เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

89.2 เดินหน้า!ขบวนสาวอ้วนของโซฟีไปได้!

ชื่อตอน : 89.2 เดินหน้า!ขบวนสาวอ้วนของโซฟีไปได้!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 31

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
89.2 เดินหน้า!ขบวนสาวอ้วนของโซฟีไปได้!
แบบอักษร

ณ ความมืดแห่งความลับแห่งโรงแรม อาคารพักผ่อนของโซฟี 

         ท่วงทำนองดนตรีดังแผ่วเบาประหนึ่งเสียงเข็มนาฬิกาขยับส่ายกระดิกๆ บรรยากาศยามเช้าช่วงสายๆประมาณสิบโมงห้านาที โซฟีนอนกลิ้งพลิกพุงพลิกหาง เอาศีรษะทิ่มช่องว่างระหว่างผนังห้องกับเตียง ครั้นเอาขาเตะหมอนข้างทิ้งตกพื้นพรม ยามปกตินางมิเคยนอนดิ้นสภาพเหมือนลูกหมาน้อยเช่นนี้ แต่หากวันใดนางเหนื่อยล้าเมื่อยใจ และขุมพลังมาโฮเกิดความไม่เสถียร สมองน้อยๆจะสั่งโซฟีระส่ำระส่าย บิดเอวดิ้นๆเหมือนอย่างเช่นยามนี้ ที่แม้นางหลับสนิท แต่อุ้งมือต้องปัดแกว่ง พยายามขยับเพื่อปลดปล่อยพลังมหาศาลที่ยังหลงเหลือในร่างกาย

         ความจริงแล้วนางควรทรมานนะ แต่ดูท่าทางโซฟีไม่เจ็บปวดอย่างที่หลายคนคิด

         สภาพเหมือนนางกำลังเต้นเลย หลับ และเต้น

         “…ช่างร่าเริง เริงร่ายิ่งนัก”

         พลูโตอยากถ่ายรูปเก็บไว้แซวโซฟี ซาลาเปาน้อยคว้ากล้องวิเศษในกระเป๋าใบลายดอกกุหลาบ กดถ่ายวีดิโออย่างสนุกสนาม

         ฟางหรงที่ยื่นมองข้างๆให้เลิกคิ้ว นางสองจิตสองใจว่าควรห้ามเพื่อนดีหรือไม่ ที่อยากห้ามเพราะกลัวโซฟีโกรธแล้วตัดเพื่อน ที่ไม่อยากห้ามเพราะรัชทายาทน้อยอยากเก็บวิดีโอไว้ดูเองเช่นกัน

         ท่าดิ้นเช่นนี้น่ารักจริง

         หลังจากเรื่องในคืนนั้น เวลาผ่านมาสองวันแล้ว คุณหมอบอกว่าโซฟียกระดับขุมพลังมาโฮของตัวเองขึ้นหลายระดับ หรือเรียกอีกอย่างว่านางอัพคลาสแล้ว เป็นการอัพคลาสโดยธรรมชาติที่เกิดจากการระเบิดพลังของฮาท หัวใจนางเอง รูปแบบของมันซับซ้อน และเหมือนเรียบง่ายอย่างอัศจรรย์ เพราะน้อยคนนักจะอัพคลาสแล้วยังนอนดิ้นขนาดนี้ คุณหมอบอกอาการนักเชิดหุ่นน้อยไม่มีอะไรน่าห่วง นอนพักสักอาทิตย์ก็กลับมานอนทับตุ๊กตาแมวเหมียวเช่นเดิม

         ตอนโซฟีระเบิดพลังมาโฮ พวกฟางหรงตกใจมาก แม้นเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏบ่อยครั้งในประวัคติศาสตร์ แต่ในชีวิตจริงหาดูยากมาก เพราะมันมีสิทธิ์เกิดก็ต่อเมื่อการต่อสู้นั้นเดิมพันด้วยชีวิต  

         หากยามนั้นที่ความสิ้นหวังกลืนกิน โซฟีเลือกปล่อยวางแล้วยอมตายละกัน

         ฟางหรงมิอยากนึกเลย นางนึกขอบคุณ และภาวนาในใจให้ชีวิตนับจากนี้ของโซฟีพบพานแต่เรื่องดีๆให้คู่ควร และสมกับที่นางยอมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

         ด้านในห้องพัก ฟางหรงปีนขึ้นเตียง แล้วเริ่มจัดท่านอนให้โซฟี นักเชิดหุ่นน้อยฝันหวาน ฝันว่านางอ้วนแล้ว นางยิ้มหยาดเยิ้ม สีหน้าเซ่อซ่าปานเพิ่งรู้จักลูกยีราฟครั้งแรก รัชทายาทน้อยปรากฏสีหน้ายิ้มอ่อนพลางอุ้ม และวางนักเชิดหุ่นน้อยบนเตียงอย่างเบามือทะนุถนอมยิ่งแก้วมณี พลูโตทำดำเนินหน้าที่ช่างกล้องเก็บทุกรายละเอียดมิขาดตก ทันใดนั้นหน้าต่างแก้วกระจกพลั่งเปิดอ้าพร้อมร่างชายหนุ่มที่โผทะยานเข้ามาอย่างมหาจอมโจร

          “ประตูไม่ลงกลอนเด้อ”

         “..”

