ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Soulmate 2

คำค้น : Yaoi, NC, 18+, SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2562 14:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Soulmate 2
แบบอักษร

Soulmate 2 

 

         “ร้านนี้แหละ” คำพูดของบีมทำให้พอใจมองไปยังสถานบันเทิงตรงหน้าอย่างพิจารณาทันที ตอนนี้เพิ่งจะ 4 โมงครึ่งแน่นอนว่าที่นี่ยังไม่เปิด แต่ที่บีมพาพอใจมาที่นี่ก็เพราะว่าพอใจอยากจะได้งานพิเศษเพิ่ม ซึ่งตอนนี้พอใจจะว่างในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนจนถึงกลางคืน โดยเวลาว่างในช่วงแบบนี้คงไม่มีงานไหนแล้วนอกจากงานเด็กเสิร์ฟในสถานบันเทิงแบบนี้ แน่นอนว่าเด็กม.6 ที่อายุยังไม่สามารถเข้าสถานบันเทิงได้อย่างพอใจ คงจะไม่สามารถสมัครงานที่นี่ได้ แต่เพราะร้านนี้เป็นร้านของญาติของบีม และบีมก็ได้โทรบอกญาติของเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเขาถึงได้พาพอใจมาที่นี่ยังไงล่ะ

 

แกร็ก

 

         “มากันแล้วเหรอ?”

 

         “อ๊ะ อาบุตร สวัสดีครับ” บีมรีบทักทายผู้เป็นอาขึ้นทันที ทำให้พอใจที่ยืนอยู่ข้างๆ ยกมือไหว้ด้วย

 

         “สวัสดีครับ”

 

         “นี่น่ะเหรอเพื่อนที่บอก” ชายวัยกลางคนถามขึ้นพร้อมมองพอใจอย่างพิจารณา ซึ่งพอใจรู้สึกไม่ชอบสายตาของคนตรงหน้ายังไงก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงออกได้เพราะเขากำลังมาอ้อนวอนของานอีกฝ่ายทำ เพื่อหาเงินไปรักษาตามใจ

 

         “ใช่ครับ” บีมเป็นคนตอบ

 

         “เข้ามาสิ จะได้คุยรายละเอียด” ว่าแล้วบีมและพอใจก็พากันเดินตามชายวัยกลางคนที่เป็นญาติของบีมเข้าไปทันที โดยระหว่างทางตากลมก็มองสำรวจไปรอบๆ ด้วย ร้านนี้เป็นร้านที่ค่อนข้างหรูหรา มีโต๊ะนั่งหลายสิบโต๊ะ และมีเวทีเล็กๆ เป็นสเตรทสำหรับนักดนตรีและมีแท่นสำหรับดีเจ และพอขึ้นมายังชั้นสองก็พบว่ามีห้องเล็กๆ ที่เขียนติดหน้าห้องว่า VIP อีกด้วย แปลว่านอกจากโต๊ะนั่งข้างล่างแล้วยังสามารถเปิดห้องได้อีกด้วยสินะ

 

         “บีมรออยู่ข้างนอก อาจะคุยกับเพื่อนเป็นการส่วนตัว” อาของบีมพูดขึ้นเมื่อเห็นบีมกำลังจะเดินตามเข้าห้อง ซึ่งคำพูดของผู้เป็นอาทำให้บีมและพอใจชะงักทันที บีมหันมามองหน้าพอใจ ซึ่งคนตัวเล็กก็พยักหน้าให้เพื่อนสนิทเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร จากนั้นพอใจก็เดินตามอาของบีมเข้าไปในห้องทันที บีมมองตามเพื่อนสนิทที่เดินตาผู้เป็นอาไปอย่างห่วงๆ ก็นะ...แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอาของเขา เป็นน้องแท้ๆ ของพ่อ แต่ว่า...พ่อก็ไม่อยากให้เขายุ่งเกี่ยวกับผู้เป็นอา พ่อบอกเสมอว่าอาทำธุรกิจสีเทา เด็กอย่างเขาไม่ควรเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เขาเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่เพราะพอใจเดือดร้อนมาก และเขาก็นึกถึงแค่อาบุตรแค่คนเดียวก็เลยพาพอใจมาที่นี่ เฮ้อ...เขาตัดสินใจถูกหรือเปล่านะ เริ่มคิดมาซะแล้วสิ...พอใจเดินตามอาของบีมเข้ามาในห้องทำงาน โดยคนตัวเล็กก็แอบเกร็งไม่น้อยแต่เขาก็ต้องทำนิ่งเอาไว้

 

         “คิดจะทำงานเป็นแค่เด็กเสิร์ฟงั้นเหรอ?” คำถามของอาของบีมทำให้พอใจชะงักแล้วทำหน้างุนงงทันที

 

