หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 12 จวนจินซิวอ๋อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 จวนจินซิวอ๋อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 จวนจินซิวอ๋อง
แบบอักษร

 

ถังเฉียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะก้าวถอยหลังไปอีกจนบังเอิญชนเข้ากับร่างของเถิงเฟิง ถังเฉียนก็พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบในทันที พลางคิดในใจว่า นางจะให้ทหารพวกนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้! 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ถังเฉียนจึงเอ่ยออกมาในทันที  

“พวกเจ้าไปเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าได้โทษว่าข้าเสียมารยาท” 

ทหารชุดดำสองนายมองหน้าสบตากัน แล้วชักดาบออกมาก่อนจะพูดกับถังเฉียนว่า  

“หากท่านหมอไม่ไป เราสองพี่น้องก็มิอาจบรรลุหน้าที่ ท่านอ๋องปกครองเหล่าทหารอย่างเข้มงวด เราสองคนกลับไปก็ตายอยู่ดี สู้ตายที่นี่ต่อหน้าท่านหมอเสียดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คนในครอบครัวพลอยเดือดร้อนไปด้วย” 

ถังเฉียนตกตะลึง คิดอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องไม่ยอม แต่คาดไม่ถึงว่าทั้งสองกลับยกดาบขึ้นพาดที่ลำคอตนเอง ดูแล้วทหารสองคนนี้ก็ไม่ได้เสแสร้ง ถังเฉียนไม่กล้าทำให้ใครต้องตายอีก จึงรีบเข้าไปขวางแล้วบอกว่า  

“ข้าจะไป ข้าจะไป พอใจหรือยัง” 

ทหารทั้งสองพูดด้วยความดีใจ  

“หวังหลง หวังหู่ขอขอบคุณท่านหมอ ท่านเป็นเสมือนพ่อแม่ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เราทั้งสองคน” 

ถังเฉียนพูดออกไปเพราะความร้อนใจ พอเห็นพวกเขาก้มลงคารวะ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากกลับเบ้ออกเล็กน้อย นางก็นึกอยากจะเย็บปากตัวเองยิ่งนัก 

เมื่อถังเฉียนรับปากแล้วจึงต้องไป นางให้หวังหลงและหวังหู่เก็บสัมภาระและตำราของหมอผี แล้วนั่งเกี้ยวไม้ไผ่เข้าไปในจวนจินซิวอ๋อง 

บรรดาศักดิ์ของฉู่จิ่งเหยาไม่เปลี่ยน เมื่อเขามาถึง เรือนใหญ่ในจวนที่ทำการเมืองหล่งชวนจึงกลายเป็นวังที่ประทับ เป็นเรือนสีดำสร้างด้วยไม้ไผ่ กำแพงสีเทา แลดูวังเวง มีเพียงเสาลงรักสีแดงสองต้นที่ประตู มีป้ายเขียนว่าจวนอ๋อง กลับดูน่าสนใจ 

“ประตูดูโอ่อ่ามาก” 

ถังเฉียนมองผ่านช่องตาของหน้ากากก็เห็นจวนอ๋องที่ดูยิ่งใหญ่และเรียบง่าย เพิ่งพูดแสดงความประทับใจออกมาก็ฉุกคิดได้ว่า “ไม่รู้ว่าเวยเอ๋อร์กับอวิ๋นเอ๋อร์จะเป็นอย่างไรบ้าง และก็เถิงเฟิงอีกคน...” 

ถังเฉียนสั่นศีรษะ ขณะนี้คนที่นางต้องเป็นห่วงมากกว่าก็คือตัวนางเอง ถ้าหากนางถูกเปิดเผยตัวตนออกไปแล้วก็ไม่รู้ว่าท่านอ๋องจะฆ่านางหรือไม่ 

“ใครกัน เหตุใดจึงวางท่าใหญ่โตถึงเพียงนี้” 

