หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 14 พิธีแต่งงานคนตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 พิธีแต่งงานคนตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 พิธีแต่งงานคนตาย
แบบอักษร

 

“เจ้าอยากจะปล่อยก็ปล่อยได้รึ หากท่านอ๋องเกิดเป็นอะไรไป เจ้าจะรับผิดชอบได้หรืออย่างไร” 

ถังเฉียนเพิ่งพูดจบก็มีเสียงแหลมเล็กถามขึ้นที่ด้านหลัง 

“ท่านอ๋องมีฐานะสูงส่ง ถ้าหากเจ้าไม่ทำตามที่หมอผีอย่างข้าบอก หากท่านอ๋องเป็นอะไรไป เจ้าก็รับผิดชอบได้หรือ” 

“เจ้า!” 

จื่อเย่ว์ชี้ไปที่ถังเฉียน อยากจะเถียงกลับ แต่เหมือนถูกผีบีบคอจนไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ นางคิดไม่ถึงว่าหญิงหมอผีผู้นี้จะพูดเก่งเช่นนี้ คำพูดนี้ก็ทำให้นางหมดทางถอย 

“ที่นี่คือจวนจินซิวอ๋อง เก็บฐานะที่สูงศักดิ์ของเจ้าไว้ ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าต้องการเด็กชายหญิง เวลานี้ก็หามาให้แล้ว แต่เจ้าก็กลับบอกว่าไม่ใช้แล้ว เทพแมลงปีศาจของพวกเจ้ารังเกียจหมอผีที่พูดจากลับกลอกอย่างเจ้าที่สุด ระวังเทพที่เจ้าเคารพจะฉีกเนื้อเจ้า...” 

มือของถังเฉียนสั่นเทาเล็กน้อย นางรู้สึกได้ว่าอารมณ์ชิงชังกำลังเดือดพล่านในร่างของตนเอง นางมองดูจื่อเย่ว์ตรงหน้า ความรู้สึกอยากฆ่าก็เริ่มผุดขึ้นในใจ 

แต่ถังเฉียนไม่ยอมปล่อยให้ตนถูกความรู้สึกชิงชังและอารมณ์ด้านลบเช่นนี้ครอบงำ 

“แม่นางจื่อเย่ว์ แต่ละวันล้วนเปลี่ยนแปลงต่างจากเมื่อวาน โปรดจำไว้ ไม่ว่าข้าต้องการชีวิตเด็กพวกนี้ หรือต้องการชีวิตแม่นางอย่างเจ้า ก็ขึ้นอยู่กับคำพูดประโยคเดียวของข้าเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดเจ้าก็จงจดจำฐานะของตัวเจ้าเองไว้ด้วย” 

ถังเฉียนแกล้งแสดงอำนาจ ขณะนี้นางจะก้มหัวให้ใครไม่ได้เด็ดขาด เพราะคำพูดนางเพียงแค่ประโยคเดียวก็สามารถตัดสินความเป็นความตายของคนมากมาย ไม่ว่านาง หรือถังอวิ๋นและคนอื่นๆ 

“เจ้า จงจำคำข้าไว้” 

จื่อเย่ว์ถูกถังเฉียนขู่ ในใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้น นางไม่ยอมปล่อยถังเฉียนไปเช่นนี้แน่ แต่ถังเฉียนก็พูดถูก ตอนนี้เจิ้งจยาเฉิงเชื่อมั่นในตัวถังเฉียน หากถังเฉียนบอกว่าให้ถวายตัวนางเพื่อสังเวย เจิ้งจยาเฉิงก็คงต้องจับนางมัดด้วยมือของเขาเอง ก่อนที่จะส่งขึ้นแท่นสังเวยเป็นแน่ 

จื่อเย่ว์ไปแล้ว ถังเฉียนมองดูคนที่นี่แล้วเอ่ยว่า 

“บนร่างของเด็กมีไอขุ่นมัว รอให้ข้าช่วยกำจัดไอร้ายนี้ให้เด็กก่อน แล้วค่อยปล่อยพวกเขาไป” 

หวังหลงกับหวังหู่สบตากัน ต่างไม่เข้าใจความหมายที่ถังเฉียนพูด 

“ยังไม่ออกไปอีก!” 

“ขอรับๆ!” 

ถังเฉียนตวาดขึ้น ทั้งสองคนจึงวิ่งกุลีกุจอออกไปปิดประตูแล้วคอยเฝ้าประตูให้ถังเฉียน ถังเฉียนคิดอยากจะถอดหน้ากากออกแล้วถามเด็กเหล่านี้ว่าน้องสาวตนอยู่ที่ใด แต่ฐานะของนางนั้นก็เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก หากเผยตัวตนให้เด็กพวกนี้รู้ เช่นนั้นอาจนำภัยมาสู่เด็กๆ ได้ 

ยิ่งรู้น้อยคนยิ่งดี! 

“บอกข้ามา เด็กผู้หญิงสกุลถังสามคนนั้นอยู่ที่ไหน” 

เด็กหลายคนนั่งเกาะกลุ่มกัน ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา ดวงตาสดใสแต่ละคู่จ้องมองหน้ากากที่น่ากลัวของถังเฉียน สะอื้นไห้ไม่กล้าเอ่ยปาก 

“ใครบอกข้าก่อน ข้าจะให้ของอร่อยกิน แล้วจะปล่อยกลับบ้านด้วย” 

“กลับบ้าน กลับบ้านได้หรือ...” 

“มีของกินแล้ว ในที่สุดก็มีของกินแล้ว” 

เด็กๆ นั้นถูกหลอกง่าย คำพูดแค่เพียงสองประโยคก็ทำให้ลดความระวังลง 

“พี่ใหญ่สกุลถังถูกหมอผีพาตัวไป น้องรองกับน้องสามถูกผู้คุมพาตัวไป ยังไม่กลับมา ผู้คุมบอกว่าน้องสามตายเพราะไข้ป่าแล้ว” 

ตายแล้ว? 

ถังเฉียนได้ยินก็แทบยืนไม่อยู่ นางแน่ใจว่านางช่วยชีวิตถังอวิ๋นแล้ว แล้วน้องตายได้อย่างไร น้องไม่น่าตาย เป็นไปไม่ได้ 

“ฝังไว้ที่ใด” 

เด็กคนนั้นพูดเสียงสะอื้น 

“ที่เนินดินทางโน้น” 

พอถังเฉียนถามจบ เด็กคนนั้นก็ถามขึ้นว่า 

“ท่านหมอ พวกเราจะมีข้าวกิน จะได้กลับบ้านจริงๆ หรือ” 

ถังเฉียนอยากจะพยักหน้าลง แต่เกรงว่าหน้ากากจะร่วงลงมา นางอยากนั่งยองๆ ลงร้องไห้บ้าง แต่ก็เกรงว่าฐานะตัวเองจะถูกเปิดเผย ตัวนางจะกลายเป็นเครื่องสังเวยถูกมัดบนแท่นบูชา 

ราวกับมีไฟสีดำที่ไร้ขอบเขตห้อมล้อมตัวนางไว้ กำลังกลืนกินนาง 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น