เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

90.2 ประชุมครอบครัว

ชื่อตอน : 90.2 ประชุมครอบครัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 19

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2562 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
90.2 ประชุมครอบครัว
แบบอักษร

เวลาประชุมครอบครัว ณ ร้านข้าวกลางคืนนาวนาวล์[แหล่งกบดานชาวสวน] 

         ภายในร้านแว่วเสียงพิณฝีไม้ลูกสาวเจ้าของร้าน ท่วงทำนองชวนเคลิ้มหลับเป็นพลังกล่อมให้ยอดบุรุษวัยทำงานวางอาวุธ และอารมณ์ร้อนลง เจ้าของร้านเผ่าอมนุษย์สัตว์หนูยิ้มกรุ่มกริ่มพลางสั่งลูกสาวอีกคนนำมันบดไปให้พวกเมรัยที่กำลังยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งของร้าน พวกสาวน้อยน่ารักนั่งสุมหัวกันบริเวณโต๊ะชั้นสอง แม้นชั้นหนึ่งยังมีโต๊ะว่างประปรายให้เลือกหย่อนก้น กระนั้นเมรัยอยากนั่งโต๊ะชั้นสอง นางขอนารีแล้ว ดวงดาวน้อยอนุญาต หมอผีน้อยก็โล่งอกนึกว่านางจะไม่ให้ซะอีก

         แสงเทียนส่องสลัว สาดแสงสร้างเงาไสวเรืองรอง กลิ่นหอมข้าวลอยอบอวบยั่วน้ำลายสอ

         “มันบดมาแล้วพวกเรา”

         เมรัยรับถ้วยมันบดพลางยกช้อนไม้ตักกิน

         “อ่ากกกกกก”

         มันบดร้อนลวกปากหมอผีน้อย

         นารีกับเรไรทำหน้าอยากจะบ้าตาย มองหมอผีน้อยสายตาอย่างว่าทำอะไรเนี่ย

         “น้ำๆขอน้ำ..”

         นี่ขนาดนั่งกินข้าวสภาพเมรัยยังน่าอเนจอนาถขนาดนี้นะ เรไรส่ายศีรษะระอาหมดคำพูด นางส่งน้ำให้เมรัย หมอผีน้อยดื่มๆ ปากเจ็บร้อนปุดๆ

         “ทำตัวยังกะเด็ก”

         นารีกุมขมับ สมัยดวงดาวน้อยยังเด็ก นางยังไม่เซ่อเท่าเมรัยเลย หมอผีน้อยยินแล้วขมวดคิ้วโมโห พลางค้อนให้ดวงดาวน้อย

         แสงเทียนสีทอง ภาพแขวนรูปท้องทุ่ง แก้วไม้กลม จานไม้งาม บรรยากาศหนาวเย็นด้านนอกวาดแต้มด้วยสายฝนตกโปรยปราย เรไรนั่งเหม่อลอยมองนอกหน้าต่างกรอบไม้สีน้ำตาล นารีนั่งรับประทานข้าวกับไข่พะโล้ เมรัยนั่งมองนารีกินแล้วอยากแย่งดวงดาวน้อยกิน อุ้งมือลูกหมีเลยแหวกอากาศไปตักข้าวกับเนื้อหมูสามชั้นของนารี แล้วนำใส่ปากตัวเองอย่างน่าไม่อาย “..” ดวงดาวน้อยเห็นพฤติกรรมกวนประสาทแล้วคิ้วเรียวงามกระตุกๆ “ในถ้วยยังมีเหลือ จะแย่งข้ากินทำไมรึ” “กินของเมียมันอร่อยกว่าไง” เมรัยยกมืออธิบายหน้าซื่อปานลูกเม่นน้อยบอกว่าตัวเองเป็นลูกจระเข้ นารีฟังแล้วเอ่ยว่าเช่นนั้นหรือ พลันหยิบพัดกระดาษฟาดใส่หน้าผากเมรัย เพี๊ยะ!!