ถังเฉียนได้ยินข้างหน้ามีคนถามขึ้น ก็นั่งตัวตรง หันไปมองหญิงสาวในชุดสีม่วงข้างหน้า นางมีรูปร่างสมส่วน แขนขาแข็งแรง ท่าทางสุขุมรอบคอบ ดูแล้วนางก็มีสภาพร่างกายที่ดี ทำงานเป็นประจำและน่าจะมีวรยุทธ์ เห็นนางสามารถยืนขวางหวังหลงได้ ก็น่าจะเป็นสาวใช้ที่มีฐานะพิเศษในจวนอ๋อง 

เมื่อมองดูปิ่นปักผมไข่มุกบนศีรษะนาง รวมทั้งต่างหูมุกแล้ว นางคงจะเป็นสาวใช้ขางกายของท่านอ๋องไม่ผิดแน่ ไม่แปลกที่นางจะพูดด้วยท่าทางขึงขังเช่นนี้ 

“แม่นางจื่อเย่ว์ ผู้นี้คือท่านหมอที่ช่วยชีวิตท่านอ๋อง ในเผ่าม้งหมอผีมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังค่อนข้างสูงวัย เพราะเช่นนั้นเราถึงได้หามเกี้ยวเข้ามา นี่ก็เพื่อจะได้พาท่านหมอไปพบท่านอ๋องเร็วขึ้นมิใช่หรือ” 

“แม่นางจื่อเย่ว์โปรดอย่าทำให้ท่านหมอไม่พอใจเชียว ท่านหมอนาง...” 

จากนั้นก็พูดเสียงเบาอีกสองสามประโยค ดูท่าพวกเขาคงจะรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้แม่นางจื่อเย่ว์รับรู้ เมื่อจื่อเย่ว์มองดูถังเฉียนตรงหน้าอีกครั้ง ท่าทีหยิ่งผยองจึงลดลง แต่ก็ยังพูดอย่างไม่ยอมอ่อนข้อว่า 

“เข้ามาในจวนอ๋องแล้ว ไม่ว่ายามปกติจะหยิ่งผยองเพียงใดก็เป็นแค่หมอคนหนึ่งเท่านั้น หากอยู่ที่เจาหยาง ต่อให้เป็นหมอหลวงในวัง เมื่อพบท่านอ๋องก็เป็นเพียงแค่บ่าวไพร่” 

ถังเฉียนได้ยินที่จื่อเย่ว์พูดก็นับว่ายังดีที่เป็นนาง เพราะหากเปลี่ยนเป็นหมอผีที่อยู่ที่นี่คงจะฟาดนางด้วยไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ โกรธจนเล่นงานจื่อเย่ว์ถึงตายแล้ว นิสัยใจคอของหมอผีเผ่าม้งก็เป็นเรื่องยากจะคาดเดาได้ ในร่างหมอผีเหล่านี้มีพลังวิเศษที่ได้รับมาจากสวรรค์ สำหรับคนธรรมดาสามัญอย่างถังเฉียนแล้วถือว่าสูงส่งสุดที่จะประมาณ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มิอาจลบหลู่ 

แม้ว่าหญิงหมอผีจะนิสัยใจคอโหดร้าย แต่ถังเฉียนก็เคยเห็นฝีมือของนางแล้ว อย่างน้อยถังเฉียนเองก็ไม่มีความสามารถเยี่ยงนั้น ย่อมรู้สึกเคารพอยู่บ้าง 

“แม่นางใจกล้ามาก พวกเราก็ยังไม่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ แม่นางจัดห้องให้ท่านหมอเถอะ” 

“ยกเกี้ยวไปที่เรือนตะวันตก” 

ถังเฉียนนั่งในเกี้ยวคันเล็กที่แกว่งไปแกว่งมาเคลื่อนผ่านหน้าจื่อเย่ว์ไป ยามที่ถังเฉียนผ่านตัวจื่อเย่ว์ก็ได้กลิ่นหญ้าไอ้เฉ่าจางๆ จากตัวนาง 

ถ้านางเป็นสาวใช้ข้างกายท่านอ๋อง แสดงว่าท่านอ๋องก็คงใช้หญ้าไอ้เฉ่าห้ามเลือด เพิ่งจะได้สัมผัสก็ทำให้ถังเฉียนมีความประทับใจแรกต่อท่านอ๋องและจวนอ๋อง 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น