ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 73 เทพสายฟ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 73 เทพสายฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2562 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 73 เทพสายฟ้า
แบบอักษร

อ๊ากกกกกกกกกก

 

 

 

เสียงกรีดร้องของชายวัยกลางคนดังระงม ร่างของเขาถูกตรึงไว้กับไม้กางเขน ทั่วทั้งร่างถูกมีด ดาบ หอก เสียบแทงจนพรุนไปทั้งตัว โดยมีเด็กหนุ่มผมมัดหางม้าต่ำยาวถึงกลางหลังเป็นผู้กระทำ

 

 

 

"ทนทานจริงๆเลยนะ สมกับเป็นโล่ที่แข็งแกร่งของโลกนินจา"

 

 

 

คาซึยะค่อนข้างชื่นชม นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้วภายในโลกอ่านจันทรานิรันดร์ ไรคาเงะที่สามถูกเขาทรมาณโดยไม่เหลือชิ้นดี ทว่าจิตใจและจิตวิญญาณของเจ้าตัวก็ยังคงอยู่ อาจจะเป็นเพราะฝีมือการทรมาณของเขาไม่ถึงขั้นด้วยละมั้ง

 

 

 

"แฮกๆ คิดว่าของพรรค์นี้จะทำอะไรข้าได้หรือยังไง ?"

 

 

 

"ก็ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก แต่ว่าถ้านายทนต่อสิ่งนี้ได้ละก็นะ"

 

 

 

ในเมื่อการสร้างรอยร้าวในจิตใจไม่ได้ผล ก็ทำลายมันไปเลยเสียดีกว่า บนฟ้าราตรีของโลกอ่านจันทรานิรันดร์ที่มืดมิด แสงสีแดงขนาดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับในท้องฟ้าและล่วงหลนลงมาด้วยความเร็วเสียง

 

 

 

สิ่งที่หล่นลงมานั้นก็คืออุกกาบาตขนาดใหญ่ มันห่นลงมาทับร่างของไรคาเงะจนบี้แบนไปทั้งตัวก่อนจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ที่โลกภายนอกร่างที่ยืนนิ่งของไรคาเงะในปัจจุบันถูกรากไม้จำนวนนวนหนึ่งตึงเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

 

 

ถ้าสังเกตุดูให้ดีจะพบว่ารากไม้เหล่านี้กำลังเร่งดูดซับจักระภายในร่างของไรคาเงะรุ่นที่สามอย่างรวดเร็วจนร่างที่เคยบึกบึนค่อยๆ ซูบผอมลง

 

 

 

แค่กๆ พรวดๆ

 

 

 

ไรคาเงะลืมตาตื่นกระอักเลือดออกมาจากปาก ดวงตา รูหู รูทวารหนัก หรือแม้แต่รูขุมขนก็มีเลือดไหลรินออกมาไม่หยุด เจ้าตัวจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาโกรธแค้น

 

 

 

"ฉันจะฆ่าแกให้ได้ พรวด แค่กๆ!!"

 

 

 

"ฮ่าๆ ไม่ได้ดูสภาพตัวเองเลยนะ ฉันละค่อนข้างเกลียดพวกอวดเก่งเสียด้วย ดี! ในเมื่อนายยังคิดว่าตัวเองนั้นยิ่งใหญ่คับฟ้าฉันจะแสดงบางสิ่งให้นายได้เห็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่านั้นให้แกได้เห็นก่อนลงนรก"

 

 

 

เห็นการฉีกยิ้มที่แสนบ้าคลั่งของเด็กหนุ่ม ไรคาเงะก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เจ้าเด็กนี่คิดจะทำอะไรอีกกันแน่ และจู่ๆ ไรคาเงะก็เริ่มสั่นไหวยามมองไปที่ดวงตาที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม

 

 

 

ดวงตาสีม่วงทั้งดวงมีเส้นวงกลมเก้าวงอยู่ภายในข้างซ้ายกลิ่นอายที่ทรงพลังเหนือสรรพสิ่ง แม้แต่สัตว์หางที่เขาเคยปะทะด้วยก็ไม่มีพลังในนระดับนี้

 

 

 

"จงลองลิ้มรสและสัมผัสถึงพลังของเทพเจ้า!"

