เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

มาทำวันนี้เป็นวันที่ดีกันเถอะเจ้าค่ะ✿◕ ‿ ◕✿

ตอนที่ 91 คราดาราบุกชิงตัวสาวน้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 91 คราดาราบุกชิงตัวสาวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 83

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2562 21:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 91 คราดาราบุกชิงตัวสาวน้อย
แบบอักษร

ตอนที่ 91 คราดาราบุกชิงตัวสาวน้อย 

         “กล่องของขวัญร่วงตกกระทบแผ่นหินร้านขายนาฬิกา ครั้นกระดิ่งสีทองด้านในหลุดกลิ้งส่งเสียงกรุ่งกริ่ง นางหมีขาวผู้หลงทางมิรู้จักอีกครึ่งของชีวิต เขาผู้อยากพานพบใครสักคน มันผู้ลึกลับยากเดาความคิด นิทานบทนี้ไม่ใช่บทกวีแห่งเสียงหัวเราะหรือรอยยิ้มใดๆ แต่มันคือคำสอนแห่งชีวิตที่สอนให้รู้ว่าชีวิตนั้นมีค่า และความหมายเยี่ยงไร ความหวังหรือ? ความฝันหรือ? ความรักหรือ? จิตวิญญาณแห่งกาลเวลาปัจจุบันอมยิ้ม บอกเพียงว่ามันคือ “ความสุขอย่างไรล่ะ”” 

         “หากว่าทุกคนมีสิทธิ์ไล่ตามสิ่งที่ใจภาวนาคงเยี่ยมไปเลยนะ ว่าไหม” 

 

         ณ หอคอยรกร้างแห่งหนึ่งในโลกสีฟ้า  

         เจ้าหญิงน้อยเกลือกกลิ้ง กลิ้งคลุกๆบนเตียงนอนแข็งกระด้าง ด้านในหอคอยสูงไม่มีเครื่องเรือนหรือเครื่องแก้วตกแต่งเพิ่มความงาม ด้านในนี้มีเพียงความอ้างว้างอันกว้างขวางว่างเปล่าราวกรงขังนักโทษคดีปล้นมันบด ก้อนอิฐสีเหลี่ยมผิวเยียบเย็นราวใจคนทราม เพดานสูงไม่มีโคมระย้ามณีให้เจ้าหญิงน้อยปีนห้อยโหนเหมือนลูกวานร ห้องนี้ใหญ่เหลือเกิน เกินกว่าความจำเป็นอย่างยิ่ง

         หวังว่าสักวันห้องจักหดเล็กลง และมีขนาดเท่าโพรงลูกกระรอก

         เจ้าหญิงน้อยจะได้มุดหางมุดหัวแล้วนอนอย่างสบายใจ

         “…”

         แสงจันทร์ส่องสลัวผ่านช่องแคบบนผนัง เจ้าหญิงน้อยเงยหน้า และสบมองแสงสว่างสีขาว

         แววตาสีฟ้าทอประกายวูบไหวประหนึ่งเงาดำตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวบนนั้น ใครหรือ? วิญญาณห่านตัวใดมาเยี่ยมเยือนข้า?

         “เปิดไม่ได้ง่ะ คงต้องเอาเรไรงัดกรงซะแล้ว”

         แปะ

         พัดกระดาษลอยหลุดจากมือดวงดาวน้อยไปฟาดหัวหมอผีน้อย

“ข้าแค่แสดงความคิดเห็น”

         เมรัยมุ่ยปากพลางกระโดดลงจากผนัง แล้วหล่นหน้าทิ่มพื้นตุบ… สภาพนางปานลูกนกหัดบินครั้งแรก แต่ดันกระพือปีกไม่เป็น เลยหล่นตกดิน เฮ้อ

         ดวงดาน้อยถอนหายใจเอือมระอา คนจริงจังยังเป็นปักษาน้อยที่กำลังเท้าคางครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับกรงขังที่ขังเจ้าหญิงน้อย เพลานี้พวกเมรัยมาถึงหอคอยของเจ้าหญิงน้อยแล้ว หลังจากดั้นด้นกลิ้งมาตลอดสิบราตรี เมรัน นารี และเรไร ระดมสมองคิดหาตำแหน่งบ้านเจ้าหญิงน้อย แต่ต้องยอมรับว่ามันหายากมาก ใครจะไปรู้ว่าหอคอยของเจ้าหญิงมันซ่อนในป่าทึบแถมยังตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย

         ไม่รู้พ่อแม่ที่ไหนเอาลูกมาขังในป่าทึบที่มีหมาป่า และหมีเยอะแยะเช่นนี้

         “วางใจไม่ได้นะสาวน้อย ปล่อยให้พวกพี่สาวกัดกับกรงนี่เอง”