         อีซีโอปรายสายตาเยียบเย็นมองพลูโตแวบหนึ่ง แล้วส่ายมามองโซฟี เขามิกล่าวอันใด และก้าวลงจากขอบหน้าต่างไม้ ท่วงท่าสง่างาม ผ้าคลุมพลิ้วไหว สีหน้าเข้มขรึมเกินวัย กระนั้นมองแล้วสาวๆใจละลาย อย่างน้อยพลูโตชอบมองอีซีโอ เขาหล่อลาก เสียตรงที่เขามองสตรีอื่นนอกจากโซฟีเป็นตัวอะไรสักอย่างนี่แหละ น่าเสียดายปุดๆ

         ฟางหรงเหลือบมองอีซีโอด้วยแววตาเย็นใส นาง และเขาพบกันในคืนเกิดเรื่อง

         เจ้าหนุ่มหัวดำมิรู้ว่าที่ภรรยาเขามีเพื่อนใหม่ตอนไหน ช่วงเวลาในโลกแห่งความจริง และโลกมิติลี้ลับแตกต่างกันมาก ด้านในโลกมิติลี้ลับนั้นไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เมื่อกลับสู่โลกแห่งความจริง เวลาโลกแห่งความจริงจะเท่าเดิมไม่ผ่านไปนานหลายชั่วโมงเหมือนในโลกต่างมิติลี้ลับ ช่วงตอนที่โซฟีกำลังนอนพัก และวิ่งวุ่นหนีหมีปีศาจ ช่วงนั้นพวกอีซีโอกำลังเล่นเกมชิงไหวชิงพริบอย่างดุเดือด และแล้วด้วยความฉลาดแกมโกงนิดหน่อยของเจ้าหนุ่ม เขาโค่นคู่ต่อสู้ และนำของมาถวายให้พี่สาว และคุณแม่สำเร็จอย่างสวยงาม

         กระนั้นมิวายโดนเอ็ดใส่ว่าไม่พาโซฟีมาพบท่านแม่เลย ท่านอยากรู้จังว่าเจ้าลูกชายชอบผู้หญิงแบบไหน

         พักเรื่องนี้ไว้ก่อน พวกฟางหรงพบอีซีโอ ตอนแรกเจ้าหนุ่มไม่เชื่อว่าพวกฟางหรงคือเพื่อนโซฟี เขาขอหลักฐานยืนยัน รัชทายาทน้อยนิ่วหน้าไม่รู้จักทำเช่นไร พลูโตยกยิ้มเจ้าเล่ห์ปานจิ้งจอก เปิดปากถามอีซีโอบ้างว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรกับโซฟี เจ้าหนุ่มวางท่า และตอบอย่างหน้าไม่อาย “..” แต่เมื่อนึกคำตอบแล้ว เขากลับนึกไม่ออกว่าควรตอบอย่างไรดี เจ้าหนุ่มเงียบครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “คนรู้จัก”

         พลูโตฟังยิ้มเยาะ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างระแวงกัน ฟางหรงที่เงียบกริบไม่สนใจพวกอีซีโอ ก็อุ้มโซฟีจะเอากลับบ้าน

         ตอนนั้นแหละที่เจ้าหนุ่มคืนสติ และบอกห้าม

         ใช้เวลาเจรจาครู่ใหญ่ ฟางหรงยอมส่งมอบโซฟีให้อีซีโอ แล้วพวกนางย้ายข้าวของมาพักที่เดียวกับโซฟีเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

         “อือ”

         โซฟีส่งเสียงโอดครวญน่าหยิก ฟางหรงปะทะสายตาฟาดฟันกับอีซีโอ ทั้งคู่ยินเสียงแล้วหันมองโซฟีทันที เห็นนักเชิดหุ่นน้อยค่อยๆลืมตาสองสีอย่างงัวเงีย นางโยกศีรษะ และอุ้งมือคลำหาแคนดี้ ฟางหรงเห็นดังนั้นจึงเอาแคนดี้วางบนมือโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยพอเจอเจ้าเหมียวแล้วก็นำมันมากอดซุกอก นางค่อยๆกะพริบตาปริบๆมองภาพพร่ามัวหลากสี และมินานนักก็มองเห็นพวกฟางหรงกำลังยืนมุงดูตัวเองตื่น

