akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 49 หายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 68.3k

ความคิดเห็น : 155

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2559 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 49 หายไป
แบบอักษร

49

หายไป

Writer

       

        “เดินทางปลอดภัยนะครับคุณเสือ”

        “ฉันจะรีบกลับนะ”

        ชายหนุ่มก้มลงมาจูบแก้มภรรยา มือหนาลูบศีรษะเล็กของเสือโคร่งตัวน้อยที่ยังหลับตาพริ้มให้อ้อมกอดของคนรัก พยัคฆ์เดินออกจากห้อง ในเวลานี้ยังเช้ามาก เขาเองก็ยังไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องลำบากเดินลงมาส่งเขา ทั้งที่ลูกชายตัวน้อยยังไม่ตื่นนอน

        “จะไปแล้วเหรอครับพี่ใหญ่”

        ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหาพี่ชายด้วยสภาพที่กระเซอะกระเซิงดูก็รู้ว่าคงจะเพิ่งจะตื่นนอนไม่ได้นานนัก วิรุจน์อ้าปากหาวเสียงดัง

        “อย่าทำตัวให้มันน่ารังเกียจนักจะได้ไหม?

        ชายตัวสูงใหญ่เอ่ยตำหนิน้องชาย วิรุจน์ปรือตามอง เขาคลี่ยิ้มหวานแล้วเข้าไปกอดแขนพยัคฆ์ เอนศีรษะพิงไหล่กว้าง

        “เดินทางปลอดภัยค้าบ อย่าลืมซื้อของมาฝากผมมั่งนะ”

        “ฉันไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว”

        ใบหน้าดุดันพูดเสียงเรียบ วิรุจน์ยู่ปาก แล้วผละกายออกร่างจากสูงโปร่ง

        “ก็ถือซะว่าเป็นค่าจ้างที่ผมจะช่วยดูแลคุณกวางกับหลาน ๆ ไงค้าบ”

        พอได้ฟังแบบนั้น พยัคฆ์ก็พรูลมหายใจออกมา

        “เอาไว้ ถ้ามีเวลา ฉันจะซื้อมาให้แกก็แล้วกัน”

        “พี่ใหญ่เนี่ย น่าร๊ากกที่สุดเลยค้าบ”

        พอเห็นสายตาดุ ๆ วิรุจน์ก็ยิ้มเจื่อน พยัคฆ์หมุนกายจะเดินออกจากบ้าน แต่เพียงครู่ ปลายเท้าใหญ่ก็หยุดชะงัก

        “วันนี้กลับบ้านให้เร็วหน่อยแล้วกัน

        “ครับ ถ้าผมเคลียร์งานเสร็จแล้วจะรีบกลับ”

        “ยังไงก็ฝากดูแลกวางกับลูกของฉันด้วย

        “แน่นอนอยู่แล้วครับพี่ใหญ่”

        เสียงของวิรุจน์เต็มไปด้วยความจริงจัง ถึงจะเห็นเขาดูเชื่อไม่ได้แบบนี้ แต่จริง แล้วเขาก็เป็นห่วงหลาน ๆ และกรณัฐเหมือนกัน

        วิรุจน์มองพยัคฆ์ที่ขึ้นรถตู้ไปแล้ว บิดาของเขาก็อยู่ในรถตู้คันนั้นด้วย บางทีความเป็นห่วงของพยัคฆ์ก็ดูเหมือนจะเกินเหตุมากไป แต่ก็พอจะเข้าใจพี่ชายที่เป็นคนหวงลูก หวงเมียซะขนาดนั้น

        “ขี้เกียจไปทำงานจังเลยแฮะ”

        เขาได้แต่เอ่ยกับตัวเอง แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวอยู่ดี วันนี้เขาไม่เห็นภูมินทร์ เพราะน้องชายของเขายังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อวาน เป็นหมอก็มีเวลาไม่ค่อยแน่นอนสักเท่าไหร่ จะมีเหตุการณ์ฉุกเฉินตอนไหนก็ไม่รู้

        “อาไปแล้วไทกะ โทระ”

