Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 17

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.1k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2562 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 17
แบบอักษร

17. 

การมานอนค้างที่เพนต์เฮาส์จากเพียงแค่เสาร์อาทิตย์เปลี่ยนเป็นทั้งเสาร์อาทิตย์และวันที่สามารถมาได้ ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าลี่ชิงอยู่เพนต์เฮาส์มากกว่าบ้าน

“อือ...” เสียงครางในลำคอฟังดูอ่อนอ่อย เปลือกตาปิดลงรับแรงฉีดพ่นของบางสิ่งที่อยู่ในกายซึ่งสาดซัดความอุ่นวาบเข้าหาเป็นระลอก

ลมหายใจร้อนคลอเคลียอยู่กับซอกคอ ฟันซี่คมได้แต่ครูดไปมา แต่ไม่อาจลงแรงกัดหรือทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้

เฟิงหลงหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อกลิ่นหอมๆ จากเรือนกายเพรียวเหมือนจะเล่นงานหนักขึ้น ความอยากฝังเขี้ยวลงไปเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของคุกรุ่น

ก่อนจะต้องตัดใจด้วยการพลิกกายนอนลงแล้วรั้งร่างของลี่ชิงเข้ามาในอ้อมกอด ถอนใจแรงๆ เพื่อลดความงุ่นง่านในอก

ลี่ชิงต้องไปทำงานที่จีนห้าวัน...

ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยรู้สึกไม่ชอบประเทศจีนขนาดนี้มาก่อน

“เป็นอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้ดูเหมือนคุณเครียดๆ”

เฟิงหลงเลื่อนสายตาลงมองคนที่ซบอยู่กับอก ลี่ชิงเงยหน้ามอง สายตาเจือความเป็นห่วงทั้งที่แก้มยังแดงเรื่อจากกิจกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“เปล่า” เอ่ยปฏิเสธทว่าน้ำเสียงยังติดหงุดหงิด

ลี่ชิงทอดมองใบหน้าคร้ามคมนิ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ ยกมือขึ้นไล้แก้มสากอย่างอ่อนโยน หวังปัดเป่าความตึงเครียดของคนข้างกายให้เบาบางลง

ขณะที่คนถูกสัมผัสก็เผลอมองเจ้าของมือด้วยแววตาอ่อนแสง

“รับโกโก้กุหลาบไหม”

“ไม่” เฟิงหลงปฏิเสธ “ไปอาบน้ำแล้วก็นอนเถอะ”

ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียง ช้อนอุ้มคนที่ไร้เสื้อผ้าสักชิ้นเช่นเดียวกันขึ้นแล้วพาตรงไปยังห้องน้ำ ใช้เวลาชำระร่างกายไม่นานนักเพื่อให้ลี่ชิงได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม

--

“ผลตรวจต่างๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ก็สามารถลดยาลงได้เรื่อยๆ เหมือนกัน ยังไงก็อย่าลืมกินยาต้านฮีตเด็ดขาดเลย เพราะลี่ชิงจะเริ่มมีอาการฮีตที่ระดับกลางๆ แล้ว”

“ครับ”

“รักษาสุขภาพเหมือนเดิมนะ...กินอาหารให้ดี ออกกำลังกาย แล้วก็พักผ่อน อย่าทำงานจนละเลยตรงนี้” ใบหน้าเรียวพยักหน้ารับ แล้วคนเป็นหมอก็พูดต่อด้วยสีหน้ายิ้มๆ “นี่หมอก็เห็นลี่ชิงในหลายที่เลย วันก่อนลูกสาวก็เปิดเพลงที่เล่นเอ็มวีให้ดู”

ลี่ชิงเหลือบมองหน้าแม่ที่ส่งยิ้มมาให้ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นไม่ค่อยมั่นใจ ก่อนจะหันหน้ากลับไปถามความคิดเห็นของคนที่ถือว่าสนิทกันอีกคนหนึ่ง

“หมอว่าเป็นยังไงบ้าง”

“ฝีมือดีเลยนะ เก่งมาก”

คนถูกชมค่อยๆ ระบายยิ้ม กำลังใจเพียงเล็กน้อยนั้นสามารถสร้างพลังงานให้ได้มหาศาล

“ขอบคุณครับ”

หลังจากหาหมอเสร็จเรียบร้อยลี่ชิงก็เข้าไปรับตารางงานของเดือนหน้าที่สตูดิโอ ประตูห้องประชุมเล็กๆ ถูกเปิดเข้าไป คนสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ก่อนแล้วจึงหันมามอง

“มาแล้ว...ลี่ชิงมานี่เร็ว มีงานใหญ่” เกรซผุดลุกขึ้นไปรั้งแขนของลี่ชิงให้เดินมานั่ง ความตื่นเต้นปรากฏอยู่บนสีหน้าและแววตาอย่างปิดไม่มิด

“งานอะไร?”

