ผมนี่แหละโลลิค่อน
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 โรโรโนอา โซโร

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 โรโรโนอา โซโร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562 07:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 โรโรโนอา โซโร
แบบอักษร

"นั่นใคร ?"

 

 

 

เด็กชายวัย 6 ปีหันไปมองประตูทางเข้าโรงฝึก เจ้าตัวจดจ้องเด็กหญิงและเด็กชายที่กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทีมาดมั่น คุอินะขมวดคิ้วเหล่มองเด็กชายผมเขียวมอสด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

 

 

 

"นายเป็นใครถึงกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่ ?"คุอินะถามด้วยน้ำเสียงแกมข่มขู่

 

 

 

"ฉันโรโรโนอา โซโร มาทำลายสำนักแห่งนี้แล้วเธอกับเจ้าตาบอดนั่นละเป็นใคร ?"

 

 

 

"ตาบอด ? ฮาๆ พี่อิซายะตาบอดหรอฮ่าๆ"

 

 

 

ตอนนี้เด็กในสำนักต่างไร้ความตึงเครียดทันทีที่อิซายะและคุอินะกลับมา อย่างไรทั้งสองก็เป็นถึงสุดยอดนักดาบที่พวกเขาชื่นชมและยกย่องให้เป็นไอดอลของพวกเขา

 

 

 

"มาท้าดวลสินะ คุอินะลองสู้กับเขาดูสิ"

 

 

 

แม้จะถูกเรียกว่าชายตาบอดแต่อิซายะก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะอย่างไรตัวเขาก็ไม่ได้ตาบอดเสียหน่อยจึงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเด็กติ๊งต๊องบ้าบออย่างโซโร

 

 

 

"เอ๋ ทำหนูต้องมาดวลกับเจ้าเปี๊ยกที่ไม่รู้วิถีดาบด้วยละ ?"คุอินะกล่าวอย่างไม่พอใจโดยไม่สนสีหน้าบิดเบี้ยวของโซโร

 

 

 

"เอาหน่า พี่รู้สึกสนใจในตัวเขา"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว หนูต้องอ่อนให้เขาไหม"

 

 

 

"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงยัยขี้เหล่!"

 

 

 

โซโรถึงกับฟิวขาดเขาเริ่มกระซับดาบชิไนสองอันขึ้นมาและทั้งท่านิโตริวหรือกระบวนท่าดาบสองมือ แม้ว่าท่าทางจะดูมั่วซั่วไร้สาระ แต่สายตาของเจ้าตัวกับมั่นคงจนแม้แต่คุอินะยังรู้สึกเลือดร้อน

 

 

 

"ดี จากนี้ถ้านายแพ้นายจะต้องมาเป็นลูกศิษย์ของที่นี่"

 

 

 

คุุอินะกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันมองพี่ชายของเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงสนใจเจ้าเด็กหัวมอสตรงหน้า เพราะเจ้านี่เป็นคนที่มีสายตามุ่งมั่นมาก

 

 

 

"แล้วถ้าเธอแพ้ละ ?"

 

 

 

"ไม่มีวัน"

 

 

 

ปัก!!

 

 

 

โซโรยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกปลายดาบชิไนฟาดเข้าที่กลางศีรษะอย่างเต็มแรง เจ้าตัวนำมือกุมหัวและร้องอวดครวญอย่างน่าสงสาร แม้คุอินะจะเป็นเพียงเด็กหญิงแต่เธอก็ฝึกกับอิซายะมานานทำให้เธอมีเทคนิคมากมายที่จะต่อกรกับเด็กผู้ชาย

 

 

 

"อิปปง คุอินะ ชนะ!"

