Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : E P I L O G U E (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 12:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
E P I L O G U E (END)
แบบอักษร

 

 

 

_________________________________ 

 

 

 

เสียงของเพลงบรรเลงดังคลอขึ้นเมื่อตอนที่ภาพจอมอนิเตอร์ฉายวีดีโอพรีเซนต์ของSCENT ProjectจากทางSMA แสงไฟในห้องบอลลูมถูกลดระดับลงจนมืดสลัวก่อนภาพบนหน้าจอขนาดใหญ่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของน้ำหอมแต่ละกลิ่น 

แรกเริ่มด้วยBlack Diamond, Silver Bullet ก่อนจะปิดท้ายด้วยกลิ่นสุดท้ายในโปรเจกต์นี้ 

ภาพของผืนน้ำสีครามจรดแผ่นฟ้ากว้างรวมกับประกายแสงอบอุ่นของดวงอาทิตย์ส่องสะท้อนเคลือบฉาบไล้ลงบนหาดทรายสีขาว กลิ่นอายแห่งความมีชีวิตชีวาอบอวลชวนให้จิตใจได้สงบสุข 

บทสนทนาและคำถามมากมายเกิดขึ้นเมื่อกล้องจับภาพไปยังร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินขึ้นมาจากผืนน้ำทะเล ช่วงบ่ากว้างมีหยดน้ำเกราะพราวจนเปียกชุ่ม เอวสอบได้รูปที่ขึ้นเชฟสวยงามรับกับช่วงขายาวที่โผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำ ใบหน้าคมเข้มตามฉบับคนที่มีเชื้อสายทางตะวันตกนั้นมีเสน่ห์เกินที่จะต้านทานไหว 

Blue Ocean : Peerat Chodmaetee 

ชื่อของนายแบบหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการได้เพียงไม่ถึงปีแต่กลับตกเป็นหัวข้อสนทนาของผู้คนในวงการอยู่ไม่น้อย 

ต้องเรียกได้ว่าทางSMAที่อยู่ภายใต้การดูแลของแกเรน ฮาร์ดเนอร์นั้นไม่เคยทำให้รู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

เพียงไม่นานเสียงเพลงบรรเลงและภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ก็ถูกดับลง ก่อนสปอตไลต์บนเวทีจะฉายลงไปบริเวณลานแคทวอร์คที่เป็นทางยาวไปตลอดแนวเก้าอี้ของผู้ชม 

บรรยากาศภายในห้องบอลลูมนั้นเงียบสนิทเมื่อพิธีกรชายหญิงเริ่มพูดบรรยายเพื่อเปิดตัวนายแบบและโปรดักส์น้ำหอมไปทีละกลิ่น เสียงของบทสนทนาบนเวทีทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกนั้นต้องเผลอกำมือและคลายออกเพื่อระงับความตื่นเต้น 

“หายใจเข้าลึกๆ” เสียงปลอบประโลมของคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกันเอ่ยบอก ฮานะเอื้อมมือมาหาพร้อมกับประสานกันเอาไว้แนบแน่น “ทำใจให้สบาย” 

“...ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ แต่ฝ่ามือนั้นกลับเย็นเฉียบ 

ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเคยเดินแบบอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเพียงแค่งานขนาดเล็กผิดกับปัจจุบันที่มีสายตาและกล้องนับร้อยจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ 

“อย่าทำคิ้วขมวดแบบนั้นสิ คุณแม่กับคุณยายรอดูรูปอยู่นะ” ฮานะยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตดูวิตกกังวลจนสมาธิเสีย 

“ครับ...ผมจะพยายาม” 

“ก้มลงมานี่” ฝ่ายนั้นเงยหน้าขึ้นมองกันในจังหวะที่นายแบบคนแรกถูกเรียกตัวออกไปเมื่อถึงคิว 

หลังจากหวังลี่ชิงแล้วคนต่อไปคือมิคาเอลตามด้วยพีท ก่อนจะปิดท้ายด้วยไฟนอลวอร์คของทั้งสามคน 

“เร็ว” ฮานะเอ่ยเร่งทั้งที่ยังคงเผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะต้องเบี่ยงหน้าหลบเมื่อฝ่ายนั้นตั้งใจที่จะแนบริมฝีปากลงมาจนทำให้ปลายจมูกกดลงบนผิวแก้มแทน “ไม่ใช่แบบนี้ซะหน่อย” เขาหัวเราะร่าเมื่อเห็นว่าคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “ฉันจะเช็กปกคอเสื้อให้” 

“...อยากกลับไปนอนกอดฮานะแล้ว” เสียงทุ้มออดอ้อนพร้อมกับวงแขนที่สวมกอดลงมาบนช่วงเอว 

“เว่อร์จริง” ฮานะพรูลมหายใจออกมาอย่างนึกเอ็นดูพร้อมกับยกมือขึ้นกรีดปกเสื้อสูทให้เรียบเป็นระเบียบ “โฟกัสงานก่อน ห้ามสนใจเรื่องอื่น เข้าใจไหม” เขายกนิ้วขึ้นมาเคาะลงบนจมูกโด่งเป็นสันเป็นเชิงเตือน 