        พอไม่มีพยัคฆ์อยู่ วิรุจน์ก็เข้ามาเล่นกับเจ้าเด็กตัวน้อยได้อย่างเต็มที่ ร่างสูงโปร่งเดินไปจุ๊บหน้าผากเล็กของหลานทั้งสองที่ยังอยู่ในร่างของเสือโคร่ง ไทกะพยายามจะอ้าปากงับวิรุจน์ แต่ร่างสูงก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

        “ผมไปล่ะครับคุณแม่ คุณกวาง”

        วิรุจน์หมุนกายเดินออกจากบ้าน เขาเดินตรงไปยังรถยนต์ของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น   พอเห็นรายชื่อของคนที่โทรมา วิรุจน์ก็เหยียดยิ้ม

        พอล

        “ว่าไงครับคุณชาย”

        น้ำเสียงทะเล้นกรอกลงไป ทางคนที่ฟังเสียงอยู่นั้นยังคงหน้านิ่ง เขาพูดถึงความต้องการของตัวเอง

        “วันนี้ฉันจะเข้าไปหานายบริษัท”

        “โอ้นี่นายคิดถึงฉัน จนถึงขั้นต้องมาหาฉันเลยว่างั้นเถอะ”

        ร่างสูงโปร่งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาขึ้นไปนั่งในรถ ฟังเสียงทุ้มที่จะตอบกลับมา

        “อย่ามากวนประสาทฉัน”

        ตอนแรกเขาก็คิดอยู่หรอกนะ ว่าไม่ค่อยชอบพอลสักเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนไม่ใส่ใจอะไร อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่พอได้กวนประสาทพอลแล้ว วิรุจน์ก็รู้สึกสนุกขึ้นมา อยากจะเห็นสีหน้าที่โกรธจัดของหมอนั่นจริง ๆ

        “โอเค จะโทรมาบอกแค่นี้ใช่ไหม งั้นฉันวางล่ะนะ เพราะว่าต้องไปทำงานแล้ว”

        “อืม”

        พอลตอบรับเสียงเรียบ วิรุจน์ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะชายหนุ่มก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแค่ช่วงนี้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองติดต่อกับพอลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

        วิรุจน์ระบายยิ้ม เขาวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะขับรถออกจากบ้าน เพื่อไปยังที่ทำงาน

 

        -------+++++------

 

        “วันนี้คุณรุจน์ไม่กลับมาทานข้าวเย็นเหรอครับคุณแม่?

        กรณัฐเอ่ยถามเพราะว่ามื้อค่ำในวันนี้มีเพียงแค่เขา ดาวิกา นพวินและกรวัฒน์ ส่วนวิรุจน์และภูมินทร์นั้นยังไม่กลับมา

        “จ้า เห็นตารุจน์บอกว่า เย็นนี้มีนัดทานข้าวกับลูกค้าก็คงจะกลับมามืดหน่อย”

        “พี่กวางกินเยอะ ๆ นะครับ แคทว่าพักนี้พี่กวางผอมลงหรือเปล่า?

        เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองผอมลงหรือเปล่า แต่ช่วงนี้เขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะเด็กน้อยทั้งสองชอบร้องไห้งอแงในตอนกลางคืน เขาเลยต้องลุกมาให้นมกับไทกะและโทระ แต่พยัคฆ์ก็ค่อยช่วยเขาตลอด

        “ผมอิ่มแล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมพาไทกะกับโทระขึ้นไปนอนก่อนนะครับคุณแม่”

        “จ้า”

        กรณัฐเดินไปหาลูกเสือโคร่งตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงเล็ก ร่างบางอุ้มเด็กทั้งสองขึ้นไปยังห้องนอน ภายในห้องนั้นเงียบสงบ ไม่มีร่างของสามีที่คอยเข้ามาคลอเคลีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างบางรู้สึกเหงาอะไรมากนัก เพราะว่าเขายังมีแฝดแสบทั้งสองตัวที่ทำให้เขาไม่มีเวลาเหงา

        “งื้อ ง่าวว..