         ////

         หนึ่งมองด้วยสายตาขบขัน หนึ่งมองด้วยสายตาโล่งอก หนึ่งมองด้วยสายตาห่วงใย ไม่ว่าสายตาแบบใดล้วนแล้วทำให้โซฟีใจเต้นตุบๆ นางมินึกมิฝันจะตื่นมาเจอแววตาเช่นนี้ หากถามว่าใจยามนี้รู้สึกเช่นไร นางขอบอกว่านางขวยเขิน แก้มแดงระเรื่อ แอบไม่ชิน

         ถ้าหากฟางหรงมองโซฟีด้วยสายตาหื่นแบบพี่สาว น้องสาวคนนี้เอาอุ้งมือแคนดี้แทงตาพี่แน่

         “รู้สึกเช่นไร”

         ฟางหรงหย่อนก้นอ้วนนั่งเก้าอี้น้อย พลันโพล่งถามโซฟีเสียงเย็นละไม ทว่าอ่อนละมุนละม่อม

         อีซีโอแอบเดาความสัมพันธ์ระหว่างฟางหรง และโซฟี ถ้าหากว่าโซฟีกล่าวตอบ นั้นแปลว่าฟางหรงคือเพื่อนโซฟีตัวจริง

         แต่ถ้าว่าที่ภรรยาเขากลัว และไม่อยากตอบ แปลว่าฟางหรงก็แค่ “คนรู้จัก” เหมือนกัน!!

         เจ้าหนุ่มแอบคาดหวัง แต่ต้องผิดหวังยกใหญ่ เมื่อโซฟียกแคนดี้ปิดปาก และตอบกลับฟางหรงด้วยเสียงอู้อี้ ฟังแล้วทั้งคู่มีไมตรีต่อกันไม่น้อยเลย

         “..หนาวๆ”

         นักเชิดหุ่นน้อยครุ่นคิด และตอบตามความจริง

         “นกแล้วหนุ่มน้อย” พลูโตแอบอ้าปากขำไร้เสียง อีซีโอค้อนให้หนึ่งที เงียบไปเลย

         โซฟีรู้สึกร่างกายร้อนรุ่มหน่อยๆ นางสัมผัสขุมพลังมาโฮภายในร่างที่กำลังเคลื่อนไหวผ่านส่วนต่างๆของร่างกายเหมือนเลือดที่ไหลเวียน หมุนเวียนไม่หยุด นางอยากทำให้มันสงบ กระนั้นไร้ความสามารถควบคุม โชคดีที่มันไม่มีพลังรุนแรงเฉกเช่นเดียวกับตอนเปิดดวงตาสีแดงทับทิม โซฟียามนี้ยกมือจัดๆให้ปอยผมลู่ตกปิดดวงตาสีแดงทับทิม กันมิให้ตัวเองเผลอใช้นิสัยก้าวร้าว และปลดปล่อยพลังมาโฮใส่พวกฟางหรง

         น้ำเสียงนักเชิดหุ่นน้อยวางโทนอ่อนโยนอย่างที่สุด ฟังแล้วรื่นหู เปี่ยมด้วยความจริงใจ และซื่อใสสะอาด

         ยากนักนางจะกล้าพูดเมื่อตัวเองมีนิสัยขี้กลัวเช่นนี้

         ฟางหรงนิ่วหน้าราวภูตน้ำแข็ง กระนั้นแววตาทอประกายอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิ นางยื่นอุ้งมืออวบอิ่มวางแตะพวงแก้มโซฟีอย่างเบามือ ยกมือลูบศีรษะโซฟีอย่างเอ็นดู “..” รัทชายาทน้อยพูดมิเก่ง กระนั้นการกระทำของนางสื่อสารแทนวาจา โซฟีหลับตาปล่อยสาวอ้วนน้อยสัมผัสร่างกายอย่างไม่ต่อต้าน นางยอมรับว่าอุ้งมือมีเนื้อไขมันนุ่มๆของฟางหรงเมื่อแตะผิวนางแล้ว โซฟีสบาย รู้สึกดี

         “โซฟีคงหิวกระมัง อีซีโอน้อยไปยกอาหารมาสิ”

         ใครอนุญาตให้เจ้าเรียกข้า “อีซีโอน้อย” เจ้าหนุ่มหรี่ตาลงสาดประกายเย็นยะเยือก เขาอยากจับอีกฝ่ายโยกลงหน้าต่างมาก แต่ยั้งสติไว้ก่อน เพราะกลัวโซฟีมองเขาไม่ดี แล้วอย่างที่ซาลาเปาน้อยกล่าว โซฟีน่าจะหิวท้องร้อง เจ้าหนุ่มสะบัดร่าง และกระโดดออกจากห้องทางหน้าต่าง ตอนนี้พลูโตก็ยังสงสัยว่ามันเข้าออกทางประตูไม่เป็นหรือไร

