ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 76 หนึ่งปีผ่านไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 76 หนึ่งปีผ่านไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562 07:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 76 หนึ่งปีผ่านไป
แบบอักษร

และแล้วแผนทำลายสะพานคันนากิก็ลุล่วงก่อนเวลาถึงสามปีถ้านับตามเวลาต้นฉบับ อิวะงาคุเระที่พลาดท่าให้แก่ทีมมินาโตะและทีมยาตะคาราสุในการปกป้องสะพานพากันถอนกำลังออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

 

 

 

เนื่องจากผู้นำหมู่บ้านคุโมะงาคุเระคนใหม่หรือไรคาเงะรุ่นที่สี่ได้บุกที่ตั้งของหมู่บ้านอิวะทั้งยังสังหารนินจามากฝีมือส่วนใหญ่ไปเป็นจำนวนมาก โอโนกิจึงได้แต่จำยอมถอนกำลังจากสะพานคันนากิและพาทุกคนกลับไปปกป้องหมู่บ้านของตนเอง 

 

 

 

ส่วนทางด้านกลุ่มทีมทำลายสะพานจากหมู่บ้านโคโนฮะก็มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเช่นกัน อุจิวะ ทาคามิผู้เป็นเพื่อนนินจาในรุ่นเดียวกับชิซุยเสียชีวิตลงจากการปะทะกับสถิตร่างหกหาง ด้วยเหตุนี้เองทำให้อุจิวะ ชิซุยผ่านเงื่อนไขการเบิกเนตรวงแหวนกระวงเงาหมื่นบุปผาได้และเปิดใช้เทพต่างสวรรค์ใส่ศัตรู

 

 

 

โดยไม่มีใครทราบเลยว่าศพของอุจิวะ ทาคามิที่หายหลังจากเสียชีวิตไปถูกคาซึยะเก็บไว้เป็นอย่างดีที่ชั้นใต้ดินในห้องทดลอง ไหนจะวิญญาณบางส่วนที่ถูกกักเก็บไว้ในร่างกายของราชานรก เพื่อรอวันคืนชีพให้กับทาคามิหลังจากนี้

 

 

 

ปัจจุบันสงครามเริ่มซบเซาลงทุกวัน ทว่าชื่อเสียงของนินจาผู้แข็งแกร่งจากแคว้นอื่นๆเริ่มแพร่กระจายไปตามหมู่บ้านอื่นๆอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่ง โดยเฉพาะชื่อเสียงของคาซึยะที่โด่งดังมากเป็นพิเศษ 

 

 

 

เพราะเขาคือผู้สังหารไรคาเงะรุ่นสามหรือหอกและโล่ที่แข็งแกร่ง ทั้งยังสังหารหมู่กองทัพนินจาจากหมู่บ้านคุโมะในจำนวนหนึ่งพันแปดร้อยเก้าสิบแปดคนด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว

 

 

 

จนเขาได้ฉายามาเพิ่มอีกหนึ่งนั่นก็คืออาชูร่าเพราะในวันที่เขาสังหารหมู่นินจาคุโมะ มีข่าวลือด้านความชั่วร้ายอำมหิตของเขาหลุดออกไป ไม่ว่าจะการสังหารคนแบบอำมหิต โยนศพเพื่อสร้างภูเขาที่นั่ง ทั้งยังตัดหัวเสียบศีรษะนินจาเกือบสองพันประจานอย่างโหดร้ายทำให้เขาได้รับฉายานี้มา

 

 

 

และผู้ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นนินจาจากหมู่บ้านโคโนฮะ เขาก็คือนามิคาเสะ มินาโตะผู้กลายเป็นนินจาอันดับหนึ่งของโลกในด้านความเร็วแถมในปัจจุบัน เจ้าตัวยังถูกนับเป็นวีรบุรุษของแคว้นและหมู่บ้านโคโนฮะอีกด้วย

 

 

 

ส่วนนินจารุ่นเดียวกับคาซึยะก็เริ่มมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน อย่างอุจิวะ โอบิโตะผีไร้เงาแห่งอุจิวะและฮาตาเกะ คาคาชิ เนตรวงแหวนผู้สยบสี่หางได้ภายในสามวัน

 

 

 