“ถึงคิวคุณมิคาเอลแล้ว ไปสแตนบายรอได้แล้วเร็วเข้า” ฮานะบีบเข้าที่แก้มของอีกฝ่ายไปมาก่อนจะผละออกแล้วดันแผ่นหลังให้ออกเดิน 

แต่เพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าของอีกฝ่ายกลับเคลื่อนลงต่ำก่อนสัมผัสร้อนจัดจะแนบลงมาบนริมฝีปาก รู้ตัวอีกทีก็เหลือเพียงร่องรอยความอุ่นชื้นที่ทิ้งเอาไว้ “ขอกำลังใจหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มกระซิบผ่วเบาก่อนปลายจมูกโด่งจะกดลงบนหน้าผากเนียน 

“...ฉันจะรอดูเธอนะ” ฮานะยกแขนขึ้นโอบรอบบ่ากว้างพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจูบเข้าที่สันกราม “ทำให้เต็มที่ก็พอ...คนเก่ง” 

รอยยิ้มบางเบาถูกส่งมอบมาให้ก่อนร่างสูงใหญ่จะผละห่างออกไปตามเสียงเรียกของสต๊าฟ 

 

 

 

แสงไฟสปอตไลต์ทำให้บริเวณลานทางเดินนั้นโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความมืด เสียงเรียกของทีมงานทำให้เด็กหนุ่มต้องก้าวเดินขึ้นไปบนพื้นยกระดับ และทันทีที่มิคาเอลเดินกลับเข้ามาก็ถึงคราวของเขาที่ต้องออกไปเผชิญกับประสบการณ์ครั้งใหม่ 

ก้าวแรกที่เหยียบย่างลงไปบนพื้นแคทวอร์คจังหวะชีพจรที่เคยเต้นรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นกลับเงียบสงบลง นัยน์ตาคมเข้มมองตรงไปทางด้านหน้า แสงแฟลชและสปอตไลต์ที่สาดส่องเข้ามาไม่ได้ส่งผลให้จังหวะการก้าวเดินนั้นผิดแปลกไปแม้แต่น้อย 

ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เรือนร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเข้าชุดกันอย่างไม่เป็นทางการเพราะเจ้าตัวไม่ได้ใส่เสื้อเชิ้ตไว้ด้านในกลับสวมไว้เพียงแค่สูทตัวนอกและปลดกระดุมเม็ดล่างออก เผยให้เห็นแผ่นอกตึงแน่นที่รับกับแนวบ่ากว้าง ช่วงขายาวใต้กางเกงสแลคเปิดข้อเท้ากลมกลืนไปกับรองเท้าสลิปเปอร์หนังสีน้ำตาลเข้ม 

เขา...ผู้ถูกแสงไฟส่องสว่างท่ามกลางสายตานับร้อยกลับมองตรงไปยังใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแถวเก้าอี้ของแขกในงาน 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปที่หลังฉาก 

เสียงเพลงบรรเลงถูกเปลี่ยนจังหวะก่อนที่นายแบบทั้งสามคนจะเดินเรียงกันออกมาตามทางเดิน เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องบอลลูมเมื่อแสงไฟสว่างไสวสาดส่องขึ้น ก่อนที่บทสัมภาษณ์จะถูกดำเนินรายงานไปตามสคริปต์ของงานทั้งหมดนั้นรวมถึงการกล่าวอำลาวงการของหวังลี่ชิงและมิคาเอลอย่างเป็นทางการ 

“น่าประทับใจมาก” แกเรน ฮาร์ดเนอร์เดินเข้าไปหาคนที่ยืนมองขึ้นไปบนเวที...เขาลอบมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มตามออกมา “สำหรับลี่ชิงและมิคาเอลแล้ว...นี่คงเป็นการวางมือจากวงการอย่างสวยงาม” นัยน์ตาของทั้งคู่ทอดขึ้นมองไปยังความทุ่มเททั้งหมดที่พวกเขาลงมือสร้างร่วมกันมากับทุกคนในทีม 

“ครับ...พวกเขาดูดีมากๆ” ฮานะพยักหน้ารับ แม้จะนึกเสียดายที่หลังจากนี้ไปคงไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับทั้งสองคนอีก 

“แต่สำหรับพีทน่ะมันแค่เริ่มต้น” แกเรนวางมือลงบนลาดไหล่เล็กพร้อมกับบีบเพื่อให้กำลังใจ “หลังจากนี้ก็คงเหนื่อยไม่น้อยเลย...ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักมาโดยตลอดนะฮานะ” 

“ยินดีครับ” ฝ่ายนั้นยิ้มตอบกลับมา 

“ผมดีใจนะ ที่ได้เห็นว่าคุณมีความสุข...หลังจากนี้ไปห้ามร้องไห้ให้ผมเห็นแล้วนะ” เขาขู่อย่างไม่จริงจังนัก 