“แบรนด์ xxx เลือกลี่ชิงให้เดินแบบชุดฟินาเล่” แกเรนเป็นคนเอ่ยตอบ

“แบรนด์ xxx” ลี่ชิงทวนชื่อแบรนด์ที่ว่าช้าๆ

“ใช่ แบรนด์ของท่านหญิงไง!”

ดวงตาเรียวเบิกขึ้นไม่ต่างจากดวงตาคมของเกรซ พลันสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นตาม แต่ยังสามารถควบคุมอาการได้ดีกว่า

“จริงเหรอเกรซ...จริงเหรอครับ”

“จริง”

“ไม่อยากจะเชื่อเลย” ลี่ชิงพึมพำเมื่อได้รับคำยืนยันจากแกเรน แววตาเป็นประกายด้วยความสุข ด้านลลิตาก็ยิ้มให้ลูกอย่างภาคภูมิใจ

“มือสั่นเลยเนี่ย” เกรซโชว์มือที่ยังคงสั่นระริกให้ดู

“เรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน คุยเรื่องที่จะไปจีนก่อน”

แกเรนพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าราบเรียบ ในขณะที่ดวงตาฉายความสุขไม่ต่างจากทุกคน ยามมองหน้าลี่ชิง รอยยิ้มแห่งความยินดีและภาคภูมิก็เกิดขึ้น

ทุกอย่างคือผลตอบแทนของความพยายาม

--

ลี่ชิงนอนไม่หลับ ได้แต่นอนลืมตาในความสลัว มองแสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาพลางครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ไม่ง่วง

นาฬิกาพรายน้ำบนโต๊ะข้างหัวเตียงบ่งบอกว่าเวลากำลังจะล่วงเข้าสู่วันใหม่ ทั้งที่พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าก็ไม่อาจข่มตาหลับ ท้ายที่สุดจึงค่อยๆ พลิกตัวไปหาคนด้านหลัง ขยับไปกอดร่างหนาจากทางด้านหลังอย่างเบามือ ให้ความอบอุ่นจากอีกคนขับกล่อมให้ง่วงงุน

ลี่ชิงปิดเปลือกตาลง สูดกลิ่นหอมเย็นจากคนที่ตัวเองกอดอยู่ช้าๆ

พึ่บ

“อ่อยฉันอีกแล้วหรือไง”

การพลิกตัวกลับมากอดพร้อมเสียงเอ่ยพูดทำให้คนที่คิดว่าเฟิงหลงหลับไปแล้วสะดุ้งเพราะความตกใจ

“คุณยังไม่นอนอีกเหรอ” ลี่ชิงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมที่มองเห็นเพียงเลือนราง

“ยัง”

“นึกว่าหลับไปแล้วซะอีก”

“แล้วทำไมเธอถึงยังไม่นอน”

คนถูกถามซบหน้าลงกับอกกว้าง บดเบียดร่างกายเข้าหา แขนที่วางอยู่บนเอวสอบรัดแน่นขึ้น พลันความวูบโหวงในอกก็เกิดเป็นช่องว่างขยายใหญ่

จะไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งห้าวัน

“ไม่รู้” ความจริงลี่ชิงรู้สาเหตุ แต่ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ “วันนี้...คุณไม่เห็นทำอะไรเลย”

ประโยคหลังถูกเอ่ยแบบเลี่ยงๆ ด้วยเสียงอันแผ่วเบา พูดจบก็กัดริมฝีปากล่าง หน้าเห่อร้อนเมื่อตัวเองเข้าใจคำว่าไม่เห็นทำอะไรนั้นดี

วันนี้คุณเฟิงไม่แม้แต่จะเข้าใกล้ ที่เผลอคิดไปว่าอีกคนจะทดแทนเวลาต้องห่างด้วยความลึกซึ้งอันร้อนแรงกลายเป็นจินตนาการไปเอง

ด้านเฟิงหลงก็ยิ้มมุมปากให้กับคำถาม ขณะที่แม้แต่เวลานี้ก็ยังต้องใช้ความพยายามในการอดทนไม่ลงมือ

เขาไม่อยากให้ลี่ชิงเดินทางอย่างอ่อนล้า

“ทำอะไรนี่คืออะไร” แสร้งไขสือถามกลับ

“...”

แล้วก็ไม่ได้รับคำตอบใดกลับมา

“หมายถึงกินเธอน่ะหรือ” เฟิงหลงจึงเป็นคนพูดให้ชัดเจน

“คนนะ ไม่ใช่ขนม” ลี่ชิงเลี่ยงการยอมรับเสียงอู้อี้ด้วยการซุกหน้าซบอกกว้าง อดต่อว่าความหื่นของตัวเองที่เริ่มถูกกลืนกินจากการโดนรังแกบ่อยๆ ไม่ได้

เมกเลิฟคือการแสดงออกของความรัก เป็นความลึกซึ้งทางร่างกายที่อยากจะทำกับคนรัก มันคือความวาบหวามที่เจือไปด้วยความอ่อนหวาน ไม่แปลกที่ใครหลายคนหลงใหล

“พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่รึไง”

“อืม”

“นอนเถอะ”

“นอนไม่หลับ” ลี่ชิงตอบพลางส่ายหน้าไปมา

“ให้ฉันตบตูดกล่อมไหม”

“ผมไม่ใช่เด็ก” คนถูกเย้าแหย่เถียงกลับ หางเสียงมีความกระเง้ากระงอดที่ส่งผลให้คล้ายยังคงเป็นเด็กเข้าไปใหญ่จนเฟิงหลงต้องกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้

“แต่นอนยากเหมือนเด็ก”

“...” คนที่คืนนี้ข่มตาหลับได้อย่างยากเย็นเถียงไม่ออก

“นอนได้แล้วลี่ชิง” เฟิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นการสั่ง พร้อมด้วยการกระชับท่อนแขนรั้งให้ร่างเพรียวยิ่งแนบชิดจนแทบรวมร่าง จากนั้นจึงจดริมฝีปากเน้นหนักลงกลางกระหม่อม ให้กลิ่นแชมพูจากขวดเดียวกันที่เหมือนจะหอมกว่ากรุ่นอยู่ปลายจมูก

ลี่ชิงพลันรู้สึกว่าความง่วงค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหา ก่อนจะปิดเปลือกตาลง ให้ห้วงนิทราฉุดรั้งให้ดำดิ่งลงไปช้าๆ ในขณะที่บางคนนอนลืมตาอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งฟ้าสว่าง

--

พออยู่คนเดียว เพนต์เฮาส์ก็กลายเป็นกว้างใหญ่ดั่งคฤหาสน์ ความเหงาที่ไม่เคยพานพบในชีวิตกำลังกัดกร่อนหัวใจ สุดท้ายเฟิงหลงก็ตัดสินใจกลับบ้านไปหาคนเป็นย่า

“ลี่ชิงบินไปแล้วเหรอ” จางผิงถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหลานชาย

“ครับ”

“ป่านนี้จะถึงหรือยัง”

“ยังครับ”

ยังไม่ถึงเวลาแลนดิ้ง อีกทั้งหากถึงแล้วลี่ชิงจะต้องโทรมาบอกทันทีตามคำสั่ง

จางผิงมองสีหน้าไม่ค่อยสดชื่นของเฟิงหลงพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยเย้าแหย่ให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น

“เมียไม่อยู่ก็อยู่กับไหน่ไนไปก่อนแล้วกัน กอดได้เหมือนกันนะ”

แล้วเฟิงหลงก็หลุดยิ้ม ทอดมองผู้เป็นย่าด้วยความรัก จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้แล้ววาดแขนโอบรอบร่างอวบ กระชับแน่นจนคนแก่ส่งเสียงประท้วงว่าหายใจไม่ออก

“ไม่ต้องกอดไหน่ไนแน่นขนาดนั้นก็ได้” จางผิงว่าแล้วก็หายใจเข้าลึกๆ

“ก็ไหน่ไนบอกกอดได้เหมือนกัน”

“เวลากอดลี่ชิงก็กอดแบบนี้เรอะ”

คนถูกถามไม่ตอบแต่ใช้สายตาตอบแทนว่าใช่

“น้องกระดูกหักกันพอดี”

“ก็ไม่เห็นลี่ชิงจะเป็นอะไร” คนฟังแสร้งเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ทว่าเฟิงหลงไม่สะทกสะท้าน นิ่งงันอยู่หลายวินาทีก็เอ่ยเรียกคนข้างกายอย่างมีคำถาม “ไหน่ไน”

“หืม?”

เฟิงหลงเงียบเพื่อเรียบเรียงคำพูดอยู่สักพัก

“ฤกษ์แต่ง เลื่อนไม่ได้เลยใช่ไหม”

จางผิงเลิกคิ้วพลางแสร้งถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบดี

“จะเลื่อนเข้าหรือเลื่อนออกล่ะ”

“...เข้า”

คนใจร้อนเอ่ยตอบ จากที่เคยไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่ง วันนี้กลับกลายเป็นว่าฤกษ์แต่งในอีกสองปีกว่าๆ มันช้าไปในความรู้สึก

“ไม่ได้หรอก...ใจเย็นๆ นะอาเฟิง ถึงตอนนี้ยังไม่แต่งก็เหมือนแต่งไม่ใช่เหรอ” จางผิงพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยนระคนขบขัน ดวงตาฝ้าฟางจับจ้องใบหน้าของหลานชายที่ดูจะหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเห็นใจ

“มันยังไม่สุด”

“เมื่อก่อนใครกันที่เกลียดลี่ชิงอย่างกับอะไร”

“...” พอถูกถามแบบนี้เฟิงหลงก็พูดไม่ออก ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาจนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นึกโกรธตัวเองที่บางครั้งก็พูดหรือทำอะไรไม่สมควร

“พอจะรู้จักน้องมากขึ้นแล้วหรือยัง”

“ครับ”

