เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

91.3 สถานการณ์เลวร้าย

ชื่อตอน : 91.3 สถานการณ์เลวร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 36

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2562 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
91.3 สถานการณ์เลวร้าย
แบบอักษร

โหมโรงด้วยท่วงทำนองแห่งความยิ่งใหญ่ เสียงกลองดังสนั่นหวั่นไหว เหล่าผู้มิยอมแพ้หมายมั่นถือความกล้าเข้าเผชิญเงาอสูร วินาทีนี้ไม่มีใครคิดว่าการปรากฏของเขาจะสร้างแรงกดดัน บีบรัดหัวใจให้ตื่นตระหนกเช่นนี้ หลายสิ่งเราสามารถควบคุม ทว่าชะตากรรมนั้น เรามิมีสิทธิ์ยุ่งกับมัน น้อยคนนักรอดชีวิตเมื่อเจอโรแลน ในสมรภูมิฉายาของเขามิต่างจากค้อนของพระเจ้าที่เมื่อฟาดลงพื้นแล้ว ทุกคนจะตัวแตกตายในพริบตา  

         “ส่งตัวนางให้ข้า” 

         น้ำเสียงทุ้มต่ำปานพ่อกระทิง โรแลนสะบัดผ้าคลุมพัดหมอกควันสีน้ำตาล ร่างกายกำยำใหญ่ยักษ์เท่าพ่อหมี ผ้าคลุมขาดหลุดลุ่ยราวเสื้อคลุมยมทูตเก่าแก่ เกราะหนังด้านใต้ทักจากหนังสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาสูงสุดในจักรวาล ประกายความแข็งแกร่งซัดสาดเป็นริ้วคลื่นรอบตัวผู้สวม ไอจิตพลังวิญญาณแกร่งกล้าปานยักษา คลื่นพลังมาโฮสีม่วงเห็นชัดเต็มสองตา ประกายแสงสีม่วงแพรวพราวแลงดงามราวแสงเพลิงดารา ทว่าแฝงซึ่งพลังแห่งการทำลายเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวง  

         สรรพางค์กายหนักด้วยพลังของสายเลือด ทุกอณูเปี่ยมด้วยความโอหังเยี่ยงผู้ยืนบนบัลลังก์สูงสุด  

         นัยน์เนตรสีม่วงพราวในห้วงแห่งความมืดมิดทอแสงเรืองรองราวดวงตามังกร 

         บางสิ่งบางอย่างมีพลังดึงดูด และท้าทายบนแขนขวาของเขา 

         (ตึก เสียงใจเต้น) 

         นารีประหวั่นพรั่นพรึง นางไม่เคยรู้สึกตระหนกเท่านี้มาก่อนนับตั้งแต่ปะทะปักษานิลกาฬ ดวงดาวน้อยเขม่นมองแขนขวาโรแลนด้วยความหวาดระแวงปานมองสมบัติต้องสาป แขนข้างนั้นไม่ปกติ ไม่สักนิด 

         “..” 

         แรกดดันปริศนาพวยพุ่งจากแขนขวาโรแลน ออร่าที่นารีมองเห็นคือเงาปีศาจร้าย ตอนนี้แม้นมันยังไม่เปิดเผยร่างแท้จริง ทว่าศัตรูไม่ใช่คนที่เรไรสู้ไหว เพียงสังเกตท่าทางการก้าวเท้า และลมปราณของอีกฝ่ายก็ตัดสินผลแล้ว  

         ประหนึ่งนกกระจิบปะทะพญาเหยี่ยว กลิ่นอายของโรแลนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากวัดพลังแล้วจักรอดชีวิต  

         “ตาดีนิ” 

         นักรบหนุ่มลอบมองดวงดาวน้อยด้วยสายตาลึกล้ำใต้ฮูกคลุมศีรษะ ประกายแสงเข้มในแววตาเขาแลแล้วน่าเกรงขามกว่าปักษานิลกาฬหลายขุม    