“ขอบคุณนะครับ คุณแกเรน” ฮานะยิ้มกว้าง นัยน์ตาคู่สวยทอประกายซาบซึ้งจนคนมองต้องพยักหน้ารับ “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา...แล้วก็...ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เจอเขา” ริมฝีปากสีอ่อนเม้มเข้าหากันเมื่อพยายามประคับประคองเสียงไม่ให้สั่นก่อนจะรู้สึกร้อนที่ขอบตาจนต้องหลุดขำกลบเกลื่อน 

“ไม่เอาน่า” แกเรนเสียงอ่อนลงก่อนจะดึงร่างที่เล็กกว่าเข้ามาสวมกอด “พีททำให้ฮานะของผมกลายเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้ไปได้ยังไง เห็นทีต้องเรียกมาตักเตือนซะแล้ว ไม่ไหวๆ” เสียงกลั้วหัวเราะเอ่ยแซวอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะดันตัวอีกฝ่ายออกเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงคิวที่เขาจะต้องขึ้นไปกล่าวปิดงาน “ผมต้องไปแล้ว...ฮานะไปหาพีทเถอะ” 

ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านหลังเวทีเมื่อเห็นว่าเหล่านายแบบเริ่มทยอยเดินลงมา 

“พีท” เขาเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าคนรักกำลังกวาดสายตามองหาบางสิ่ง และทันทีที่เจ้าตัวหันมามองช่วงขายาวก็รีบก้าวเข้ามาหาทันที 

“ฮานะ” ช่วงตัวถูกรวบไปกอดเอาไว้จนตัวลอย เรียกสายตาจากทีมงานที่อยู่บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี 

“เธอเก่งมาก” ฮานะกอดตอบพร้อมกับยกตัวขึ้นไปหอมแก้มเป็นรางวัล “ถ้าคุณแม่กับคุณยายได้เห็น พวกท่านคงภูมิใจน่าดู” 

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มยิ้มรับพร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างรักใคร่ 

“ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ คุณแกเรนบอกว่าหลังจบงานจะมีเลี้ยงขอบคุณทีมงาน” 

“กลับเลยไม่ได้เหรอครับ” เสียงทุ้มออดอ้อนในตอนที่วางคางลงเกยบนไหล่ 

“ไม่ได้สิ” ฮานะหัวเราะก่อนจะประคองใบหน้าอีกฝ่ายเอาไว้อย่างเอ็นดู “เราต้องไปเพื่อไม่ให้เสียมารยาท...เข้าใจหรือเปล่า” 

“ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างจำยอมในท้ายที่สุด 

“ดีมาก” ปลายคางถูกจูบย้ำอีกหนเมื่อฮานะพอใจในคำตอบ “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว” 

 

 

 

 

เสียงชนแก้วดังขึ้นหลังจากมื้ออาหารสำคัญผ่านไป แกเรน ฮาร์ดเนอร์เป็นคนกล่าวขอบคุณทีมงานสำหรับความตั้งใจและลงทุนทั้งแรงกายแรงใจจนScent Projectนั้นประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี บริเวณเลาจ์บนดาดฟ้าของทางโรงแรมถูกจัดแบ่งพื้นที่เอาไว้อย่างเป็นส่วนตัวเพื่อรองรับทางโมเดลลิ่งโดยเฉพาะ 

เรียกได้ว่างานนี้คุณแกเรนลงทุนเลี้ยงตอบแทนส่งท้ายปีเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“ไม่ทราบว่าจะให้เกียรติชนแก้วกับผมได้ไหมครับ” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยถามก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนจะปรากฏขึ้น ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าอดีตเจ้าของหัวใจยกยิ้มตอบรับพร้อมกับแนบแก้วไวน์เข้าหากัน “ขอบคุณครับ”

“คุณเคย์ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” ฮานะยิ้มทักทายก่อนจะเปิดทางให้อีกฝ่ายได้มายืนข้างกัน

“ไม่มาได้เหรอครับ บอสชวนซะขนาดนี้” ชายหนุ่มยิ้มขำพร้อมกับหันไปพยักหน้าทักทายกับเด็กหนุ่มที่ยืนซ้อนแผ่นหลังคุณฮานะอยู่...แม้จะแอบอิจฉาอยู่ในใจลึกๆ แต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันมากเพียงไหน

...และเขาเองก็รู้สึกยินดีไปด้วยที่อีกฝ่ายจะมีคนดีๆ คอยอยู่เคียงข้างไปตลอด...นับจากนี้...