โนฮาระ รินเจ้าหญิงแห่งการทำลายล้าง เด็กหญิงผู้ร่วมพิชิตสี่หางด้วยหมัดรุ่นๆ ที่แสนทรงพลัง บอกได้เลยถ้าใครถูกเธอชกเข้าน่าจะได้ขึ้นสวรรค์ทันที

 

 

 

อุจิวะ ชิซุยร่างกายเคลื่อนย้าย ผู้ถูกแต่งตั้งโดยโลกนินจาให้กลายเป็นผู้เข้าสู่โลกแห่งความเร็วเป็นอันดับที่สิบสองของโลกนินจาด้วยวัยเพียงห้าขวบปี

 

 

 

ฮิวงะ ฮินาโมริ นางรำยมทูตผู้พิชิตมิซึคาเงะในร่างสามหางและนินจาคิรินับพันเพื่อจบสงครามทางด้านนั้นด้วยตัวคนเดียวเพียงระยะเวลาเพียงสองวัน

 

 

 

ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ ก็มีปาคุระวีรสตรีแห่งซึนะ ราสะทรายทองแห่งซึนะ ชายผู้ครอบครองความเร็วเป็นอันดับสี่ของโลกนินจา ไรคาเงะรุ่นที่สี่ เด็กชายผู้พิชิตหนึ่งหางดารุยสายฟ้าทมิฬแห่งคุโมะ คุโรซึจิ จอมอาละวาดแห่งอิวะ 

 

 

 

โดยคนที่พ่ายแพ้ต่อสงครามเช่นโอโนกิ หรือยางุุระต่างมีชื่อเสียมากกว่า พวกเขาถูกโลกนินจาเยาะเย้ยกันอย่างสนุกสนาน แถมยังตั้งฉายาแปลกๆให้กับพวกเขาอีกด้วยเช่นจิ้งจอกเฒ่าผู้เสียท่าโอโนกิ หนอนน้อยผู้น่าสงสารยางุระ

 

 

 

และในที่หนึ่งปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคาซึยะยังไม่ได้เดินทางกลับไปรายงานตัวและภารกิจที่หมู่บ้านโคโนฮะพร้อมกับมินาโตะ พวกคาคาชิ และทีมยาตะคาราสุและยูกิโตะที่เริ่มไปปรับตัวที่หมู่บ้านกับคิมิมาโร่และรินโกะ

 

 

 

ส่วนคาซึยะผู้ใฝ่หาความแข็งแกร่งเลือกที่จะเดินทางไปยังที่แห่งหนึ่งในแคว้นคุมะโนะคุนิที่มีพลังแปลกประหลาดเก็บเอาไว้ในครอบครอง เขาตั้งใจจะขโมยอุกกาบาตประหลาดที่อุดมไปด้วยจักระที่มากมายมหาศาล

 

 

 

"หลังจากเราได้มันมาค่อยกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อวิจัยขีดจำกัดทางสายเลือดของตระกูลคางุยะต่อ"

 

 

 

เขาวางแผนจะรีบๆชิงมันและจากไปทันที ดังนั้นจึงใช้พลังจากร่างโอซึซึกิ เปิดลาดชันแดนมรณะและนำหินอุกกาบาตที่แผ่ไปด้วยรังสีและออร่าสีม่วงที่เต็มไปด้วยอันตรายแฝงเร้นเอาไว้

 

 

 

ทว่านั่นคือในกรณีของคนอื่นๆ แต่สำหรับคาซึยะที่มีพลังในระดับเทพเจ้า เจ้าหินนี่ก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยไร้เดียงสา เพียงแค่มือสัมผัสมัน คลื่นพลังรอบตัวหินอุกกาบาตก็สงบลงอย่างง่ายดาย

 

 

 

"ว่าไงคิทซึเนะเจ้านี่มีประโยชน์กับเธอไหม ?"