“เข้าใจหรือยังว่าทำไมไหน่ไนถึงได้อยากให้เฟิงหลงหมั้นกับลี่ชิง” คนพูดระบายยิ้มบาง มือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบแก้มสากเบาๆ “เพราะเฟิงหลงจะมีความสุขแบบนี้ไง”

ดวงตาคมวูบไหวไปชั่วครู่ ก่อนที่เฟิงหลงจะวางมือทับบนหลังมือของคนเป็นย่า ขณะที่รู้ซึ้งถึงคำว่าผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนจึงมองเห็นอะไรมากกว่า

“ขอบคุณนะครับ”

--

เฟิงหลงเหลือบมองโทรศัพท์มือถือส่วนตัวแทบจะตลอดเวลา ถือมันติดมือไม่ให้ห่าง เฝ้าราวกับกลัวจะหนีหายจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร

“อีกสิบนาทีนายมีประชุมนะครับ” เฉินกล่าวเตือนขณะมองท่าทางของเจ้านายด้วยความอ่อนใจ

“อืม”

มือหนาหมุนโทรศัพท์ในมือไปมา ครุ่นคิดอะไรบางอย่างซึ่งไม่เกี่ยวกับงานหรือการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้น จากนั้นก็หันไปหาคนสนิทเมื่อตัดสินใจได้

“เฉิน”

“ครับ”

“แก...รู้จักอินสตากรัม ไอดี อะไรสักอย่างนั่นไหม”

“อินสตาแกรมครับ หรือเรียกสั้นๆ ว่าไอจี” เฉินแก้คำให้ถูกต้อง ได้ยินแล้วก็รู้สึกขันไม่น้อยแต่ต้องกลั้นเอาไว้เพื่อรักษาชีวิต

“เออ นั่นแหละ” เฟิงหลงบอกส่งๆ ใช้ความหงุดหงิดมากลบเกลื่อนความอาย

“รู้จักครับ แต่ผมไม่มีแอคเคานต์”

“ทำให้ฉันหน่อย”

“หืม?” คนฟังเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ จับจ้องใบหน้าคร้ามคมอย่างมีคำถาม

“ทำให้หน่อย จะเอารูปหมารูปแมวอะไรก็ทำไป” เฟิงหลงเอ่ยพูดพลางหันหน้าหนีไปทางอื่น

“แล้วนายจะให้ทำทำไมครับ”

คราวนี้คนถูกถามหันขวับกลับมาแล้วถามกลับด้วยสีหน้าแสร้งไม่พอใจ

“แล้วแกจะถามทำไม”

“ถ้านายไม่บอกแล้วนายจะทำอะไรเองเป็นเหรอครับ”

พลันสีหน้าของผู้เป็นนายก็แปรเปลี่ยน ความหงุดหงิดไม่พอใจกลายเป็นครุ่นคิดจนหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน เฟิงหลงเงียบไปสักพัก เหลือบมองหน้าคนสนิทเล็กน้อยแล้วก็ตอบออกไปเสียงเบาไม่เหมือนก่อนหน้า

“จะ...ตามดูไอจีลี่ชิง”

คนที่พอจะเดาได้อยู่แล้วกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ

“ครับ เดี๋ยวจะทำให้ครับ”

“เร็วๆ ด้วย”

แล้วเฟิงหลงก็ยื่นโทรศัพท์ไปให้อีกฝ่าย นั่งรออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย เมื่อเฉินคืนโทรศัพท์กลับมาให้ก็รับมาดู แล้วก็ได้เห็นรูปลี่ชิงที่ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดมีมากขึ้นกว่าเดิม

มีแต่รูปโป๊ๆ!

ก๊อก ก๊อก

“นายครับ...”

“อะไร!” คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ถูกจังหวะถึงกับหน้าซีดเผือด ส่งสายตามีคำถามมาทางเฉินแล้วก็ได้รับคำตอบเป็นการปรายตามองโทรศัพท์แบบที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก

“เอ่อ...เลยเวลาเข้าประชุมมาสิบนาทีแล้วนะครับ”

“รู้แล้ว”

ร่างสูงหยัดกายขึ้นด้วยท่าทีกรุ่นโกรธ โทรศัพท์ในมือถูกเก็บเข้ากระเป๋าพร้อมสีหน้าบึ้งตึง ทำเอาลูกน้องที่ไม่รู้เรื่องราวหน้าเหลอหลา ก่อนจะรีบถอยออกไปเพราะกลัวโดนอะไรมากกว่านั้น

ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่หน้าจอไอแพด มือเลื่อนดูแต่ละรูปอย่างเชื่องช้า จดจ้องและขยายดูทุกรายละเอียดราวกับจะหาไรฝุ่นที่ติดอยู่บนร่างกายของคนในรูป ถึงอย่างนั้นจางเฟิงหลงก็อดยอมรับถึงอารมณ์และท่าทางที่ลี่ชิงสื่อสารผ่านการถ่ายรูปไม่ได้

เขายอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขในความสามารถนี้จากผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์

ลี่ชิงก้าวขึ้นมาเป็นนายแบบแถวหน้าในระยะเวลาไม่นานนัก มีรูปอยู่บนป้ายโฆษณาจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ปลอกคอ เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับ

“เฮ้อ”

เสียงถอนใจดังขึ้นเมื่อตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนของที่จีน ทว่ายังไร้การติดต่อมาจากคนที่ไปทำงาน

เฟิงหลงไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่เขาพูดๆ กัน...จนกระทั่งเวลานี้ เวลาที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกนาทีทั้งที่มันไม่มีการเคลื่อนไหวใด

เหมือนเด็กที่เพิ่งมีความรัก

ผู้ชายในวัยสามสิบสามปีอย่างเขานึกขนลุกกับตัวเอง

Rrrrrr

พอมีสายเรียกเข้าก็หยิบมาดูอย่างร้อนรน แล้วริมฝีปากก็ฉีกออกเป็นรอยยิ้มเมื่อเป็นสายจากคนที่รอ

“อืม” ถึงอย่างนั้นก็ยังรักษาฟอร์มด้วยการรับสายเพียงสั้นๆ

“นอนหรือยังครับ”

“ยัง”

“ผมเพิ่งกลับมาจากฟิตติ้งชุด แล้วก็ถ่ายภาพนิ่ง”

“ทำไมดึก” เอ่ยถามพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน แล้วใจก็วูบโหวงเพราะความเป็นห่วง คำพูดของหมอที่สลักลึกอยู่ในใจดังขึ้น

...ลี่ชิงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ

“นายแบบนางแบบเยอะ ก็เลยเสร็จช้าน่ะ”

“กินอะไรหรือยัง”

“เรียบร้อย”

“อย่าลืมกินยา” เฟิงหลงกำชับเสียงเข้ม

“อื้ม...คุณล่ะ กินข้าวหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน กำลังจะเข้านอน”

“งั้นคุณนอนเถอะ ผมก็จะอาบน้ำนอนเหมือนกัน”

“อืม ฝันดี” ประโยคนั้นถูกเอ่ยออกไปอย่างจำใจ มือกำโทรศัพท์แน่นอย่างไม่อยากวางสาย จิตใจสับสนระหว่างรั้งเอาไว้หรือปล่อยให้ปลายสายไปพักผ่อน

“ฝันดี...แล้วพรุ่งนี้ผมจะโทรหาใหม่”

ก่อนประโยคสุดท้ายของลี่ชิงจะดับความร้อนรุ่มในอกลงให้ได้แต่รับคำ สายสัญญาณถูกตัดไปพร้อมกับการรอคอยวันพรุ่งนี้ที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

รอให้ลี่ชิงโทรมา

--

เวลาที่แสนยาวนานในความรู้สึกผ่านพ้นไปในที่สุด ทันทีที่เท้าเหยียบถึงเมืองไทยลี่ชิงก็พุ่งตัวกลับเพนต์เฮาส์ ระหว่างนั้นก็ไลน์บอกคนที่รออยู่ว่าถึงแล้วและกำลังจะเดินทางไป

การจราจรของกรุงเทพไม่ได้ติดขัดเหมือนเย็นวันศุกร์ แต่ก็ยังติดจนคนเร่งรีบหงุดหงิดใจ ความเหนื่อยล้าทางกายถูกลืมเลือน เฝ้ารอเพียงแค่เวลาจะไปถึงห้อง

แล้ววินาทีนั้นก็มาถึงเมื่อประตูและหมายเลขห้องปรากฏอยู่ตรงหน้า ก่อนนิ้วมือจะถูกวางลงบนแท่นสแกนอย่างร้อนรน ขาก้าวฉับๆ หาร่างสูงใหญ่ไปทั่ว เมื่อเห็นลี่ชิงก็โถมตัวเข้าหาทันใด

เฟิงหลงที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซไปข้างหลังเล็กน้อย ขณะที่ท่อนแขนก็โอบกระชับรอบเอวบางแน่นเพื่อทรงตัว

“ลี่ชิง” ลี่ชิงค้างอยู่ในท่านั้นนานจนต้องเอ่ยเรียก

“อือ” คราวนี้ความเหนื่อยที่สะสมมาเพิ่งจะเริ่มทำงาน น้ำหนักของร่างกายถูกถ่ายเทไปยังร่างหนาทั้งหมด

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

คนถูกถามส่ายหน้าไปมาอยู่กับซอกคอ ด้านคนถามก็ขมวดคิ้ว สุดท้ายจึงตัดสินใจเลื่อนวงแขนลงไปใต้บั้นท้ายแล้วยกร่างเพรียวขึ้นเพื่อพาไปนั่งบนโซฟา

ซึ่งเฟิงหลงนั่งลงก่อนโดยมีลี่ชิงนั่งอยู่บนตัก ซบหน้าอยู่กับลาดไหล่

“ง่วงไหม”

“ไม่”