“วันหยุดนี้จะกลับเซี่ยงไฮ้หรือเปล่าครับ” ฮานะเอ่ยถามเพราะปกติแล้วอีกฝ่ายมักจะชอบบินกลับไปเยี่ยมครอบครัวในวันหยุดยาว แต่ครั้งนี้คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าปฏิเสธ

“คงไม่ได้กลับอีกนานเลยครับ...อาทิตย์หน้าผมต้องย้ายไปอยู่ที่อังกฤษแล้ว”

“หา!?” ฮานะเบิกตากว้างพร้อมอุทานเสียงดังจนผู้คนบริเวณนั้นหันมามอง “หมายความว่ายังไงครับเนี่ย”

“พอดีผมได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทที่นู่น เลยอยากจะขอพักงานไปเก็บใบปริญญามาไว้ประดับห้องสักหน่อย” เบต้าหนุ่มเอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดี “ไม่ได้เจอหน้าคุณทุกวัน คงคิดถึงแย่”

เขาแอบแหย่หวังเพียงให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังฮานะออกอาการหึงหวงอย่างนึกสนุก แต่นอกจากพีทจะไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาแล้วยังหันหน้าออกไปมองวิวด้านนอกเพื่อให้พวกเขาได้คุยกันอย่างเต็มที่...แต่แขนนี่กอดรอบเอวแน่นเชียว...เอาเรื่องนี่หว่า...

“จะไปนานขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ฮานะยิ้มขำกับท่าทีของอีกฝ่าย ก่อนจะนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เคยโดนคุณเคย์ตามจีบ แม้จะเอ่ยปากปฏิเสธไปแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาถึงทุกวันนี้

‘ผมไม่ชอบคนที่เด็กกว่าน่ะครับ’ ถ้อยคำในวันนั้นฉายชัดขึ้นมาก่อนสายตาจะหันไปมองใครอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน 

...แต่คนนี้ก็ถือว่าเป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกเรื่องล่ะนะ.. 

“ก็ถ้าเกิดติดใจสาวบริชทิชที่นู่นก็คงอยู่ยาวเลยล่ะครับ” เคย์ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวกลับไปที่โต๊ะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองรบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งคู่มากจนเกินไป “ผมคงต้องขอตัวก่อน รบกวนพวกคุณนานเกินไปแล้ว” 

“เดี๋ยวครับคุณเคย์” แต่ก่อนอีกฝ่ายจะหมุนตัวกลับไปฮานะก็เอื้อมมือไปดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ...รวมไปถึงเรื่องของพีทด้วย ขอบคุณที่คุณช่วยดูแลเขาเป็นอย่างดี” 

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้น “ยินดีครับ” ร่างสูงใหญ่ของเทรนเนอร์หนุ่มหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะ ก่อนเสียงพูดคุยจากบทสนทนาเรื่องงานและเรื่องจิปาถะจะปะปนไปกับเสียงเพลงบรรเลงที่เปิดคลอแผ่วเบา 

“เวลาผ่านไปไวชะมัดเลย” ฮานะพูดพึมพำก่อนจะกวาดสายตามองทิวทัศน์บนยอดตึกสูงโดยมีใครอีกคนก้มหน้าลงมามองเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขากำลังตั้งใจรับฟังทุกอย่างที่ฮานะพูด “ที่ผ่านมาฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองก้มหน้าทำงานอย่างหนักและทำตัวเป็นพวกคลั่งรักโดยไม่สนใจสิ่งรอบกาย...รู้ตัวอีกทีอายุก็เข้าเลขสามไปแล้ว” 

“…” สายลมเอื่อยเฉื่อยที่พัดผ่านช่วงตัวทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนต้องเอนกายแนบซบกับช่วงลำตัวสูงใหญ่ สัมผัสอบอุ่นที่โอบกอดและกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวช่วยเสริมให้บรรยากาศโดยรอบนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข 

แม้จะมีเพียงแค่ไวน์ในแก้วที่พร่องจนเกือบหมดและเสียงภาพการจราจรที่วุ่นวายภายในเมืองหลวง 

แต่ทุกอย่างกลับน่าจดจำเพียงเพราะมีใครอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน 

“บางครั้งฉันก็แอบคิดนะ...ว่าถ้าตัวเองอายุน้อยลงกว่านี้สักห้าหรือหกปีก็คงจะดี” ฝ่ามือใหญ่ถูกเอื้อมมากอบกุมเอาไว้ก่อนปลายนิ้วจะไล้ผ่านตามข้อนิ้ว “จะได้ใช้เวลาช่วงวัยรุ่นร่วมกับเธออีกสักหน่อย ได้เติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กัน” 

“ฮานะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างอ่อนโยนพร้อมกับอ้อมแขนที่สวมกอดมาจากทางด้านหลัง “สำหรับผม...ต่อให้คุณจะอายุมากกว่านี้สักสิบปีหรือยี่สิบปี...” 

