Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 22 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 22 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.6k

ความคิดเห็น : 112

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 22 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 22 

 

 

 

 

“ฮึก คุณแม่โมเดลเจ็บครับ” ในช่วงเย็นของวันต่อมา เขมินท์ก็เห็นลูกชายนั่งร้องไห้อยู่ตรงชิงช้าเมื่อตนเองกำลังจะเดินไปรับที่ห้องเรียนเข้าเสียก่อน เตชิตเองที่เดินมาด้วยกันพอเห็นลูกร้องไห้และที่เข่าก็มีแผลพร้อมเลือดไหลที่ออกมาก็รีบเข้าไปดูทันที 

 

“ทำไมมีแผลแบบนี้ได้ครับโมเดล” เขมินท์นั่งย่อตัวลงกับพื้นและดูแผลของลูกชายที่หัวเข่า ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวไว้ตลอดเวลาขึ้นมาเช็ดเบาๆให้ก่อนเพราะแผลเต็มไปด้วยเศษใบไม้และดิน 

 

“ฮึก.. มีคนผลักโมเดลครับ ใครก็ไม่รู้โมเดลนั่งอยู่บนชิงช้าก็มาผลักโมเดลล้มแล้วก็เดินหนีไป คุณแม่ โมเดลเจ็บ ฮื่ออออ” โมเดลร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิมก่อนจะโผตัวเข้ากอดเขมินท์แน่น เตชิตที่เห็นสภาพลูกชายก็รีบเดินไปหาคุณครูเพื่อจะสอบถามเรื่องนี้และจะดูว่าเด็กคนที่ไหนที่เข้ามาแกล้งลูกชายตนเองจนได้แผลแบบนี้ 

 

“ทางโรงเรียนต้องขอโทษด้วยนะคะที่ดูแลน้องโมเดลไม่ดี เดี๋ยวคุณครูจะรีบนำวีดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเปิดให้ผู้ปกครองดูนะคะว่าเกิดอะไรขึ้น” 

 

“รีบหน่อยก็ดีครับ คุณดูแลเด็กไม่ดีแบบนี้ถ้าลูกผมเป็นอะไรขึ้นมาผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” เตชิตบอกก่อนจะเข้าไปอุ้มโมเดลที่เขมินท์อุ้มอยู่พาไปที่ห้องพยาบาลเพื่อทำแผลก่อนที่จะเปิดดูกล้องตามที่คุณครูของที่นี่แนะนำ ซึ่งตอนนี้โมเดลก็ยังไม่หยุดร้องไห้สักทีจนเขมินท์และเตชิตกลัวลูกชายจะช็อกขึ้นมาเสียก่อน และที่ร้องไห้หนักแบบนี้คงตกใจด้วยเพราะโมเดลไม่เคยเจอใครรังแกแบบนี้เลยสักครั้ง พอเจอแบบนี้คงขวัญเสียไม่น้อย 

 

“น้องแก้มนิ่มร้องไห้ทำไม ใครทำน้อง!” กันยาที่เล่นอยู่กับแฝดของตนเองอยู่ในห้องเรียน ซึ่งพอเห็นน้องแก้มนิ่มถูกอุ้มผ่านหน้าห้องเรียนของตนเองก็เลยรีบวิ่งตามออกมาพร้อมกับถามไม่หยุด ยิ่งพอน้องแก้มนิ่มของตนเองถูกวางลงบนเตียงในห้องพยาบาลและเห็นแผลที่หัวเข่า เด็กน้อยกันยาจอมแก่แดดก็จับแขนเสื้อขึ้นพร้อมทำท่าทางจะไปหาเรื่องคนที่รังแกน้องแก้มนิ่มของตนเองให้ได้ 

 

“ฮึก โมเดลไม่ทำแผลนะครับ โมเดลเจ็บ ฮื่อออ คุณแม่โมเดลเจ็บ” โมเดลเริ่มดิ้นเมื่อถูกแอลกอฮอลล์เช็ดบริเวณรอบๆปากแผลและเริ่มรู้สึกแสบ เขมินท์ที่ตั้งท้องอยู่ก็รับแรงดิ้นของลูกไม่ไหวเตชิตเลยเข้ามาอุ้มลูกไปกอดแน่นๆด้วยตัวเองแทน โมเดลทั้งกรีดร้องและสะอึกสะอื้นจนกันยาที่ยืนมองอยู่เริ่มจะร้องตาม 

 

“ร้องไห้ตามน้องเหรอครับ” เขมินท์ลูบหัวเด็กชายเบาๆอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยจอมซ่าส์กำลังสะอึกสะอื้นตามลูกชายของตนเองไปด้วย 

 

“ฮึก.. น้องเจ็บมากมั้ยครับ” 

 

“เจ็บครับ แต่เดี๋ยวก็หาย” 

 

“ใครทำน้องครับ เดี๋ยวกันยาไปจัดการให้เอง” 

 

“คุณน้าก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ต้องรอดูกล้องวงจรปิดก่อน” 

 

“งั้นกันยาจะดูด้วย!” กันยาหมายมั่นในใจว่าถ้ารู้ตัวว่าใครบังอาจมารังแกน้องแก้มนิ่มของตนเอง กันยาจะไปจัดการให้เละเลย ไม่รู้ซะแล้วว่ารังแกคนของใคร! 