         “อิไต”

         ไม่วายแย่งข้าวเมรัยกินคืนด้วย เอาคืนๆ

         “อร่อยจริงด้วย”

         นารียอมรับตรรกะนี้นะ หมอผีน้อยยิ้มร่าพลันหันมองจานปักษาน้อย เรไรเห็นเมรัย และนารีหยอกล้อกันแล้วหันมองจานข้าวนาง “อย่าแม้แต่จะคิด!!” เรไรรีบอ้าปากร้องห้ามพลางอ้าแขนโอบสมบัติล้ำค่ายิ่งชีพ ขยับจานข้าวนางให้ห่างจากสัตว์ร้ายทั้งสอง ปักษาน้อยถือคติไม่แย่งข้าวใครกิน และคนอื่นก็ห้ามแย่งข้าวนางกินด้วย นางหวง

         “แลกหมูกรอบเจ้ากับแคบหมูข้าไหม”

         “ไม่”

         เรไรปฏิเสธเสียงเข้ม ห้ามแย่งแล้วก็ห้ามเสนอข้อแลกเปลี่ยนด้วย

         นารีนั่งขบขัน ลงเอ๋ยว่าไม่อยากให้เรไรเคืองจริงจัง เมรัยเลยเก็บงำประสงค์ร้ายอันอยากกินข้าวในจานเรไรไว้ในใจ รอวันหน้าที่ปักษาน้อยเผลอ หมอผีน้อยจะแย่งไม่เหลือแม้แต่ผักแน่ เรไรมองแผนการร้ายเมรัยทะลุปรุโปร่ง ปักษาน้อยครุ่นคิดเตรียมแผนป้องข้าวทุกเม็ด นางจะหันไปกินพวกเส้นแทน ทำเช่นนี้หมอผีน้อยก็กินข้าวนางไม่ได้ ฮาๆๆ

         สรุปพวกนางจักชิงไหวชิงพริบเรื่องแย่งข้าวกินอีกนานไหมเนี่ย

         คุณแม่หรือนารีมีเรื่องสำคัญอยากจะพูด

         “เอ้าๆพักเรื่องกินก่อน”

         “ถึงเวลานอนแล้วหรือ”เมรัยถามหน้าตาย นางพร้อมทำทุกอย่างยกเว้นคุยงานนะ

         นารียกพัดกระดาษข่มขู่? ไม่ล่ะ นางยกแล้วฟาดใส่เมรัยเลยต่างหาก

         ผัวะ

         “เอ้าๆมีอะไรก็พูดจากันดีๆพวกเราควรสนทนาอย่างคนมีภูตินะ..แม้นความจริงจะไม่มีก็เถอะ”

         เมรัยลูบหน้าผาก เรไรกินไปพลาง เงี่ยหูฟังไปพลาง นารีกระแอม และยกน้ำจิบให้โล่งคอ ครั้นเอ่ย “หลังข้ามชายแดนแล้วเราจะมุ่งหน้าไปเมืองไมเดนทันที คำนวณระยะทางแล้วไม่น่าใช้เวลาเกินสิบวัน ทางหลวงสายตรงเรนอินทาส[ถนนผู้สยบยอม] คิดว่าควรขอติดกองคาราวานเพื่อวามปลอดภัย พวกเจ้าคิดอย่างไร” นารีกอดอกสีหน้าเป็นงานเป็นการปานนักการเมือง เมรัยลูบคาง ลูบท้อง มือยกแก้วน้ำเรไรดื่มน่าตาเฉย

         “ตามนั้น”

         หมอผีน้อยสัมผัสรสหวาน และเอ่ยเสียงราบเรียบ นางยกหน้าที่หัวหน้ากลุ่มให้นารีแล้ว ขอเพียงดวงดาวน้อยไม่นำทางพวกเมรัยไปขาย หมอผีน้อยก็สบายใจ ฝั่งเรไรกะพริบตาครุ่นคิดอย่างรอบคอบ นางคิดว่าแม้นพวกนางเดินทางเพียงกลุ่มเล็กๆไม่อาศัยกองคาราวานก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้านารีคิดดีแล้วว่าจะเกาะติดกองคาราวาน ปักษาเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะอย่างไรรูปแบบการเดินทางก็ไม่แตกต่างกันมาก

         “พวกเจ้ามีสถานที่อื่นหรือสถานที่อยากแวะกลางทางรึเปล่า”

