หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 5 โลหิตแห่งราชาโอสถ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 โลหิตแห่งราชาโอสถ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 โลหิตแห่งราชาโอสถ
แบบอักษร

 

หมอผีชราดึงร่างของถังเฉียนขึ้นจากพื้น มองดูบาดแผลของนางที่เพียงพันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างลวกๆ แม้ตรงหน้าจะเป็นหน้ากากที่น่ากลัวเกินจริง ทว่าดวงตาเย็นยะเยือกภายใต้หน้ากากที่จ้องถังเฉียนไม่วางตานั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่า นางตัวแข็งทื่อ ไม่อาจอ้าปากได้ 

“อย่าได้คิดใช้อุบายตื้นๆ กับเทพแมลงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ที่เจ้ารักษาน้องสาวเจ้าได้ มิใช่เพราะสมุนไพรพวกนั้น แต่เป็นเจ้า โลหิตแห่งราชาโอสถ” 

ถังเฉียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ถังอวิ๋นแย้งขึ้นในทันที 

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่เจ้าจะพาพี่สาวข้าไปไม่ได้” 

ถังอวิ๋นกอดถังเฉียนเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้พี่สาวถูกคุมตัวไป หมอผีชราไม่ยี่หระถังอวิ๋นแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปพูดกับถังเฉียนว่า 

“น้องสาวเจ้ายอมรับออกมาหมดแล้ว หากเจ้าไม่ยอมรับ ก็เท่ากับว่านางโกหกเทพแมลงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ นางต้องถูกบูชายัญถวายเทพแมลงปีศาจ” 

ถังเฉียนกับถังอวิ๋นตัวสั่นทันทีเมื่อได้ยินคำว่าบูชายัญ สองพี่น้องกอดกันแน่น 

“อย่า อย่านะ...” 

ใบหน้าของถังอวิ๋นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เด็กหญิงกอดพี่สาวไว้แน่น กลัวว่าหญิงชราน่ากลัวผู้นี้จะพรากพี่สาวของตนไป 

หมอผีชราร้องหึแล้วพูดว่า “ไปเถอะ เด็กนั่นพูดโกหก นางจะต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับคำพูดของตัวเอง คุมตัวเด็กสองคนนี้ไป ไปดูผลลัพธ์ของการไม่เคารพเทพแมลงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่” 

ถังเฉียนรู้สึกงุนงงเมื่อได้ยินเช่นนี้ ตอนนั้นราชาโอสถบอกนางว่าร่างกายของนางแตกต่างจากคนทั่วไป เช่นนั้นจึงพานางไปเพื่อที่จะเลี้ยงดูให้นางมีเลือดแห่งราชาโอสถที่สามารถเกิดจากกระดูกขาวตามคัมภีร์โบราณได้ แต่นางก็เป็นเพียงผลงานที่ล้มเหลวของราชาโอสถเท่านั้น 

หมอผีพาสองพี่น้องมาที่ลานกว้าง ข้าทาสส่วนหนึ่งมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้คุม ถังเวยถูกมัดอย่างแน่นหนา ใบหน้าถูกทาเป็นลวดลายสีแดงและดำ 

“ท่านพี่...ช่วยข้าด้วย!” 

ถังเฉียนยืนอยู่กับถังอวิ๋น เมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ถังเฉียนจำต้องขอร้องหมอผีชรา 

“ท่านหมอ เทพแมลงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ น้องสาวข้ายังเด็กมาก โปรดปล่อยน้องข้าไปเถอะ” 

ถังเฉียนอาศัยการวิงวอนเพื่อให้หมอผีชราสงสารพวกนางแล้วปล่อยตัว ทว่าไม่ได้ผล 

ถังเวยถูกพาขึ้นไปบนแท่นประหาร ไฟถูกจุดขึ้นแล้ว ถังเฉียนมองดู นัยน์ตาถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน 

“อย่า อย่านะ! พวกเจ้าจะทำร้ายเวยเอ๋อร์ไม่ได้!” 