         เมรัยเดินมาวาดมาดบริเวณหน้ากรงขังเหล็ก เมื่อครู่นางลองปีนไปสำรวจช่องแคบบนผนังแล้วพบว่ามันเล็กเกินกว่าหมอผีน้อยจะมุดลอดผ่าน พุงนางติดอ่ะ เมรัยเลยลงมายืนกับพวกนารีที่กำลังคิดจะทำอย่างไรกับกรงขังเหล็กที่ใช้เป็นประตูเปิดกรงขัง ประตูเหล็กลงกลอนแน่นหนา ล่ามด้วยโซ่สมอเรือสิบเส้น แถมเสริมด้วยอาคมผนึกชั้นสูงของจอมอาคมแห่งเมฆา[จ้าวแห่งการจองจำ] ว้าว

         กรงขังเหวอะไรว่ะเนี่ย ทำไมมันต้องวางระบบขังหนาปานขังสัตว์ประหลาดเช่นนี้!!!

         “ถ้าไม่บอกนางเป็นสาวน้อย ข้าคงคิดว่านางเป็นตัวอะไรสักอย่าง…จิ้งเหลน?”

         “พอๆเงียบซะ”

         นารีรำคาญเมรัยแล้ว ขอบใจอีกฝ่ายที่ช่วยสืบข่าวตำแหน่งหอคอย เรื่องงานถัดจากนี้ปล่อยนารี และเรไรจัดการละกัน ส่วนหมอผีน้อยจะไปปิ้งไก่หรือเต้นซุมบ้าที่ไหนก็ไปเถอะ ดวงดาวน้อยหมั่นเขี้ยว และเบ้ปาก นางมองเรไรด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ ปักษาน้อยหรี่ตานิ่งขรึม “พวกเจ้าถอยไปข้างหลัง” เรไรอาสาเป็นแรงงานใช้กำลัง งานใช้แรงทุกอย่างมอบให้นางเถอะ

         บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบลงในพริบตาเดียวกับที่ปักษาน้อยเร่งพลังมาโฮในร่างกาย นางกางฝ่ามือ และลองรวบรวมพลังมาโฮมาไว้ที่กำมือ

         ตั้งสมาธิ สูดหายเข้าปอด อกขยายใหญ่

         หลับตา และลืมตา ครั้นออกหมัดชกใส่กรงขัง!!

         ผัวะ

         ไอความเย็นทอประกายแสงสีน้ำเงินแพรวพราวพลันกำปั้นกระแทงใส่กรงขัง บัดเกิดการปะทะระหว่างพลังของเรไร และพลังปกป้องของอาคมวิเศษ ตูม

         กรงขังเหล็กทมิฬถูกพลังของเรไรทุบทำลาย เศษชิ้นส่วนแตกกระจายกลิ้งไปกองเกลื่อนพื้นด้านในหอคอย เจ้าหญิงน้อยกะพริบตาปริบๆนางนั่งเรียบร้อยบนเตียงอย่างว่าง่าย ไม่รู้พวกพี่สาวกำลังทำอะไร แต่เมื่อเห็นพวกนางเดินเข้ามาในหอคอยแล้ว วันแอบตื่นเต้นเล็กน้อย หัวใจแอบคาดหวังกับการมาเยือนของพวกเมรัยสี่ส่วน

         “สายัญสวัสดิ์สาวน้อย”

         เมรัยเอ่ยทักทายมือมิวายเอื้อมหมายคว้ามือวัน นารีไหวตาทันรีบตีมือเมรัย เพียะ “มันเป็นปฏิกิริยาทางเคมี” “มือนิ่งๆหน่อย” ดวงดาวน้อยเขม่นตากดดันหมอผีน้อยให้สำรวจกิริยา สงวนพฤติกรรมคุณหมี เมรัยเม้นปากลอบเห็นเรไรหัวเราะคิกคัก นางป้องปากเอ่ยไร้เสียงให้เมรัยว่า สมน้ำหน้า

         “ไม่ว่าทราบหนูใช่วันหรือไม่” นารีนั่งลงบนเตียงกับเจ้าหญิงน้อย และคลี่ยิ้มงดงาม น้ำเสียงอ่อนโยนแปดส่วนเอ่ยคุยกับเจ้าหญิงน้อย เจ้าหญิงน้อยมีชื่อจริงว่า “วันนะ” แต่คุณแม่ชอบเรียกนางว่าวันเฉยๆ นางฟังนารีแล้วผงกหัวสื่อว่าใช่ “พวกพี่สาวเป็นดวงดาวมาที่นี้เพื่อทำความปรารถนาของหนูให้เป็นจริงจ้ะ” ดวงดาวน้อยรู้สึกชอบเจ้าหญิงน้อยตั้งแต่แรกเห็น