         “น้ำโซฟี ไม่ต้องรีบดื่มนะ” ฟางหรงปรนนิบัติ นางส่งแก้วน้ำผิวลายน้องต่ายให้โซฟีรับดื่ม นักเชิดหุ่นน้อยคอแห้ง นางดื่มน้ำช้าๆ และเอาน้ำให้แคนดี้ดื่มด้วย เจ้าตุ๊กตาแมวบอก มันอยากดื่มโกโก้มากกว่า

         เอาหมอนหนุนให้สูง ครั้นโซฟีเอนตัวลงพิงหมอน นางนั่งพักเหมือนผู้ป่วย แม้นร่างกาย และจิตใจหายสนิทแล้ว แต่นักเชิดหุ่นน้อยยังเมื่อยๆสะโพก

         บาดแผลตามตัวนางก็หายไม่มีแผลแล้ว ต้องขอบคุณยาวิเศษของอมีตี้

         “อยากได้อะไร บอกข้าได้ทุกเมื่อนะ”

         ฟางหรงเอ่ยเสียงเย็นเฉยชา ทว่าวาจามิเฉยเมยอย่างเช่นน้ำเสียง วันนี้นางแต่งตัวเรียบร้อย อาภรณ์สีขาวหิมะ แต่งหน้า เขียวคิ้ว มีอายชาโดว์สีน้ำเงินรอบดวงตาสีขาวใสกระจ่าง ชุดอาภรณ์ที่แอบเปิดร่องอกอวบอิ่มให้โซฟีเห็นแล้วอยากบีบ เอ้ย นักเชิดหุ่นน้อยกระแอมหนึ่งครา พยายามเลิกคิดฟุ้งซ่าน เมื่อครู่นางฝันว่าเล่นสนุกกับเรือนร่างในอุดมคติมิน้อย ครั้นตื่นมาเจอฟางหรงแต่งตัวสวยแล้ว นางเลยหักห้ามใจนึกอยากน้วยมิไหว

         นักเชิดหุ่นน้อยแต่งตัวชุดนอนสีขาว ร่างกายนางยังเล็กเท่าเดิม ไม่สิ โซฟีขมวดคิ้ว ลองจับๆเอว

         “!!!”

         ม ไม่จริง… แม้นนางจะผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายเสี่ยงตายมามาดๆแต่ยังไม่ตกใจเท่าเรื่องนี้เลย

         “..”

         ฟางหรงเลิกคิ้วมองสีหน้าโซฟีแตกตื่น เมื่อครู่อีกฝ่ายจับเอว เดาแล้วคงกังวลเรื่องน้ำหนักกระมัง

         “ดีใจเถิด จากที่ข้ามองคงลดไปสักห้าโล”

         “!!!!!”

         ห ห้าโล.. สวรรค์ ชั่วชีวิตกว่าน้ำหนักนางจะขึ้นได้สักโลมันยากมากรู้หรือไม่ นางกินเยอะกว่าแม่หมี น้ำหนักยังไม่ขึ้นสักขีด แต่นี่แค่ปลดปล่อยมาโฮมหาศาลครั้งเดียวเล่นหายไปห้าโล สวรรค์ทำไมโหดร้ายกับนางเช่นนี้ ชาตินี้หนูจะตัวโตเหมือนเพื่อนไหมเนี่ย กระซิกๆ

         แคนดี้เห็นเจ้านายร้องไห้ในใจแล้ว มันอยากปลอบเลยบอกว่า ข้าน้ำหนักเท่าเดิมนะ

         โซฟีค้อนให้แคนดี้ อย่าลืมว่าระหว่างนาง และมันมีแค้นต้องชำระ

         “..ข่าวร้ายหรือ ปุดๆ”

         พลูโตอ่านสีหน้าโซฟีพลั่งเข้าใจบางอย่าง กระนั้นฟางหรงยังมึนงง ทำไม นางพูดอะไรผิดรึ ปกติแล้วสาวๆชอบมิใช่หรือที่น้ำหนักลด? แม้นพวกฟางหรงจะเป็นฝั่งตรงข้ามก็เถอะ

         ลมหนาวพัดกิ่งสนขยับ

         พัดพลิ้วใบไม้แห้งสยายปีกบินดั่งเช่นวิญญาณปักษามรณา

         หยดน้ำค้างในแรกอรุณละลายลงหยดลงแอ่งน้ำใส

         อีซีโอนำถาดข้าว และเครื่องดื่มร้อนๆมาให้โซฟีรับประทานเพิ่มน้ำหนัก นักเชิดหุ่นน้อยมองข้าวต้มทรงเครื่องแล้วอยากขอเพิ่มสักร้อยชาม แต่กลัวอีซีโอยกมาให้ไม่ไหว เอาเป็นว่าหลังจากนี้นางไปหากินเองละกัน เจ้าหนุ่มยืนมองสำรวจว่าที่ภรรยาน้อยสักพัก เห็นนางปลอดภัยแล้ว เขาก็ฝากนางให้พวกฟางหรงดูแล ส่วนเขายอมรับว่ามีธุระต้องจัดการ เลยขอตัวไปข้างนอก