         “หมายความว่ายังไงเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะกวาดสายตามองพอใจหัวจรดเท้า ซึ่งเป็นสายตาที่ทำให้พอใจขนลุกซู่ไปทั้งตัว มันเป็นสายตาจาบจ้วงไปหมด

 

         “บีมบอกว่าเราต้องการเงินจำนวนมากและอยากได้เงินเร็วๆ”

 

         “ใช่ครับ ผมจะเอาเงินไปผ่าตัดน้องชาย” พอใจตอบตามจริง เพราะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจะต้องปิดบังอะไร

 

         “เป็นเด็กเสิร์ฟมันจะได้เงินเยอะแล้วก็เร็วได้ยังไงกันล่ะ หึๆ” อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ

 

         “คุณอาหมายถึง...?” พอใจยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ

 

         “ดูจากรูปร่างหน้าตาของเราแล้ว...อามีอีกงานอยากเสนอ แต่ว่า...จะไม่รับก็ได้นะ อาไม่ได้บังคับ แต่อารับรองว่าผลตอบแทนคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้พอใจใจเต้นตุ้มต่อมอย่างบอกไม่ถูก  

 

         “งานอะไรครับ?”...ทางด้านของคลื่น...นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่เขากลับมาจากอังกฤษ ซึ่งเพื่อนสนิทอย่างไมล์ก็คะยั้นคะยอให้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง แต่เขาก็ปฏิเสธมาตลอด ก็นะ...ช่วงนี้ใกล้จะเป็นช่วงรัทของเขาแล้ว ซึ่งพวกอัลฟ่าเวลาที่รัทจะมีความต้องการทางเพศสูงมาก ถ้าไม่ใช้ยาก็จำเป็นจะต้องระบายออก ตอนอยู่อังกฤษเขาก็ใช้ทั้งสองวิธีนี่แหละ แน่นอนว่ากับคนที่เต็มใจที่จะเป็นวันไนต์สแตนกับเขา แต่พอกลับมาครั้งนี้เขาไม่ค่อยอยากทำแบบนั้นเท่าไหร่ ยิ่งรู้ว่ายิ่งอยู่ใกล้ ‘ใครอีกคน’ เขาก็ยิ่งไม่อยากทำแบบนั้นเลย ทั้งที่อีกฝ่ายไม่มีทางมารับรู้ก็เถอะ แต่เขารู้อยู่แก่ใจไง อีกเหตุผลก็กลัวว่าการวันไนต์แสตนจะเป็นปัญหาในอนาคตด้วย เพราะบางคนก็สลัดยากจริงๆ

 

ครืดๆ

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นขึ้นเพราะมีสายโทรเข้าทำให้คลื่นหันไปมองทันที ซึ่งคนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ไมล์เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง และเรื่องที่โทรมาคงไม่พ้นการคะยั้นคะยอให้เขาไปเที่ยวแน่ๆ

 

         “กูไม่ไป” คลื่นพูดขึ้นทันทีหลังจากที่รับสาย

 

         (“สัส ยังไม่ทันพูดเลย”)

 

         “กูรู้ว่ามึงจะโทรมาเรื่องอะไร”

 

         (“เออใช่ กูจะโทรมาชวนมึงเที่ยว แต่อย่าเพิ่งปฏิเสธสิวะ ฟังกูเสนอก่อน”) คนปลายสายบ่น

 

         “กูบอกมึงแล้ว ช่วงนี้กูใกล้รัทแล้ว ไม่อยากไปไหน”

 

         (“รัทก็ต้องปลดปล่อยสิวะ มึงจะเก็บไว้เพื่อ?”)

 

         “กู...แค่ไม่อยากวันไนต์สแตน”

 

         (“เพราะคนๆ นั้นสินะ”) คำพูดของไมล์ทำให้คลื่นเงียบ

 

         (“ซายมันไม่รู้หรอก ไม่สิๆ ต่อให้รู้แล้วไงวะ มึงกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”) คำพูดของไมล์เหมือนจี้ใจดำคลื่นอย่างจัง

 

         “สัสไมล์”

 

         (“เอ้า กูพูดจริงๆ มึงกับซายไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะความป๊อดของมึงไง กลับมาตั้งหลายวันแล้วแทนที่จะทักเขาไป แต่ก็ทำเงียบ”)

 

         “กูแค่...ไม่รู้จะเริ่มยังไง” ก็นะ...เขาแอบรักอีกฝ่ายมานาน แล้วก็หายไปจากชีวิตอีกฝ่ายนานเช่นเดียวกัน เขาไม่รู้เลยว่าควรจะเริ่มมันยังไง ‘ซาย’ คือคนที่เขาแอบรัก ต่อให้ใครกี่คนจะผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา เขาก็ยังคิดถึงอีกคนเสมอ ทั้งที่ซายเป็นเบต้า ไม่ได้มีแรงดึงดูดสำหรับอัลฟ่าอย่างเขา แต่เขากลับรู้สึกชอบในรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ชอบทุกอย่างที่เป็นซายเลย

 

         (“เดี๋ยวเพื่อนไมล์คนนี้จะช่วยมึงเอง แต่...มึงต้องออกมาเจอกูได้แล้ว กูเสี้ยนอยากดื่ม อยากเที่ยวจะตายอยู่แล้ว”)

 

         “ก็กูบอกว่า...”