“…” นัยน์ตาสวยจับจ้องไปยังหมู่ดาวที่ทอแสงแข่งกับไฟในเมืองหลวง ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นจนรู้สึกเมื่อยที่แก้มจนต้องยกมือขึ้นมาจับแต่กลับถูกคว้ากลับไปกอบกุมเอาไว้ดังเดิม 

“...สุดท้ายแล้วคำตอบของผมก็ยังเป็นคุณอยู่ดี” 

“แฟนใครเนี่ย หล่อแล้วยังคารมดี” ฮานะเงยหน้าขึ้นก่อนจะชนศีรษะเข้ากับปลายคางอีกฝ่ายเพื่อแก้เขิน 

ก็เป็นแบบนี้...แค่กับคุณคนเดียว 

ทันทีที่เสียงบานประตูถูกปิดลงริมฝีปากของคนทั้งคู่ก็เคลื่อนเข้ากันราวกับมีแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้ ฮานะยกแขนขึ้นโอบรอบบ่ากว้างก่อนจะแหงนเงยใบหน้าเพื่อตอบรับสัมผัสลึกซึ้งที่อีกฝ่ายตั้งใจมอบให้ ความรู้สึกอุ่นชื้นผสมกับรสชาติของไวน์ที่ติดอยู่ปลายลิ้นยิ่งทำให้รสจูบนั้นวิเศษมากยิ่งขึ้น

เรียวปากสีอ่อนถูกขบเม้มดูดดึงจนเกิดเสียงขึ้นมาท่ามกลางห้องที่เงียบสนิท

กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่อีกฝ่ายฉีดเอาไว้ยังคงติดอยู่บนผิวเนื้อ ทำให้ต้องเคลื่อนใบหน้าลงไปสูดดมข้างซอกคอย้ำๆ จนได้ยินเสียงทุ้มเจืออยู่ในลำคอเมื่อถูกเขาขบเม้มจนขึ้นรอย ฮานะฝังจมูกลงไปอีกครั้งในตอนที่ชายเสื้อถูกเลิกขึ้นจนเห็นแผ่นท้องก่อนจะต้องร้องเครือครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นเข้าที่ช่วงสะโพก

น้ำหอมกลิ่น Blue Ocean…เปรียบเสมือนความร่าเริงและมีชีวิตชีวาของผืนน้ำสีครามกับประกายแดดอบอุ่น 

...แต่ทว่ายามที่ทะเลคลั่งเดือดขึ้นมา ก็สามารถพัดพาให้ทุกสรรพสิ่งพังพินาศได้ในชั่วพริบตา... 

รู้ตัวอีกทีก็ถูกวงแขนแข็งแรงช้อนอุ้มขึ้นจนตัวลอยเหนือพื้น ก่อนแผ่นหลังจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มของฟูกที่ยวบลงเมื่อต้องรับน้ำหนังของคนทั้งคู่ 

ฮานะใบหน้าร้อนจัดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืดตัวขึ้นเพื่อถอดเชิ้ตแขนยาวสีดำออกอย่างใจเย็น กระดุมแต่ละเม็ดที่ถูกปลดออกนั้นราวกับกำลังกระชากลมหายใจของคนมองให้หลุดออกไป รอยยิ้มข้างมุมปากกดลึกบนใบหน้าคมเข้มในตอนที่เห็นว่าอีกฝ่ายเบือนหน้าหลบไปอีกทางจนเห็นแก้มที่ขึ้นสีแดงจัด 

ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันจนซีด จังหวะชีพจรเต้นรัวเร็วเมื่อเชิ้ตตัวนั้นถูกโยนลงบนเตียงก็ปรากฏให้เห็นแผ่นอกกว้างและช่วงแขนกำยำที่ดูกร้าวแกร่งทุกการขยับเคลื่อนไหว กลิ่นอายของบุรุษเพศอบอวลคละคลุ้งจนต้องสูดหายใจเข้าลึกเมื่อถูกช่วงตัวสูงใหญ่ขึ้นคร่อมเหนือร่าง 

ทำได้เพียงแค่ร่ำร้องอยู่ในใจเมื่อไม่สามารถต้านทานไหว... 

..He’ s so fucking hot... 

“อื้อ” เสื้อแขนยาวที่สวมใส่ถูกร่นลงมากองไว้ที่ไหล่ก่อนลมหายใจอุ่นร้อนจะรินรดลงบนผิวเนื้อจนฮานะต้องหดคอหนี “...พีท” เอ่ยเรียกชื่อคนรักเสียงแผ่วเมื่อถูกขบเม้มเข้าที่ซอกคอจนขึ้นรอยจาง 

“ครับ” 

ฉันรักเธอนะ” ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคมเข้มเอาไว้ก่อนจะเอ่ยคำนั้นซ้ำอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏ 

แทนคำตอบจากอีกฝ่ายคืออ้อมกอดที่โอบกระชับแนบแน่นขึ้นเมื่อร่างกายสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดข้างซอกคอทำให้ต้องยกมือขึ้นโอบกอดบ่ากว้างเอาไว้เพื่อเป็นหลักยึด ปลายเล็บจิกข่วนลงไปบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนขึ้นรอยแดงเป็นทางยาว