         ท่าทางน่ารัก แววตาใสซื่อ แถมยังยิ้มง่าย สีหน้านางบ่งบอกความรู้สึกทุกอย่างเลย ตั้งแต่พบพวกเมรัยก็ทำหน้าแปลกประหลาดใจ ยิ่งตอนยินว่าพวกนารีเป็นดวงดาวด้วย สีหน้านางอ้าปากกว้าง ตกตะลึง และมีดวงดาวสรทองคำนวลๆอวบๆปรากฏในแววตาใสกระจ่าง สะอาดสะอ้าน

         โอ้ สวรรค์ ทำไมหนูซื่อปานนี้

         นารีอยากลูกหัวลูบหางวัน แต่ต้องยั้งมือ เพราะหากนางทำ เมรัยทำตามแน่

         “รู้นะเจ้าคิดอะไร”

         เมรัยโผล่หน้ากระซิบหูนารีปานเสียงวิญญาณ ดวงดาวน้อยแก้มแดงเถือกพลางยกมือผลักเมรัยไปไกลๆ

         เรไรที่ยืนมองวันนาน ขมวดคิ้วนุ่ม ปักษาน้อยยอมว่าวันน่ารักน่าชัง แต่มีบางสิ่งกวนใจปักษาน้อย

         “คือว่า..”

         เรไรพูดแล้วเงียบ พวกเมรัยรอฟังนะ

         ตอนแรกเรไรกล้าพูด แต่พอเห็นสายตาพวกนารีที่จ้องมา ปักษาน้อยขวยเขิน หมดความกล้า

         กระนั้นนางเอ่ยถามเจ้าหญิงน้อย “หนูไม่ชอบพูดหรือ ไม่ต้องกลัวพวกพี่สาวนะ พี่สาวคนสวยคนนี้เป็นคนเดียวที่จะไม่กัดหนู”

         “เดี๋ยวๆ”เมรัยสัมผัสความจริงที่น่ากลัวในคำพูดเรไร ปักษาน้อยเชิดหน้า ก็ข้าพูดจริง

         นารีฟังแล้วเสียใจจังเลย ดวงดาวน้อยแสร้งร้องไห้ แม้นความจริงนางจะแอบขำก็เถอะ

         เจ้าหญิงน้อยฟังพวกพี่สาวคุยกันออกรส นางพลอยขำไปด้วย กระนั้นไม่มีใครยินเสียงขำของนาง

         อาเร๊ะ

         “ข้าว่านะ”

         เมรัยเริ่มเข้าใจเรไรแล้ว หมอผีน้อยกระอักกระอ่วน อยากเอ่ย แต่ก็ไม่อยากเอ่ย

         กระทั่งวันเป็นคนตอบเอง “..”

         เจ้าหญิงหยิบดินสอสีใต้หมอน แล้วนำกระดาษขาวเก่าๆมาวาดรูปให้พวกเมรัยดู นางวาดรูปน่ารักพอๆกับตัวนางเลย รูปเจ้าหฺญิงน้อย และเครื่องหมายกากบาท สื่อว่า นางพูดไม่ได้

         …

         …

         ..

         เมรัยอึ้ง นารีอึ้ง เรไรอึ้ง ผีแมงมุมบนหัวนารีก็อึ้ง ผีกิ้งก่าบนหัวเรไรเห็นคนอื่นๆอึ้งมันก็อึ้งตาม

         น้องสาวนารีที่แอบส่องดูพวกพี่สาวก็อึ้งพอกัน

         “นางเป็นคนสเปน”

         “ไม่ๆนาง..อือ น้องพูดไม่ได้”

         นารีไม่รู้จักใช้คำอย่างไร กลัวคำพูดนางกระทบใจเจ้าหญิงน้อยให้เศร้าหมอง เรไรยกมือปิดปาก แน่นอนว่าในแววตานางมีความสงสารประปราย กระนั้นพยายามกดข่มไว้มิให้วันมองเห็น กลัวเจ้าหญิงน้อยเสียใจ

         ทว่าวันไม่คิดมาก เจ้าหญิงน้อยมองพวกเมรัยสลับกัน แล้วยิ้มสดใส

         โอ้ แม่หนูเอาจริงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร!!

