ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 74 อุซึมากิ รินโกะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 74 อุซึมากิ รินโกะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2562 06:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 74 อุซึมากิ รินโกะ
แบบอักษร

"ในเมื่อทางนั้นสูญเสียไรคาเงะรุ่นที่สามการเฝ้าระวังสะพานคงอ่อนกำลังลง ฉันจะใช้โอกาศนี้ไปทำลายสะพานคันนากิ"

 

 

 

มินาโตะกล่าวสายตาหันไปหาเหล่าลูกศิษย์และทีมยาตะคาราสุทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเพราะมินาโตะคือคนที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วที่สุด เขาสามารถวางระเบิดสะพานและหลบหนีออกมาได้ง่ายที่สุด

 

 

 

"อาจารย์พวกเราจะไม่รอเจ้าคาซึยะ..."

 

 

 

"ให้เขาพักผ่อนไปเถอะ ภารกิจที่เหลือพวกเราต้องลงมือด้วยตนเอง ถ้ามัวแต่พึ่งคาซึยะคุงแล้วเมื่อไหร่พวกเธอจะก้าวหน้า"

 

 

 

ได้รับคำตอบแบบนี้ทั้งคาคาชิและโอบิโตะก็ไม่พูดอะไรอีก ดูเหมือนพวกเขาจะเอาแต่พึ่งพาเพื่อนมากเกินไปหรือไม่ ? พอคิดแบบนั้นทั้งกลุ่มก็รู้สึกแย่ในทันที

 

 

 

มันถึงเวลาแล้วที่พวกจะพึ่งพาตนเอง ทั้งโอบิโตะและคาคาชิมองตากันก่อนจะพยักหน้าราวกับรู้ความคิดของกันและกัน และกล่าวบางสิ่งกับมินาโตะ

 

 

 

"อาจารย์ถ้าพวกเราช่วยกันเรียกความสนใจจากกลุ่มนินจาอิวะน่าจะทำให้อาจารย์ทำงานได้ง่ายมากขึ้น..."

 

 

 

"มะ..เอาแบบนั้นก็ได้"

 

 

 

มินาโตะทำท่าจะปฏิิเสธทว่าพอเหล่มองทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยท่าทียอมแพ้ อย่างน้อยก็ยังมีท่านนาโอริอยู่ด้วยมินาโตะจึงไม่เป็นกังวลมากเท่าไหร่ อีกอย่างทั้งคาคาชิและโอบิโตะต่างก็มีพลังในระดับคาเงะไปแล้ว จะปล่อยให้พวกเขาอยู่เฉยๆ คงไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

 

 

"ท่านนาโอริผมขอฝากพวกเด็กๆไว้กับท่านด้วย"

 

 

 

"ไม่มีปัญหา แต่การจะทำลายสะพานไม่ใช่เรื่องง่าย ที่นั่นน่าจะมีสถิตร่างสองคนเฝ้าอยู่ด้วย ฉะนั้นทางนี้จะล่อสถิตร่างทั้งสองคนมาด้วย"

 

 

 

การทำลายสะพานจะถือว่าเป็นการยุติสงครามในทันที แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะที่นั่นมีนินจาระดับโจนิน เสมือนคาเงะ หรือแม้แต่คาเงะอยู่เต็มไปหมด

 

 

 

ทั้งยังมีจิ้งจอกเฒ่าอย่างสึจิคาเงะรุ่นที่สามโอโนกิผู้มีขีดจำกัดสายเลือดระดับสูงถ้าเป็นตามที่คาซึยะคาดเดาคงใช้เวลานานนับปีกว่าการทำลายสะพานจะสำเร็จลุล่วง

 

 

 

น่าเสียดายที่เขาคำนวนผิดมหันต์ หลังจากสิ้นไรคาเงะรุ่นที่สามการป้องกันสะพานจึงหละหลวมมากยิ่งขึ้น แต่ก็ใช่ว่าโอโนกิผู้เป็นดั่งจิ้งจอกเฒ่าจะปล่อยวางไว้ เพราะนี่อาจเป็นกับดัก

 

 

 

"เราจะแยกเป็นสองกลุ่ม คุณยูกิโตะคุณช่วยไปกับกลุ่มยาตะคาระสุได้หรือไม่"

 

 

 

"ถ้าฉันไปใครจะดูแลคาซึยะละ?"