 

 

 

 

หลังจากที่จัดการทำแผลให้โมเดลเสร็จเรียบร้อย เจ้าตัวน้อยของเขมินท์ก็หมดฤทธิ์หลับคาอกผู้เป็นพ่อ เตชิตเลยต้องอุ้มลูกทั้งอย่างนั้นพร้อมเดินกลับไปนั่งดูกล้องวงจรปิดก่อนจะเห็นว่ามีเด็กคนละห้องของโมเดลพาเพื่อนเดินมาข้างหลังลูกชายที่นั่งอยู่บนชิงช้าก่อนจะผลักเข้าเต็มแรงแล้ววิ่งหนีไป ทิ้งให้โมเดลที่ถูกผลักลงพื้นนั่งเจ็บอยู่แบบนั้นและโมเดลเองก็คงจะรู้สึกจุกไม่น้อยเพราะเขมินท์เห็นภาพจากในวีดีโอว่าโมเดลเอามือกุมที่ท้องของตนเองไปพักใหญ่ๆก่อนจะค่อยๆพยุงร่างกายขึ้นไปนั่งบนชิงช้าต่อแล้วร้องไห้เงียบๆรอเขมินท์และเตชิตมารับกลับบ้านคนเดียวเพราะเด็กบางส่วนก็ถูกรับกลับไปแล้วส่วนบางส่วนก็นั่งรออยู่ในห้องเรียน 

 

“ผมต้องการพบผู้ปกครองและเด็กที่ทำลูกชายของผมในวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะเอาเรื่องโรงเรียนให้ถึงที่สุด” เตชิตบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยอารมณ์ของความโมโห ภาพของลูกชายที่ถูกฉายทำให้หัวอกคนเป็นพ่อเจ็บปวดยิ่งนัก ในอดีตเตชิตเคยสงสัยว่าตนเองจะรักใครจนเจ็บแทนได้แบบนี้ได้มั้ย แต่ตอนนี้เตชิตรับรู้แล้วว่าความรักของพ่อที่เห็นลูกเจ็บแล้วอยากเจ็บแทนมันคนละอย่างกับความรักของคนหนุ่มสาวที่ตนเองก็เคยรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกัน 

 

“ทางโรงเรียนจะจัดการให้นะคะคุณเตชิต เดี๋ยวช่วงก่อนสองทุ่มของวันนี้ทางโรงเรียนจะแจ้งยืนยันอีกทีนะคะว่าผู้ปกครองฝั่งนั้นจะมาพบรึเปล่า” 

 

“ถ้าพวกเค้าไม่มาก็บอกพวกเค้าว่าผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและจะไม่มีการยอมความใดๆทั้งนั้น เขมครับกลับกันเถอะครับเดี๋ยวลูกจะตื่นขึ้นมาแล้วงอแง” เมื่อเสร็จธุระเตชิตก็พาโมเดลและเขมินท์กลับโดยมีเจ้าเด็กกวนประสาทตามมาส่งด้วยแถมยังแอบเข้ามาจุ๊บแก้มโมเดลตอนเตชิตเผลออีก  

 

มันน่านักนะ เจ้าเด็กหัสบดินทร์! 

 

“กลับกันได้แล้วครับพี่เต ขอบคุณกันยามากนะครับที่เป็นห่วงน้อง” 

 

“ก็น้องเป็นของกันยานี่นา กันยาจะปกป้องน้องเอง!” เขมินท์ล่ะเอ็นดูเด็กน้อยจากหัสบดินทร์เสียจริง ช่างมีความโตเกินวัยแต่ก็ไม่ได้ดื้อมากจนทำความเดือดร้อนให้คนอื่นเหมือนเด็กที่แกล้งโมเดลวันนี้  

 

ความจริงเขมินท์ก็รู้สึกโกรธมากที่ลูกชายถูกกระทำจนเจ็บตัว แต่พอเห็นผู้เป็นพ่อของลูกโกรธมากกว่าตนเองเขมินท์ก็ทำใจให้เย็นแทน หากเราทั้งคู่ต่างโกรธและโมโหเหมือนกัน คงไม่มีใครห้ามปรามถ้าอีกฝ่ายอารมณ์ร้อนจนมีเรื่องกับผู้ปกครองของเด็กๆพวกนั้นในวันพรุ่งนี้เป็นแน่ 