 

         (“มึงไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เพราะร้านนี้มีเปิดห้องแบบ VIP เว้ย อีกอย่าง...ต่อให้มึงรัท มึงก็ไม่ต้องวันไนต์แสตนกับใครให้เป็นปัญหา”) คำพูดของไมล์ทำให้คลื่นขมวดคิ้วอย่างงุนงงเล็กน้อย

 

         “หมายความว่าไง?”

 

         (“ร้านนี้...มีโอเมก้าคอยให้บริการ พวกเขาจะให้บริการมึงอย่างดี จบคือจบไม่มีอะไรแล้วต่อกันให้กวนใจ สนใจมั้ยเพื่อน?”)...กลับมาทางด้านของพอใจ...

 

         “พี่พอใจจะไปไหน?” ตามใจถามขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายทำท่าจะออกไปข้างนอกหลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนได้สักพัก ซึ่งตอนนี้ตามใจกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว โดยคุณหมอก็สั่งให้พอใจดูแลตามใจอย่างใกล้ชิด เพราะกลัวอีกฝ่ายจะอาการกำเริบอีก

 

         “พี่ได้งานใหม่น่ะ” พอใจตอบ

 

         “งาน? ตอนกลางคืนเนี่ยนะ?” ตามใจขมวดคิ้วนิดๆ

 

         “เอ่อ...ไปร้านฟาสฟู้ดที่เปิด 24 ชั่วโมงน่ะ พี่ได้ทำช่วงค่ำๆ จนถึงตอนดึก ประมาณตี 2 ตี 3 พี่ก็กลับแล้ว”

 

         “มันไม่เหนื่อยเกินไปเหรอพี่พอใจ ตอนเช้าก็ต้องตื่นไปโรงเรียนอีก แถมวันเสาร์-อาทิตย์พี่พอใจก็ไปรับจ็อปนั่นนี่” ตามใจถามอย่างเป็นห่วง

 

         “พี่ไม่เป็นไรหรอก สบายมากๆๆ เลยละ เราน่ะไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก ดูแลตัวเองให้ดีก็พอ ว่าแต่...พี่ไปทำงานอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?” พอใจถามอย่างเป็นห่วง แม้ว่าเขาจะตัดสินใจ ‘ทำงานนั้น’ ไปแล้วแต่ก็แอบห่วงๆ ที่ปล่อยน้องชายให้อยู่บ้านคนเดียวในตอนกลางคืน แม้ว่าแถวบ้านของเขาจะไม่ได้เป็นซอยเปลี่ยวหรือว่าอะไรก็เถอะ อีกทั้งข้างบ้านก็รู้จักกันดีๆ พวกลุงๆ ป้าๆ ก็เอ็นดูพวกเขาราวกับเป็นลูกหลาน แต่พอใจก็อดห่วงน้องชายไม่ได้

 

         “ตามใจอยู่ได้ สบายมากๆ เลย”

 

         “มีอะไรก็โทรหาพี่นะ แล้วก็ล็อคบ้านดีๆ ด้วย ถ้าไม่ใช่พี่ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดนะ”

 

         “รับทราบครับ!” ตามใจทำท่าตะเบ๊ะใส่พี่ชายอย่างน่ารัก ทำให้พอใจเผยยิ้มออกมา มือบางยื่นมือไปยีผมน้องชายอย่างเอ็นดูพร้อมกับมองหน้าตามใจด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขาเหลือน้องชายเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร พอใจจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาผ่าตัดหัวใจให้กับตามใจให้ได้ เขาจะไม่ยอมเสียน้องชายคนนี้ไป...ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอม...พอใจมาถึงร้านเหล้าที่เขาทำงานอยู่ในตอน 6 โมงเย็นเพื่อมาเตรียมตัว ซึ่งร้านจะเปิดในตอน 2 ทุ่ม วันนี้เป็นวันแรกที่พอใจมาทำงาน แน่นอนว่าคนตัวเล็กเกร็งจนเห็นได้ชัด ยิ่งพอเข้ามาในร้านถูกเจ๊โจ ที่เป็นเหมือนคนดูแล ‘เด็กๆ’ เรียกไปแต่งหน้า ทำผม เปลี่ยนชุด พอใจก็ยิ่งรู้สึกเกร็งเข้าไปใหญ่