 

 

 

เพลิงสีดำแผ่พุ่งออกมาจากใต้ขาของไรคาเงะก่อนจะแปรสภาพเป็นรูปหนามจำนวนนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของมัน ฉึกๆ แผ่นดินโดยรอบเริ่มแตกระแหงและลอยละลิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ขนาดย่อมมีเพลิงสีดำลุกไม้ราวกับตะวันสีทมิฬ

 

 

 

เด็กหนุ่มที่ยืนเงยหน้ามองอยู่ด้านล่างแสยะยิ้มและเริ่มทำอะไรบางสิ่ง กระแสสายฟ้าสีเงินแพร่กระจายออกมาจากมือขวา ครู่เดียวก็มีร่างยักษ์คล้ายมนุษย์สวมชุดและหน้ากากเท็นกุสีขาวดำในรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์ของซูซาโนโอะ

 

 

 

ปีกคล้ายนกกาสีขาวดำหนึ่งคู่แผ่สยายออกมาจากกลางหลังมือขวาของร่างยักษ์มีกระแสสายฟ้าไหลแผ่ออกมาไม่หยุดหย่อนก่อนจะมีลูกเพลิงสีดำโผล่ออกมาประสานกับสายฟ้าในมือ

 

 

 

ฟิ้วววว

 

 

 

"ต่อให้ถูกเรียกว่าเป็นโล่ที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าเจอสิ่งนี้นายจะยังรอดอยู่หรือเปล่า Takemikazuchi(เทพสายฟ้า)"

 

 

 

ร่างซูซาโนโอะของคาซึยะกระพือปีกบินเข้าใส่ดวงดาวที่เขาสร้างขึ้น มือขวาของซูซาโนโอะส่งสายฟ้าสีม่วงและเงินในมือโจมตีเข้าไปในใจกลางของดวงดาวที่ฝังร่างของไรคาเงะไว้แบบเต็มเหนี่ยว

 

 

 

เปรี้ยงง ตู้มมมมมมมมมมม!!!

 

 

 

การระเบิดที่แสนยิ่งใหญ่ทำให้เกือบทุกคนในครึ่งโลกได้ยินมัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยหรือกำลังทำสงครามต่างก็ได้ยินและได้เห็นการระเบิดที่ราวกับวันสิ้นโลก ทำให้พวกเขาต่างสงสัยว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างเหตุการณ์นี้ขึ้น

 

 

 

ซูซาโนโอะหายไปร่างของคาซึยะค่อยๆล่วงหล่นสู่พื้นดิน เขาเงยหน้ามองดวงดาวที่สลายหายไปไม่แม้กระทั่งฝุ่น และไม่นานเขาก็พบร่างของชายวัยกลางคนที่แทบไม่เหลือชิ้นดี

 

 

 

ร่างไหม้เกรียมกลางอกของเขามีรูทรงกลมขนาดเท่าหัวเด็กทะลุถึงด้านหลัง สัญญาณชีวิตที่เหลือล้นหายไปแบบไม่มีวันหวนคืน จากวันนี้ในรอบปีหน้าคือวันครบรอบวันตายของมันอย่างแท้จริง

 

 

 

"เป็นยังไงบ้างคิทซึเนะ จักระทั้งหมดที่ได้มาในวันนี้ถูกใจนายบ้างหรือเปล่า"

 

 

 

ดวงตาที่กลับมาเป็นสีดำจ้องมองไปที่ท้องของตนเองและกล่าวถามอย่างสงสัยโดยไม่สนใจศพของไรคาเงะรุ่นที่สามที่หล่นล่วงลงมานอนแน่นิ่งไป

 

 

 

"แน่นอนท่านคาซึยะ ด้วยพลังของนินจานับพันและพลังระดับเทพนินจาของไรคาเงะทำให้ข้าเกือบพัฒนาสู่รูปแบบต่อไปได้แล้ว"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเขาค่อนข้างปวดหัวกับชื่อใหม่ของเจ้าจิ้งจอกน้อยเสียไม่มี เขาใช้เวลาคิดตั้งนานสุดท้ายก็เอาชื่อปีศาจจิ้งจอกในตำนานญี่ปุ่นมาตั้งให้มัน

