หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ตัวนางนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง แต่จะทำอย่างไร หากแสงสว่างนั้นกลับเป็นภัยที่เข้าหาตัว!

ตอนที่ 3 ถังอวิ๋นป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ถังอวิ๋นป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ถังอวิ๋นป่วย
แบบอักษร

 

ปีนี้หล่งชวนอากาศชื้นเป็นพิเศษ หลายวันมานี้เกิดฝนตกหนัก อากาศเย็นลงกะทันหัน บรรดาทาสที่ต้องโทษจากที่ต่างๆ พากันล้มป่วย หนึ่งในนั้นก็รวมถึงถังอวิ๋นด้วย เด็กน้อยตัวร้อนผ่าว ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากแห้งแตก 

“ท่านพี่ ข้ารู้สึกไม่สบาย” 

เมื่อนักโทษเหล่านี้ป่วยไข้ก็ไม่มีใครตามหมอมาช่วยรักษา แม้ถังเฉียนจะพอมีความรู้เรื่องหมอบ้าง แต่ว่านางไม่มีหยูกยาอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ผ้าห่มที่จะให้น้องสาวห่มเพื่อช่วยขับเหงื่อ ทำได้เพียงคอยไปตักน้ำมาเพื่อให้ถังเวยช่วยเช็ดตัวให้น้อง 

“ช่างเถอะ จับนางโยนใส่น้ำเย็นเถอะ” 

“เวยเอ๋อร์!” 

ที่จริงถังเวยก็ไม่ได้ใจจืดใจดำถึงเพียงนั้น แต่เพราะถังเวยยิ่งเช็ดตัวให้ น้องกลับยิ่งรู้สึกไม่สบายมากขึ้น ทำให้ถังเวยโกรธ เมื่อถังเฉียนกลับมาแล้วพบว่าไข้ของน้องสาวยังไม่ลด ในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาด 

“เอาเลือดให้น้องกินก็แล้วกัน ถ้าพี่ใช้ปิ่นปักผมกรีดข้อมือแล้วเอาเลือดให้อวิ๋นเอ๋อร์กิน น้องอาจจะหายก็ได้” 

ถังเฉียนเอาเลือดที่ปลายนิ้วให้น้องสาวกินแล้ว แต่เลือดนั้นก็น้อยเกินไป อาการของถังอวิ๋นจึงยังทรงๆ ทรุดๆ 

“ท่านพี่ รอก่อนเถิด ข้าได้ยินว่าคราวนี้ก็มีคนตายมาก ผู้คุมไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับเบื้องบนอย่างไร เช่นนั้นก็เลยจะเชิญหมอผีของที่นี่มาช่วยรักษา” 

แม้ว่าเลือดของถังเฉียนมักจะได้ผล แต่ทุกครั้งที่ปล่อยเลือดให้ไหลออกมานางจะอ่อนเพลียไปหลายวัน หากอยู่ที่บ้านก็ยังไม่เป็นไร แต่ที่นี่ถังเวยกลัวว่าพี่สาวจะทนไม่ไหวจนต้องตายลงในที่สุด ถังเฉียนได้ยินที่น้องสาวบอก เช่นนั้นจึงเลิกล้มความคิดนี้ไปชั่วขณะ 

แม้ถังเวยจะอารมณ์ร้าย แต่นางก็เป็นคนที่ปากร้ายใจดี เมื่อหมอผีมาถึงถังเวยก็เสี่ยงชีวิตเบียดไปอยู่ด้านหน้าสุดเพื่อจะให้หมอผีช่วยรักษาน้องก่อน 

นี่เป็นครั้งแรกที่ถังเฉียนเห็นหมอผีหญิงซึ่งคลุมร่างด้วยผ้าสีดำสนิท นางสวมหน้ากากหน้าตาประหลาด ที่วาดเป็นลวดลายสีขาวดำสลับกัน กำแท่งไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์สีดำหัวสีทองไว้แน่น 