         ก่อนไปไม่วายกำชับให้โซฟีดูแลตัวเองดีๆ เขาขอโทษที่ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาให้นาง

         โซฟีเข้าใจหัวอกเจ้าหนุ่ม นางเผลอบอกขอบคุณเขา และบอกเจอกันใหม่

         เจอกันใหม่

         เจอกันใหม่

         เจอกันใหม่

         “..”เจ้าหนุ่มตกตะลึงเมื่อโซฟีพูดประโยคนี้กับเขา ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนไม่แผ่วเบา บางทีนางอาจเผลอกระมัง แต่ไม่ว่าอย่างไรนางบอกเช่นนี้ก็แปลว่านับเขาเป็นคนรู้จักใช่หรือไม่ เจ้าหนุ่มออกจากห้องแล้ว ยกยิ้มดีใจ แอบกำหมัดไชโยเงียบๆ พลูโตตาไวยกกล้องแอบถ่ายวีดิโอเรียบร้อย ปุดๆ จะว่าความจริงแล้วโซฟีตอนนี้นับอีซีโอเป็นเพื่อนเช่นกันนะ

         หากเจ้าหนุ่มรู้นิ .. ปิดประเทศ จัดงานฉลอง แจกทองแจกเงิน

         ตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น โซฟียอมรับว่านางเปลี่ยนไปไม่น้อย นางเริ่มยอมรับหัวใจตัวเองอีกครั้ง และเปิดใจรับรู้ตัวตนของคนรอบข้างมากขึ้น เหมือนว่าโลกสีดำใบนั้นของนางเริ่มปริแตก และพังทลายลง ปรากฏโลกใบใหม่ที่มีทุ้งดอกทิบลิปสีแดงสุดลูกหูลูกตา แสงตะวันส่องไสว และท้องฟ้าสีคราม ไออุ่นจากเนื้อร้อนๆของพวกฟางหรงช่วยให้โซฟียอมรับหัวใจตัวเองอีกครั้งจริงเสียด้วย นักเชิดหุ่นน้อยยิ้มอ่อนให้ตัวเองที่เป็นคนเข้าใจอะไรยาก และดื้อเกินกว่าจะยอมปรับตัว

         แม้นเงาดำในอดีตยังไม่หายเสียหมด กระนั้นนางรู้สึกดีใจเหลือเกิน เวลานี้นางมีความสุขมากๆเลยล่ะ

         โซฟีเผยยิ้ม และมองแคนดี้ เจ้าตุ๊กตาแมวยิ้มตอบ

         ฟางหรงมองเพื่อนมีความสุข นางก็พลอยสุขไปด้วย

         “โซฟี..”

         รัชทายาทใจสั่น อดไม่ไหวต้องร้องเรียกชื่อโซฟีเสียงหวาน พลางนางขยับก้น และโน้มตัวโอบกอดโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยตกใจ ทว่าไม่ปฏิเสธอ้อมแขนอวบอ้วนเปี่ยมไออุ่น นางชอบนะ นับจากนี้นางคงไม่ปฏิเสธหากจะมีสาวอ้วนคนใดกอดนางเหมือนอย่างฟางหรง โซฟีคลี่ยิ้มบางๆ จะเป็นอะไรไหมนะ ถ้านางกอดตอบอีกฝ่าย แขนนางเล็กจิ๋วเท่ากิ่งสน กอดสาวอ้วนตัวกลมอย่างฟางหรง ความยาวแขนจะโอบไหวหรือไม่

         กล้าๆกลัวๆ แต่สุดท้ายแพ้ใจตัวเอง

         โซฟีหลับตาเขินหูแดงเรื่อ และยื่นแขนโอบกอดฟางหรงเช่นกัน

         ทำเช่นนี้แล้ว โซฟีพลั่งรู้ว่าแขนนางยาวพอกอดตัวฟางหรง

         อวบอิ่ม อวบอ้วน กอดแล้วสบายใจเหลือเกิน

         “ดีใจที่เจ้าปลอดภัย

         ฟางหรงเอ่ยเสียงสั่นแผ่วเบาทว่ามีความรู้สึกผิดประปราย นางรู้สึกแย่มากที่เป็นเหตุทำให้ทุกคนเดือดร้อน โซฟีฟังคำแล้วใจอ่อนยวบ นางยกมือลูบหลังฟางหรงเบาๆอย่างที่พี่สาวลูบปลอบประโลมโซฟี “ช่างเถิด เรื่องแค่นี้เอง” โซฟียิ้มขำ พลางเอาแก้มนวดแก้มฟางหรง สองสาวคลอเคลีย เนื้อชิดเนื้อ โซฟีเกือบตายแล้ว แต่ตอนนี้นางยังอยู่มิใช่หรือ

         พวกเราทุกคนยังปลอดภัย ไม่อะไรบุบสลาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

         “..”