        เสียงที่ดังขึ้นทำให้กรณัฐต้องก้มไปมอง เขากำลังปลดเสื้อผ้าตัวเองออกเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ เด็กตัวเล็กในร่างของเสือโคร่งนอนดิ้นไปมา ร่างบางอมยิ้มเมื่อโทระกำลังร้องไห้งอแง ดูท่าว่าลูกคนนี้จะหิวนมอีกแล้ว

        ร่างบางอุ้มโทระมาแนบกาย เขาประครองศีรษะเล็ก เด็กตัวน้อยดูดนมของมารดาอย่างหิวกระหาย เล็บคมจิกเข้าที่อกบาง แต่กรณัฐก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากนักเขาได้แต่ลูบหัวของโทระอย่างเอ็นดู ดูท่าแล้วโทระจะเป็นเด็กที่กินเก่งกว่าไทกะมากนักและก็ชอบงอแงมากกว่า

        พอได้ดื่มนมจนอิ่ม  เสือโคร่งตัวน้อยก็หยุดงอแง กรณัฐวางร่างของโทระลงบนเตียงนอนให้อยู่ข้าง ๆ กับพี่ชายฝาแฝด

        “เดี๋ยวแม่ไปอาบน้ำก่อนนะครับ ไม่งอแงนะครับคนดี”

        กรณัฐเอ่ยบอกเขาก้มลงมาจูบหน้าผากของเจ้าเสือโคร่งตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ้ม โทระพลิกกายหันไปหาพี่ชาย เท้าหลังยกพาดที่กลางลำตัวของไทกะ ร่างบางอมยิ้ม แล้วหมุนกายเดินไปอาบน้ำ

        วันนี้กรณัฐพยายามใช้เวลาในอาบน้ำให้เร็วกว่าปกติ เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้โทระและไทกะต้องอยู่ตามลำพัง เขากลัวว่าเด็กๆ  อาจจะตื่นขึ้นมาแล้วงอแงได้

        “แม่อาบน้ำเสร็จแล้วนะครับ”

        ร่างบางเดินเข้ามาหาลูกน้อยที่อยู่บนเตียง แต่ทว่าคิ้วสวยก็ต้องขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นร่างของโทระนอนหลับตาพริ้มบนเตียงเพียงแค่ตัวเดียว กรณัฐเริ่มใจคอไม่ดี เขาคิดว่าบางทีไทกะอาจจะดิ้นตกเตียง แต่ทว่าไม่ว่าเขาจะหาเท่าไหร่ เขาก็ไม่เห็นร่างของไทกะ

        “หรือว่าอยู่กับคุณแม่?

        คนตัวเล็กพยายามคิดในทางที่ดี เพราะลูกชายของเขาก็ยังคลานไปไหนไม่ได้ ร่างบางเดินหาทั่วห้องแล้วแต่ก็ไม่พบ เขารีบแต่งตัว อุ้มเด็กตัวน้อยขึ้นมาแนบอก แล้วลงไปชั้นล่าง

        “คุณแม่ครับ คุณแม่อุ้มไทกะออกมาจากห้องผมหรือเปล่าครับ?

        “เอ๊ะ?

        ดาวิกาเลิกคิ้ว เธอรู้สึกแปลกใจกับคำถามของกรณัฐ เพราะเธอนั่งดูโทรทัศน์อยู่ชั้นล่าง ยังไม่ได้ขึ้นห้องเลย

        “เปล่านะจ๊ะ”

        “แล้วไทกะไปไหน?

        ร่างบางฝากโทระไว้กับดาวิกาเขารีบเดินขึ้นไปหากรวัฒน์ผู้เป็นน้องชาย หวังว่าเด็กหนุ่มจะเป็นคนพาไทกะไป

        ก๊อก ๆ ๆ

        ร่างบางเคาะเรียกน้องชายที่อยู่ในห้อง ไม่นานนักนพวินก็เป็นคนมาเปิดประตู

        “อ้าวทำไมวินถึงได้?

        “พอดีว่าคุณภูให้ผมมาช่วยติวให้กับแคทน่ะครับ”

        “อ่อ

        “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่กวาง?

        กรวัฒน์ยันกายลุกขึ้น ร่างบางมองหน้าน้องชายที่เดินเข้ามาหาเขา

        “แคทได้พาไทกะมาเล่นหรือเปล่า?

        “เอ๊ะ?