แสงจากภายนอกลอดผ่านรอยแยกของม่านเข้ามาตกกระทบเข้ากับร่างของคนทั้งคู่จนเกิดเงาทาบทับลงพื้นเตียง ผ้าปูที่นอนยับย่นไม่เหลือเค้าเดิมเมื่อจังหวะการเคลื่อนกายนั้นหนักหน่วงจนได้ยินเสียงลั่นของสปริงเตียง

หยาดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นมาข้างขมับหยดลงไปบนแผ่นอกขาว ก่อนจะเลือนหายไปเมื่อถูกเรียวลิ้นตามไปกวาดเก็บ

นิ้วมือทั้งสิบสอดประสานแน่น อุณหภูมิของผิวเนื้อที่ร้อนจัดทำให้ผ่อนความรุนแรงลงเมื่อคนใต้ร่างยกมือขึ้นมาวางไว้บนบ่า ถ้อยคำอ้อนวอนร้องขอคล้ายกับน้ำมันที่สาดซัดลงบนทะเลเพลิงที่กำลังคลั่งเดือด

ที่รัก...กอด 

ฮานะมักทำให้เขาเสียการควบคุมจนแทบคลั่งตาย

ริมฝีปากถูกประกบจูบแนบแน่นอีกครั้งในตอนที่เสียงครวญครางนั้นดังก้องไปทั่วห้อง กลิ่นอายความรักที่ทั้งสองมีให้ต่อกันฟุ้งกระจายหอมหวานจนไม่เหลือตัวตนของตนเอง

ดำดิ่งลงไปในห้วงของอารมณ์ลึกซึ้ง ก่อนจะถูกฉุดรั้งขึ้นมาให้โผบินได้อย่างเป็นอิสระ

ในตอนนี้...วินาทีนี้

มีเพียงแค่เสียงของหัวใจเท่านั้นที่เป็นตัวควบคุมทุกอย่างจวบจนกระทั่งฟ้าสาง

ไอแดดในช่วงสายที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องเป็นตัวบ่งบอกว่าเช้าวันนี้นั้นล่วงเลยผ่านไปอย่างไม่รีบร้อน ร่างที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดอุ่นขยับกายเล็กน้อยเมื่อรู้สึกหนักที่ช่วงเอว ฮานะเป็นคนแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีท่อนแขนแข็งแรงวางอยู่บนหน้าขา กลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงถูกเสยขึ้นก่อนรอยยิ้มจะระบายออกมาเมื่อก้มลงมองใบหน้าของคนรักที่กำลังหลับพริ้มอย่างมีความสุข

วันนี้เป็นวันหยุดจึงทำให้ไม่ต้องคิดกังวลกับทุกสิ่ง

ร่างขาวนวลลงมาจากเตียงอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากจะรบกวนอีกฝ่าย ก่อนเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ที่วางอยู่ปลายเตียงจะถูกนำมาสวมทับเอาไว้ ขนาดตัวที่ต่างกันทำให้ต้องพับแขนเสื้อขึ้นมาไว้ที่ข้อศอก กลิ่นหอมประจำตัวและน้ำหอมเจือจางที่ยังคงติดอยู่บนเนื้อผ้าทำให้ต้องยกขึ้นดมก่อนจะเผลอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อนึกถึงช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา

ฮานะมองภาพสะท้อนของตัวเองที่อยู่ในกระจกพร้อมกับยกปลายนิ้วขึ้นสัมผัสตามจุดที่ริมฝีปากร้อนจัดเคยลากผ่าน ร่องรอยเด่นชัดที่ปรากฏอยู่บนผิวเนื้อตอกย้ำความทรงจำให้หวนนึกถึงเรี่ยวแรงและสัมผัสของอีกฝ่ายจนใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

และก่อนที่ความคิดทุกอย่างจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้เจ้าตัวก็รีบล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปด้านนอก

ต้นไม้กระถางรวมไปถึงแคคตัสในถาดถูกฉีดละอองน้ำใส่จนชุ่มชื้นเป็นที่น่าพอใจ ฮานะเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟและปิ้งขนมปังเอาไว้เผื่อใครอีกคนด้วย กลิ่นหอมจากเครื่องชงกาแฟและแป้งธัญพืชที่คุ้นเคยทำให้บรรยากาศในห้องนั้นอบอวลไปด้วยความสบายใจ เจ้าตัวผละออกไปหยิบผลไม้ในตู้เย็นมาล้างในซิงค์ก่อนจะต้องสะดุ้งอย่างตื่นตกใจเมื่อถูกสวมกอดมาจากทางด้านหลัง กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ต้องเอียงคอเปิดให้อีกฝ่ายได้ซุกซบลงมาตามที่ต้องการ

“นี่...อย่ากวนสิ” เขาดุไปอย่างไม่จริงจังพร้อมกับปอกเปลือกแอปเปิลไปด้วย “ไปนั่งรอเฉยๆ เลย”