นิ้วมือของนางเหมือนเปลือกไม้เก่าๆ แสดงว่าหมอผีหญิงผู้นี้มีอายุมากแล้ว เคยได้ยินว่าหมอผีเผ่า ม้งนั้นเก่งกาจ มีวิธีรักษาโรคแบบพิเศษ 

“เด็กคนนี้ไม่รอดแล้ว หามออกไปซะ” 

เสียงหมอผีชราดังขึ้น เมื่อถังเฉียนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนแทบล้มลง พวกผู้คุมเตรียมจะหามถังอวิ๋นไปที่กองซากศพ 

“ปล่อยน้องสาวข้านะ! น้องข้าต้องไม่ตาย ยายแก่อย่างเจ้าต่างหากที่รักษาไม่เป็น!” 

ถังเวยกระโจนออกไปกัดมือผู้คุมแล้วอุ้มถังอวิ๋นกลับมาพร้อมทั้งกอดน้องสาวไว้แนบอก ถังอวิ๋นสะอื้นไห้ ตัวสั่นระริกอยู่ในอ้อมกอดพี่สาว แม้เด็กหญิงจะไข้สูงจนสติเลอะเลือน แต่ก็ยังรู้ว่าหากถูกพาไปคงไม่มีทางรอดแน่นอน เช่นนั้นจึงกอดถังเวยไว้แน่น 

“แยกเด็กนี่ออกไป เด็กสองคนนี้ถูกคำสาปของปีศาจร้ายแล้ว จับเด็กพวกนี้ไปเผาซะ!” 

ถังเฉียนได้ยินหญิงหมอผีพูดเช่นนี้ก็ก้าวพรวดออกมา ร้องบอกว่า 

“ท่านหมอ ได้โปรดปล่อยน้องข้าเถอะเจ้าค่ะ น้องข้าสองคนยังเยาว์นัก ท่านหมอโปรดเมตตาด้วย” 

หมอผีร้องหึด้วยความไม่พอใจ 

“พวกเจ้าสงสัยหมอผีอย่างข้าก็เท่ากับสงสัยเทพแมลงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าทำให้ท่านพิโรธ คนที่นี่จะไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุขได้” 

ผู้คนที่นี่นับถือเทพแมลงปีศาจ ใครก็ตามที่ลบหลู่จะต้องถูกเผาทั้งเป็นบนปะรำพิธีแห่งเทพแมลงปีศาจ พอพวกถังเฉียนมาถึงที่นี่ก็ได้มีคนแจ้งพวกนางแล้วว่าอยู่ที่นี่จะทำให้ใครไม่พอใจก็ได้ แต่ห้ามทำให้หมอผีที่สวมหน้ากากลายผู้นี้ไม่พอใจเด็ดขาด มิฉะนั้นแล้วจะต้องตายลงสถานเดียว  

ถังเวยนั้นหุนหันพลันแล่นก็จริง แต่ยามนี้เด็กสาวก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก คนพวกนี้จะพาถังอวิ๋นไปทิ้งที่กองซากศพเพื่อเลี้ยงเทพแมลงปีศาจ แต่นี่ก็เห็นๆ อยู่ว่านางยังไม่ตาย 

ผู้คุมเหล่านี้เป็นสาวกที่ภักดีที่สุด เมื่อได้ยินหญิงหมอผีสั่งการก็จัดการลากสองพี่น้องไปทันที ต่อให้ถังเวยเก่งกาจเพียงใด แต่อย่างไรนางก็ยังเป็นเพียงเด็ก ถังเวยดิ้นรนขัดขืน แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกลากตัวออกไป 

“ข้าสามารถรักษาน้องข้าได้ ไม่จำเป็นต้องบูชาเทพแมลงปีศาจของเจ้า ข้าช่วยรักษาคนที่นี่ได้” 

“บังอาจ!” 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น