หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 15 ถอดหน้ากาก

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ถอดหน้ากาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ถอดหน้ากาก
แบบอักษร

 

ข่าวที่ถังเฉียนปล่อยเด็กชายหญิงเหล่านั้นไม่จำเป็นที่นางต้องบอกเจิ้งจยาเฉิงด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้จื่อเย่ว์ก็คงเล่าให้เขาฟังเป็นตุเป็นตะแล้ว 

เมื่อเจิ้งจยาเฉิงมาหาถังเฉียนด้วยสีหน้าที่ดูเกรี้ยวกราด นางกลับนั่งนิ่งบนเตียง ภายใต้หน้ากากลายขาวดำนั้นใบหน้าของนางนองด้วยน้ำตา กัดฟันแน่นสะกดกลั้นเสียงตัวเองเอาไว้ 

มีชีวิตอยู่ ไม่ง่ายจริงๆ! 

“เหตุใดเจ้าถึงปล่อยเด็กพวกนั้นไปจนหมด รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ท่านอ๋องมีสภาพเยี่ยงไร เจ้า...” 

เจิ้งจยาเฉิงพูดพล่ามไม่หยุด เขาพุ่งเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว เคียดแค้นจนแทบอยากจะกินถังเฉียน 

เมื่อถังเฉียนเผชิญหน้ากับเขา นางก็ไม่กล้าทำอย่างที่ทำกับจื่อเย่ว์ นางเคยเห็นเจิ้งจยาเฉิงพูดขู่หมอผีตัวจริง ยกเว้นนางจะเป็นบ้าไปเสียแล้วจึงจะกล้าใช้ไม้แข็งชนกับไม้แข็ง 

เวลานี้ถึงถังเฉียนจะไม่ดัดเสียง แต่เสียงของนางก็แหบแห้งเป็นอย่างมาก นางเอ่ยปากพูดกับเจิ้งจยาเฉิงว่า 

“เวลานี้ข้าไม่ต้องการเด็กชายหญิงพวกนั้นแล้ว สถานการณ์เปลี่ยนไป ข้าต้องการเครื่องสังเวยอื่น” 

เจิ้งจยาเฉิงพูด 

“เจ้ายังไม่เห็นท่านอ๋อง เหตุใดจึงกล้าพูดเช่นนี้” 

ถังเฉียนตอบทันที 

“ตอนนั้นข้าเองที่เย็บบาดแผลให้ท่านอ๋อง แม้จะผ่านมาหลายวัน แต่ข้ารู้สภาพของท่านอ๋องดีกว่าใต้เท้าเจิ้ง อีกอย่างการใช้เด็กชายหญิงทำพิธีแต่งงานคนตายก็เพื่อขอยืมชีวิตจากเทพแมลงปีศาจ เวลานี้ผ่านช่วงเวลาที่ต้องทำพิธีนั้นไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ไสยเวทนี้แล้ว” 

เจิ้งจยาเฉิงฟังถังเฉียนพูด รู้สึกชัดเจนว่าเสียงของนางเปลี่ยนไป 

“เจ้าต่างจากครั้งก่อน แม้จะดัดเสียงเป็นคนแก่ แต่ข้าก็รู้สึกได้ว่าเวลานี้เจ้าเป็นตัวปลอม” 

เจิ้งจยาเฉิงยื่นมือออกไปหมายจะดึงหน้ากากถังเฉียนออก ถังเฉียนตกใจจนร่างแทบจะแข็งทื่อ แต่หวังหลงรีบมายืนอยู่ข้างหน้านางแล้วบอกว่า 

“ใต้เท้า หน้ากากของท่านหมอมิอาจถอดออกได้ นี่ถือเป็นข้อห้าม คนที่ดึงหน้ากากออกจะถูกวิญญาณของท่านหมอสาป จะต้องตายลงในทันที ตายแล้วยังตกนรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ใต้เท้าโปรดระวังด้วย” 

เจิ้งจยาเฉิงมองดูหวังหลง อยากจะระบายความโกรธเกรี้ยวใส่เขา แต่หวังหลงกับหวังหู่เป็นพี่น้องร่วมรบกับเขามาหลายปี ย่อมไม่ขัดขวางเขาเพราะเรื่องนี้แน่ 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” 