 

 

 

"อูยยย~ อะไรกันทำไมยัยขี้เหล่ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไม ทำไม"

 

 

 

โซโรกรีดร้องเขาเคยมั่นใจว่าตัวเองแข็งแกรงกว่าคนทั่วไปรวมถึงผู้ใหญ่บางคน ขนาดเด็กที่เรียนวิชาดาบในสำนักนี้ยังพ่ายแพ้ตน แต่ทำไมเด็กหญิงที่ควรอ่อนแอถึงแข็งแกร่งแบบนี้

 

 

 

"เฮ้อ~ก็เพราะว่านายยังไม่ได้เรียนพื้นฐานวิชาดาบยังไงละ คุอินะเธอฝึกฝนดาบทุกวันตั้งแต่เช้าจดเย็นเริ่มขึ้นเมื่อเธออายุ 3 ขวบแล้วคนอย่างนายที่ไม่รู้แม้แต่พื้นฐานการจับดาบจะมาเป็นคู่ต่อสู้กับเธอได้ยังไง"

 

 

 

อิซายะส่ายหัวก่อนจะเดินเข้าไปหลังบ้านเพื่อจัดเตรียมอาหารให้คนในสำนักโดยไม่สนใจโซโรที่กำลังนั่งคิดตามคำพูดของเขา ดูท่าเด็กคนนี้จะไม่ได้งี่เง่าอย่างที่เห็นภายนอก ช่างเป็นคนที่น่าสนใจ

 

 

 

ส่วนคุอินะเมื่อชนะก็เหล่มองโซโรเล็กน้อยก่อนจะวิ่งตามอิซายะเข้าไปเตรียมอาหารอย่างรู้งาน เพราะเธอทำงานนี้มานานโดยไม่ขาด

 

 

 

"จากนี้ไปฉันจะเอาชนะยัยขี้เหล่ให้ได้ และฉันจะเอาชนะเจ้าตาบอดนั่นด้วย!!"

 

 

 

คำพูดที่ดูจริงจังทำให้เด็กในสำนักต่างหัวเราะเยาะเย้ยโซโร มีเพียงผู้อาวุโสและโคชิโร่เท่านั้นที่มองเห็นออร่าแปลกๆรอบตัวของเด็กชายหัวมอส ใช่ออร่าแห่งความมุ่งมั่น

 

 

 

คนแบบโซโรถ้าถูกลิขิตให้เดินเส้นทางสายไหนก็จะแข็งแกร่งจนติดอันดับท็อปบนโลกอย่างแน่นอน ด้วยออร่าแห่งพรแสวงที่มากล้นและพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นในตัวเขา ราวกับเพชรที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียรไน

 

 

 

ขอเพียงใครสักคนสอนถึงรากฐานที่ดีเชื่อได้เลยว่าชายคนนี้จะแข็งแกร่งจนน่าหวาดหวั่นอย่างแน่นอน ในต้นฉบับโคชิโร่สอนพื้นฐานให้โซโรแค่บางส่วนเท่านั้น ช่วงเด็กโซโรค่อนข้างดื้อรั้นและมักจะแอบไปฝึกคนเดียวเสมอรากฐานจึงด้อยไปบ้าง มีเพียงพละกำลังแขนที่เยี่ยมยอด แต่คราวนี้ต้องแตกต่างไปจากเดิมแน่นอน

 

 

 

หลังจากการดวลจบลงสำนักได้รับโซโรผู้หลงทางเข้ามาในสำนัก ซึ่งมันก็เป็นช่วงเย็นพอดิบพอดี แต่อิซายะก็ไม่ได้สนใจและนำสำรับกับข้าวกับปลาเมื้อเย็นไปแจกจ่ายเหล่าศิษย์ พอเสร็จแล้วก็กลับมาที่ห้องวันนี้เขาคิดจะพักไม่ซ้อมในช่วงดึก

 

 

 

"สามปีมานี้เราไม่ได้ใส่ใจระบบเลย แต่ที่เรารู้ที่ร่างกายเราฟื้นฟูได้ดี ก็เพราะเส้นทางแรกถูกเปิดออก"

 

 

 