“หิวหรือเปล่า”

“เปล่า” ลี่ชิงเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อ “แค่...คิดถึง”

เสียงที่ดังอยู่ข้างหูทำให้เฟิงหลงได้ยินชัด ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ความหงุดหงิดอยู่ไม่สุขในห้าวันที่ผ่านมาปลิวหายไปไม่มีเหลือ ปลายจมูกโด่งกดลงบนแก้มเนียนอย่างไม่อาจห้ามใจ จากนั้นจึงถามกลับ

“คิดถึงใคร”

ลี่ชิงผละออกห่างเพื่อมองใบหน้าคร้ามคมที่แสนคิดถึง

“คุณ” คำตอบถูกเอ่ยออกไปโดยไม่บ่ายเบี่ยงหรือปิดบัง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบคนที่คิดถึง เพียงแค่ริมฝีปากแนบเข้าหากันสัมผัสก็เกิดขึ้นอย่างเร่าร้อน ความคิดถึงอันมากมายถูกสื่อสารผ่านทางร่างกาย

ร่างกายที่เปลือยเปล่าในนาทีต่อมา...

ลี่ชิงถูกจับให้นอนลงบนโซฟาโดยมีเฟิงหลงคร่อมอยู่ด้านบน ริมฝีปากได้รูปบดขยี้ปากบาง ดูดดึง ขบเม้ม จากนั้นก็สอดลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานข้างใน ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันก่อให้เกิดความรู้สึกหวามไหว ฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามร่างขาวเนียนกระตุ้นปลุกเร้าอารมณ์ให้ลุกโชน

“อือ” ลี่ชิงส่งเสียงครางในลำคอ ลืมเลือนทุกอย่างจนหมดสิ้น ใจและกายมีเพียงความโหยหา สองแขนไขว่คว้าคนด้านบนเอาไว้ไม่ห่าง

ห้าวัน...มันเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับเราทั้งคู่

แกร๊ก

ฟันซี่คมครูดกับปลอกคออันน่าหงุดหงิดดั่งสัตว์ป่า เมื่อไม่อาจทำอะไรได้ก็เลื่อนลงมาฟัดแผ่นอกบาง ดูดดึงเม็ดเล็กกลางอกทดแทนบริเวณซอกคอที่ถูกป้องกันเอาไว้

“อะ...อา”

ลี่ชิงแอ่นกายขึ้นเพื่อให้อีกคนได้สัมผัส ใบหน้าแหงนเชิด เปลือกตาปิดลง ขณะที่เลื่อนมือไปวางบนหลังคอแล้วลูบไล้ไปมา

ไม่ใช่ปลอบประโลมแต่เพื่อปลุกเร้า

ริมฝีปากบวมเจ่อเปล่งเสียงครางเมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อนตวัดไล้เลียแล้วก็ใช้ฟันครูด อีกข้างก็ถูกบีบบี้ สลับกันไปมา ก่อนที่ปากร้อนร้ายจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้อง แวะหยอกล้อกับแอ่งเล็กๆ อยู่ไม่นาน จากนั้นก็เลื่อนปากลงไปยังกลางกาย

“อื้อ!”

แก่นกายสีสดถูกแตะต้องด้วยมือ ไม่กี่วินาทีก็กลายเป็นปากอุ่นร้อน

ครอบครอง เม้มแน่น แล้วรูดรั้ง

เพราะความรีบร้อนเฟิงหลงจึงขยับปากรวดเร็ว ส่งผลให้คนถูกสัมผัสดิ้นเร่า สะโพกบางบิดไปมา หน้าขาเกร็งจนเห็นกล้ามเนื้อ

จากกลางกายก็ค่อยๆ เคลื่อนลงต่ำกว่านั้น ตำแหน่งที่เกือบจะค่อนไปด้านหลัง

ฝ่ามือหนาดันบั้นท้ายเนียนให้โก้งโค้ง แล้วก็ใช้ปลายลิ้นทักทายช่องทางที่ไม่ได้เจอมาเกือบสัปดาห์

“อ๊ะ อา” เสียงครางสั่นดังขึ้นจากลี่ชิง มือที่วางอยู่บนเข่าของตัวเองกำแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน ได้ยินเสียงถ่มน้ำลายเบาๆ แล้ววินาทีต่อมาก็สัมผัสได้ถึงนิ้วแข็งๆ ที่ถูกสอดเข้ามาในร่างกาย

ลมหายใจของลี่ชิงสะดุดไปเล็กน้อย นิ้วแข็งแรงเคลื่อนไหวโดยไม่หยุดพัก เมื่อเข้าไปได้จนสุดก็หมุนคว้านไปมาในผนังอ่อนนุ่ม พาให้สะโพกบางต้องหมุนตาม

เฟิงหลงมองภาพนั้นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนนิ้วออก งอนิ้วเล็กน้อยเพื่อกดต่ำลง จากนั้นก็เคลื่อนกลับเข้าไปให้ปลายนิ้วกระแทกกับจุดที่ต้องการ