        ร่างสูงขมวดคิ้วฉับ เขาหันไปมองหน้านพวิน คนตัวเล็กเอ่ยขึ้น

        “ฉันไม่ได้ไปพาไทกะมาเล่นนะ”

        “ผมก็เปล่านะครับพี่กวาง”

        “แล้วไทกะไทกะไปไหน

        ใบหน้าหวานเริ่มเผยให้เห็นถึงความกังวล กรณัฐหุนหันวิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง เขารีบพุ่งกายเข้าไปค้นในห้องนอนอีกครั้งแต่ก็ไม่มีแม้แต่เงาของไทกะ

        ลูกเขาลูกของเขาหายไป

        ใจดวงน้อยบีบรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เขาภาวนาว่านี่คงเป็นแค่การล้อเล่นของคนในครอบครัว

        “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่กวาง?

        เพราะเห็นคนตัวเล็กรีบวิ่งออกจากห้องนอนแล้วจะวิ่งลงบันได กรวัฒน์เองก็เป็นห่วงพี่ชาย เขารีบเข้าไปจับข้อมือเล็ก

        “แคททุกคนไม่ได้ล้อพี่เล่นใช่ไหม เรื่องไทกะ”

        “ครับ? หมายถึงว่าพวกเราพาไทกะมาเล่นเหรอครับ ไม่นะครับผมกับวินไม่ได้อุ้มไทกะมาเล่น”

        ร่างบางจับมือของน้องชายออก ใจของเขาร้อนรน ความกังวลและหวาดกลัวเกิดขึ้น

        ลูกชายของเขาหายไปเพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีที่เขาไปอาบน้ำ

        “คุณแม่ คุณแม่ครับ  คุณแม่ไม่ได้พาไทกะออกมาจากห้องผมจริง ๆ เหรอครับ!

        ร่างบางแทบจะตะโกน เขาหวาดกลัวเสียจนทำอะไรไม่ถูก ดาวิกาพยักหน้า เธอเริ่มมีสีหน้าที่กังวล

        “หนูกวางอย่าบอกนะว่า

        “ไทกะหายไปอย่างนั้นเหรอครับ?

        กรวัฒน์พูดออกมาในสิ่งที่คิด คนตัวเล็กน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน

        “ทุกคนล้อผมเล่นใช่ไหมครับ ไทกะอยู่กับทุกคนใช่ไหมครับ?

        “ใจเย็น ๆ ก่อนนะหนูกวาง แม่อยากให้หนูใจเย็น มีใครเข้าไปอุ้มหลานฉันไปเล่นบ้างหรือเปล่า!

        ดาวิกาแทบจะตะโกนสุดเสียง เธอเองก็เริ่มกลัวไม่ต่างจากกรณัฐ วันนี้ทั้งพยัคฆ์และศาลทูรต่างก็ไม่อยู่ กรณัฐรับโทระเข้ามาโอบอุ้ม เด็กน้อยเริ่มร้องไห้งอแงอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้หิวนม

        “โทระ

        กรณัฐโอบกอดเด็กตัวน้อยเอาไว้ ใจเขาหวาดกลัว เด็กน้อยร้องไห้งอแงอย่างไม่มีสาเหตุแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาเป็นกังวล อุ้งเท้าเล็กตะเกียดตะกายข่วนคนเป็นแม่อย่างรุนแรง ปากเล็กอ้ากว้างส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน ยิ่งทำให้ร่างบางยิ่งหวาดกลัว

        เหมือนเสือตัวน้อยกำลังคุ้มคลั่ง เมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบร่างของแฝดพี่  

        “ทุกคน! ช่วยกันหาตัวหลานฉันให้พบเดี๋ยวนี้!

        ดาวิกาเองก็แทบจะใจสลาย เธอตะโกนก้อง คนรับใช้ในบ้านต่างรีบช่วยกันไปหาหลานชายที่หายตัวไป  ดาวิการั้งร่างบางมาโอบกอดแน่น เขาอยากจะปลอบโยนกรณัฐเหลือเกิน

        “พี่กวางใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ แคทจะไปช่วยหา”

        “พวกเราต้องเจอไทกะแน่นอนครับ”