         ฟางหรงขอบตาแดงระเรื่อด้วยความร้อนผ่าว หากว่าทุกอย่างไม่จบสวยงามเช่นนี้ ฟางหรงจะทำอย่างไร

         ก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็แปลว่า พวกเราลงโลงแล้วอ่ะ จะคิดมากทำไม

         โซฟีอยากตอบแบบนั้นนะ แต่ทนเห็นสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจฟางหรงไม่ไหว กลัวตอบแล้วอีกฝ่ายคิดมากกว่าเดิม

         นักเชิดหุ่นน้อยเหมือนกลับไปเป็นตัวเองในสมัยก่อนที่ชีวิตพังทลาย นางจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองช่วงนั้นเป็นคนเช่นไร แต่ถ้าหากมีคนกำลังเจ็บปวด และต้องการความช่วยเหลือนะ นางจะ

         “กินข้าวกันเถอะ”

         ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวย่ำแย่เพียงใด ชีวิตต้องการสารอาหาร กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ ฉะนั้นกินข้าว ต่อให้เกิดอะไรขึ้น เราก็กินไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง

         โซฟียิ้มปลอบฟางหรง นางปลอบคนไม่เก่งเลยนะ แต่ยังดีกว่าพี่สาวตรงที่ว่า เวลาปลอบคนก็บอก “กิน” เหมือนกัน แต่ฝ่ายนั้นกินตับน่ะ

         “////”

         ฟางหรงเงยหน้ามองโซฟีตาละห้อย และให้ตกตะลึงดวงตาสีฟ้านภาของโซฟียามนี้ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูดอย่างมหัศจรรย์ แววตาอาจหาญไร้ซึ่งความอ่อนแอ ไม่มีความกลัว ไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดๆเจือปน ดวงตานางกลมโต และบริสุทธิ์ราวหยาดน้ำค้าง ใสสะอาดสะอ้านไร้มลทิน ระบายด้วยความอ่อนโยนละมุนละไมราวมารดา แลแล้วสบายใจ ทำให้คนมองอ่อนระทวย และยอมลง ยอมสงบอย่างไร้เงื่อนไข

         ////

         ไม่อยากยอมรับว่าเวลานี้โซฟีมีเสน่ห์น่าหลงใหลเหลือเกิน นางใช่สาวน้อยธรรมดาจริงหรือ ปกตินางน่ารักน่าชัง แต่ทำไมตอนยิ้ม และปลอบคนอื่นนาง

         ..ห หล่อ ต้องบอกว่าหล่อแบบอีซีโอตกเหวตาย

         ////

         ฝ่ายพลูโตที่เล่นกล้องก็อ้าปากค้าง แม่จ้า!! หนูจะเอาคนนี้!!

         “ยิ้มเซ่อแล้วฟางหรง ระวังแคนดี้บินเข้าปากนะ”

         โซฟีดุเสียงคุณแม่ นางยอมรับว่าไม่เคยดุใครเลยนอกจากดุแคนดี้ ฟางหรงฟังแล้วหน้าแดงเถือก น นางโดนโซฟีดุ

         ขุนพระ! แม้นแต่คนที่ใจเย็นสุดๆอย่างฟางหรงยังอึ้ง อ้าปากค้าง

         “โซฟี..ความจริงมีเรื่องหนึ่งที่ข้ายังไม่บอกเจ้า”

         ฟางหรงอยากเป็นเพื่อนกับโซฟีจริงๆ แต่หากต้องเจอกับความจริงนี้แล้ว ไม่รู้โซฟีจะยังอยากรับพวกฟางหรงเป็นเพื่อนหรือไม่

         นักเชิดหุ่นน้อยเอียงคอมองถาม รัชทายาทน้อยก้มหน้า และเบือนสายตาหนี นางรวบรวมความกล้า และบอกโซฟี “อายุข้าล่วงเข้าร้อยห้าสิบปีแล้ว..เจ้าถือสาหรือไม่”

         ร ร้อยห้าสิบปี!!!