ตัวอิซายะไม่ได้ใส่ใจเลขสถานะเพราะแม้เขาจะพิชิตลูกศิษย์ในโรงฝึกไปหลายคนแต่ก็ไม่ได้แต้มมาสักแต้ม เนื่องจากสถานะของเขาตลอดสามปีมานี้ไม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และนี่ก็เป็นแผนที่เขาวางไว้ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจ

 

 

 

และหันไปใส่ใจจออินเตอร์เฟส ของหกเส้นทาง ดวงตาที่ปิดมาตลอดสามปีค่อยๆ เปิดขึ้น นัยน์ตาสีทองสองสว่างดุจดวงดาวมีประกายสายฟ้าแล้นผ่านไปมาจดจ้องมองไปที่หน้าจอ

 

 

 

หกเส้นทางแห่งชูร่า

 

วิถีเดรัจฉาน(เปิด)

 

-ฟื้นสภาพความเร็วสูง (ภายนอก) [ Lv.8 ]

 

-พละกำลังของสัตว์เดรัจฉาน [ Lv.0 ]

 

 

 

"เส้นทางนี้ถูกเปิดออกอย่างเต็มที่ ระดับเส้นทางย่อยยังเปิดได้ไม่เต็มที่"

 

 

 

แต่แค่นี้ก็ทำให้ปัจจุบันเขากลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พอใจเขาจึงปิดจออินเตอร์เฟสของหกเส้นทางและหันไปใส่ใจกับสกิลเฉพาะของโลกนี้ ซึ่งมีวิชาที่เขาสนใจเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน

 

 

 

วิชาโรคุชิกิ ของกองทัพเรือที่เขาอยากได้ก็คือหนึ่งในหกวิชาที่เน้นไปที่ด้านการเคลื่อนที่ นั้นก็คือโซรุ(Soru) เป็นสกิลที่เคลื่อนไหวออกไปด้วยความเร็วสูง

 

 

 

ซึ่งสามปีผ่านมามันเป็นที่น่าพึงพอใจมากเมื่อในจออินเตอร์เฟสของเขามีแสงสีเขียวในหมวดเทคนิคโรคุชิกิทั้งหกวิชา หรือก็คือเขาสามารถเปิดเรียนได้แล้วขอเพียงแค่มีสกิลพ้อย

 

 

 

"น่าเสียดายที่สกิลพ้อยหาได้จากการพิชิตและสังหาร"

 

 

 

บนเกาะนี้เขาไม่ทราบว่ามีสัตว์ป่าหรือไม่ เพราะเขาไม่เคยเจอสัตว์ป่าเลยสักตัว ถ้ามีเขาอาจจะเริ่มฝึกหกเส้นทางวิถีเดรัจฉานที่เน้นไปในด้านการศึกษารูปแบบของสัตว์เดรัจฉาน

 

 

 

ขอเพียงแค่เขาหาเหล่าสัตว์ป่าในหมวดเดรัจฉานมาคัดลอกและเข้าใจในวิถีของพวกมันระดับพละกำลังของเขาคงเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

 

 

 

สายตาเหล่มองอีกครั้งเขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อพบว่าในหมวดสกิลในโลกนี้เขาสามารถเรียนได้ทั้งหมดแล้ว แม้กระทั่งฮาคิเกราะ หรือฮาคิราชันย์ผู้ชิต ขอเพียงแค่มีพ้อยสกิลเขาก็สามารถเรียนได้ทันที

 

 

 

"ไม่! เราจะให้มันตื่นขึ้นมาด้วยตนเอง"

 

 

 

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนี่คือคำสอนที่ตระกูลของเขานั้นยึดมั่น เขาจึงไม่คิดจะพึ่งพาระบบให้มากเกินเขาจะใช้มันก็ต่อเมื่อหลังจากออกเดินทางเพื่อพิชิตโลกใบนี้และกลายเป็นนักดาบอันดับหนึ่งของโลก

 

 

 

มุมปากมีรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อยามวาดฝัน ดวงตาค่อยๆปิดตัวลงและเขาก็เริ่มปลดปล่อยฮาคิสังเกตุการณ์ออก ผ่านไปสามปีฮาคิสังเกตุการณ์หรือเค็นบุนโชคุ ฮาคินั้นเติบโตไปในระดับที่สูง แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับเอเนลแต่ก็คงอีกสักสองสามปีที่เขาจะมีฮาคิสังเกตุกาณ์เปิดครอบคุมทั่วทั้งเกาะ

 

 

 

ด้วยผลสายฟ้าแม้จะไม่ทำให้เขากลายเป็นสายฟ้าเช่นพวกโลเกียแต่ก็ยังทำให้เขาสามารถปล่อยคลื่นสายฟ้าเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กออกมาผสานฮาคิเทำให้เกิดเป็นพลังคลื่นพลังคล้ายคลื่นวิทยุในอากาศ ดังนั้นเขาจึงสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แตกต่างจากฮาคิสังเกตุการณ์ทั่วๆไป

 

 

 

501...503...580...600...700

 

 

 

เสียงตะโกนที่คุ้นเคยดังเข้ามาผ่านฮาคิ ทำให้อิซายะยิ้มเล็กน้อยดวงตาของเขาค่อยๆปิดตัวลงเขาหยิบนารุคามิบนเตียงแขวนที่ข้างเอวและเดินออกไปตามเส้นเสียงและสัมผัสที่เขาได้รับ ด้วยฮาคิสังเกตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับฟูจิโทระว่าที่พลเรือเอกทำให้เขาที่เดินปิดตาสามารถรับรู้ที่อยู่ของต้นเสียงที่ดังออกมา

 

 

 

วิช!!

 

 

 

"1000! แฮกๆ"

 

 

 

ตุบ

 

 

 

เสียงหอบหายใจดังสนั่นทั่วทั้งป่าอิซายะที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มจดจ้องมองยามที่เด็กชายฟันดาบก็ได้แต่ส่ายหัว แม้โซโรจะขยันแต่พื้นฐานดาบของเขาอ่อนแอเกินไป

 

 

 

"พรุ่งนี้ฉันจะท้ายัยขี้เหล่และเจ้าคนตาบอด คราวนี้ฉันต้องชนะ!!"เสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้อิซายะเกือบหลุดขำ หวดอากาศแค่พันครั้งจะชนะพวกเขา คิดง่ายเกินไปแล้ว

 

 

 

"เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกนะโรโรโนอา โซโร"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

"โอ้มาพอดีเลยเจ้าตาบอดมาสู้กัน !!"

 

 

 

"ไม่ละ ด้วยการหวดอากาศมั่วๆซั่วๆแบบนั้นไม่ทำให้นายชนะพวกเราได้หรอกนะโซโร ตอนที่นายชนะเด็กคนอื่นในโรงฝึกได้ก็เพราะพละกำลังที่มากเกินวัย ทว่าน่าเสียดายที่พละกำลังเพียวๆใช้กับนักดาบไม่ได้ นายยังไม่เข้าใจในวิถีดาบพื้นฐาน สิ่งแรกที่นายต้องระวังในตัวนักดาบก็คือ..."

 

 

 

ชิ้งงงง!!!

 

 

 

ชึบ

 

 

 

โซโรมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า ต้นไม้สี่ห้าต้นในระยะข้างเคียงกลายเป็นเศษลูกบาศทรงสี่เหลี่ยมในขนาดเท่ากันเกือบทั้งหมด เจ้าตัวเหล่ตามองไปที่ดาบในมือของอิซายะและก็เข้าใจในยามดาบถูกเก็บเข้าไปในฝัก

 

 

 

"นะ นี่คือนักดาบตัวจริง ?"

 

 

 

"ก็ใช่ ส่วนวิชาเมื่อกี้ที่เราใช้คืออิไอ เป็นเพลงดาบที่เน้นไปในด้านความเร็วในการฟาดฟัน ไม่เน้นการปะทะ เป็นหนึ่งในวิถีแห่งดาบ และนี่เป็นผลจากการฝึกซ้อมมาตลอด ชีวิตของเรา"

 

 

 

"ตลอดชีวิต..."

