NIGHT.PLAY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 จากลา

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 จากลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 00:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 จากลา
แบบอักษร

พอจีซัสอุ้มผมมาถึงโต๊ะอาหาร จีซัสก็ค่อยๆวางผมลงอย่างเบามือ แล้วเจ้าตัวก็เดินไปในห้องครัวเพื่อไปสั่งแม่บ้านให้หาอะไรให้ผมกิน พออาหารมาถึงผมก็ลงมือกินทันทีโดยมีจีซัสนั่งมองผมอยู่ พอผมกินอิ่มผมกับจีซัสก็ชวนกันขึ้นห้องไปอาบน้ำและนอนกัน

 

เช้า

 

ผมตื่นขึ้นมาเพราะมีเสียงกุกกักเข้ามาในหูผม ผมค่อยๆลุกขึ้นมาแล้วมองหาต้นเสียงก็เจอจีซัสกำลังยืนแต่งตัวอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้า

 

“ฉันทำให้ตื่นเหรอ” จีซัสเห็นผมที่ลุกขึ้นมานั่งมองเขาแต่งตัวถามขึ้น

 

“เปล่าหรอกครับ” ผมตอบกลับจีซัสพร้อมกับค่อยๆลุกไปขึ้น

 

“จะไปทำงานแล้วเหรอครับ”

 

“จุ๊บ.....” จีซัสเดินเข้ามาจูบที่หน้าผากของผมอยากแผ่วเบา

 

“ใช่ครับ พีคอยู่บ้านอย่าดื้อนะ วันนี้อาจจะกลับมืดนิดหน่อย”

 

“จีซัสก็ ผมไม่ดื้อหรอก ไปทำงานได้แล้วจะแปดโมงแล้ว เดี๋ยวก็โดนลูกน้องนินทาเอาหรอก”

 

“ครับๆๆๆ จุ๊บ” จีซัสจูบที่ริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบาแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ผมยืนเขินกับการกระทำของเขา พอผมตั้งสติได้ก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมต้องนอนกลิ้งเบื่อๆอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ แม่ก็ออกไปโรงพยาบาลกับคุณอิทธิพลตั้งแต่เช้าน่าจะกลับถึงบ้านก็ตอนเที่ยง ผมได้แต่นอนกลิ้งให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

 

“เห้อ เบื่อจัง”ผมบ่นคำนี้ออกมาไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไรแล้ว

 

“ถ้าเบื่อขนาดนั้นไม่ลองออกไปเที่ยวข้างนอกดูละคะคุณพีค” แหวนที่กำลังเช็ดโต๊ะหน้าทีวีอยู่ก็ทักผมขึ้น

 

นั้นสิทำไมผมไม่ไปข้างนอกนะ ไม่มีใครห้ามสักหน่อย คิดได้ดังนั้นผมก็เดินไปเอากุญแจรถบนห้องและขับรถออกไปทันที ผมขับรถจนมาถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังห้างหนึ่ง ผมจอดรถเรียบร้อยแล้วก็ไปเดินเล่นในห้าง

ไม่ได้ออกมาข้านอกตั้งนาน รู้สึกดีจัง ผมเดินในห้างดูของไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเริ่มปวดขาจึงหาร้านอาหารเพื่อที่จะนั่งพักแล้วถือโอกาสหาอะไรกินไปเลยเพราะตอนนี้ก็จะเที่ยงแล้ว ผมเดินมาถึงร้านอาหารร้านแรก ผมก็เดินเข้าไปโดยไม่คิดอะไรเลยไม่สนว่าเป็นร้านอะไร

 

“มากี่ท่านครับ” พนักงานของร้านถามผมขึ้น

 

“คนเดียวครับ”

 

“เชิญด้านนี้เลยครับ” ผมเดินตามพนักงานไป

 

ผมได้นั่งด้านในสุดของร้าน พอพนักงานเอาเมนูมาให้ผมอ่านผมก็สั่งแบบไม่คิดอะไรเลยไม่รู้ว่าตนสั่งไปเยอะขนาดไหน ก็ผมหิวหนิคนท้องก็ต้องกินเยอะเป็นธรรมดา