         จะต้องบอกว่าน้องไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าการที่ตัวเองพูดไม่ได้มันน่าแปลกแค่ไหน นารีเม้นปาก หลับตาพลางยกพัดตบเมรัย และเรไร ปักษาน้อยโดนตีก็รู้ตัวว่าตัวเองเผลอแสดงกิริยาไม่เหมาะสม

         “อืออออออออ”

         เมรัยหดคอ มองวันด้วยสายตาที่ปิดความกังวลไม่มิด นางกระแอม และให้ปล่อยให้นารีจัดการ ดวงดาวน้อยลองใช้อุปกรณ์เผ่าดาราตรวจสอบความผิดปกติของเจ้าหญิงน้อยเพื่อหาต้นตอสาเหตุที่ทำให้น้องหนูพูดไม่ได้ มันอาจเป็นอาการป่วยแต่กำเนิดหรือน้องอาจโดนคนวางยาพิษ ทว่าไม่ใช่เลย

         “...น้องปกติ”

         นารีหันมองสบตาเรไร และเมรัย บอกว่าร่างกายวันไม่มีส่วนใดผิดปกติ ไม่พบอาการป่วยโรค ไม่พบร่องรอยพิษ

         ร่างกายนางแข็งแรงมาก สะโพกใหญ่ด้วย

         “ข้ามเรื่องนั้นไปเถอะ”เมรัยค้อนให้นารีที่แอบอุสาใจดีตรวจสอบขนาดให้ทุกคนรู้นะ

         “งืม ข้าว่ามันต้องอะไรแปลกๆสักอย่าง”

         เรไรขมวดคิ้วคิดหนัก จะว่าเรื่องที่น้องดูแข็งแรง และปกตินี่แหละมันแปลกง่ะ น้องดูเหมือนสาวน้อยธรรมดาเลย

         สาวน้อยธรรมดาที่ไหนมันร่างกายแข็งแรงทั้งที่ในป่าไม่มีใครมาให้อาหารเนี่ย!!

         “แล้วเรื่องพลังมาโฮ”

         นางสัมผัสขุมพลังมาโฮของวันไม่ได้สักกระผีก มันว่างเปล่าพอๆกับของเมรัยเลย

         “อ่อ คนบ้านเดียวกันหรือ ซำบายดีบ่”

         เมรัยเว้าอีสาน นารียืนคิด เรไรมีความสนใจภาษาอีสาน

         ลมเย็นพัดเข้าประตู เอาเป็นว่าตอนนี้พาวันหนีไปจากที่นี้ก่อน นารียกกำปั้นทุบฝ่ามือ ตุบ ตกลงตามนี้ ได้เวลาเผ่นแล้วก่อนที่ใครจะมาเจอ

         รัตติกาลฉายแสงสลัวบนฟากฟ้า และท้องทุ้งนา ครอบครัวค้างคาวนอนห้อยหัวมองพวกสาวน้อยเก็บของ สมบัติของวันมีไม่กี่ชิ้น มีนาง และก็หนังสือนิทาน เอ่อ มีแค่นั้นแหละ นารีมองรอบห้องแล้วไม่พบสมบัติใดสำคัญอีก ดวงดาวน้อยรับหนังสือนิทานพลางเก็บประตูโยดา เมรัยลอบเห็นปกนิทานแล้วเลิกคิ้วนิดน้อยพลางเก็บความสงสัยไว้ในพุง

         เรไรอุ้มวันลงจากเตียง ความจริงวันพูดไม่ได้เท่านั้น ไม่ใช่พิการขาไม่มีแรงเดิน

         เหตุผลที่ปักษาน้อยอยากอุ้มวัน เพราะเจ้าหญิงน้อยน่าอุ้มยังไงล่ะ

         ว่าแล้วแต่ละนางล้วนมีจุดประสงค์แอบแฝงอยากจิ้มเจ้าหญิงน้อย

         “เจ้าอยากออกไปจากที่นี้หรือไม่”

         นารีจูงมือเจ้าหญิงน้อย และยกยิ้มถามความสมัครใจ วันเงยหน้ามองตาดวงนารี และยิ้มตอบอยากออกไป

         “ดีเลย พวกพี่สาวจะพาเจ้าออกไปนะ”

         ความปรารถนาของเจ้าหญิงน้อยมีมากมาย แต่การจะทำให้เป็นจริงนั้นต้องเริ่มจากก้าวเท้าออกจากหอคอยดั่งกรงนกนี้เสียก่อน ก้าวเท้าสู่โลกภายนอก สู่ดินแดนมนตราที่มีสิ่งมหัศจรรย์มากมาย สัมผัสสายลมราตรีหนาว แว่วยินเสียงกิ่งไม้สั่น และใบไม้ร่วงปลิว แสงจันทร์ส่องตกทาบลงบนเนินดิน และใบหญ้า แสงหิ้งห้อยทอประกายพร่างพราว กาลเวลาพุ่งทะยานไกล ไกล