หวังหลงว่า “ใต้เท้า ดินแดนของเผ่าม้งต่างจากเจาหยาง เราควรคล้อยตามประเพณีของที่นี่ดีกว่าขอรับ ตามตำนานบอกว่าเบื้องหลังหน้ากากหมอผีคือภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแมลงปีศาจ ท่านหมอเคยแสดงฝีมือต่อหน้าพวกผู้น้อยแล้ว ผู้น้อยยินดีใช้ชีวิตรับประกันท่านหมอขอรับ” 

ถังเฉียนคิดไม่ถึงว่าหวังหลงจะช่วยเหลือนางเช่นนี้ นางไม่อยากจะเชื่อว่าก่อนหน้านี้นางปฏิบัติต่อเขาถึงเพียงนั้นแล้ว แต่ขณะนี้เขากลับเลือกที่จะปกป้องนาง 

“ใต้เท้า ได้โปรดอย่ายุ่งจะดีกว่า แค่หมอผีแก่ๆ คนหนึ่งมีอะไรน่าดูกัน ขอเพียงนางช่วยท่านอ๋องของเราได้ นางจะทำอะไรก็ตามใจนางเถอะ แต่หากทำไม่ได้ ก็เด็ดหัวนางซะ” 

หวังหู่ซึ่งอยู่ด้านหลังของเจิ้งจยาเฉิงก็ห้ามปรามเขาเช่นเดียวกับหวังหลง ถังเฉียนลูบคลำลำคอตัวเอง บอกว่าจะตัดหัวก็ตัดเลยหรือ นางจะผิดใจกับทหารพวกนี้ไม่ได้เสียแล้ว 

เดิมทีถังเฉียนคิดว่าหลังจากที่ตัวเองช่วยชีวิตท่านอ๋องแล้ว นางค่อยบอกความจริงแก่เขา แต่เมื่อได้ยินคำพูดขู่ของพวกเขา ความคิดที่จะให้ท่านอ๋องช่วยนั้น เกรงว่าถึงตอนนั้นนางคงกลัวเสียจนพูดไม่ออก 

“ย่อมได้ ตามใจพวกเจ้าก็แล้วกัน เจ้า ตามข้าไปพบท่านอ๋อง” 

ถังเฉียนไม่พูดอะไร พวกเขาคิดว่านางสงบเสงี่ยม ใครจะรู้ว่านางตกใจจนพูดอะไรไม่ออก คนพวกนี้อยู่ดีๆ ก็จะตัดศีรษะคน ถ้านางกล้าพูดสิถึงจะแปลก 

เจิ้งจยาเฉิงเองก็ไม่อยากแตะต้องตัวนาง ถังเฉียนเดินตามหลังมา ระหว่างทางปกติดี หลังจากท่านอ๋องถูกหามกลับมาพักฟื้นก็จัดให้อยู่บนชั้นสองของจวน 

เนื่องจากดินแดนเผ่าม้งมีอากาศร้อนชื้น เพื่อป้องกันไข้ป่าและโรคต่างๆ ผู้คนที่นี้จึงสร้างบ้านเรือนไว้บนที่สูง แบบแผนของที่นี่ก็คือคนที่อาศัยอยู่ยิ่งสูงก็ยิ่งมีฐานะสูงส่ง 

ถังเฉียนมีรูปร่างผอมบาง นางที่สวมชุดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของหมอผีจะเดินขึ้นชั้นสองต้องดึงชายกระโปรงด้านหน้าขึ้น มิฉะนั้นแล้วจะเหยียบเอาได้ มือสองข้างของนางก็จะถูกเผยให้เจิ้งจยาเฉิงเห็นได้ง่าย 

ทว่านับว่านางโชคดีนัก แม้การอ่านตำราของหญิงหมอผีจะไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่กลับทำให้นางเจอถุงมือคู่หนึ่ง เวลานี้นางแอบใส่ถุงมือแล้ว คนอื่นจึงไม่สามารถเห็นมือนางแล้วคาดเดาอายุนางได้ 

ถังเฉียนกำลังมองดูมือตัวเองด้วยความกระหยิ่มใจ 

เจิ้งจยาเฉิงหันมามอง เห็นนางยืนนิ่งจึงพูดเร่งเร้าขึ้น 

“รีบเดินหน่อย” 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น