ผมนั่งรออาหารไม่นานก็มาเสิร์ฟและผมก็ลงมือกินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้จักอิ่ม

 

“จัซัสเรียกแนนมามีเรื่องอะไรเหรอคะ” ผมได้ยินคนพูดชื่อจีซัสขึ้น ชื่อคงซ้ำกันมั่งคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก ผมพยายามปลอบใจตัวเองว่าขอไม่ให้ใช่จีซัสที่ผมรู้จักเลย แต่คำขอของผมก็ไม่สำเร็จ ผมหันไปเห็นจีซัสกำลังคุยกับผู้หญิงที่ชื่อแนน ผมรีบก้มตัวลงมาเพื่อไม่ให้จีซัสเห็นผม

 

“นั่งก่อนสิแนน ผมมีเรื่องคุยด้วย” ผมได้ยินพวกเขาคุยกันอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าเสียมารยาทไหมแต่ผมไม่สนหรอกผมจะฟัง

 

“แล้วเรียกแนนมามีเรื่องอะไรคะเนี่ย”

 

“คือ......ผมกำลังจะแต่งงานครับ”

 

“แล้วแต่งกับใครเหรอ”แนนถามจีซัส น้ำเสียงของแนนดูไม่ตกใจและไม่ได้โกรธอะไรเลย

 

“ก็เลขาของผมแหละ แนนน่าจะเคยเห็น”

 

“อ้อ คนนั้นเหรอ ก็น่ารักดีหนิ แล้วที่ยอมแต่งงานนี้ทำเขาท้องเหรอ”

 

“ก็คงจะใช่ส่วนนึก”

 

“แล้วอีกส่วนหละ รักเขา?”

 

“ผมก็ไม่รู้สิ ผมยังไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไงกับเขา”

 

“หึ...ถึงจีซัสไม่พูดแนนก็ดูออกนะคะ เรารู้จักกันมากี่ปี เห้อ...รีบๆคิดให้ออกแล้วกันว่าคิดยังไงกับเขาอย่าหาว่าแนนไม่เตือนแล้วกัน”

 

“อ้อแล้วก็ เธอหนะถ้าจีซัสทำให้เสียใจหรือเกิดเรื่องไม่ดีอะไรมาหาฉันได้นะ” ผู้หญิงที่กำลังพูดกับจีซัสหันมามองทางผม ผมเลยต้องยืนขึ้นจากที่ซ้อน แล้วหันไปยิ้มแห้งให้จีซัส

 

“ออกมากับใคร” จีซัสถามผมด้วยน้ำเสียงที่นิ่งมากจนผมขนลุกซู่

 

“มะ....มาคนเดียว”ผมก้มหน้าแล้วตอบจีซัสไป

 

“เคลียร์กันเองนะเรื่องนี้แนนไม่เกี่ยว อ้ออีกอย่างหนึ่งที่ฉันพูดไปฉันพูดจริงนะมีอะไรก็มาบอกได้ ส่วนนี้นามบัตรฉัน”เธอยื่นนามบัตรของเธอมาให้ผมแล้วก็เดินจากไป

 

พอเธอเดินจากไปผมที่กำลังก้มหน้าด้วยความสำนึกผิดก็รู้สึกได้ว่าจีซัสกำลังเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

 

หมับ

 

จีซัสจับข้อมือผมแล้วลากออกไปจากร้านอาหาร สายตาของจีซัสตอนนี้น่ากลัวมากจนผมไม่กล้าพูดอะไรเลย จีซัสลางผมจนมาถึงรถของเขาแล้วจีซัสก็ผลักผมเข้าไปในรถทันทีเมื่อเปิดประตูเสร็จ โชคดีที่ผมเอามือค้ำรับน้ำหนักตัวเองไว้ทันไม่งั้น.....