         ก่อนวันก้าวเท้าข้ามบานประตูเหล็ก นางก้มมองประตู และมองเส้นแบ่งเขตระหว่างโลกหอคอย และโลกภายนอก เจ้าหญิงยิ้มกว้างพลางกระโดดข้ามเส้นแบ่งเขต พริบตานางสีหน้าผ่องใส แจ่มใสราวดวงตะวัน ใครเห็นแล้วอดไม่ไหวต้องยิ้มแย้ม รู้สึกถึงความสุขอุ่นๆไปกับท่าทางกล้าหาญของเจ้าหญิงน้อย เมรัยกอดอกยิ้มอ่อน นารีขบขำ เรไรอยากปรบมือให้วัน กระนั้นสัญชาตญาณนักสู้ส่งสัญญาณเตือนภัย

         ฟิ้ว—

         ลูกศรเหล็กปลายแหลมพุ่งแหวกอากาศเล็งเป้าที่เจ้าหญิงน้อย

         ปักษาน้อยหรี่ตาสาดประกายเย็นยะเยือก นางซัดฝ่ามือพลังมาโฮสกัดลูกศรก่อนถึงตัววัน เพล้ง

         ลูกศรถูกไอเย็นแช่แข็ง และแตกสลายเป็นเศษน้ำแข็ง

         “!!” เมรัยแตกตื่น รีบส่ายตามองรอบด้าน

         นารีโอบวันไว้ในอ้อมแขนเพื่อปกป้องเจ้าหญิงน้อย

         “หลบหลังข้า”

         เรไรยืนตำแหน่งโล่ปกป้องคนทั้งกลุ่ม ปักษาน้อยรวบรวมพลังมาโฮ และเสกลิ่มน้ำแข็ง ซัดใส่ต้นไม้

         ลิ่มน้ำแข็งพุ่งผ่านทหารผ่านศึก พวกเขาโยกตัวหลบอาวุธระยะไกลอย่างว่องไวพลางถีบเท้าถอยหนีเมื่อรู้ว่าทำภารกิจพลาด “อย่าหนีนะ!!” เรไรคิดไล่ตาม ทว่าเมรัยกดบ่าปักษาน้อยรั้งไว้ “พวกนั้นแค่หน่วยซุ่มยิง”

         หมอผีน้อยหรี่ตาลงอย่างน่าเกรงขาม คำพูดสยบอารมณ์ร้อนของปักษาน้อยลงในพริบตา ครั้นความจริงที่เมรัยบอกปรากฏกายขึ้นรอบด้านพวกนาง คนที่ทำหน้าที่ซุ่มยิงพลาดแล้ว ก็ถึงคราวของหน่วยประจัญบานที่ทำหน้าที่เข้าปะทะหน้าศัตรูในสนามรบ “พวกเจ้าเป็นใคร!!” เรไรปลดผนึกอาวุธประจำตัว นางถือดาบอัศวิน และตั้งท่าเตรียมรบ

         กลุ่มคนปริศนาปรากฏตัวจากความมืด และยืนตั้งค่ายกลล้อมพวกเมรัย

         เสื้อคลุมสีดำทะมึนราวเงามืด สีหน้าเยียบเย็นเข้มขรึมแฝงความร้ายกาจ อาวุธในมือมีทั้งดาบ และหอก แลจากเครื่องแต่งกายแล้วเมรัยรู้จัก “ทหารรับจ้าง..”

         คิดจากเมื่อครู่พวกมันเล็งเป้าหมายที่เจ้าหญิงน้อย แปลว่าหากไม่จบชีวิตวัน พวกเขาก็ไม่ถอย

         “เอาจริงสิ”

         แค่ก้าวข้ามประตู เจ้าหญิงน้อยก็โดนหมายหัวแล้วหรือ!!!

         -- 

         อีกด้าน ณ จุดตั้งค่ายกองทัพเดธแลน 

         “รายงาน หน่วยซุ่มยิงปฏิบัติการล้มเหลว ตอนนี้หน่วยประจัญบานกำลังปะทะกลุ่มเป้าหมาย”

         หัวหน้ากองทัพตอบอือ พลางออกคำสั่งผู้ใต้บัญชา

         “เตรียมหน่วยรบเต็มอัตราศึก..”

         งานนี้มีตัวยุ่งยากซะแล้ว..

         ..

ความคิดเห็น