“อ๊าาา” เสียงครางดังขึ้นทันใด แล้วก็ดังถี่ๆ เมื่อจังหวะขยับมือของเฟิงหลงเกิดขึ้นถี่รัว

ลี่ชิงถีบขาไปมา สองมือกำแน่น หูที่อื้ออึงเพราะความเสียวซ่านได้ยินเสียงครางน่าอายของตัวเองและเสียงการเสียดสีชื้นแฉะดังอยู่ไกลๆ

เพราะห่างหายกันไปถึงเกือบสัปดาห์ความเสียวซ่านจึงปะทุรุนแรง

ในจังหวะหนึ่งนิ้วเรียวก็ถูกดึงออก ร่างสูงขยับนั่งคุกเข่า ดันขาเรียวขึ้นจนปลายเท้าลี่ชิงชี้ขึ้นฟ้า พาส่วนใหญ่โตร้อนผ่าวไปแนบชิดกับกลางกายบางแล้วถูไถไปมา

เฟิงหลงชักรูดตัวเองให้พรั่งพร้อมเต็มที่ แล้วก็ค่อยๆ ดันส่วนปลายทู่เข้าไปในช่องทาง เข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งแรงตอดรัดที่อุ่นร้อนก็เร่งเร้าให้สวนกายต่อในคราเดียว

“อื้ออออ”

“อืมมม”

ความเสียวเกิดขึ้นกับคนทั้งสองจนเรียกเสียงครางกังวานกับเสียงครางต่ำให้ดังพร้อมกัน เฟิงหลงกัดฟันกรอด ให้เวลาลี่ชิงได้ปรับตัวอยู่ไม่กี่วินาทีก็เริ่มขยับ

แก่นกายใหญ่โตขยายขึ้นอีกในความอุ่นนุ่ม ร่างกายที่ถูกสร้างให้รองรับกันและกันกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างขยับเข้าหากัน

บั้นท้ายขาวใช่ว่าจะอยู่นิ่ง มันถูกดันกลับ บ้างก็บดเป็นวงกลม ทำให้เสียงครางต่ำดังขึ้น

ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงมาจับข้อเท้าเรียวพลางดึงเข้าหาใบหน้าแล้วไล้ปลายจมูกไปมา กลิ่นกายของลี่ชิงหอมกรุ่นอยู่ทุกอณูพื้นผิว ไม่เว้นแม้แต่ปลายก้อย ยิ่งสูดดมยิ่งต้องการ ยิ่งสูดดมยิ่งคลุ้มคลั่ง

“อ๊ะ” ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นตรงบริเวณน่องทำให้ลี่ชิงเพิ่งรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร “คะ...คุณเฟิง”

ท่อนขาที่ถูกพรมจูบไปทั่วทำท่าจะถูกดึงกลับเพราะความไม่เหมาะสม ทว่าเฟิงหลงไม่ปล่อยให้ทำอย่างนั้น ทั้งยังออกแรงกัดตรงต้นขาเบาๆ

“อือ”

จากนั้นก็วางแล้วโน้มตัวลงมาแนบชิดโดยที่สะโพกยังเคลื่อนไหวโดยไม่ผ่อนปรนลงสักวินาที

มีแต่จะรุนแรงขึ้น

เฟิงหลงไล้ปลายจมูกไปตามแผ่นอกบาง ขึ้นไปยังซอกคอหอมที่ปล่อยกลิ่นยั่วเย้า

แกร๊ก แกร๊ก

ความต้องการทางกายและใจทำให้แรงอาฆาตต่อปลอกคอยิ่งมีมากขึ้น ฟันซี่คมขบกัด ปลายเล็บครูดไปมาพลางส่งเสียงฮึ่มฮั่ม

อยากกัด!

ลี่ชิงที่เริ่มรับรู้อาการนั้นก็ยกมือขึ้นโอบรอบร่างหนา ลูบไล้มือไปตามมังกรบนแผ่นหลังกว้าง

“คุณเฟิง”

“ฮึ่ม”

เสียงคำรามในลำคอและลมหายใจร้อนคลอเคลียอยู่ข้างใบหน้า เปลือกตาสีอ่อนหลับลง แยกความเสียวซ่านออกจากความคิด พลันมือก็เลื่อนขึ้นช้าๆ แล้วปลดล็อก

แกร๊ก

ปลอกคอถูกโยนลงบนพื้น เปิดเปลือยลำคอขาวเนียนให้เฟิงหลงชะงัก กลิ่นที่ยั่วเย้าปะทุรุนแรงขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ยังควบคุมมันได้เพราะลี่ชิงไม่ได้อยู่ในอาการฮีต

ร่างเพรียวถูกรั้งให้ลุกขึ้นนั่ง ท่อนแขนแกร่งโอบอยู่รอบเอว ลำคอบางถูกขบกัดและดูดดึงไปทั่ว ปลายลิ้นร้อนไล้เลียทิ้งท้ายทุกครั้งราวกับจะขอโทษที่ทำให้เจ็บ