         นารีแหวกร่องอกเมรัยแล้วหยิบแผนที่แคว้นฮาโมนีออกมากางบนโต๊ะ เมรัยก้มมองแผนที่ เรไรมองนมเมรัยแล้วสงสัยว่ามันใช้เก็บของได้ด้วยจริงดิ

         วิญญาณภูตกิ้งก่าไต่ และเกาะบนหัวดวงดาวน้อย หมอผีน้อยยื่นมือหยิบมันแล้วเอาไปวางบนหัวปักษาน้อยแทน

         ปล่อยให้หัวนารีเป็นบ้านผีแมงมุมต่อไป

         เมรัยมองนานมากๆสีหน้าจริงจังสุดๆ

         “จะหาเมืองใดหรือ”

         นารีมิรู้ว่าทำไมเมรัยจริงจังมากเช่นนี้ หรือว่านางกำลังคิดเรื่องสำคัญ

         “กำลังมองหาร้านขายมันบดริมทาง”

         “..”

         “..”

         นารีจะเอาหัวทิ่มโต๊ะตอนนี้ก็แลไม่งาม นางสีหน้าบิดเบี้ยว เมรัยยิ้มแหย่สีหน้าลูกลิง เรไรพูดไม่ออก เอางี้เจ้าสั่งมันบดร้านนี้มากินอีกสิบถ้วยดีไหม

         แลพิเคราะห์แล้วหาสาระในตัวเมรัยไม่เจอ นารีผลักหัวเมรัยออกนอกวงแล้วถามความเห็นเรไร ปักษายอมรับว่าอยากไปหลายๆที่ แต่มองสำรวจถนนหลวง เมือง หมู่บ้านที่อยู่ติดถนนแล้วไม่พบว่ามีสถานที่ใดน่าสนใจ “เรไรกำลังมองหาร้านมันบดเหมือนกัน” เมรัยกระซิบหูนารี ไม่วายยินถึงหูเรไร ดวงดาวน้อยพร้อมใจกับปักษาน้อยส่งค้อนให้หมอผีน้อย ไม่ช่วยงานก็หุบปากเถอะ

         เมรัยหยีตายิ้ม ครานางกล่าว

         “เรื่องเส้นทางไม่น่ามีปัญหา ตกลงตามนี้เถอะ”

         “อือ”

         เรไรคิดว่าดี นารีก็เอาตามนั้น

         “แล้วที่ข้าให้เจ้าสืบเป็นไงบ้าง”

         นารีมีเบาะแสขอคนอธิษฐานขอพรกับดวงดาวคนที่ห้าแล้ว ไพ่แห่งสะกดรอยนำทางพวกนางมุ่งสู่เมืองไมเดน ที่นั่นมีคนรอพวกนางอยู่ โชคดีคือคนคนนี้ไม่มีปริศนาซับซ้อนเหมือนคนที่แล้ว น้องสาวนารีบอกตรงๆเลยว่าคนขอพรเป็นเจ้าหญิงน้อยที่ถูกขังในหอคอย ชีวิตนางรันทดมากๆเห็นแล้วน้ำตาไหลริน น้องสาวเกลียดชังมนุษย์ และครอบครัวของเจ้าหญิงน้อยที่ทำกับเจ้าหญิงน้อยโหดร้ายเช่นนี้ ดังนั้นน้องสาวเลยอ้อนให้พี่สาวช่วยเจ้าหญิงน้อย ทำให้ความปรารถนาของเจ้าหญิงน้อยเป็นจริง

         ซึ่งน้องสาวบอกว่ามันเยอะมากๆ เอาเป็นว่าให้พี่สาวพิจารณาคำขอเอาเอง

         ส่วนเรื่องที่นารีไหว้วานเมรัยให้ช่วยสืบคือให้หมอผีน้อยหาร่องรอยอื่นๆนอกจากข้อมูลที่น้องสาวให้

         ฝ่ายเมรัยนั่งจิ้มพุงเรไร เอ่ยตอบอย่างให้ความร่วมมือ

         “ยังสืบไม่ได้หรอก ถ้าให้ข้าถามพวกผีวิญญาณก็ต้องรอให้เข้าใกล้เมืองมากกว่านี้”

         ยังน้อยต้องข้ามเขตชายแดนอ่ะ เมรัยลองไปหลอกเด็กในหมู่บ้าน เอ้ย ลองไปถามผีวิญญาณในหมู่บ้านแล้ว พวกนั้นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ขนาดแคว้นยังมีเขตแดน โลกของวิญญาณก็มีแบ่งเขตแคว้นเช่นกัน ถ้าพวกวิญญาณข้ามไปยังแคว้นโฮมานีก็เตรียมตัวโดนพวกวิญญาณอัศวินสาวเอาเชือกรัดคอตายได้เลย

         เมรัยสงสัยนะว่าพวกมันจะตายอีกรอบได้ไง ???