 

“ขอบคุณมากนะครับ ถ้าน้องดีขึ้นแล้วน้าจะบอกให้นะครับว่ากันยาเป็นห่วงน้อง” 

 

“ขอบคุณครับคุณน้า”  

 

กันยามองรถคันหรูที่ขับออกไปจากโรงเรียนก่อนตนเองจะเดินกลับไปที่ห้องเรียนของตนเองเพื่อรอพ่อกับแม่มารับต่อ ในใจของเด็กชายก็หมายหัวเด็กพวกนั้นที่แกล้งน้องแก้มนิ่มไว้หมดแล้ว บังอาจมาทำน้องน้อยของกันยา ไม่รู้ซะแล้วว่าใครใหญ่สุดในโรงเรียน! 

 

เด็กน้อยอนุบาลสองคิดอย่างนักเลงภายในใจและถ้าหากแม่รู้ก็คงถูกจับตีก้นลายเป็นแน่….. 

 

 

........................................................30%...................................................... 

 

 

 

ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่พาโมเดลไปทำแผลกลับมา โมเดลก็มีอาการไข้ขึ้นสูงและตัวร้อนมากจนต้องอุ้มกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะเขมินท์ใช้ปรอทวัดไข้ดูก็พบว่าโมเดลมีไข้สูงถึงสามสิบเก้าองศา ทำให้เขมินท์บอกเตชิตให้อุ้มลูกพากลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง  

 

โมเดลเองที่ยิ่งมีไข้สูงยิ่งงอแงร้องไห้ไม่หยุดและพอไปถึงโรงพยาบาลก็โดนจับฉีดยาแล้วก็ร้องไห้จนหลับไปทั้งอย่างนั้น ทำให้คืนนี้เขมินท์และเตชิตต้องนอนเฝ้าโมเดลที่โรงพยาบาลทั้งคืน 

 

“กินข้าวหน่อยนะครับคนเก่งจะได้กินยา” และพอค่ำคืนที่วุ่นวายจบลง เช้าวันใหม่ที่มาเยือนเขมินท์ก็ต้องคอยเกลี่ยกล่อมให้ลูกชายกินข้าวต้มเพื่อที่จะได้กินยา โมเดลที่ป่วยหนักก็ไม่อยากกินเพราะรู้สึกกินอะไรก็ไม่อร่อยเลยได้แต่เบะหน้าหนีทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวที่เกิดขึ้น 

 

“โมเดลไม่กินครับ” 

 

“ไม่กินเดี๋ยวคุณหมอจับฉีดยาอีกนะครับ” 

 

“แต่ข้าวต้มไม่อร่อย โมเดลไม่อยากกินครับคุณแม่” โมเดลบอกด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่พอนึกถึงเข็มฉีดยาที่จิ้มเข้าที่ก้นก็ยอมอ้าปากรับข้าวต้มแต่โดยดี แต่กินไปได้เพียงแค่สองสามคำก็อาเจียนออกมา เขมินท์เลยต้องหยุดป้อนลูกชายก่อนจะเอาน้ำและโถใบเล็กให้ลูกชายได้บ้วนปากแล้วให้แปรงฟันเผื่อจะรู้สึกสดชื่นขึ้น 

 

“กินข้าวไม่ได้แบบนี้ กินนมกล่องเล็กรองท้องได้มั้ยครับ คุณแม่กลัวยาจะกัดกระเพาะโมเดล”  

 

“ครับ” โมเดลยอมกินนมกล่องเล็กๆจนหมดเมื่อตนเองแปรงฟันและเช็ดตัวเรียบร้อยก่อนจะถูกเปลี่ยนชุดใหม่เพื่อให้สบายตัวมากขึ้น หลังจากนั้นก็ยอมกินยาและผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยา เขมินท์ที่เห็นลูกชายหลับก็เดินไปจัดผ้าห่มที่คลุมตัวของโมเดลอยู่ให้เข้าที่ก่อนจะใช้มือทาบหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิของร่างกายโมเดลว่าหายตัวร้อนรึยัง เมื่อเห็นว่าตัวอุ่นลงก็สบายใจขึ้นไม่น้อยเลยกดเรียกพยาบาลให้มาทำแผลของโมเดลในขณะที่เจ้าตัวยังหลับอยู่ เพราะถ้าทำตอนตื่นคงร้องไห้จนไข้ขึ้นอีกเป็นแน่ 

 

 

 

 