 

 

 

พูดคุยกับจิ้งจอกน้อยครู่เดียวไม่นานนัก ก็มีสิ่งที่ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้มีนินจาจากหมู่บ้านคุโมะจำนวนนับพันกำลังจดจ้องมองคาซึยะราวกับปีศาจร้าย

 

 

 

"ทะ ท่านพ่อ"

 

 

 

ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาประคองร่างที่ไหม้เกรียม เบ้าตามีน้ำสีใสคลออยู่เล็กน้อย เมื่อตรวจแล้วไม่พบสัญญาณชีวิตเจ้าตาก็เบนสายตามองเขาด้วยความอาฆาต

 

 

 

"สักวันฉันจะฆ่าแกให้ได้!"

 

 

 

"ฆ่าฉัน? เพ้อฝันอะไรของแก ไม่ใช่ว่านี่คือสิ่งที่พวกแกต้องการหรอกหรอ สงครามไงสงคราม สงครามที่พวกแกเป็นคนเริ่มต้นขึ้นแล้วจะมากรีดร้องหาพระแสงอะไรกัน ถ้าคิดจะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้อื่นก็ต้องพร้อมรับความเจ็บปวดของตัวเองด้วยเช่นกัน!"

 

 

 

เสียงกล่าวแห่บพร่าดูน่ากลัวของคาซึยะทำให้ทุกคนสั่นกลัวอย่างช่วยไม่ได้ แม้แต่ยูกิโตะที่แอบเฝ้ามองอยู่ในที่ที่ห่างไกลก็สั่นจนแทบยืนไม่ไหว กลิ่นอายน่าเกรงขามสะกดทุกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่แปดหางในตัวของบี

 

 

 

"บีชายคนนี้คือตัวอันตรายอย่าได้คิดต่อกรกับเขาโดยเด็ดขาด"

 

 

 

"โยว่ ๆ นายเป็นใครกันเจ้าบ้านี่เจ้าเซ่อนี่"

 

 

 

แน่นอนมีหรือที่บีจะฟัง เจ้าเดินมาจ้องมองคาซึยะด้วยความอำมหิต ทว่าเมื่อพบสายตาที่จ้องมองเขาแบบหางตาบีก็อดสั่นและเดินถอยหลังอย่างช่วยไม่ได้ อันตรายชายคนนี้คือตัวอันตราย

 

 

 

"ก็อย่างที่ฉันบอกถ้าไม่อยากพบกับการสูญเสียก็อย่าได้คิดจะเริ่มมัน เพราะสงครามก็เป็นแบบนี้นี่แหละ ไปกันเถอะยูกิโตะ"

 

 

 

ร่างของยูกิโตะโผล่ออกมายืนข้างคาซึยะก่อนจะพากันเดินจากไปทิ้งให้นินจาจากคุโมะจ้องมองพวกเขาอย่างโง่งม ทำไมสถิตร่างของหมู่บ้านถึงไปอยู่ในมือของเด็กหนุ่มคนนี้ได้

 

 

 

"นิอิ ยูกิโตะ นี่เธอคิดจะทรยศหมู่บ้านหรือไง!"

 

 

 

เอที่ทนไม่ไหวตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ แน่นอนว่ายูกิโตะไม่ได้หันไปมองมีเพียงคาซึยะเท่านั้นที่หยุดเดินและหันกลับไปมองเอผู้เป็นว่าที่ไรคาเงะรุ่นที่สี่ด้วยสายตาเวทนาก่อนจะหันกลับและพายูกิโตะจากไป ทำให้เอกัดฟันและตะโกนถามบางสิ่ง

 

 

 

"แกเป็นใครกันแน่!"