         “เช่นนั้นพอใกล้เมืองไมเดนแล้ว เราตั้งกระโจมหรือหาหมู่บ้านเล็กๆพักแล้วตามสืบข่าวก่อนดีหรือไม่”

         “เอาเช่นนั้นก็ได้”

         ที่จริงเมรัยมีคนที่อยากพบที่เมืองไมเดน ถ้าไปถึงเมืองเร็วๆจะดีมาก แต่เอาเถอะ เรื่องงานต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เอาเป็นว่าเมรัยจะเข้าเมืองคนเดียวแล้วถีบพวกนารี เรไรไปทำงานแทนละกัน “เอาตามนี้”

         “ตามนี้ก็วรนุสล่ะ”

         เรไรส่งสายตาให้นารี นารีรับคำสั่งพลางยกพัดกระดาษฟาดใส่หัวเมรัย แปะ

         “ห้ามเจ้าไปไหนคนเดียวเข้าใจหรือเปล่า”

         “โอเค..”

         ถ้าไม่เห็นความห่วงใย และกังวลในแววตาคนรัก เมรัยคงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนลากไปทำงานกลุ่มด้วย

         นารีไม่อยากแย่งจากเมรัยอีกแล้ว เรไรห่วงอาการผีเข้าผีออกของเมรัย จะปล่อยให้หมอผีน้อยเดินทางเพียงลำพักหรือ? เป็นไปไม่ได้

         “พวกเจ้าก็ห่วงมากไป”

         เมรัยคลี่ยิ้มเอนกายพิงไหล่เรไร นารีมองแล้วถอนหายใจ “ไม่มากหรอก..”

         ไม่เลย…

         เรไรขมวดคิ้วท่าทางเหมือนรับน้ำหนักเมรัยไม่ไหว อยากผลักเมรัยไปซบอกนารีก็กลัวดวงดาวน้อยโดนทับตาย งืมมมมม

         “เอ้าปิดประชุม”

         ประเดี๋ยวยังไม่คุยเรื่องโซฟีเลย… นารีจะเอ่ยปากแต่ต้องปิดปาก นึกๆแล้วคงเพราะเมรัยรู้อยู่แล้วกระมัง เลยจงใจหลีกเลี่ยงเรื่องน้องสาว คงเพราะตอนนี้ห่วงน้องสาว แล้วกลัวพวกนารีคิดมากเลยบอกว่าเมรัยจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง

         “เอาแต่ใจชะมัด”

         นารีบ่นอุบอิบพลางใช้ช้อนตักข้าวกินง่ำๆ

         เมรัยจ้องคอยหาจังหวะแย่งข้าวเรไร

         ปักษาน้อยก็ขยับก้น ตัดสินใจเปลี่ยนไปนั่งข้างๆนารีแทน เอานารีเป็นโล่กันอุ้งมือโจร

         ทว่ากลับกลายเป็นโดนนารีแย่งกินซะงั้น

         “….”

         “…”

         ดวงดาวน้อยยิ้มให้ปักษาน้อย เรไรผงะ น นางจะร้องไห้แล้วนะ!!! จะร้องแล้วนะ!!

         “พวกเจ้าแกล้งข้า!!”

         ตกท้ายคืนนั้นเรไรงอนไม่ยอมขึ้นเตียง… เป็นเหตุให้นารี และเมรัยง้อตลอดคืน..

         “วันหลังเราแลกกันกินดีหรือไม่”

         “ไม่ดี!!”

         เรไรไม่!!! ทุกเรื่องนางยอมได้ แต่เรื่องข้าวนางจะไม่ยอม!!

         “งั้นน้ำ—“

         “น้ำก็ไม่”

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น