 

 

 

"เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงงานในส่วนนี้จะมีคนจากจระกูลอุซึมากิที่อาศัยอยู่ที่นี่คอยช่วยเหลือดูแลค่ายและคาซึยะให้"

 

 

 

ได้ยินแบบนั้นยูกิโตะก็โล่งใจและพยักหน้า เธอเหล่มองไปทางชิซุยและนึกถึงคาซึยะ แม้เธอจะตามสายลมของคาซึยะแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาต้องตัวติดกันอยู่เสมอๆ อีกอย่างเพื่อไม่ให้คาซึยะตื่นขึ้นมาและเป็นกังวลเรื่องน้องชายและสหาย การเดินทางไปกับพวกเขาน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

 

 

 

เมื่อการพูดคุยจบลงมินาโตะก็เริ่มชักชวนทุกคนมารวมหัวพูดคุยถึงแผนการต่างๆ โดยใช้แผนที่ของคาซึยะในการสร้างแผน ใช้เวลาสองชั่วโมงทุกคนก็จับกลุ่มและเริ่มแยกย้ายออกไปทำภารกิจที่ตกลงกันไว้

 

 

 

ชิมะและอิโนะซากิคอยดูแลเรื่องข่าวสารและการติดต่อ ยูกิโตะ ชิซุย ทาคามิ คิมิมาโร่และคาคาชิดูแลเรื่องการปั่นป่วนกองกำลังของศัตรู รินจะคอยปฐมพยาบาลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่ไกลโดยมีโอบิโตะและนาโอริคอยคุ้มกันทุกคน

 

 

 

และเมื่อยามทุกคนออกไปทำภารกิจจากนอกค่ายๆก็มีร่างหญิงสาวผมสีแดงยาวในชุดกิโมโนสีครีมลายดอกไม้นัยน์ตาสีเทาเดินเข้ามาในเต็นท์ตามเวลาที่มินาโตะได้นัดกับเธอไว้ พอเข้ามาในห้องสายตาเริ่มจดจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มที่หลับสนิทบนเตียงเป็นสิ่งแรก

 

 

 

"ท่านผู้นี้สินะ สูญเสียจักระไปมากพอดูเลย"

 

 

 

เธอเดินไปที่เตียงนอนและส่งแขนขาวๆไปที่จอที่ปากเด็กหนุ่ม ราวกับถูกดึงดูดเจ้าตัวอ้าปากส่งฟันงับเข้าสู่แขนของหญิงสาว จักระเริ่มไหลออกจากผิวหนังสวนแขนของเธอเข้าสู่ร่างกายของเด็กหนุ่ม ไม่นานนักจักระและพลังกายที่เด็กหนุ่มได้สูญเสียไปก็ฟื้นฟูกลับมาในชั่วพริบตาเดียว

 

 

 

เห็นแบบนั้นหญิงสาวจึงชักแขนออกจากปากของเด็กหนุ่มและเตรียมลุกเดินไปเตรียมอาหารค่ำให้แก่เขา เมื่อหญิงสาวเดินจากไปได้สักระยะคาซึยะก็ค่อยๆลืมตายันตัวลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย

 

 

 

"หาว~สดชื่นจังแฮะ"

 

 

 

"ตื่นแล้วหรอเจ้าคะ"

 

 

 

หญิงสาวผมแดงเปิดถกผ้าประตูเต้นท์ขึ้นเดินถือถาดเข้ามาจ้องมองเด็กหนุ่มและทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม ทว่าเขากับมองเธออย่างงุนงง เพราะเขาพึ่งเคยพบหญิงสาวคนนี้

 

 

 

"อือ แล้วเธอเป็นใครที่นี่ที่ไหน"

 

 

 

"ฉันอุซึมากิ รินโกะเป็นผู้ดูแลค่าย ที่นี่คือเขตหมู่บ้านคุสะงาคุเระพันธมิตรโคโนฮะเจ้าคะ"

 

 

 

อุซึมากิ รินโกะ ไม่ยักจะเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อน แต่พอเขานึกถึงหมู่บ้านคุสะงาคุเระก็ต้องนึกถึงอุซึมากิหญิงผู้เป็นแม่ของคาริน อย่าบอกนะว่ารินโกะคือแม่ของคารินในอนาคต ?