 

 

 

"ไม่เลย นายท่านเก็บไว้ใช้เองเถอะ"

 

 

 

มาเสียเที่ยวแล้วสิ เซ็งชะมัดเขาเก็บอุกกาบาตเข้าไปในคัมภีร์ผนึกก่อนจะจากไปด้วยความเร็ว โดยทิ้งความวุ่นวายให้กับหมู่บ้านโฮชิงาคุเระที่กำลังออกไล่ล่าผู้ขโมยหินอุกกาบาตแสนล้ำค่าของพวกเขา

 

 

 

น่าเสียดายที่ผู้ขโมยคือคาซึยะ ผู้กำลังยืนบ่นเจ้าพวกนินจาโฮชิแสนเนรคุณอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง คนเขาอุส่ายอมเป็นพวกขี้ขโมยเพื่อช่วยเหลือพวกมันทางอ้อม พวกมันกลับไม่ซาบซึ้งในคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ของเขาเสียนี่ ทั้งยังส่งคนมาไล่ล่าเขาด้วย

 

 

 

'เนรคุณจริงๆ!'

 

 

 

"นายท่าน รีบๆดูดซับพลังของมันเถอะ จะได้ทิ้งมันไปเสียที"

 

 

 

"รู้แล้วละน่า"

 

 

 

เนตรของคาซึยะเปลี่ยนเป็นเนตรสังสาระ และนำหินอุกกาบาตออกมาจากคัมภีร์ผนึกมาถือไว้ภายในมือขวา ครู่เดียวจักระสีม่วงก็ถูกเขาดูดซับเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนสองชั่วโมงผ่านไปอุกกาบาตในมือก็แตกสลายกลายเป็นธุลี

 

 

 

"หินบ้าอะไรของมัน ทำไมถึงมีจักระมากมายขนาดนี้"

 

 

 

"ไม่แปลกเพราะเจ้านี่คือแกนกลางจากดาวดวงอื่นที่ถูกต้นไม้เทพเจ้าดูดซับพลังงานเพื่อสร้างผลไม้จักระไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ท่านดูดซับไปเป็นเพียงแค่ตะกอนพลังตกค้างของมันเท่านั้น"

 

 

 

คาซึยะขมวดคิ้วมองแกนกลางโลกในมือ แสดงว่าถ้าเซียนหกวิถีไม่โค่นต้นไม้เทพเจ้าไปในอดีตโลกนินจาก็จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรอ แค่คิดก็เสียวสันหลังวูบวาบไม่อยากจะคิดเลยถ้าโลกนินจาตกลงสู่สภาพนี้จะน่ากลัวขนาดไหน

 

 

 

"แล้วถ้าฉันต้องการสร้างผลไม้เทพเจ้าสักผลจะต้องใช้ระยะเวลาดูดซับพลังงานจากแกนโลกและสิ่งมีชีวิตกี่ปี"

 

 

 

" ขั้นต่ำก็ 20 ปีต่อหนึ่งผล แต่จะต้องให้ฉันเข้าสู่สภาพสุดท้ายให้ได้เสียก่อน"

 

 

 

"มันจะมีผลเสียต่อโลกที่ถูกฝังรากหรือไม่ ?"

 

 

 

เขาถามโดยไม่สนใจร่างสุดท้ายของคิทซึเนะเพราะยังไงมันก็คือการกลับคืนสู่การเป็นต้นไม้ใหญ่ หรือก็คือต้นไม้เทพเจ้า แต่ตอนนี้เขายังขาดจักระของสัตว์หางอีกห้าตนขอเพียงได้จักระจากสัตว์หางมาอีกห้าตนคิทซึเนะก็สามารถแปลงตัวเองเข้าสู่ขั้นสุดท้ายได้

 

 

 

"ถ้าเป็นดาวดวงอื่นอาจจะมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดภัยพิบัติขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นโลกใบนี้ที่ถูกผูกขาดเชื่อมต่อกับโอซึซึกิ คางุยะไปแล้วอาจจะเหี่ยวเฉาไม่ก็พังพินาศภายในหนึ่งร้อยปีหลังจากนั้น"

 

 

 

"หมายความว่ายังไงที่บอกว่าโลกนี้ถูกผูกขาดไปแล้ว ?"

 

 

 

"ก็อย่างที่ฉันบอกไปนายท่าน ในตระกูลโอซึซึกิไม่่เคยมีผู้ใดมีชีวิตเป็นอมตะเลยสักคนต่อให้เมล็ดจักระ หรือกลายเป็นสถิตร่างของสัตว์หาง พวกเขาก็ยังคงมีอายุขัยและสามารถชราสิ้นอายุขัยได้..."