ถังเฉียนดิ้นรนขัดขืน แต่รอบๆ เต็มไปด้วยพวกผู้คุม นางไม่สามารถเข้าใกล้แท่นพิธีบวงสรวงสวรรค์ได้เลย ถังเฉียนรู้ว่าคราวนี้หมอผีจะเผาถังเวยจริงๆ ถังเฉียนจึงไม่อาจรอต่อไปได้แล้ว นางเห็นเปลวไฟค่อยๆ ลามเข้าใกล้ถังเวย ได้ยินเสียงน้องหวีดร้องด้วยความตกใจ หัวใจนางก็เจ็บปวดราวกับถูกกรีดด้วยมีด 

“ที่เจ้าต้องการคือข้า อยากทำอะไรก็ทำกับข้า อย่าทำร้ายน้องสาวข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็ขอยอมตาย แต่ไม่ยอมให้เจ้าสมหวัง!” 

หมอผีชราได้ยินเสียงตะโกนอย่างโกรธแค้นของถังเฉียน ดวงตาภายใต้หน้ากากก็มองนางอย่างเย้ยหยัน เหยียดยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า 

“ได้ยินว่าโลหิตของราชาโอสถสามารถชุบชีวิตจากซากกระดูกและเนื้อได้ ใช้น้องสาวเจ้าทดลองดูก็ดีทีเดียว ดูสิว่าเจ้าจะชุบชีวิตน้องสาวได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ ก็หมายความว่าเป็นพระประสงค์ของเทพแมลงปีศาจที่จะทรงรับตัวนางไป!” 

ถังเฉียนรู้ดีว่าหมอผีชราต้องการตนเอง แต่ตัวนางเองมีความสามารถไม่พอ หากกล่าวออกไปตามจริงแล้วก็กลัวว่าหมอผีจะไม่เห็นความสำคัญตนเองที่เป็นแค่ผลงานที่ครึ่งๆ กลางๆ ดังนั้นถังเฉียนจึงต้องโกหก 

“ข้ามีพลังโอสถโลหิตเพียงครึ่งเดียว หากท่านหมออยากทดลอง ก็ทดลองกับข้าเถอะ” 

ถังเฉียนพูดจบก็ใช้แขนชนเข้ากับดาบที่ผู้คุมถืออยู่ ผู้คุมพยายามหลบ ทว่าแขนนางก็ถูกคมดาบบาดเป็นแผลลึกเลือดแดงฉาน ถังเฉียนชูแขนขึ้น ภายใต้แสงแดดเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกจากปากแผล ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ เพียงชั่วประเดี๋ยวเลือดยังคงอยู่ แต่แผลที่แขนของถังเฉียนนั้นกลับสมานตัวอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

“เช่นนี้เอง เป็นเช่นนี้เอง!” 

หมอผีชราเดินเข้ามา ถังเฉียนมองนางด้วยความเคียดแค้น ทุกครั้งที่ถังเฉียนใช้พลังพิเศษนางจะหมดสติชั่วคราวและอ่อนเพลียไปชั่วระยะหนึ่ง แม้ว่าขณะนี้นางจะพยายามฝืนทนเต็มที่ แต่สติก็เริ่มที่จะเลือนรางเต็มทน 

หมอผีชรามองดูแขนของถังเฉียนด้วยความประหลาดใจ เห็นแผลค่อยๆ สมานเข้าหากันและจางลงช้าๆ จนสุดท้ายก็เลือนหายไป  

“ปล่อยน้องสาวของข้า แล้วข้าจะยอมมอบเลือดให้เจ้า อย่า อย่าทำให้น้องสาวข้าเดือดร้อน พวกนาง...” 

หมอผีอุ้มร่างที่หนักอึ้งของถังเฉียนขึ้นราวกับอุ้มสิ่งของล้ำค่า จากนั้นก็ได้พาถังเฉียนไปจากบริเวณนั้น บรรดาผู้คุมไม่กล้าขัดขวาง สำหรับคนเหล่านี้แล้วหมอผีชราก็อยู่ในฐานะที่มิอาจละเมิดได้ ดังนั้นไม่ว่าหมอผีชราจะทำอะไรก็ต้องยอมทำตาม 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น