ร่างสูงใหญ่ยอมผละออกไปตามคำสั่งอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปคว้ากีตาร์โปร่งที่มุมห้องมานั่งเล่นบนโซฟา นัยน์ตาคมเข้มจดจ้องไปยังร่างของคนรักที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการทาเนยถั่วลงบนขนมปัง ฮานะเผลอยกนิ้วขึ้นมาเลียเก็บในส่วนที่เปื้อนก่อนจะต้องชะงักราวกับว่าเพิ่งจะรู้สึกตัว

“บ่ายวันนี้คงต้องไปซื้อของเข้าครัวกันซะหน่อยแล้ว” เสียงบ่นพึมพำว่าในขณะที่วางจานขนมปังปิ้งลงบนโต๊ะกระจก “กินรองท้องไปก่อนก็แล้วกัน” ว่าไว้แค่นั้นก็เบียดตัวเข้าไปนั่งบนตักของอีกฝ่ายโดยเมินพื้นที่ว่างที่เหลืออีกมากบนโซฟา

“กำลังเล่นเพลงอะไรอยู่เหรอ” ฮานะมองตามตอนที่กีต้าร์ถูกวางคว่ำลงบนโซฟา

แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นเพียงรอยยิ้มบางเบาและสัมผัสอุ่นที่นาบลงมาบนริมฝีปากนัยน์ตาคมเข้มมองจ้องอยู่อย่างนั้นจนต้องเม้มปากเอาไว้ “...อร่อย”

“เพลงนี้ไม่เคยได้ยินแฮะ” เขาเฉไฉกลบเกลื่อนเมื่อเห็นว่าคนรักยิ้มกว้างขึ้น

“อยากฟังไหมครับ” พีทวางคางลงบนลาดไหล่เล็ก ก่อนจะกัดลงไปเบาๆ เมื่อฮานะถามว่าเขาจะร้องเพลงอร่อยน่ะเหรอ

“แหย่เล่นนิดเดียวเอง” เจ้าตัวย่นจมูกใส่เมื่อถูกงับเข้าที่แก้มก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อถูกซุกเข้าที่หลังคอ

ฮานะดิ้นขัดขืนจนสามารถหลุดออกจากอ้อมกอดมายืนบนพื้นได้แต่กลับถูกรั้งมือเอาไว้เมื่อฝ่ายนั้นเห็นว่าเขาทำท่าจะเดินหนี “อะไรเล่า”

พีทไม่ตอบอะไรกลับมาทำเพียงแค่เอื้อมมือไปหยิบกีต้าร์ตัวข้างกายมาก่อนจะปล่อยมือออกจากกัน นัยน์ตาคมเข้มที่ช้อนขึ้นมองสื่อความหมายลึกซึ้งจนทำให้ต้องยืนนิ่งรอฟังอย่างตั้งใจ ฮานะทัดผมบางส่วนที่ตกระลงมาข้างแก้มก่อนยกแขนขึ้นมากอดอกเมื่อเสียงของกีต้าร์เริ่มคลอขึ้นท่ามกลางความเงียบ

รอยยิ้มถูกกลั้นเก็บเอาไว้ทันทีที่เสียงทุ้มขับร้องออกมาอย่างนุ่มนวลในขณะที่สายตายังคงสบประสานกันอยู่

 

How long will I love you 

As long as stars are above you 

And longer if I can 

( ผมยังจะรักคุณไปได้อีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่ดวงดาวเหล่านั้นจะยังอยู่บนฟากฟ้า...และนานตราบเท่าที่ผมจะสามารถรักคุณได้) 

 

How long will I need you 

As long as the seasons need to 

Follow their plan 

(ผมยังจะต้องการคุณไปอีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่ฤดูกาลยังคงผันเปลี่ยนไปตามวัฏจักรของมัน) 

 

How long will I be with you 

As long as the sea is bound to 

Wash up on the sand 

(ผมยังจะอยู่กับคุณไปได้อีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่คลื่นทะเลยังคงสาดซัดขึ้นมาบนหาดทราย) 

 

How long will I want you 

As long as you want me to 

And longer by far 

(ผมยังจะต้องการคุณไปอีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่คุณยังคงต้องการผม...และยาวนาน ไม่มีวันจบสิ้น) 

 

How long will I hold you 

As long as your father told you 

As long as you can 

(ผมยังจะโอบกอดคุณไปได้อีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่พ่อของคุณนั้นเคยบอกเอาไว้....และนานตราบเท่าที่คุณจะสามารถโอบกอดผมเอาไว้ได้) 

 

How long will I give to you 

As long as I live through you 

However long you say 

(ผมจะยังมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคุณไปได้อีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่ผมจะยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างคุณ...ต่อให้จะนานอีกสักแค่ไหนก็ตาม) 

 

How long will I love you 

As long as stars are above you 

And longer if I may 

(ผมยังจะรักคุณไปได้อีกนานแค่ไหน 

ก็นานตราบเท่าที่ดวงดาวเหล่านั้นจะยังอยู่บนฟากฟ้า...และนานตราบเท่าที่ผมจะสามารถรักคุณได้) 

 

 

 