ในขณะที่เขมินท์อยู่ดูแลลูกชายที่โรงพยาบาล คนเป็นพ่ออย่างเตชิตก็มานั่งหน้านิ่งแผ่รังสีความน่าเกรงขามอยู่ในห้องรับแขกของผู้อำนวยการโรงเรียนของลูกชาย โดยมีเจ้าเด็กน้อยหัสบดินทร์ที่ไม่ได้รับเชิญมานั่งกอดอกเลียนแบบอยู่ข้างๆด้วย 

 

“ถ้าผู้ปกครองของเด็กพวกนั้นไม่มาในวันนี้ ผมไม่รับรองความปลอดภัยเก้าอี้ผู้อำนวยการของคุณอย่างแน่นอน” คำพูดที่หลุดออกมาทำเอาผู้อำนวยการของโรงเรียนรู้สึกเหงื่อตกไม่น้อย แม้ตนเองจะมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ก็ไม่อาจต่อกรกับบุคคลตรงหน้าได้ ความร่ำรวยและมีอำนาจมากกว่าที่เพียงแค่กระดิกนิ้วก็สามารถทำให้ตนเองออกจากตำแหน่งเพียงในไม่กี่นาทีและอนาคตการทำงานก็อาจจะจบสิ้น 

 

“มาแน่นอนครับ ผมให้คุณครูประจำชั้นโทรตามตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” 

 

“ให้เป็นอย่างที่คุณพูดแล้วกัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” 

 

“ใช่แล้ว ผ.อ. เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน” เจ้าเด็กแสบข้างเตชิตเอ่ยตามพร้อมทำท่าทางและน้ำเสียงเลียนแบบทุกการกระทำ และถึงแม้จะเป็นเด็กแต่ก็ทำให้ผู้อำนวยการของโรงเรียนเครียดขึ้นมาไม่น้อย อีกคนก็ผู้มีอิทธิพลทางการเงินและอำนาจสูง ส่วนเด็กน้อยอีกคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เป็นลูกหลานตระกูลที่ร่ำรวยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เริ่มอยากจะลาออกจากตำแหน่งเสียตั้งแต่วันนี้เลยจริงๆ รู้สึกอายุสั้นขึ้นไปสิบปีขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ 

 

“เจ้าหนู ไม่มีเรียนรึไง กลับไปเรียนไป” เมื่อกดดันผู้ใหญ่ในห้องเสร็จ เตชิตก็หันมาถามเจ้าเด็กน้อยที่ยั่งเลียนแบบตัวเองอยู่ข้างกาย 

 

“บ้านผมรวยไม่เรียนวันเดียวไม่จนลงหรอกลุง”  

 

“เหอะ! เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ” 

 

“เหอะ! เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ” เตชิตอยากจะจับเจ้าเด็กนี่โยนออกไปนัก ถ้าไม่กลัวว่าจะโดนกล่าวหาว่ารังแกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมล่ะก็ อย่าหวังว่าเจ้าเด็กหัสบดินทร์จะได้มานั่งทำตัวเลียนแบบตนเองอยู่แบบนี้เลย! 

 

ระหว่างที่นั่งทำสงครามประสาทกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอยู่ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเสียงดังอย่างไร้มารยาท และก็มีบุคคลสองสามคนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกันก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะเหยียดสายตามองมาที่เตชิต 

 

“ไหนล่ะเด็กที่มีปัญหา เด็กคนนี่น่ะเหรอ ทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตไปได้ ไม่เห็นจะเจ็บอะไรสักนิด”  

 

“นั่นน่ะสิ เสียเวลาจริงๆ” 

 

“ผมเห็นด้วย” วาจาของทั้งสามคนทำให้เตชิตสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆเพื่อสะกดกั้นอารมณ์โมโหกับพฤติกรรมของพ่อแม่เด็กที่รังแกลูกตนเองเอาไว้ ก่อนจะหยิบเอกสารที่ให้ชัชวาลจัดการหาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ววางมันลงบนโต๊ะ 

 

“นี่คือเอกสารที่พวกคุณเสนอขอสปอนเซอร์กับบริษัทของผมมา รบกวนเอากลับไปด้วยแล้วกัน บริษัทเล็กๆของพวกคุณคงยุ่งมากจนไม่มีเวลาสอนลูก และอีกอย่างลูกของผมไม่ได้มีปัญหาแต่เป็นลูกของพวกคุณนั่นแหละที่ก่อปัญหา ถ้ามีลูกแล้วสอนลูกไม่ได้ก็อย่ามี การคุมกำเนิดก็มีอย่าได้คิดจะปล่อยให้มีแล้วเลี้ยงให้เป็นภาระสังคมแบบนี้” คำพูดของเตชิตเล่นเอาทุกคนในห้องเงียบกริบ ผู้ปกครองของเด็กที่รังแกโมเดลเมื่อรู้ว่าลูกของตนเองไปรังแกลูกใครเข้าก็ไม่กล้าพูดจาดูถูกอะไรขึ้นมาอีก เพราะเริ่มรู้ชะตาชีวิตของตนเองว่าอาจจะหายนะทั้งครอบครัวได้ 