เฟิงหลงเม้มริมฝีปากไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงบริเวณหลังคอ ฟันซี่คมตั้งใจกดลงจนจมเขี้ยวให้เกิดรอย ตีตราเป็นเจ้าของตามความรู้สึกที่ไม่ได้มาจากสัญชาตญาณใด

แต่มาจากความรู้สึกทั้งหมดล้วนๆ

“อึก” ลี่ชิงซึมซับความรู้สึกนี้เอาไว้ในทุกวินาที ความเจ็บบนหลังคอที่มาพร้อมความอุ่นซ่านไปทั้งกายและใจ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ใช่ร่องรอยที่สลักอยู่บนร่างกายไปชั่วนิรันดร์แบบรอยประทับของการผูกพันธะที่จะเกิดขึ้นแค่ในยามฮีตและรัท

ถึงจะไม่ใช่ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นในอีกแบบ

จุ๊บ

เฟิงหลงประทับจูบลงบนรอยนั้นแผ่วเบา

“ฉัน...”

“...”

“ฉันรักเธอ” 

คนฟังตัวแข็งค้างให้กับประโยคไม่คาดคิด สัมผัสที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นแทบไม่อยู่ในความรู้สึก กว่าจะรู้ตัวใบหน้าก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เฟิงหลงที่รู้สึกได้ถึงความนิ่งงันที่นานเกินไปผละออกห่างเพื่อมองหน้า

น้ำตาบนแก้มเนียนทำให้ความวาบหวามหายไปกว่าครึ่ง

“ลี่ชิง” เฟิงหลงเอ่ยเรียกพร้อมทั้งเช็ดน้ำตาให้อย่างร้อนรน

ขณะที่คนถูกเรียกพยายามควบคุมตัวเอง

“คุณ...”

“...”

“พูดว่าอะไรนะ” ลี่ชิงถามอีกครั้งเนื่องจากอยากได้ยินให้แน่ใจ

“ฉันรักเธอ”

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นกลั้นเสียงสะอื้น

คุณเฟิงเอ่ยคำนั้นทั้งที่ยังไม่รู้ว่า...

“รู้ว่าเธอดีใจ แต่ได้โปรดอย่าร้องไห้เลย” ท่อนแขนแกร่งรั้งร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น คิ้วเข้มขมวดมุ่น ใจวูบโหวงเพราะร่างกายที่สั่นเทิ้มอยู่ในวงแขน

“ผะ...ผม...” ลี่ชิงสูดลมหายใจลึกๆ พยายามเอื้อนเอ่ยออกไป สองแขนรัดร่างหนาไว้ราวกับกลัวหาย “รักคุณ...เหมือนกัน...มากๆ”

“ฉันรู้” เสียงทุ้มอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนที่จางเฟิงหลงจะผละออกแล้วเช็ดน้ำตาให้คนรัก ชนปลายจมูกเข้ากับปลายจมูกเล็ก หลับตาลง

เขาพ่ายแพ้ให้ลี่ชิงทั้งหมดแล้ว มันเด่นชัดเมื่อต้องห่างกัน

ฝ่ามือหนาลูบไล้หลังคอของอีกคนในบริเวณที่เพิ่งฝังเขี้ยวลงไปพร้อมๆ กับเริ่มต้นขยับสะโพกอีกครั้ง

“อ๊ะ” ลี่ชิงซบหน้าลงกับบ่ากว้างพลางกัดปากกลั้นเสียงที่มาจากความเสียวซ่าน

“คิดถึง” เสียงทุ้มกระซิบบอก

ลี่ชิงโดนลวงหลอกด้วยคำสองคำที่มีอิทธิพลที่สุด ปากอยากยิ้ม ใจเหลวเหมือนขี้ผึ้งโดนลนไฟ ร่างกายโอนอ่อน ตอบสนองสัมผัสอันร้อนแรงอย่างน่าอาย ไม่หลงเหลือความเป็นตัวเองอีกต่อไปเพราะรักคนตรงหน้านี้เหลือเกิน

แล้วความคิดถึงและความรักก็ถูกแสดงออกผ่านทางร่างกายจนหมดสิ้น

TBC. 

 

คุณเฟิงคนหลงชิงชิง! มีการจะเลื่อนงานแต่งเข้า ว๊ายๆๆ 

ที่สำคัญคือเขาบอกรักน้องแล้ววววว/จุดพลุ 

น้ำตาจะไหลแทนลี่ชิงเพราะน้องเหนื่อยและอดทนมามากมายเหลือเกิน 

เรื่องนี้มี 20 ตอนจบ กับอีกหนึ่งบทส่งท้ายนะคะ 

ก็เหลือประมาณสี่ตอนแล้ววว แอบใจหาย~ 

ยังไงก็ฝากเป็นกำลังใจให้ลี่ชิงกับคุณเฟิงจนถึงตอนสุดท้ายด้วยน้า 

ฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยนะงับ 

ความคิดเห็น