         โซฟีตกใจหนัก ห๊ะ

         “อย่างที่ฟางหรงกล่าวแม่หนูน้อย พวกเราหากนับตามอายุขัยมนุษย์ พวกเราคงแก่รุ่นยายแล้ว”

         พลูโตยิ้มเศร้าสลด กระนั้นต้องดีใจที่ว่าต่อให้อายุล่วงร้อยปีแล้ว พวกนางยังเป็นสาวน้อย ด้วยเหตุเพราะสายเลือดพวกนางแต่เดิมไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา พลูโตสืบเชื้อสายนักบุญทำให้นางอายุยืนยาวกว่าคนปกติ ฝั่งฟางหรงเป็นลูกผสม เผ่า “สาวอ้วน” คิดตามหลักอายุขัยนางแล้ว ฟางหรงยังเป็นแค่เด็กน้อยสมร่างกายนาง กระนั้นโซฟีเป็นมนุษย์ธรรมดา เป็นสาวน้อยอายุสิบสี่ขวบ

         อยากถามว่า นางยินดีเป็นเพื่อนกับพวกคุณยายหรือไม่ ///

         ฟางหรงเอ็นดูโซฟีนะ ยอมรับว่านางอยากเลี้ยงอีกฝ่าย กระนั้นนางอยากเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นคุณยายกับหลานสาว

         โซฟียอมรับว่าตกใจ แต่นางคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา “ข้าอายุร้อยกว่าเช่นกัน…จะว่าปีนี้คงย่างร้อยสี่สิบเก้าแล้วกระมัง”

         “เอ๊ะ”

         กลายเป็นฝ่ายฟางหรงตกใจบ้าง โซฟี..อายุเกินร้อยแล้วหรือ แต่ทำไม

         “ข้า..เป็นตัวประหลาดใช่หรือไม่”

         นางไม่เคยบอกเรื่องอายุจริงให้ใครฟัง คนที่รู้อายุนางจริงๆมีแค่อีซีโอ ตอนบอกว่าเขาตามตื้อนางหลายปี ไม่ใช่แค่สองหรือสามปีหรอก

         เขาตามมาร้อยกว่าปีแล้ว…

         โซฟีเดินอยู่ในเส้นทางนักฆ่ามานานเป็นร้อยปี ชีวิตนางเริ่มแตกต่างจากคนอื่นก็ตรงที่นางไม่โตสักทีนั้นแหละ ไม่เหมือนเช่นเด็กคนอื่นที่เวลาผ่านไป พวกเขาเริ่มตัวสูง กลายเป็นหนุ่ม กลายเป็นสาวสวย ส่วนโซฟีก็ได้แต่เก็บงำเรื่องเกี่ยวกับตัวเองไว้ในใจลึกๆ เฝ้าถามว่าทำไมตัวเองไม่โตสักที ความฝันที่นางจะกลายเป็นสาวสวย ก้นใหญ่เมื่อไหร่จะเป็นจริงนะ ร้อยปีมานี้โซฟีมองกระจกร้านค้าเสื้อ แล้วไถ่ถามตัวเอง และแคนดี้

         “..”

         ฟางหรง และพลูตรับฟังความในใจโซฟี สัมผัสความรู้สึกขมจางๆในน้ำเสียงสาวน้อยผู้รู้ตัวว่าตัวเองแปลกแยก และแตกต่างจากคนอื่น

         ทั้งฐานะ ทั้งเส้นทางชีวิต ทั้งชาติกำเนิด ทุกอย่างของโซฟีไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเพียงคนธรรมดา

         “ไม่เคยให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเอง..ปล่อยให้มันหลับใหลเช่นนั้น”

         โซฟีเล่นแคนดี้พลางบอกพวกฟางหรงด้วยเสียงราบเรียบ ชีวิตนางจะเป็นตัวอะไรไม่สำคัญเท่าว่าวันนี้จะจับแคนดี้แต่งตัวชุดคุณหมอหรือคุณครู ฮึๆ โซฟีมีชีวิตไปอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งพบเมรัย และพบพวกฟางหรง

         บางสิ่ง และบางคำถามที่นางกลบฝังมันไว้ในกล่องแห่งความลับนั้น นางเริ่มอยากเปิดกล่องเพื่อถามมันอีกครั้ง

         นักเชิดหุ่นน้อยนั่งแหกขาตุ๊กตาแมวเหมียว และหยิบแหวนของต่างหน้ามารดาขึ้นมาพินิจ

         สิ่งเดียวที่ตกมาสู่มือนาง หลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่สามารถนำทางนางสู่ชาติกำเนิด

         “..”

         โซฝีปิดปากเงียบอย่างคนครุ่นคิด ฟางหรงมองเห็นความเศร้าเจือจางในแววตาสีฟ้านภา รัชทายาทน้อยไม่อยากเห็นเพื่อนเศร้าเลย นางอยากเอ่ยบางสิ่ง กระนั้นไม่รู้จักเอ่ยสิ่งใด พลูโตที่นั่งฟังเงียบๆตัดสินใจเอ่ยประโยคที่เปลี่ยนชีวิตโซฟีตลอดกาล “พวกเราช่วยกันตามหาคุณแม่โซฟีกันเถอะ” “..” “..”

