีลูกอะเนอะ 

บางเว็ปคือได้ตัดแทบทุกตอนเลย5555555 

แง อ่าน nc ตอนนี้แล้วเขินหน้าแดง>////< 

มันรุนแรงทากๆๆๆ 

คราวนี้คุณเฟิงกัดคอลี่ชิงแบบผูกพันธะแล้วนะคะ 

ชิงชิงเป็นของคุณเฟิงโดยสมบูรณ์แล้ววววว 

ปริ่มเหมือนเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา 

ยังไงก็ฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยน้า 

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ^^ 

ปล.ปี 2019 กำลังจะหมดไปแล้ว 

อะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไว้ปีนี้ อย่าเอามันไปเป็นสิ่งไม่ดีของปีหน้าด้วยนะคะ 

ขอให้ทุกคนมีช่วงเวลาสิ้นปีที่ดี และขอให้ปีหน้ายิ่งดีไปกว่านี้อีก 

รวยๆๆๆๆเฮงๆๆๆๆ 

Happy New Year ล่วงหน้าค่า 

รัก. 

ความคิดเห็น