 

 

 

"แล้วทำไมอุซึมากิอย่างเธอถึงมาอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ ทั้งที่แคว้นอุซึโนคุนิเป็นพันธมิตรหลักของโคโนฮะแท้ๆ"

 

 

 

เจอคำถามของเด็กหนุ่มใบหน้าของรินโกะเริ่มมีอาการแปลกๆ จนคาซึยะสัมผัสถึงมันได้อย่าบอกนะว่าที่เธอมาอาศัยอยู่ที่นี่เพราะถูกบังคับตามเงื้อนไขในการเป็นพันธมิตร ?

 

 

 

"เธอถูกบังคับเพราะพันธสัญญาแลกเปลี่ยนใช่ไหม ?"

 

 

 

รินโกะก้มหน้าลงปิดปากเงียบไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ดูจากท่าทางของเธอการคาดเดาของเขาจะถูกต้อง ถึงว่าทำไมชีวิตของเธอจึงถูกใช้ราวเครื่องมือฟื้นฟูที่เยี่ยมยอดของหมู่บ้านคุสะงาคุเระ

 

 

 

ถ้าเป็นตามต้นฉบับรินโกะจะเดินทางมาที่นี่ในอีกหลายปีต่อมาเพื่อมาขอยืมสถานที่พักอาศัยหลังจากการล่มสลายของแคว้นอุซึโนะคุนิและตระกูลอุซึมากิ

 

 

 

การล่มสลายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของโลกนินจาอีกสี่แคว้นใหญ่ที่จับมือรวมตัวกันเพื่อทำลายตระกูลอุซึมากิ พวกมันเกรงกลัวพลังอำนาจในวิชาผนึกที่แสนน่ากลัวเกินควบคุมของพวกเขา

 

 

 

น่าเสียดายที่โลกนี้มีท่านแม่ฮิเมโกะที่เป็นถึงครึ่งเทพที่น่ากลัวยิ่งกว่า ทำให้ตระกูลอุซึมากิยังคงดำรงอยู่ได้ในปัจจุบันแม้สมาชิกในตระกูลจะลดน้อยลงไปและต้องเกือบทิ้งแคว้นอุซึโนะคุนิไปก็ตาม

 

 

 

แต่ไม่คิดเลยว่าญาติพี่น้องทางสายเลือดของเขาท่านน้าท่านแม่และพี่สาวคุชินะจะถูกใช้เป็นสินค้าแลกเปลี่ยนแบบนี้ ไม่รู้ว่าทางไดเมียวหน้าส้นเท้ามันกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนี้ ถ้าท่านแม่ ท่านน้าหรือพี่สาวคุชินะรู้เรื่องนี้เข้าละก็ได้เกิดหายนะแน่

 

 

 

ราชินีปีศาจกับเจ้าหญิงปีศาจอีกสองตนที่ผู้ชายคนใดก็ไม่อยากกระตุ้นน้ำโหของพวกเธอเพราะมันคือสิ่งต้องห้ามของหมู่บ้าน ความน่ากลัวของทั้งสามนั้นอย่าให้สืบ ขนาดผู้แข็งแกร่งที่สุดอย่างคาซึยะยังรู้สึกสยองยามเผชิญอารมณ์โทสะของทั้งสาม

 

 

 

คาซึยะแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้า รินโกะที่เห็นแบบนี้ก็รู้สึกตื้นตันอย่างช่วยไม่ได้ ถึงเธอจะเป็นเพียงสมาชิกของตระกูลสาขาผู้คอยรับใช้ตระกูลหลัก อย่างน้อยก็ยังมีคุณชายผู้มีสายเลือดหลักอุซึมากิคอยเป็นห่วงเป็นใยเธอ

 

 

 

"เอาแบบนี้หลังจากจบสงครามฉันจะพาเธอกลับไปที่หมู่บ้าน"

 

 

 

"แต่ถ้าท่านทำแบบนั้น..."