 

 

 

"นั่นสินะ จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีฉันอุจิวะ คาซึยะ ผีแห่งโคโนฮะผู้มายุติสงคราม"

 

 

 

เสียงที่ลอยมาตามสายลมทำให้ทุกคนสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาบอกว่ายุติสงครามแต่ทำไมน้ำเสียงและรอยยิ้มนั่นถึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกที่พวกเขาสัมผัสได้มันคือผู้ต้องการทำลายล้างเสียมากกว่า

 

 

 

"ฉันควรทำยังไงต่อไปดี"

 

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าเอกำลังคิดอะไร ตอนนี้ทุกสิ่งที่อย่างที่คาดวาดฝันไว้หลังสงครามมันพังทลายลงไปหมดแล้ว สงครามที่พวกเขาควรได้รับชัยชนะและเสพสุขกับชัยชนะ สุดท้ายทุกสิ่งก็หายไป

 

 

 

เพื่อนนินจาร่วมหมู่บ้านก็ตายจากไปเกือบสองพันคนแถมยังต้องมาเสียผู้นำที่แข็งแกร่งไปแบบไม่มีวันหวนคืน อาวุธรูปแบบมนุษย์หรือสถิตร่างก็หนีออกจากหมู่บ้านไปอยู่กับศัตรูมีทางเดียวที่จะกู้คืนสถานการได้ก็คือการทำให้โคโนฮะพินาศ

 

 

 

แต่พอนึกถึงเด็กหนุ่มผู้สังหารบิดาเขาก็เลิกล้มความคิดนี้และเริ่มหาวิธีใหม่ สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือการขึ้นเป็นไรคาเงะรุ่นที่สี่อย่างสมภาคภูมิ เพื่อให้ทุกคนยอมรับเขาต้องทำให้เจ้าโอโนกิผู้เริ่มต้นสงครามได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเฉกเช่นพวกเขา

 

 

 

กลับมาที่คาซึยะหลังจากที่ทิ้งระยะห่างออกมาได้ครู่หนึ่งสติของเขาก็เกือบจะวูบดับลง ความอ่อนเพลียนี้ทำให้คาซึยะสิ้นท่าถ้าเขายังฝืนอยู่ต่อมีหวังถูกลุมตื้บแน่

 

 

 

"พักเถอะคาซึยะไม่ต้องกังวลเพราะฉันจะดูแลนายเอง"

 

 

 

"ขอบใจนะ ฉันเหนื่อยมากเลยละของีบสักเดี๋ยวแล้วกัน"

 

 

 

ยูกิโตะยิ้มและรับร่างของคาซึยะที่หลับไปมาแบกไว้ที่หลังก่อนจะเดินไปยังจุดนัดพบซึ่งเป็นจุดที่สมาชิกทีมยาตะคาระสุนัดหมายกันไว้ ไม่นานนักเธอก็เดินทางมาถึงทุกคนวิ่งมาหาเธอและโดยมีชายผมทองที่แสดงสีหน้าอ่อนโยนรับร่างของคาซึยะพาเขาเข้าไปพักในเต็นท์

 

 

 

ส่วนอื่นๆ ก็เข้ามาล้อมยูกิโตะและถามเรื่องต่างๆ ไหนจะอิโนะซากิตรวจร่างกายเธอจนเธอเกิดอาการเวียนหัว คนพวกนี้ท่าจะบ้ากันไปใหญ่

 

 

 

"นี่เป็นยังไงบ้างยูกิจัง ไรคาเงะรุ่นที่สามน่ะ..."

 

 

 

"ไรคาเงะรุ่นที่สามตายแล้ว พร้อมกับชีวิตนินจาคุโมะเกือบสองพันชีวิต ด้วยฝีมือของคาซึยะ เพียงคนเดียว"

 

 

 

ช็อคทุกคนถึงกับยืนช็อค ทีแรกก็นึกว่าหัวหน้าคงจะไปหยุดไรคาเงะรุ่นที่สามไว้เฉยๆ ไม่มีใครคิดเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ลงไป ทั้งคาคาชิ โอบิโตะและรินจ้องมองไปที่เต็นท์อย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเด็กสาว

 

 

 

"เจ้าหมอนั่น!"

 

 

 

 

 

Takemikazuchi

เทพสายฟ้า

อ่านแล้วไม่เม้นกันแสดงว่าอยากอึรั่วกันใช่ไหมหรืออยากจะโดนหวดก้นกัน ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น