 

ปัง

 

จีซัสเดินขึ้นมานั่งฝั่งคนขับแล้วปิดประตูเสียงดัง แล้วขับรถออกจากห้างไปด้วยความเร็ว

 

“จีซัส คือ...”

 

“พีค!! เงียบ” จีซัสตะโกนเสียงดังจนผมสะดุ้ง ผมเงียบตามที่จีซัสบอก

 

ตลอดทางจีซัสไม่พูดอะไรออกมาสักคำ มันทำให้บรรยากาศในรถอึดอัด ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเพราะกลัวจีซัสจะว่าผมอีก ผมไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าแค่ผมออกไปข้างนอกนิดเดียวทำไมต้องโกรธผมขนาดนี้

 

“ฮึก....ฮึก” น้ำตาที่ผมกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาในที่สุด จีซัสแค่หันมามองผมเท่านั้นแล้วเขาก็หันหน้าไปมองทางต่อโดยไม่สนใจผมไม่พูดปลอบผมแม้แต่น้อย

 

“ฮึก.....อือ. ฮึก” ผมร้องให้จนกระทั้งรถขับมาจนถึงบ้าน ผมรีบลงจากรถทันทีแล้วเดินขึ้นห้องไปพร้อมกับล็อคประตูไม่ให้ใครเข้ามา

 

“ฮึก...ทำไมอะ แค่ออกไปเที่ยวนิดเดียวเอง ฮึก....เกลียดจีซัสที่สุดเลย ฮึก” ผมนอนร้องให้อยู่บนที่นอนจนหลับไป

 

ผ่านไป 3 ชั่วโมง

 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาลืมตาตื่นขึ้นมา ภายในห้องทั้งเงียบทั้งมืด ตอนนี้คงเย็นมากแล้วสินะ ผมกำลังจะก้าวเท้าลงจากเตียงก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรตีขึ้นมาที่คอ ผมรีบวิ่งเข้าไปห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว

 

“อ้วก...แหวะ” ผมนั่งกอดชักโครกแล้วอาเจียนออกมาอย่างหนักอาหารที่ผมกินไปเมื่อเที่ยงออกมาจนหมด ผมอาเจียนออกมาจนหมดก็ค่อยๆลุกขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าลุกเร็วไปจะหน้ามืด

ผมเปิดประตูออกมาข้างนอกห้องแล้วมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครเลย ผมเลยเดินลงไปข้างล่างเพื่อไปหาแม่แต่พอเดินไปที่ห้องก็ไม่เห็นแม่อยู่ในนั้น

 

“ทำไมวันนี้บ้านเงียบจัง หายไปไหนกันหมด” ผมเลยเดินลงไปข้างล่างเห็นป้านมกำลังทำอาหารอยู่ในครัวจึงเดินไปถาม

 

“ป้านมครับ ทุกคนหายไปไหนเหรอครับ”

 

“อ้าวคุณพีค คือพอดีว่าพวกคุณๆเค้ามีปัญหากันที่บริษัทนิดหน่อยค่ะ”

 

“อ้อ แล้วแม่ผมละครับ” พอผมถามถึงแม่ ป้านมก็ทำสีหน้ากังวลๆจนผมเริ่มรู้สึกใจไม่ดี

 

“เออ...... อยู่บริษัทเหมือนกันค่ะ”ผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปเอาโทรศัพท์บนห้องเพื่อโทรหาแม่

 

ตูด.....ตูด.. ผมรอสายแม่อยู่นานจนกระทั่งมีคนรับสาย

 

“ฮัลโหล แม่ครับ แม่อยู่ไหนอะ พีคคิดถึงแม่จัง”

 

(“......”)

 

“แม่ครับ” ผมเรียกแม่ซ้ำแต่แม่ก็ไม่ยอมตอบผม ทำไมกันอะวันนี้มีแต่คนไม่อยากคุยกับผมทั้งนั้นเลย

 

“แม่ ฮึก แม่ไม่อยากคุยกับพีคเหรอ ฮึก ฮือ....”