        กรวัฒน์รีบวิ่งขึ้นไปหาเด็กตัวน้อยที่ชั้นบนของบ้าน กรณัฐเม้มปากแน่น ตอนนี้ในบ้านหลังนี้เหมือนไม่มีใครที่คุ้มครอง ทั้งวิรุจน์และภูมินทร์ก็ยังไม่กลับมา

        เสือตัวเล็กในอ้อมกอดยังคงส่งเสียงร้องอย่างน่ากลัว กรณัฐโอบกอดลูกชายไว้แน่น เขาก้มลงจูบหน้าผากของโทระ อาการที่ดูเหมือนทรมานของเด็กตัวเล็กเริ่มน้อยลงแล้ว แต่ใจของคนเป็นแม่ยังเต็มไปด้วยความกลัวพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ

        ใครก็ได้ช่วยหาไทกะลูกของเขาให้เจอที

 

        -------+++++------

 

        วิรุจน์กำลังขับรถอย่างเซ็งจัด เพราะว่าพอลบอกว่าให้เขารอที่บริษัท  แต่ชายหนุ่มก็ไม่มาตามที่นัด

        …ไอ้คนไม่มีมารยาท

        เขาด่าพอลในใจโดยที่ไม่คิดว่ามันคือสิ่งที่ผิด ก็ในเมื่อร่างสูงนั้นทำกับเขาแบบนี้เองก็สมควรที่จะโดนด่าในใจแล้ว แถมพอโทรไปก็ติดต่อไม่ได้ มันน่าเจ็บใจจนอยากจะทุ่มเก้าอี้ใส่คนตัวสูงที่ชอบทำหน้าเย็นชา

        Rrrr

        เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น แทบจะเพิ่มความหงุดหงิดให้กับวิรุจน์เป็นเท่าตัว เพราะชายหนุ่มคิดว่าพอลคงจะโทรมา แต่ทว่าพอหยิบมามองดูรายชื่อคนโทร เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

        “ครับคุณแม่”

        [รุจน์ นี่ลูกอยู่ไหน?]

        “ผมใกล้จะถึงบ้านแล้วครับ”

        [รุจน์ รีบกลับมานะลูก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว]

        เสียงของมารดานั้นเต็มไปด้วยความเครียดและกังวล เสียงของเธอสั่นเทาจนวิรุจน์ใจคอไม่ดี เขาไม่อยากจะคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอจะเดาออกว่ามันคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก

        “เกิดอะไรขึ้นครับคุณแม่”

        [ไทกะฮึก ไทกะ]

        “ไทกะเป็นอะไรครับคุณแม่!

        ชายหนุ่มแทบจะเหยียบเบรกรถที่เขากำลังขับ เพราะว่าใจของวิรุจน์นั้นร้อนรนจนแทบบ้า พอได้ยินว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับหลานชายของเขา

        [ไทกะไทกะหายไปตารุจน์ แม่ให้คนหาทั่วบ้านแล้ว แต่ว่าไม่พบ แม่ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว]

        “คุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ คุณแม่ได้โทรหาพี่ใหญ่กับคุณพ่อหรือยังครับ?

        [ยังเลยลูก แม่โทรหารุจน์ก่อน รุจน์รีบกลับมาที่บ้านนะ เดี๋ยวจะหาโทรคุณพ่อ]

        “ครับคุณแม่ ผมฝากคุณแม่ดูแลโทระกับคุณกวางด้วยนะครับ ผมจะรีบกลับเดี๋ยวนี้”

        วิรุจน์กดวางสาย เท้าเรียวกดเหยียบคันเร่งจนแทบมิด ใจของเขามันร้อนรนจนแทบจะเผาไหม้ แค่คิดว่าหลานของเขาได้หายตัวไป เขาก็แทบจะคลั่งตาย วิรุจน์ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงบ้าน เขารีบลงจากรถ วิ่งเข้าไปในตัวบ้าน เห็นกรณัฐนั่งน้ำตาคลอ โอบกอดโทระเอาไว้

        “ไทกะหายไปได้ยังไงครับ?