         ตราสัญลักษณ์กองทัพติดตรงปกผ้าคลุม ครั้นโรแลนยื่นมือหนา และจับดาบสังหารยักษ์ข้างหลัง เหวี่ยงคมดาบฟาดจรดพื้นดิน ส่วนยอดปลายคมแตะสะกิดพื้นดินอย่างพอดี บังเกิดสายลมกรรโชก และกลิ่นอายอำนาจไร้รูป เรไรเห็นท่าไม่ดีรีบลุก แล้วโยกตัวมาป้องนารี และวัน เจ้าหญิงน้อยแอบลืมตา และรีบปิด ฝั่งเมรัยโดนการลอบโจมตีที่เผลอเมื่อครู่ของโรแลนซัดกระเด็นไปกระแทงใส่ก้อนหิน  

         หมอผีน้อยเจ็บจะบ้า แต่เพราะความเจ็บนั้นทำให้นางคืนสติ  

         เห็นสถานการณ์ตึงเครียด แลจวนเจียนระเบิด หมอผีน้อยขบกราม ยกแขนเสื้อเช็ดเศษดิน ใช้ไม้เท้ายันพื้น และเดินลากขา มือขวาจับแขนซ้าย 

         “หยุดตรงนั้นแหละ!!ไม่ต้องมา” 

         นารีหันขวับ และตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เมรัยสะอึกพลางหยุดเดิน 

         ดวงดาวน้อยสูดหายใจ พลางเอ่ยตอบโรแลน “พวกเจ้าเป็นใคร เหตุต้องหมายหัวนาง” 

         น้ำเสียงกดดันเปล่งอย่างนายเหนือหัว นักรบหนุ่มยินแล้วแอบสะพรึงหนึ่งส่วน กระนั้นประสบการณ์สอนให้เขามิอาจแสดงความกลัวในสนามรบ เขายกดาบวางพาดบนเกราะไหล่ เอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา “คำถามแรกไม่นานพวกเจ้าจะรู้คำตอบ ส่วนคำถามที่สองข้ามิอาจเปิดเผย” 

         มันเป็นความลับทางธุรกิจ 

         นารีหรี่ตาลง ท่าทางไม่มีแววล้อเล่น เรไรลอบเห็นเช่นนั้นแล้ว ปักษาน้อยยกแขนขวางดวงดาวน้อย และส่งสายตาห้ามปราม 

         “ปล่อยข้าจัดการเถอะ” 

         แววตาสีน้ำเงินแต่งแต้มด้วยประกายคมกริบ ท่วงท่าอาจหาญเยี่ยงนักรบ ปักษาน้อยใคร่อยากท้าทายผู้แข็งแกร่ง อยากสู้ตัวต่อตัว นารียินแล้วโมโห พ่นลมออกหู สีหน้าอึมครึม “เรไร..” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยให้คนฟังใจสั่น ปักษาน้อยรู้ว่าอันตราย กระนั้นนางเชื่อตัวเองรับมือไหว “พาเมรัยกับวันหนีไปเถอะ เร็วเข้า” ปักษาน้อยใจอ่อน แต่ไม่อ่อนข้อ นางดื้อรั้นยิ่ง เมื่อตัดสินใจสู้แล้วจะไม่กลับคำเด็ดขาด นารีรู้ดีเรไรดื้อเพียงใด  

         ดวงดาวน้อยส่งเสียงในลำคอ บ่งบอกว่ายามนี้โกรธมาก 

         ทำไมแต่ละนางงี่เง่าปานนี้ ยัยนั้นก็ฝืนร่างกาย ยัยนี้ก็ดื้อไม่ยอมถอย 

         นารีกลัดกลุ้มอกจะแตกตาย เฮ้อ 

         “เร็วๆ” 

         นั้นแน่ะ ยังจะเร่งอีก 

         “เชื่อใจข้า” 

         ปักษาน้อยใช้ไม้แข็งไม่เป็นผล เลยพลิกมาใช้ไม้อ่อนกล่อมนารีแทน แววตาออดอ้อนหยาดเยิ้ม ปานจะอยากสื่อว่านางเชื่อใจได้นะ ไม่เหมือนเมรัย 

         “จะถ่วงเวลามันไว้” 

         “แค่ถ่วงเวลานะ รับทราบ?” 