 

(“พีค”) มีเสียงจากปลายสายเรียกชื่อผม มันไม่ใช่เสียงแม่ แต่เป็นเสียงที่ผมรู้จักดี

 

“คุณ แล้วแม่ผมหละ ฮึก ทำไมแม่ผมไม่รับโทรศัพท์ผม ฮึก”ผมพูดไปร้องให้ไปจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง

 

(“คือแม่มึงคงมารับโทรศัพท์มึงไม่ได้อีกแล้ว”) จีซัสตอบผม คำตอบเขามันทำให้ผมร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก

 

“ทำไม ฮึก ทำไมคุณพูดแบบนี้”

 

(“มึงรีบมาหาแม่มึงแล้วกันกูบอกคนขับรถแล้ว มึงรีบมาหละ”) จีซัสตัดสายไป ผมหยิบกระเป๋าตังแล้วรีบวิ่งลงมาข้างล่างเห็นคนขับรถกำลังยืนรอผมอยู่

 

“เชิญทางนี้ครับคุณพีค” ผมรีบขึ้นรถไปทันที

 

ระหว่างทางผมร้อนใจแปลกๆจนเหงื่อออกมือเต็มไปหมด ทางที่มามันไม่ใช่ทางไปบริษัทหนิ ผมถนนมาตลอดลุ้นว่าเขาจะพาผมไปไหน ถามคุณลุงขับรถก็ไม่ยอมบอกผม จนรถมาจอดอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลที่ผมมาประจำ มันทำให้ผมรู้สึกใจไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมวิ่งลงจากรถแล้ววิ่งเข้าโรงพยาบาลไปทันที พอผมเข้ามาเห็นจีซัสยืนกอดอกทำหน้าเขียนตรงหน้าเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ผมรีบเดินไปหาเขาทันที

 

“จีซัส แม่ผมอยู่ไหน” ผมเขย่าแขนแล้วถามจีซัสด้วยความร้อนรน จีซัสจับมือที่ผมเกาะแขนมากุมไว้แล้วพาผมเดินไปที่ห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่ง

หน้าห้องมีชื่อแม่ผมติดอยู่อย่างชัดเจน พอเปิดประตูเข้ามาผมเห็นแม่กำลังนอนหลับตาอยู่รอบตัวมีสายอะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มไปหมด ผมวิ่งเข้าไปกอดแม่และร้องให้ออกมาอย่างหนัก

 

“แม่ ฮึก...แม่ต้องอยู่กับพีคสิ แม่....แม่ตื่นนะ ฮึก....” ผมกอดแม่และร้องให้อยู่อย่างนั้นสักพักก็มีมือมาดึงผมออกจากแม่

 

“จีซัส หมอบอกว่าแม่เป็นอะไร”

 

“หมอบอกว่าแม่พีคอาการหนักขึ้นร่างกายไปตอบสนองต่อยาที่กินเข้าไปเลย คงอยู่ได้อีกไม่นาน”

 

“ฮึก ฮือ.....ทำไมกัน ฮือ...”พอผมรู้ว่าแม่เป็นอะไร ผมก็ร้องหนักกว่าเดิมจนยืนไม่ไหวจีซัสต้องเดินจูงมือผมมานั่งที่โซฟา

 

“พีค แม่มึงฝากบอกกูว่า มึงเป็นลูกที่ดีต่อเขามาตลอดไม่เคยดื้อเลยสักนิด เขาขอบคุณที่มึงดูแลเขา แล้วก็เขาฝากบอกอีกว่าเขารักมึง แล้วก็หลานมากๆ” จีซัสพูดจบมันก็ทำให้ผมร้องให้หนักกว่าเดิม จีซัสดึงผมเข้าไปกอดทันที ความอบอุ่นจากกอดของจีซัสมันทำให้ผมผ่อนคลายมากจนกระทั่งผมหลับไปในที่สุด

 

“พีค... พีค”ผมค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนเรียก

 

“ขอโทษที่ปลุกนะ คือหมอเขามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ผมพยักหน้า และกำลังจะลุกจู่ๆก็หน้ามืดขึ้นมาเลยทำให้ผมต้องกลับลงไปนั่งที่เดิม