 

“ใช่ๆ” กันยาแม้จะฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็พูดเสริมและวางท่าทางใหญ่โตแก่แดดเกินเด็กวางกล้ามใส่ผู้ใหญ่ทั้งสามตรงหน้า ทั้งๆที่ไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด แต่ตนเองรู้สึกภูมิใจเหลือเกินว่าวันนี้ตนเองได้โตเป็นผู้ใหญ่ปกป้องน้องแก้มนิ่มจากคนไม่ดีได้แล้ว! 

 

“ทางพวกเราต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ เดี๋ยวจะให้เด็กๆเข้ามาขอโทษอีกครั้ง” 

 

“ไม่ต้อง เพราะถ้าขอโทษไปแล้วไม่ได้มีอะไรดีขึ้นก็ไม่ต้องทำ แค่ครั้งหน้าอย่าให้มีอีก เพราะผมคงไม่ยอมให้ใครมารังแกทายาทวินิชราชกุลได้ง่ายๆอีก ขอบคุณผู้อำนวยการมากที่จัดการเรียกตัวผู้ปกครองเด็กมาพูดคุยด้วย ผมขอตัวลา” เตชิตพูดจบก็เดินออกจากห้องโดยไม่ลืมจัดการหิ้วเจ้าเด็กแก่แดดออกมาด้วย ถ้าปล่อยไว้ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะเผลอพูดจาพล่อยๆใส่เจ้าเด็กนี่รึเปล่า ถึงจะเป็นทายาทหัสบดินทร์แต่ยังไงก็เป็นแค่เด็กอยู่ดี 

 

“ลุงๆ แล้วน้องแก้มนิ่มล่ะ ไม่มาเหรอ” เมื่อโดนหิ้วออกมาจากห้องกันยาก็เอ่ยถามถึงน้องน้อยที่น่ารักของตนเองทันที 

 

“ไม่สบายอยู่โรงบาล” 

 

“งั้นผมจะให้พ่อกับแม่พาไปเยี่ยมนะ” 

 

“ไม่ต้อง” 

 

“จะไป ลุงไม่ใช่น้องแก้มนิ่มสักหน่อยห้ามไม่ได้หรอก ผมไปเรียนแล้วเดี๋ยวครูฟ้องแม่” เจ้าเด็กแก่แดดบอกก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กไปทางห้องเรียนของตนเอง เตชิตเองก็ต้องไปประชุมต่อถึงจะกลับไปหาโมเดลที่โรงพยาบาล ไม่รู้ตอนนี้จะดีขึ้นรึยัง เป็นพ่อแม่นี่ลำบากจริงๆ เตชิตเคยคิดว่ามันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแต่พอได้เป็นพ่อคนขึ้นมาจริงๆแล้ว ก็รู้สึกว่ามันยากมากๆ ยิ่งจะเป็นพ่อดีที่ยิ่งยากไปใหญ่ แต่ก็นั่นแหละเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่ออนาคตของลูก….. 

 

 

...........................................70%..................................................... 

 

 

“ทำไมไม่ดีขึ้นสักทีนะครับโมเดล” เขมินท์พูดออกมาเบาๆหลังจากที่เช็ดตัวให้ลูกชายในช่วงเย็นเสร็จ ซึ่งก็ผ่านมาเกือบสองคืนแล้วแต่อาการของโมเดลไม่ดีขึ้นเท่าไรเดี๋ยวก็ไข้ขึ้นเดี๋ยวก็ไข้ลดลงเป็นแบบนี้ทั้งวันทั้งคืนจนเขมินท์เป็นกังวลไปหมด

 

“ฮึก…คุณแม่ครับ โมเดลเจ็บแผล” เมื่อมีอาการป่วยหนักแบบนี้ ร่างกายของโมเดลก็รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวและมีความเจ็บที่แผลเริ่มระบมขึ้นเรื่อยๆ และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้โมเดลมีอาการของไข้ที่ขึ้นๆลงๆแบบนี้ เขมินท์เองก็ปรึกษาคุณหมอแล้วว่าถ้าเกิดพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นคงต้องตรวจร่างกายอย่างระเอียดอีกครั้ง และนั่นก็ทำเอาคุณพ่อมือใหม่อย่างเตชิตรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที จนต้องสั่งให้ชัชวาลไปจัดการบ้านของเด็กพวกนั้นให้หนักกว่าเดิม ซึ่งตอนแรกก็แค่จะสั่งสอนเบาๆเท่านั้น แต่นี่อาการของโมเดลหนักกว่าที่คิดคงใจดีมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเตชิตจะถือว่า ตีงูต้องตีให้ตายแต่ก็อย่าให้เขมินท์ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เตชิตทำก็พอ