         “รับทราบ” 

         นารีกำชับเรไรเสียงหนักให้เรไรคิดเอง หากมั่นใจว่าพวกเมรัยรอดแล้วก็ถอยเลยเข้าใจไหม ปักษาน้อยพยักหน้าเชื่อฟัง พลางดวงดาวน้อยอุ้มเจ้าหญิงน้อยไปหาหมอผีน้อย เมรัยโดนสั่งให้นิ่งเป็นรูปสลัก นางจะอยากพูดบางสิ่ง กระนั้นนารีจับอุ้งมือบังคับให้เมรัยรีบเดิน “ไปกันเถอะ” “แล้วเรไรล่ะ” “เชื่อใจนาง” “…” เมรัยปิดปากเงียบ สีหน้าบิดเบี้ยวระคนเจ็บปวด  

         เมื่อเห็นแผ่นหลังพวกเมรัยค่อยๆหายลับไปแล้ว เรไรถอนหายใจแล้วหันมองโรแลนด้วยสายตาก้าวร้าว นักรบหนุ่มเห็นพวกเมรัยหนีไปก็ไม่ตาม เขาโบกมือให้ลูกน้องที่เหลือไล่ตามพวกเมรัยไป กำชับเช่นกันว่าต้องสังหารอีกฝ่ายให้ได้ก่อนอีกฝ่ายเข้าเขตเมืองไมเดน “รับทราบ” 

         ปักษาน้อยเห็นพวกทหารรับจ้างไล่ตามพวกหมอผีน้อยแล้วเดือดดาล นางใช้พลังมาโฮเสกเสาน้ำแข็งเพื่อปิดทาง ทว่าเสาน้ำแข็งถูกทำลายด้วยเสาหินยักษ์ที่ถูกขว้างจากมือโรแลน โครม!!!! “…” นักรบหนุ่มใช้พลังกายหยิบก้อนหิน และขว้างใส่เรไร ด้วยแรงมหาศาลทำให้ก้อนหินใหญ่พุ่งด้วยความเร็วสูงปานกระสุนปืน ปักษาน้อยเบิกตากว้างรีบเบี่ยงตัวหลบ เศษหินพุ่งเสียดเสื้อเกราะเปิดประกายไฟ 

         ตูม!!! 

         “!!” 

         เรไรผวาใจเต้นแรง ครั้นนางยินเสียงโรแลนเอ่ยศาสตร์ลับมาโฮ “เปิดการทำงานเกราะอสูรกาย[อันล็อคโอเวอร์] 

         ขุมพลังมาโฮระดับดวงจันทร์สาดแสงใต้ฝ่าเท้านักรบผู้พิชิต ก่อร่างเป็นเงาสัตว์เลื้อยคลานเกล็ดสีน้ำเงินน้ำทะเลรอบตัวโรแลน พลันคลื่นพลังห่อหุ้มร่างกายมหึมา เสริมความทนทานความเย็น และพลังของเขาเพิ่มสูงกว่าเดิมสองเท่า “นามข้าคือโรแลน หัวหน้าใหญ่กองทัพทหารรับจ้างเดธแลน..” สุรเสียงทรงอำนาจดังกึกก้องประหนึ่งกลองศึกประกาศเปิกฉากมหาสงครามชิงดินแดน ทุกวาจาเอ่ยด้วยความหนักแน่นดั่งหินผา ขุนเขา และเทือกเขาวีรชน

         เรไรตั้งดาบสูดหายใจ รวบรวมสมาธิ ครั้นเปล่งวาจาทรงเกียรติ “เรไร..”

         เสี้ยวอึดใจ ดวงตาปักษาน้อยหลุบตาต่ำลง “ปักษาแห่งฤดูหนาว..”

         พลังมาโฮบริสุทธิ์ระเบิดพลังปรากฏเงาปีกปักษาน้ำแข็ง สองขั้วอำนาจแห่งภูเขาน้ำแข็งปะทะอำนาจแห่งผืนแผ่นดินอันมีเจ้าของคืออสูรกาย บัดนั้น เมืองเก่าพลันสั่นคลอน แผ่นดินสั่นสะเทือน!!!

