หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 16 พบท่านอ๋องอีกครั้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 พบท่านอ๋องอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2562 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 พบท่านอ๋องอีกครั้ง
แบบอักษร

 

ถังเฉียนเดินขึ้นชั้นสองมาอย่างยากเย็น ข้างหน้ากลับเป็นมุ้งสีแดงที่ต่างจากที่นางคาดคิดเอาไว้ ด้านข้างมีเทียนแดงแขวนอยู่สูง นี่ก็เตรียมทำพิธีสมรสคนตายเสร็จแล้วหรือ 

แต่ถังเฉียนไม่รู้ว่าพิธีสมรสคนตายต้องทำอย่างไรบ้าง นางเองก็ไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียว เพียงเดินตามเจิ้งจยาเฉิงมาที่ห้องโถงใหญ่ด้านนอกห้องนอนท่านอ๋อง 

“ใต้เท้าเจิ้ง ข่าวจากเจาหยางมาถึงแล้วขอรับ” 

มีเสียงรายงานดังขึ้นมาจากด้านนอก เจิ้งจยาเฉิงจะออกไปจัดการ เขาชี้ไปที่ห้องด้านในแล้วบอกว่า “เจ้าเข้าไปเอง ท่านอ๋องรอเจ้าอยู่” 

เมื่อถังเฉียนก้าวเข้ามาก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอย่างรุนแรงในอากาศ รวมทั้งกลิ่นยารักษาแผลที่ราวกับผสมด้วยกลิ่นคาวเลือดจนทำให้รู้สึกผะอืดผะอม 

“แค่กๆ ใครอยู่ข้างนอก เข้ามา...” 

ไม่รู้ว่าเพราะถังเฉียนเดินไปมาข้างนอกนานเกินไปหรืออย่างไร ท่านอ๋องรอไม่ไหวจึงต้องร้องเรียกขึ้น เมื่อได้ยินเสียงก็รู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ข้างในนั้นอ่อนแรงมาก 

ถังเฉียนหดคอ ค่อยๆ ถือหีบยาแล้วเดินไปที่หน้าเตียงของฉู่จิ่งเหยา 

นางเดินหลายก้าวจนเข้ามาใกล้ แล้วเห็นว่าบนร่างของท่านอ๋องถูกคลุมไว้เป็นชั้นๆ ราวกับหนอนสีขาว เขานอนเอนกายอยู่บนเตียง พูดหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก 

“ท่านอ๋อง ข้ามาดูอาการท่านแล้ว” 

เมื่อได้ยินเสียงคนพูด ฉู่จิ่งเหยาก็ลืมตาขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววที่ขุ่นมัวไร้เรี่ยวแรง แตกต่างจากที่เห็นครั้งที่ประตูเมืองเจาหยางอย่างสิ้นเชิง 

“เจ้าหรือ...หมอผี” 

ร่างของถังเฉียนสั่นเทาทันทีเมื่อได้ยิน แต่เพียงไม่นานนางก็สามารถสงบใจลงได้ นางเดินมาข้างกายท่านอ๋อง ตรวจชีพจรเขา ฉู่จิ่งเหยาดูการกระทำของนางแล้วแปลกใจ เขาจึงถามขึ้นว่า 

“เจ้าเป็นหมอผีหรือเป็นหมอหลวงกันแน่” 

คำพูดท่านอ๋องทำให้ถังเฉียนชักมือกลับทันที รีบอธิบายว่า 

“หมอผี ใช่ ข้าเป็นหมอผี!” 

ถังเฉียนพูดซ้ำ กลับเป็นคำพูดที่อยากกลบเกลื่อนแต่ได้ผลตรงกันข้าม ทว่าน้ำเสียงที่หนักแน่นของนาง ทำให้ฉู่จิ่งเหยายิ้มออก 

พอเขายิ้มก็กลับรู้สึกเจ็บแผล แต่พอเป็นเช่นนี้บรรยากาศจึงผ่อนคลายลงบ้าง และยังทำให้ถังเฉียนรู้สึกเกร็งน้อยลง นางยื่นมือออกไปอยากจะเปิดดูบาดแผลของเขาว่าฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง นางลงมือพร้อมกับถามว่า 

“ท่านอ๋อง ก่อนอื่น...” 

ถังเฉียนเพิ่งลุกขึ้นเตรียมจะลงมือ ทว่าก็ได้ยินคนร้องถามเสียงแหลมเล็ก 

“บังอาจ! ใครให้เจ้าเข้ามา ออกไปเดี๋ยวนี้!” 

จื่อเย่ว์โผล่หน้าออกมาจากหลังฉากกั้น ยกยารักษาแผลที่หมอหลวงเตรียมไว้ให้เข้ามา ถังเฉียนสะดุ้งเมื่อถูกนางตะคอกใส่ 

ถังเฉียนผงะถอยจนเท้าสะดุดเข้ากับม้านั่งจนล้มหงาย ชั่วพริบตานั้นฉู่จิ่งเหยาซึ่งบาดเจ็บอยู่ก็ยื่นมือออกมาประคองร่างของนางไว้ เพราะเขาออกแรงจึงทำให้บาดแผลถูกกระทบกระเทือน สีหน้าของฉู่จิ่งเหยาแสดงความเจ็บปวดออกมา 

“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” 

“ไม่ ไม่เป็นไร...” 

ฉู่จิ่งเหยากระแอมไอออกมาสองที มือไม้สั่นไหวเล็กน้อย ถังเฉียนรีบลุกยืนขึ้น แล้วมองดูฉู่จิ่งเหยาอีกครั้ง นางยืนอยู่ตรงนั้นอย่างกระอักกระอ่วน 

“ท่านอ๋องไม่เป็นไรใช่หรือไม่เพคะ”                                  

จื่อเย่ว์รีบเข้ามาประคองฉูจิ่งเหยา นางเลี่ยงการแตะถูกบาดแผลบนหลังฉูจิ่งเหยา พยุงให้เขานั่ง แล้วใช้ถ้วยเล็กๆ ตักน้ำโสมป้อนให้เขาดื่มเล็กน้อย 

จื่อเย่ว์หันหน้ามามองถังเฉียน ในแววตาเต็มไปด้วยความชิงชัง  

“ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก เจ้าทำให้บาดแผลของท่านอ๋องกระทบกระเทือน ต่อให้มีสิบชีวิตก็ทดแทนไม่ได้ ไสหัวไป!” 

ฉู่จิ่งเหยาไอออกมาด้วยความยากลำบาก ถังเฉียนรู้ตัวว่าตนเองได้ก่อเรื่องเดือดร้อนขึ้นแล้ว จึงเตรียมที่จะผละออกไป 

“เจ้าอยู่ก่อน!” 

ฉู่จิ่งเหยาพูดเพียงสามคำ จื่อเย่ว์จึงรีบบอกว่า 

“ท่านอ๋อง คนที่ไม่รู้กำพืดเช่นนี้จะปล่อยให้มารับใช้ใกล้ชิดไม่ได้นะเพคะ หากนางเกิดมีเจตนาร้ายแอบแฝงขึ้นมา แล้วจะทำอย่างไรเพคะ” 

ฉู่จิ่งหวังโบกมือแล้วเอ่ยว่า  

“ข้าย่อมจัดการได้ จื่อเย่ว์ เจ้าถอยไปก่อน” 

“ท่านอ๋อง ท่านอย่า...” 

“ข้าบอกให้เจ้าถอยไปก่อน!” 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น