 

 

 

 

"แต่นั่นไม่ใช่กรณีเดียวกับโอซึซึกิ คางูยะที่ได้ผูกห่วงชีวิตของเธอไว้กับโลกใบนี้ ถ้าโลกใบนี้ไม่ถูกทำลายลงจนเป็นเศษธุลีต่อให้ทำลายร่างเธอไป เธอก็จะฟื้นฟูตัวเองได้เสมอ ดังนั้นการจะสู้กับเธอด้วยพลังเป็นสิ่งที่โง่เขลา สิ่งที่ทำได้ก็คือการผนึกเธอด้วยวิถีสวรรค์ระดับสูงสุดเท่านั้น"

 

 

 

"มีวิธีเปลี่ยนผู้ผูกห่วงชีวิตไหม"

 

 

 

"ไม่มี ผูกแล้วผูกเลยเพราะส่วนลึกของเส้นชีพจรมังกรบนโลกใบนี้ถูกเธอครอบครองไปแล้ว"

 

 

 

แม้จะพอเดาได้ว่าคางูยะนั้นอยากปกป้องโลกใบนี้ด้วยวิธีเสียสละชีวิตผู้อื่น แต่ว่าถ้าปล่อยให้เธอทำแบบนี้ต่อไป ชีวิตของเธอคงจะตกต่ำลงไปแบบนี้เรื่อยๆ สุดท้ายก็จะตกอยู่ในด้านมืดแบบในอดีต

 

 

 

"จริงสินายท่าน ทำไมท่านไม่ลองเดินทางข้ามกาลเวลาด้วย Ame no tokotachi(เทพต่างสวรรค์) และสังหารคางูยะก่อนที่เธอจะผูกห่วงชีวิต"

 

 

 

เดินทางข้ามเวลา คาซึยะกุมคางครุ่นคิด แผนนี้ไม่เวิร์ค การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด แล้วเจ้าโง่คิทซึเนะบอกให้เขาสังหารคางูยะในอดีตแล้วหลังจากนั้นตรูและคนอื่นๆในปัจจุบันจะได้เกิดมาไหมละเจ้าโง่!

 

 

 

"ไว้ค่อยคิดก็แล้วกัน..."

 

 

 

"เดี๋ยวก่อนนายท่าน ยังมีอีกวิธีหนึ่งในเมื่อเราไม่สามารถสังหารเธอได้ ทำไมท่านไม่ลองใช้ร่างกายกำหราบเธอให้มาอยู่ในอ้อมอกของท่านแทนละ"

 

 

 

ความคิดอะไรของมันละเนี่ย เห็นแบบนี้ตรูก็คนดีนะ แม้จะเคยจับนมสาวที่ไม่ใช่แฟน เคยคิดจะทำให้คนอื่นที่ไม่ใช่แฟนท้อง แต่ตรูก็ยังเป็นคนดีที่ยังเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้แฟนสาวที่รักและเคารพ แต่แม่ม่ายลูกติดอายุพันกว่าปีก็น่าสนใจอยู่นะ

 

 

 

"เออๆ เอาแผนนี้ก็ได้ฉันจะเป็นผู้เสียสละเอง แต่นี่ก็เพื่อโลกนินจานะ ไม่ใช่เพราะตัณหา"

 

 

 

คาซึยะตีหน้าเศร้าทั้งที่ริมฝีปากมีน้ำลายสลอล้นออกมาจากปากยามจินตนาการถึงร่างกายที่สมส่วนและสวยงามของคางูยะอยู่ในอ้อมอกของตนเอง ส่วนคิทซึเนะที่รู้ความคิดของเจ้านายก็ได้แต่ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

 

 

 

"ครับๆ ที่นายท่านจะทำก็เพื่อโลกนินจา"

 

แจ้ง

 

 

ช่วงนี้ไรท์จับกลุ่มออกทริปต่างจังหวัดกับเพื่อนในกลุ่มครับเลยไม่ได้ลงนิยาย ทำงานไม่ค่อยได้หยุดขอใช้วันหยุดพักร้อนให้คุ้มหน่อย แต่หลังปีใหม่ไปจะกลับมาลงให้ตามปกติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น