เสียงกีตาร์ค่อยๆ จางหายไปเมื่อบทเพลงนั้นจบลง ก่อนคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ร่วงลงมาจนเปียกแก้ม ฮานะถูกดึงให้เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมออกไปหาพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มและรอยยิ้ม 

“ฮานะครับ” ริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงบนหลังมือข้างซ้ายก่อนจะเลื่อนไปหยุดนิ่งที่บริเวณนิ้วนางเนิ่นนาน 

“…” 

คุณจะให้เกียรติผมได้ยืนอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตผม...ได้ไหมครับ” นัยน์ตาคมเข้มช้อนขึ้นมอง 

ชั่วขณะนั้นภายในห้องพลันเงียบสงบราวกับทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว ก่อนน้ำตาหยดสุดท้ายจะร่วงหล่นลงบนหลังฝ่ามือเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะดึงคนรักเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนแนบแน่นจนได้ยินเสียงจังหวะชีพจรที่เต้นรัวตอบรับกัน ฮานะสะอื้นตัวโยนก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาเอาไว้จนต้องโน้มกายลงไปหา

จมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่อ้อมแขนกระชับแน่นขึ้น

...ขอบคุณครับ” 

เสียงทุ้มเอ่ยบอกก่อนจะหลับตาลงเพื่อเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ในห้วงความทรงจำตลอดไป...

‘ฮานะ...ชื่อคุณแปลว่าอะไรเหรอครับ’

‘ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าดอกไม้น่ะ’

...ขอบคุณที่เข้ามาเป็นดอกไม้ที่สวยงามที่สุดในชีวิตผม 

 

 

Thank you for your part in my journey. 

 

 

 

E N D 

 

 

 

______________________________________ 

 

 

Ellie Goulding - How Long Will I Love You 

 

 

::TALK:: 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเจ้าเด้นก็เป็นฝั่งเป็นฝาสักที เหมือนได้ดูลูกชายคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆเลยค่ะ 

ตลอดระยะเวลา5เดือนที่ผ่านมาเรามีความสุขมากๆที่ได้เขียนเรื่องราวของพีทและฮานะ 

ถึงแม้ว่าจะเป็นแนวเขียนที่ไม่ถนัดเอาซะเลยแต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ และผลตอบรับที่ได้กลับมานั้นต้องบอกว่าเกินคาดมากเลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าคนจะรักพีทและฮานะมากมายขนาดนี้ 

 

 

ตอนเขียนตอนจบก็แอบใจหายอยู่หน่อยๆ รู้สึกอยากจะเขียนเรื่องราวของพวกเขาต่อไปเรื่อยๆ 

ถ้าเรามีเวลาว่าง เอาไว้จะเขียนตอนพิเศษมาให้ทุกคนหายคิดถึงแน่นอนค่ะ <3 

 

 

BLUE OCEAN #ดอกไม้ของพีท อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่สนุกที่สุด ไม่ใช่นิยายที่ดีที่สุด 

แต่เป็นนิยายอีกเรื่องที่เรารักมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และก็ดีใจมากๆที่ทุกคนรักพวกเขาเหมือนกัน 

ตั้งแต่เริ่มเดินทางมา แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่คนชื่นชอบอย่างเดียวเสมอไป แต่ไม่ว่าจะยังไงแล้ว พันไมล์ก็ขอน้อมรับคำติชมทั้งหมดเอาไว้ และจะนำไปพัฒนางานเขียนเรื่องต่อไปของตัวเองแน่นอนค่ะ ​​​​​​​ 

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาจนถึงวันนี้ เพราะคอมเม้นและกำลังใจจากทุกคนทำให้เรามีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้มาโดยตลอด ถ้าไม่มีพวกคุณ BLUE OCEAN ก็คงจะเงียบเหงาน่าดู 

แต่เพราะมีพวกคุณมันเลยดูสมบูรณ์ที่สุดสำหรับเรา : ) 

 

 

ขอบคุณจากหัวใจค่ะ 

 

 

รัก 

พันไมล์ 

 

_________________________________________ 

 

 

ปล.ส่งท้าย 

สำหรับหนังสือนิยาย BLUE OCEAN ทางสำนักพิมพ์จะเริ่มจัดส่งช่วงเดือนกุมภา63นะคะ 

ในนั้นมีตอนพิเศษ5ตอนที่รับรองว่าเต็มอิ่มแน่นอน อิอิ ส่วนเจ้าตัวเล็กจะมาไหมนั้นรอติดตามแบบในรูปเล่มได้เลยค่ะ 

แล้วก็ถ้ามีความคืบหน้าเรื่อง E-book พันไมล์จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ 

อ้อ! ฝากผลงานนิยายเรื่องอื่นๆของพันไมล์ด้วยนะคะ > < 

สามารถมาพูดคุยกันได้ที่ Twitter @pppunmile หรือเพจ Punmile คับผมม 

 

 

MERRY CHRISTMAS AND HAPPY NEW YEAR  

 

ความคิดเห็น