 

         “น่ารักจริงๆ เด็กคนนี้ มาทำงานวันแรกใช่มั้ย? หวังว่าจะเจอลูกค้าดีๆ นะ” เจ๊โจว่าอย่างนึกเป็นห่วงเด็กตรงหน้า ก็นะ...หน้าตาใสซื่อแบบนี้ ตัวก็เล็กนิดเดียวเอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกงานนี้ได้ แต่คนเราย่อมมีเหตุผลของตัวเอง ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เธอจะไปสนใจหรอก แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะห่วงเด็กตรงหน้าจริงๆ

 

         “ขะ...ขอบคุณครับ” พอใจว่าก่อนจะลุกจากเก้าอี้แต่งหน้าเดินไปนั่งรวมกับพี่ๆ คนอื่น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น...โอเมก้า! ใช่แล้ว...งานที่อาของบีมเสนอให้กับพอใจคืองานเด็กนั่งดริ้งค์ เป็นงานที่ได้เงินเยอะกว่าเด็กเสิร์ฟ แต่ก็ค่อนข้างเปลืองเนื้อเปลืองตัวหน่อย ส่วนเรื่องนอกรอบกับแขก...ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของลูกค้าและเด็กนั่งดริ้งค์ แต่จากที่พอใจแอบฟังพี่ๆ คุยกัน ทุกคนล้วน ‘เต็มใจ’ มีสัมพันธ์กับลูกค้าเพราะได้เงินดี พอใจเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะสามารถทำแบบนั้นได้มั้ย เพราะนั่นเท่ากับขายตัวแลกเงินชัดๆ! แต่จากที่ได้ยินจำนวนเงินที่พี่ๆ ได้รับจากที่ไปกับแขก เขาก็คิดหนัก เพราะมันแทบจะเท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าผ่าตัดตามใจเลยละ!

 

กริ๊ง

 

         “อ๊ะ” พอใจสะดุ้งเมื่อจู่ๆ อุปกรณ์ส่งสัญญาณในมือของเขาก็สั่น ซึ่งแปลว่ามีคนเรียกเขา ซึ่งลูกค้าจะสามารถเลือกดูเด็กนั่งดริ้งค์ได้ผ่านแอพพิเคชั่นของร้าน

 

         “มาวันแรกก็มีลูกค้า VIP เรียกเลยแฮะ อิจชะมัด” เสียงของคนข้างๆ พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้กดเรียกพอใจคือลูกค้าห้อง VIP พอใจกัดปากอย่างประหม่า ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วตรงไปยังห้อง VIP1 ทันที

 

แกร็ก

 

         “ขออนุญาตครับ” พอใจพูดขึ้นหลังจากที่เปิดประตูเข้าไป ซึ่งในห้องมีผู้ชายนั่งอยู่ทั้งหมดสามคน และทั้งสามคน...ล้วนหน้าตาดีอย่างมาก

 

         “มานั่งนี่สิครับน้องพอใจ พี่เป็นคนเรียกน้องเอง” คนที่นั่งตรงกลางพูดขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกพอใจ พอใจพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปหาคนๆ นั้นทันที แต่ก่อนจะเดินถึงเขากลับได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมาแตะจมูกอย่างจัง ทำให้พอใจอดที่จะมองไปยังเจ้าของกลิ่นนี้ไม่ได้

 

         “มองอะไร?” เสียงทุ้มถามขึ้น

 

         “สัสคลื่น พูดดีๆ กับน้องหน่อยสิ เดี๋ยวน้องก็กลัวหมดหรอก” ไมล์แย้งขึ้นก่อนจะดึงพอใจเข้าไปนั่งบนหน้าตัก ซึ่งการกระทำของไมล์ทำให้พอใจตัวแข็งทื้อทันที ให้ตายสิ...รุกหนักขนาดนี้เลยเหรอ?

 

         “ทำอาชีพแบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก เฮอะ” คำพูดดังกล่าวเหมือนเป็นน้ำเย็นที่สาดเข้ามาใส่หน้าพอใจอย่างแรง ใช่...มันทำให้เขาหน้าชาไปหมด เขารู้ว่าอาชีพนี้มันไม่มีเกียรติ มันไร้ศักดิ์ศรี แต่พอใจก็ทำเพราะความจำเป็น ‘อัลฟ่า’ รวยๆ อย่างคนตรงหน้าคงไม่มีทางเข้าใจหรอก!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาถึงก็แดกดันน้องเลยนะคะอิคุณคลื่น ตอนหน้าขอไม่สปอยค่ะ แต่อยากให้แม่ๆ น้องพอใจกอดลูกกันแน่นๆ นะคะ เพราะน้องน่าสงสารมากกกกกก T^T

___จางบิวตี้___ 

ความคิดเห็น