 

 

 

"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะไปพูดเรื่องนี้กับทางไดเมียวเอง"

 

 

 

คาซึยะแสยะยิ้มที่มุมปาก ถ้าข่าวที่เขาสังหารนินจาเกือบสองพันรวมถึงไรคาเงะรุ่นที่สามแพร่กระจายออกไป ใครหน้าไหนจะกล้าหยุดเขา เขาที่เปรียบดั่งเจ้าชายตัวน้อยของตระกูลใหญ่สองตระกูลของแคว้นไหนจะความแข็งแกร่งที่เขาครอบครอง ใครหน้าไหนในแคว้นฮิโนะจะกล้าขัดใจ ?

 

 

 

บอกตามตรงถ้าตระกูลเซ็นจูกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อนพวกเขาสามารถขึ้นเป็นไดเมียวได้เลยด้วยซ้ำแถมยังมีผู้สนับสนุนอีกด้วย ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าตระกูลเซ็นจูไม่ได้กระหายในอำนาจ แต่ถ้าพวกเขากระหายละก็ป่านนี้ผู้ที่ครอบครองแคว้นคงไมพ้นท่านตาทวด

 

 

 

ในอดีตตระกูลเซ็นจู ฮาชิรามะหรือตาทวดคือผู้รวบรวมแผ่นดินแคว้นใหญ่ฮิโนะคุนิจนเป็นหนึ่งเดียว ตระกูลที่อาศัยในแคว้นไฟส่วนใหญ่ไม่ว่าจะซารุโทบิ อาบาราเมะ ฮิวงะ อุจิวะ ยามานากะ นารา นี่จึงเป็นเหตุที่ไดเมียวไม่กล้าตอแยต่อซึนาเดะ

 

 

 

ส่วนตระกูลอุจิวะก็ไม่แตกต่างกัน น่าเสียดายแม้พวกเขาจะกระหายในอำนาจแต่ว่าตระกูลอุจิวะก็ไม่คิดที่จะเป็นไดเมียวด้วยตัวเองเพราะมันค่อนข้างยุ่งยากและน่ารำคาญ สู้เอาเวลาไปฝึกตัวเองให้เหนือกว่าพวกเซ็นจูน่าจะดีกว่า

 

 

 

"ขอบพระคุณท่านชาย"

 

 

 

"อือ แล้วเธอมีครอบครัวหรือคนรักไหม ?"

 

 

 

คาซึยะกล่าวถามทำให้รินโกะเอียงคอสงสัย พอนึกถึงความหมายคำถามสักพักเธอก็หน้าแดงก่ำ มีครอบครัวไหม? หรือเขาจะไปสู่ขอ? คนรักไหมหรือเขาจะนำเธอกลับไปเป็นภรรยาลับๆ...

 

 

 

"มะ ไม่มีเจ้าค่ะท่านชาย ครอบครัวของดิฉันเสียชีวิตไปหมดแล้ว สะ ส่วนคนรักฉันก็ยังไม่มีเช่นกันเจ้าค่ะ"

 

 

 

เห็นท่าทางเขินอายของรินโกะคาซึยะก็อยากจะนวดขมับตัวเองให้รู้แล้วรอด ที่เขาถามแบบนี้ไปก็เพราะเขาจะได้ไปส่งเธอที่บ้านถูกและอีกอย่างเขาค่อนข้างคาดหวังว่าเธอจะให้กำเนิดคารินเร็วๆ

 

 

 

'คิดไปไหนกันละนั่นเนี่ยแม่คุณ'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น