 

“โอ๋ๆ คนเก่งของคุณแม่เจ็บตรงไหนครับ”

 

“โมเดลเจ็บทั้งตัวเลยครับ ฮึก.. โมเดลอยากกลับบ้านแล้วโมเดลไม่ชอบฉีดยา”

 

“คุณหมอไม่ฉีดแล้วครับ ไม่ร้องนะครับเดี๋ยวไข้ขึ้นอีก” เขมินท์กอดลูกชายแล้วจูบหน้าผากปลอบลูกชายไปด้วย หัวใจคนเป็นแม่เจ็บไปหมดเห็นลูกเจ็บหนักแบบนี้ก็อยากจะเจ็บแทน โมเดลของเขมินท์ไม่ได้มีนิสัยทำร้ายใครเลยสักนิด ทำไมลูกของเขมินท์จะต้องโดนรังแกแบบนี้ด้วยกันนะ….

 

โมเดลที่พยายามหยุดร้องไห้แต่ก็ไม่หายสะอื้นง่ายๆจึงได้แต่กอดเอวของคุณแม่แน่นๆให้อุ่นใจ จนคุณพ่อเข้าที่ออกไปนอกห้องตอนไหนไม่รู้กลับเข้ามาพร้อมกลิ่นอาหารหอมๆ จนคนป่วยที่ไม่อยากกินอะไรเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา

 

จ็อก… 

 

เสียงท้องน้อยๆกลมๆของโมเดลส่งเสียงร้องจนเขมินท์ที่กอดปลอบอยู่อดหัวเราะขึ้นมาเบาๆไม่ได้

 

ในที่สุดเจ้าท้องน้อยๆของลูกชายก็เริ่มหิวแล้ว

 

“หิวมั้ยครับโมเดล พ่อสั่งให้คนไปซื้อซุปเป๋าฮื้อมาให้ครับ”

 

“หิวครับ แต่โมเดลไม่รู้จักแล้วก็ไม่เคยกิน มันอร่อยใช่มั้ยครับคุณแม่”

 

“อืมมม คุณแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่น่าจะอร่อยนะกลิ่นหอมมากๆเลย เดี๋ยวคุณแม่เอามาป้อนให้นะครับ” เขมินท์หยิบทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำตาและน้ำมูกให้โมเดลเสร็จก็ไปจัดการซุปเป๋าฮื้อที่มีราคาสูงเกินเอือมใส่ถ้วย ซึ่งถึงแม้แต่เขมินท์จะยังไม่เคยกินซุปเป๋าฮื้อเหมือนกันแต่ก็เคยอ่านผ่านๆมาบ้างว่าดีต่อสุขภาพ ไม่รู้ว่าคนเป็นพ่อของลูกชายไปสรรหามาได้ยังไง เพราะเขมินท์เดาว่าน่าจะหากินค่อนข้างยากในเมืองไทยและยังมีราคาแพงอีก แต่พอนึกถึงเงินในกระเป๋าของเตชิต เขมินท์ก็คิดได้ว่าแค่ซุปไม่กี่ถ้วยคงไม่สะเทือนขนหน้าแข้งของเจ้าตัวและความสามารถในการหามาให้กินหรอก

 

“เดี๋ยวพี่จะป้อนลูกเอง เขมไปกินเถอะ เดี๋ยวหายร้อนแล้วจะไม่อร่อย”

 

“ก็ได้ครับ ป้อนช้าๆนะครับ ถ้าลูกกินต่อไม่ไหวก็หยุดป้อน เดี๋ยวอาเจียนขึ้นมาอีก”

 

“ครับ”

 

เตชิตรับคำก่อนจะรับถ้วยซุปมาวางไว้และจัดการดึงโต๊ะทานข้าวออกมาและเริ่มป้อนโมเดลที่มองถ้วยซุปตาแป๋วด้วยความสงสัย เพราะกลิ่นก็หอมที่ลอยเข้ามาให้ได้กลิ่นก็เริ่มจะทำให้ท้องน้อยๆร้องประท้วงไม่หยุด

 

“อ้าปากครับโมเดล อ้ามมม”

 

“อ้ามมมมม” โมเดลอ้าปากรับซุปอุ่นๆที่ถูกเป่าให้เย็นลงด้วยการอ้าปากให้กว้างที่สุด และพอรสชาติอร่อยๆที่ไม่คุ้นเคยซึมซาบไปทั่วช่องปาก ก็ทำให้โมเดลยิ้มแย้มออกมาจนตาหยี