          ความฝันที่หลับใหลของนักฆ่าน้อยพลั่งถูกเปิดผนึก

         ครอบครัวของนางที่นางไม่รู้จัก

         สาเหตุที่ต้องเป็นเด็กกำพร้า

         เหตุผลที่ทำให้นางแตกต่าง และโดดเดี่ยวดาย

         ฟางหรงรู้ว่ามันมีปัญหา และต้องนำโซฟีสู่ฝันร้าย กระนั้นหากทำเพื่อพบความจริง หากจำเป็นต้องฟันฝ่าฝันร้ายนั้นเพื่อค้นพบความจริงของโซฟี รัชทายาทน้อยแอบกำหมัด นางไม่ใช่คนตัดสินใจ แต่โซฟีต้องตัดสินใจเอง ฟางหรง และพลูโตไม่มีสิทธิ์เลือก

         โซฟีฟังคำพลูโตแล้วเงียบงัน นาง…

         กลัวต้องไปทางนี้เพียงลำพัก..

         “พวกข้าไปด้วย”

         ฟางหรงรู้ว่าโซฟียังไม่อาจเอาชนะเงามืดในใจ ฉะนั้นฟางหรงขอไปด้วย นางจะเดินทางเป็นเพื่อนโซฟีจนกว่าสาวน้อย เพื่อนของนางจะได้คำตอบ

         “ลาล่า ไปไหนไปกัน”

         พลูโตเอ่ยเสียงท่วงทำนอง กล่าวอย่างไม่ทิ้งเพื่อนแน่นอน

         โซฟีมองพวกฟางด้วยสายตาร้อนผ่าว ถ้ามีพวกฟางหรงอยู่ด้วย ไม่ว่าต้องเจออะไร โซฟีคงไม่เป็นไร

         นักเชิดหุ่นน้อยยิ้ม หลับตาขอบคุณพวกฟางหรง รัชทายาทน้อยยิ้ม ซาลาเปาน้อยยิ้ม แล้วพวกนางก็กอดกัน

         หนับๆหนุบๆ กลิ่นหอมชื่นใจ

         ขณะพวกสาวๆกอดแสดงความรักความห่วงใย เจ้าตุ๊กตาแมวโดนทอดทิ้งให้อยู่วงนอกอีกครั้ง มันอยากมีส่วนร่วมด้วยจังเลย กระนั้นหน้าที่ของมันก็เป็นได้แค่ตัวตบมุข และเทพพิทักษ์เจ้านายต่อไป

         ปกป้องนาง… คือหน้าที่ของมัน  

         เมื่อตัดสินใจกำหนดจุดหมายของการเดินทางครั้งใหม่ของโซฟีเรียบร้อย เรื่องราวที่ภายภาคหน้าจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานเล่าขานชั่วฟ้าดินสลายพลันเปิดม่าน มุ่งสู่ความจริงสีทองคำที่ซ่อนเร้นในตำนานปฐมปักษารุ่นแรก แกะรอยสู่อดีตแห่งสายเลือด โศกนาฏกรรมเมื่อครั้งโลกยังสวยงามไร้สิ่งมีชีวิต และการมาถึงของตัวตนนักเดินทางผู้หลงทาง  

         ประจันหน้าตัวตนแห่งความเปล่า

         เอื้อมมือไขว้คว้าครอบครัวเพียงคนเดียว และมอบคำสัญญาคู่หูตลอดกาล

         อนาคตนั้นมีแต่เรื่องน่าปวดหัว กระนั้นโซฟีขอเงยหน้าสู้อย่างกล้าหาญ

         โซฟีกอดแคนดี้ และยืนมองท้องฟ้าบนหลังคาบ้าน ถัดจากนี้..นางหวังสิ่งสำคัญของนางนั้นจักอยู่เคียงข้างนางนานๆ..

         “โซฟี มีอะไรให้เจ้าดู ลงมานี่เร็ว”

         นักเชิดหุ่นน้อยถอนหายใจกรุ่น กลุ้มใจว่าครั้งนี้พลูโตจะเอาวีดิโอน่าอายอะไรมาเปิดให้นักเชิดหุ่นน้อยเขินอีก

         วีดิโอตอนนางนอนดิ้น?หรือวีดิโอตอนนางจับแคนดี้กดน้ำ?

         ทว่าแม้นคำตอบในหัวมากกว่าร้อย แต่ไม่มีคำตอบใดถูกเลย

         เพราะว่าวีดิโอที่พลูโตเอาให้ดูครั้งนี้คือ “โซฟีร้อนแรงเหลือเกิน ///”

         ห๊ะ ทำไมพลูโตมีวีดิโอตอนพวกนางสามสาวกินตับกันละ!!! ว่าแต่พวกนางไปกินกันตอนไหนเนี่ย!!!!

         “เดี๋ยวโซฟีขย่มเอง”

         !#@#$@#$ นั้นมันนางหรือใคร!!!

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น