 

“เป็นอะไร”จีซัสถามผมด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

 

“แค่หน้ามืดอะ”

 

“เอองั้นไม่ต้องลุกมาก็ได้ครับ นั่งตรงนั้นก็ได้ครับ ” ผมพยักหน้ารับ แล้วก็นั่งที่เดิมตามที่หมอบอก

 

“คือว่าตอนนี้...อาการของคนไข้แย่มากครับ ทางเราไม่สามารถรักษาได้แล้ว และตอนนี้คนไข้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้นถ้าถอดไปคนไข้ก็เสียชีวิตทันที ผมเลยอยากจะมาถามญาติคนไข้ว่าจะเอายังไงดีครับ” ผมตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินที่หมอพูดแบบนั้น ผมไม่ได้ร้องให้เลยสักนิด ผมคงต้องตัดแล้วสินะ

 

“ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาแล้วสินะครับ” ผมถามย้ำหมออีกครั้ง

 

“ครับ ก็อย่างที่บอกไป”

 

“งั้นถอดก็ได้ครับ ผมไม่อยากให้แม่ทรมานแล้ว”

 

“ครับ อีกประมาณ 1 ชั่วโมงจะมีคนมาถอดเครื่องช่วยหายใจออกนะครับ เสียใจด้วยนะครับงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

พอหมอเดินออกไปผมก็ค่อยลุกขึ้นแล้วเดินไปหาแม่โดยมีจีซัสประคองผมมาตลอดทาง

ผมจับมือแม่มาวางไว้ที่หัวผมแล้วก็ลูบไปมา มือนี้ผมกำลังจะไม่ได้จับมันแล้ว ใบหน้าที่ผมจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว รอยยิ้มที่จะเป็นแค่ภาพทรงจำ เสียงบ่นที่จะจางหายไป มันจะไม่มีอีกแล้วสินะ ผมเอื่อมมือไปกอดแม่ ผมจะจำอ้อมกอดนี้ไปตลอดชีวิตของผม มันคืออ้อมกอดสุดท้ายที่ผมได้กอดแม่ ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่ผมอยู่อย่างนี้แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเพียงเวลาสั้นๆ

 

ก๊อกๆๆๆ

 

“ขอโทษนะคะ”ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นพยาบาลสองคนยืนอยู่

คงถึงเวลาที่เราต้องจากกันแล้วสินะ

 

“ผมรักแม่นะครับ ขอให้เราเกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีกนะครับ” ผมกระซิบไปที่ข้างหูของแม่แล้วเดินหลบออกมาให้พยาบาลทำหน้าที่ของเขาไป

 

จัซัสจับมือผมแน่นเหมือนเขากำลังให้กำลังใจผม ซึ่งผมก็รับรู้ได้ ต่อจากนี้ไปผมจะเข้มแข็งจะเป็นแม่ที่ดีเหมือนแม่ของผม

 

ตีด......

 

“เวลา 21.48 น.” เสียงของเครื่องวัดหัวใจดังลากยาวขึ้นตามด้วยเสียงพยาบาลบอกเวลา ผมรู้สึกเสียใจจนร้องให้ไม่ออกได้แต่เงียบและมองแม่ที่นอนนิ่งบนเตียง

 

ผมอยากไปเรียกแม่ให้ตื่น แล้วมานั่งคุยกับผมเหมือนเมื่อก่อนแต่ตอนนี้คงจะทำไม่ได้แล้ว

 

‘ขอให้แม่มีความสุขนะครบ’

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาแล้ววววว ขอโทษนะคะที่หายไปนาน กำลังเครียดเรื่องเรียนอยู่ตอนนี้ก็เครียดนะ 5555 เอาจริงๆคือไม่อยากแต่งตอนนี้เลยแต่งไปจะร้องไป

ต่อไปนี้สัญญาว่าจะพยายามมาอัพอาทิตละตอนให้ได้ ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น