 

เตชิตเห็นแบบนั้นก็ป้อนคำถัดไปเมื่อเห็นว่าโมเดลไม่มีอาการจะอาเจียนเหมือนอาหารที่กินไปก่อนหน้านี้ก็เบาใจ ถ้าหากกินได้แบบนี้ก็คงหายป่วยก็คงออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น

 

เขมินท์เองที่นั่งกินในส่วนของตนเองอยู่ก็คอยมองสองพ่อลูกไปด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวโมเดลจะอาเจียนออกมาอีก แม้รสชาติอร่อยๆของซุปจะทำให้สดชื่นขึ้นมา แต่คนท้องที่พักผ่อนน้อยอย่างเขมินท์ก็รู้สึกเพลียไม่น้อยในตอนนี้ เพราะกลางดึกก็คอยพะวงว่าโมเดลจะไข้ขึ้นอีกตอนไหน ทำให้ต้องคอยลุกมาเช็คดูทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน พอเห็นโมเดลอาการดีขึ้นแบบนี้แล้วก็เบาใจแต่ก็ยังวางใจมากไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้ไข้จะขึ้นอีกรึเปล่า

 

 

ค่ำคืนที่ผ่านมาผ่านไปได้ด้วยดี โมเดลมีอาการดีขึ้นและไม่อาเจียนแล้ว แต่ก็ต้องนอนที่โรงพยาบาลต่อเพราะเตชิตและคุณหมออยากเช็คดูให้แน่ใจว่าโมเดลหายดีแล้ว และผลการตรวจร่างกายอีกครั้งก็ออกมาอย่างระเอียดแล้วและพบว่าร่างกายของโมเดลไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากอาการอ่อนเพลียเพราะพิษไข้ที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งทุกอย่างก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่สบายใจ แต่กลับมีเรื่องขัดใจขึ้นมาเมื่อวันนี้เตชิตก็ต้องต้อนรับแขกที่ไม่ค่อยอยากจะต้อนรับเท่าไร

 

นั่นก็คือเจ้าเด็กแฝดน้อยหัสบดินทร์ที่เล่นจูงพ่อของตนเองมาเยี่ยมไข้ลูกชายของตนเอง

 

เหอะ! ใครเชิญไม่ทราบ!

 

“น้องแก้มนิ่มเจ็บมั้ย พี่โอ๋ๆนะ กอดๆ” กันยาที่เข้าห้องมาก็ปีนขึ้นเตียงคนป่วยทันที พอขึ้นไปนั่งได้แล้วก็กอดน้องแก้มนิ่มพร้อมกับหอมแก้มไปด้วยหลายๆฟอด จนผู้เป็นพ่อของโมเดลอย่างเตชิตรู้สึกคิ้วกระตุกไม่หยุดเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าแบบใกล้ชิด

 

“แหมมมม เด็กๆดูเข้ากันได้จังนะครับ หมั้นหมายไว้แต่เด็กดีมั้ยครับ ลูกผมชอบลูกชายคุณเตชิตมากแบบนี้”

 

“ไม่ดีหรอกครับ เด็กก็คือเด็ก ไม่แน่โตขึ้นลูกชายของคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้” เตชิตตอบกลับทันที มือทั้งสองข้างก็กอดเข้าที่อกพร้อมนั่งตัวตรง ตาก็จ้องไปที่เตียงผู้ป่วยไม่กระพริบ เขมินท์ที่เอาน้ำมาเสิร์ฟแขกเห็นแบบนั้นเข้าก็แอบถอนหายใจ

 

มีพ่อของลูกนิสัยเด็กไม่แพ้ลูกนี่เหนื่อยใจจริงๆ

 

“น้ำครับคุณอัคคี”

 

“ขอบคุณครับคุณเขม”

 

“วันนี้ขอบคุณมากนะครับที่มาเยี่ยมลูกชายของเรา”

 

“ฮ่าๆ ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ทางเรามากกว่าที่มารบกวน แล้วอีกอย่างเจ้าตัวแสบเค้าอยากมาหนะครับ ร้องจะมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่เมื่อวานก็เย็นมากแล้วเลยพามาวันนี้แทน”

 

“จะมาทำไมไม่รู้ น่ารำคาญจริงๆ” เตชิตบ่นงึมงำในลำคอเบาๆ และพอเขมินท์ได้ยินที่เตชิตบ่นก็ส่งมือไปหยิกเข้าที่เอวแรงๆ เพราะมันเสียมารยาทแขกก็นั่งอยู่ใกล้ๆ เกิดเค้าได้ยินเข้าจะดูไม่ดี