 

 

 

"ถ้านายอยากชนะพวกเรา ก่อนอื่นนายต้องเรียนรู้พื้นฐานของดาบก่อน อย่าเร่งรีบ คนเราต้องพึ่งพาตัวเราและจิตวิญญาณของเราเอง และเมื่อนายมีดาบอย่าคิดว่าดาบเป็นแค่ตัวช่วยที่ทำให้เราเก่ง สำหรับนักดาบดาบนั้นคือสหายที่ดีที่สุดของเราในสนามรบ มันเชื่อถือได้เสมอ เหมือนดาบในมือของเรานารุคามิ"

 

 

 

อิซายะลูบฝักดาบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดตาและจ้องมองโซโรด้วยท่าทีตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด หลังจากนี้เขาจะวางแผนสอนโซโรเพื่อให้เจ้าตัวกลายมาเป็นคู่แข่งให้เขาอีกคน รอให้เจ้าหมอนี่เก่งเขาก็จะมีตัวช่วยฝึกให้เขา มีทั้งคุอินะและโซโรถ้าทั้งคู่รวมกันเพื่อต่อสู้กับเขาแค่คิดก็เลือดในกายก็ร้อนระอุเดือดพล่านแล้ว

 

 

 

'ไม่มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อฉันก็ไม่มีวันพัฒนา'

 

 

 

 

"นะ นายไม่ได้ตาบอด ?"

 

 

 

"ไม่นี่เป็นการฝึกใช้สัมผัสที่หก ตลอดสามปีมานี้เราไม่เคยเปิดตา และเราจะเปิดตามองก็ต่อเมื่อพบเจอสิ่งที่น่าสนใจ เอาละถ้านายอยากแข็งแกร่งขึ้น พรุ่งนี้ตีห้ามาที่โรงฝึกเราจะสอนพื้นฐานให้นายเอง"

 

 

 

กล่าวจบอิซายะก็หลับตาและเดินจากไป เขาทิ้งให้โซโรนั่งมองเขาด้วยท่าทีสั่นไหว ไม่ต้องดูก็รู้เมื่อเช้ารุ่งขึ้นเจ้าหมอนี่ต้องมาอย่างแน่นอนเพราะจิตวิญญาณที่เขาสัมผัสได้มันบอกว่าชายคนนี้ต้องมาอย่างแน่นอน

 

 

 

"หลังจากนี้คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี"

 

 

 

ในช่วงตีห้าหลังจากที่ล้างหน้าล้างตาอิซายะก็เดินไปที่โรงฝึก และเขาก็พบว่ามีเด็กชายหัวมอสในชุดกาฮามะแขนกุดดำยืนรออยู่เขาพยักหน้าให้เด็กชายก่อนจะพาเจ้าตัวเดินเข้าไปในป่า

 

 

 

"นะ นา พี่จะพาฉันไปไหน ?"เมื่อเห็นว่ากำลังเดินเข้ามาในป่าโซโรก็ถามอย่างสงสัย แถมน้ำเสียงและสรรพนามในการเรียกใช้ก็ดูจะเปลี่ยนไปด้วย

 

 

 

"ตามมาเดี๋ยวก็รู้เอง"

 

 

 

อิซายะยิ้มและพาโซโรเดินไปยังสถานที่ฝึกซ้อมประจำของเขา ที่แห่งนี้แม้แต่คุอินะก็ไม่เคยมา นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาพาคนอื่นมา พอโซโรเห็นสถานที่ก็แปลกใจที่เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยเห็น

 

 

 

"เอาละที่แห่งนี้จะกลายเป็นของนายในอนาคต เมื่อเราออกเดินทางแต่ก่อนอื่นมาเริ่มฝึกกันดีกว่า"

 

 

 

โซโรมองสถานที่โดยรอบก่อนพยัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น