        ร่างบางในตอนนี้ไม่มีจิตใจจะเอ่ยอธิบายอะไรทั้งนั้น เขาทั้งเครียด ทั้งกลัว ได้แต่กอดร่างเล็กไว้ในอ้อมอก

        ลูกชายคนหนึ่งของเขาหายไป เขาจะไม่ยอมปล่อยให้อีกคนต้องหายไปเด็ดขาด

        “หนูกวางเข้าไปอาบน้ำแค่แป๊บเดียว ออกมาจากห้องน้ำ ไทกะก็หายไปแล้ว”

        ดาวิกาเอ่ยตอบลูกชาย วิรุจน์เข้ามาจับไหล่เล็ก

        “ใจเย็น ๆ นะครับคุณกวาง ไทกะต้องปลอดภัยครับ”

        ถึงแม้จะพูดแบบนั้น  แต่วิรุจน์ก็กังวลไม่แพ้คนตัวเล็ก ยิ่งเห็นหลานชายที่นอนหลับตาพริ้ม แต่ก็พอจะเห็นคราบน้ำตาที่หางตา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มกังวล

        “คุณแม่โทรไปบอกพี่ใหญ่แล้วใช่ไหมครับ?

        “อืม คุณพ่อกับตาใหญ่กำลังมา”

        พี่ชายของเขาคงจะร้อนรนไม่ต่างกัน แค่คิดว่าพี่ใหญ่เขารู้เรื่องที่ไทกะหายตัวไป ก็คงจะแทบคลั่ง

        “ตอนนี้ คุณพ่อก็ให้คนออกตามหาไทกะแล้ว”

        “พวกเขาจะเจอไทกะใช่ไหมครับ?

        คนตัวเล็กเงยหน้าถาม วิรุจน์คลี่ยิ้มให้ ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับหลานชายตัวน้อย

        “แน่นอนครับ พวกเขาต้องเจอไทกะแน่ ๆ คุณกวางไม่เป็นห่วงนะครับ”

        Rrrr

        วิรุจน์หลับตาลง ใครมันช่างโทรมารบกวนในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ พอเห็นชื่อคนที่โทรมา ร่างสูงโปร่งก็แทบจะปรี๊ดแตก เขาเดินหลับมุมไปคุยอีกทาง

        “โทรมาทำไม! วันนี้นายผิดนัดฉัน แล้วจะโทรมาทำไม!

        ด้วยความที่เครียดเรื่องหลานชายที่หายตัวไป ทำให้วิรุจน์แทบจะตะคอกปลายสาย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สะทกสะท้าน

        [นายดูจะอารมณ์เสียเหลือเกินนะ]

        “มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่หรือไงฮะ!

        [ตอนแรกฉันว่าจะเข้าไปที่บ้านของนาย]

        “ตอนนี้ที่บ้านฉันกำลังยุ่งมาก ฉันไม่มีอารมณ์มาต้อนรับแขกอย่างนายหรอกนะ!

        [อย่างนั้นเหรอหึ อันที่จริงตอนนี้ฉันก็เปลี่ยนใจแล้ว]

        “หมายความว่ายังไง?

        วิรุจน์ขมวดคิ้วฉับ เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่พอลพูด เพราะน้ำเสียงนั้นมันดูเจ้าเล่ห์และดูเหมือนกำลังกุมชัยชนะบางอย่าง

        [ดูเหมือนว่าฉันจะเจอสิ่งที่น่าสนใจจนขี้เกียจจะโทรคุยกับนายแล้ว]

        “ฮะ? พูดบ้าอะไรของนาย!

        [มันก็คงเป็นเรื่องที่บ้าจริง ๆ ที่ฉันมาเห็นหมาป่าตัวใหญ่คาบลูกเสือโคร่งไว้ในปาก”

        “!!!

 

 100%

23/1/2559

ขอให้ไทกะปลอดภัยเนอะ 

แล้วเจอกันทุกวันเสาร์นะคะ 

ถ้าบทความเด้งก่อนวันเสาร์ คืออากิเข้ามาอัพรายชื่อผู้ซื้อนะคะ

ประชาสัมพันธ์

เปิดพรีออเดอร์

คุณพ่อครับมาเป็นเมียผมเถอะ , Royal Tiger สามีผมเป็นเสือ

5 มกราคม - 5 มีนาคม พ.ศ.2559

ลิ้ง : http://www.tunwalai.com/chapter/370568/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-5-%E0%B8%A1%E0%B8%84-5-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84-59

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/48460/274034953-member.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น