 

เตชิตเองที่ถูกหยิกเข้าที่เอวก็ไม่ส่งเสียงร้องออกมาให้เสียภาพพจน์และได้แต่ส่งสายตาดุๆไปให้เขมินท์แทน ซึ่งนั่นก็ทำให้เขมินท์หยิกซ้ำลงมาอีกครั้ง เพราะรู้สึกโมโหกับสายตาดุๆของเตชิตที่ส่งมาให้ตนเอง

 

 

ตอนนี้ใครใหญ่ที่สุดในบ้าน ไม่ใช่เขมินท์รึไง กล้ามาทำตาดุใส่ คิดว่าเขมินท์กลัวรึไงกัน เหอะ!

 

 

“เขมครับ พี่เจ็บนะ” หลังจากที่ทำตาดุใส่ไปครั้งเดียวเตชิตก็โดนหยิกไม่หยุด ไม่รู้ว่าคุณแม่ลูกสองเกิดโมโหอะไรแถมยังหยิกเข้าเต็มๆแรงอีกหลายที เอวของเตชิตคงขึ้นช้ำเป็นแน่แบบนี้

 

“ทำตัวดีๆครับ”

 

“ครับๆคุณแม่”

 

 

 

ไฟเหลือบสายตามองสองสามีภรรยาทะเลาะกันก่อนจะเบนสายตาไปมองลูกชายต่อ และก็เห็นภาพลูกชายของตนเองกำลังจุ๊บๆลูกชายชาวบ้านเข้าพอดี และก็ทำให้ไฟอยากจะยกมือก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจเหลือเกิน

 

เจ้าเสือน้อยช่างห้าวหาญยิ่งนัก กล้าจุ๊บลูกคนอื่นต่อหน้าพ่อแม่เค้า ใจใหญ่จริงๆลูกไฟเนี่ย เกิดพ่อเค้าไม่พอใจขึ้นมาเจ้าเสือน้อยของไฟจะมีชีวิตจนถึงตอนโตมั้ย

 

 

แต่มันก็ต้องแบบนี้แหละ ถ้าเราชอบเราก็รุกให้สุดไปเลยไอ้ลูกเสือน้อยของพ่อ!

 

 

“น่าเบื่อจังเลย เลิกจุ๊บเราเลยนะ!” โมเดลบ่นก่อนจะกอดอกทำหน้ายู่ใส่เด็กตรงหน้าที่แอบจุ๊บตนเองไม่หยุด นิสัยไม่ดีจริงๆ

 

“ก็พี่เอ็นดูน้องแก้มนิ่มนี่นา”

 

“แต่เราไม่ชอบ”

 

“แต่พี่ชอบ”

 

“น่ารำคาญจังเลย”

 

“แต่พี่ไม่รำคาญ ฮื่ออออ ทำไมน้องแก้มนิ่มน่ารักแบบนี้ พี่เอ็นดู” กันยาพูดจบก็กอดก็ฟัดแก้มน้องแก้มนิ่มต่อโดยมีสายตาภูมิใจของผู้เป็นพ่อมองดู ส่วนคุณพ่อของโมเดลก็ร่ำๆกับเขมินท์อยากจะเข้าไปจับเจ้าเด็กหัสบดินทร์โยนออกจากห้องไปให้พ้นสายตาแต่ติดที่ว่าโดนรั้งไว้ด้วยสายตาโหดๆของว่าที่คุณแม่ลูกสองไม่ให้โวยวายอยู่นี่สิ เฮ้อ… ขัดใจๆ

 

อย่าให้เขมินท์เผลอแล้วกัน เตชิตจะแตะก้นเจ้าเด็กนี้ให้พ้นสายตาของตนเองและลูกชายไปไกลๆเลย!

 

 

.............................................................100%..................................................

ต้าวววววววววววกันยาาาาาาาาาาาาาาาาา ช่างไม่กลัวว่าที่พ่อตาจริมๆ หลานป้า 555555555

ปล. ตอนนี้เปิดรีสต็อกหนังสือของมายด์อยู่นะคะ ใครสนใจสั่งรีสต็อกสามารถเข้าไปในเพจที่ปักหมุดไว้เพื่อสั่งจองได้นะคะ เปิดจองถึงวันที่ 5 มกราคมค่ะ  

ปล. เล่มพี่ชายเพื่อนยังไม่มีเปิดจองนะคะ  

หนังสือที่เปิดจองรีสต็อก

ดินน้ำลมไฟ The Series [ ซื้อแยกเล่มได้] 

จอมจุ้น วุ่นรัก 

Nothing on you 

มาเฟียไร้รัก 

 

ความคิดเห็น