         --

         กึกๆ

         เกิดแผ่นดินไหวเบาๆ เศษทราย เศษดินร่วงโรยจากซอกหิน พวกเมรัยพยายามหลบหนีกลุ่มทหารรับจ้าง หมอผีน้อยยกไม้เท้า “สั่งให้เงียบ” เอ่ยวาจาเปิดระบบพลังวิเศษกลบร่องรอย และเร้นกายหนีไปทางอื่นที่ไม่ใช่ทางเดียวกับทางที่กลุ่มทหารรับจ้างมุ่งหน้าไป เส้นทางใต้ดินเมืองเก่าซับซ้อนมีทางแยกเป็นร้อยหมื่น เมรัยเหงื่อริน นางก้มหน้ามองเส้นชีพจรขุมพลังธรรมจักร หากตามรอยเส้นทางมันต้องไปถึงเมืองไมเดนแน่ เมรัยกัดฟันก้าวเท้ารีบร้อน อุ้งมือจับกุมมือนารี 

          ดวงดาวน้อยแรกเริ่มสีหน้าโกรธเคือง ทว่านางยามนี้กลับท้อแท้ รู้สึกผิดที่ทิ้งเรไรไว้ข้างหลัง

         ใจพะวงห่วงปักษาน้อย

         “พอเข้าเขตเมืองแล้ว เจ้ารีบกลับมาช่วยนางนะ เข้าใจไหม”

         เมรัยเอ่ยเสียงเย็นมิรู้อารมณ์ นารีเบิกตากว้าง กลอกตาซ้ายขวา “เชื่อใจเรไรเถอะ” “กลับมาช่วยนาง เข้าใจไหม” เมรัยถามอีกรอบ นารีกระชับอุ้งมือเมรัย และเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาบาง “ข้าทิ้งเจ้าไม่ได้..”

         “…” นารีกับเรไรบอกแล้วจะไม่ปล่อยให้เมรัยอยู่คนเดียวเพียงลำพัง หากเรไรไม่อยู่ นารีต้องอยู่กับเมรัย หากนารีไม่อยู่ เรไรต้องอยู่กับเมรัย จะให้เมรัยอยู่คนเดียวไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น…

         “กลับมาช่วยนาง..เข้าใจไหม 

         เมรัยหยุดเท้า นารีพลอยหยุดก้าว

         ความเงียบของคนข้างหน้ามีแรงกดดันให้คนข้างหลังทำตัวไม่ถูก

         ดวงดาวน้อยเห็นเช่นนี้แล้วใจดิ่งวูบ “ข เข้าใจแล้ว”

         นารีตอบรับในที่สุด เมรัยพลิกตัวมาสวมกอดนารี ยกมือลูบหลังดวงดาวน้อยเบาๆ “ข้าไม่เป็นไร..พานางกลับมานะ” นารีมองไม่เห็นสีหน้าเมรัยยามนี้ ทว่าฟังจากน้ำเสียงสั่นระริกมีความกลัวแล้ว นารีรู้ว่าเมรัยกลัวมาก.. “ลำบากเจ้าแล้วนะ” เมรัยกำมือแน่นพลางปล่อยนารี แล้วเดินต่อ นารีก้มหน้า เส้นผมตกลงบังองคาสะสวย นางกระชับอ้อมกอดให้เจ้าหญิงน้อยซุกสบาย วันไม่อาจหลับเพราะรอบข้างมีเสียงรบกวน เจ้าหญิงน้อยกะพริบตามองนารี ดวงดาวน้อยยิ้มตอบ พลางยกนิ้วจิ้มจมูกเจ้ากวางน้อย

         เมื่อครู่นี้ แม้นเมรัยพูดเบาปานใด กระนั้นนารีได้ยินนะ ประโยคหลังน่ะ

         ‘ลำบากเจ้าแล้วนะ..ขอโทษที่ข้าอ่อนแอเหลือเกิน'

         “ไม่ลำบากหรอก..ไม่เลย”

         เพื่อเจ้าแล้ว เพื่อเรไรแล้ว..

ข้ายินดี 

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น