empty love
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 24 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

ชื่อตอน : CHAPTER 24 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2562 09:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 24 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

24

 

 

 

PHUKET ,THAILAND

ฟุบ

ความปวดร้าวทั่วร่างกายโลดแล่นเข้ามากัดกินฉันทันทีที่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียง ในเวลาต่อมาฉันจึงทำได้เพียงถอนหายใจนอนราบไปกับเตียง สภาพร่างกายตอนนี้ไม่ได้โลกสวยแต่บอกเลยว่าแทบดูไม่ได้แน่นอน ฉันรู้สิิะไรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เพียงแต่ฉันเมาวอดก้า ควบคุมตัวเองไม่ได้เฉยๆ ลึกๆฉันมีสติดีแต่ภาพตัดเยอะไปหน่อยจนไม่อยากคิด

หลับตาตั้งสติกับตัวเองก่อนจะกัดฟันลุก ความปวดเมื่อยกัดกินทั่วร่างกายโดยเฉพาะส่วนกลางกายและมวนท้องน้อยที่ยังมีน้ำหนืดๆไหลย้อนออกมาไม่หยุด

ฟึบ

เหวี่ยงเสื้อผ้าตัวเองออกจากร่างกายเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่สภาพเรือนร่างสะท้อนในกระจก คนในกระจกที่บัดนี้มีรอยรักสีแดงช้ำเต็มไปทั่วเรือนกายเยอะสุดก็ฐานเต้านมที่แทบจะไม่เห็นผิวเนื้อแท้จริงเลย และคราบคาวสีขาวขุ่นที่บัดนี้ยังคงไหลออกจากช่องจุติที่เปรอะเปื้อนไปตามเรียวขาหยดลงตามพื้นมากมายเป็นวง สภาพร่างกายตอนนี้มองกี่ทีก็ถอนหายใจออกมา สลัดความคิดทุกอย่างทิ้งก่อนจะเดินไปแช่น้ำในอ่างด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ก่อนที่ร่างกายทุกส่วนของฉันจะจมไปยังผืนน้ำในอ่างหรูช้าๆและหายไปในที่สุด

 

หนึ่งชั่วโมง

แอ๊ด

อยู่กับตัวเองนานพอสมควรในห้องน้ำ ก่อนจะจัดการแต่งตัว เป่าผมให้แห้ง แต่งหน้า ทานยาคุมเสร็จก็ปาไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆจึงเปิดประตูห้องตัวเองเดินเอื่อยๆออกมาจากห้องที่เงียบเกินไปมันทำให้ฉันเผลอกัดปากวิ่งไปยังห้องนอนวาโย โล่งใจหน่อยก็คงจะเป็นเสื้อผ้าเขายังอยู่ครบ แต่ที่แปลกใจคือตอนนี้เขาอยู่ไหนกัน

ฉันเดินกวาดสายตามองรอบห้อง หาทุกพื้นที่ห้องก่อนที่สายตาจะปะทะกับร่างคนสองคนนอกระเบียง คนสองคนนั้นก็คือวายุกับวาโยที่กำลังนั่งคุยกันห้อยขาอยู่ริมขอบสระโดยที่วาโยนั่งอยู่บนตัก คุยอะไรไม่รู้กันก่อนที่วาโยจะลุกขึ้นจึงเห็นว่าตอนนี้วายุใส่เพียงกางเกงซังเท่านั้นและเหอะ!

ฉันผินหน้าละสายตาจากร่างกายวายุตั้งสติกับตัวเองพักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปก็ตกใจรีบเดินแทบจะเหาะไปเปิดประตูระเบียงทันที เมื่อวายุทำท่าจะโยนวาโยลงสระก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะหอบอุ้มวาโยเอาไว้และกระโดดลงสระโดยที่วาโยอยู่ในอ้อมกอดหัวเราะร่าอย่างนั้น ฉันถอนหายใจออกมาพร้อมกับทรุดนั่งลงกับเก้าอี้แถวนั้นด้วยใบหน้าที่ยังคงตกใจไม่หาย เมื่อกี้ฉันแทบจะเป็นลมล้มทั้งยืนจริงๆ แม่คนไหนเห็นความโลดโผนแบบเมื่อกี้ใครไม่ลมจับบ้างมาบอกฉันทีเถอะ

“ฮ่าๆๆๆๆๆคุมแด๊ดวู้วฮ่าๆๆคุมแด๊ดเก่งฉุดๆโลยวู้วๆๆ”

วาโยหัวเราะมีความสุขก่อนจะหอมแก้มวายุซ้ายขวา ฉันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะผินหน้ามองทางอื่นเมื่อสายตาสบประสานเข้ากับวายุ และฉันสามารถมองปกติได้ถ้าไม่ติดที่ว่าคอของเขามีรอยแดงสีช้ำนั่นไม่ต่างจากฉัน เผลอๆเยอะกว่าฉันด้วยซ้ำ รอยนี้มันเกิดจากเมื่อคืนและเป็นใครล่ะที่ทำฉันไง! และรอยยิ้มบ้าๆนั่นของวายุทำเอาฉันแทบจะมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนี จะเดินหนีเข้าห้องแต่ไม่ติดที่ว่าเสียงเล็กของวาโยเรียกชื่อฉันเอาไว้เสียก่อน

“แม่เข้าง๊าบบบ....แม่เข้ามาเล่นกานนวู้วๆๆ>3<....”

“ครับวาโย”

“มานี่ๆๆ>0<”

เมื่อลูกชายกวักมือเรียกฉันเข้าไปหา ใบหน้าอ้วนๆของวาโยที่บัดนี้ทำแก้มป่องคล้ายกำลังขัดใจที่ฉันยืนมองอยู่นิ่ง ส่วนวายุก็ได้แต่ก้มมองวาโยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตวัดสายตามามองฉัน

“แม่เข้าง้าบมานี่ แม่เข้า-3-”

พอเห็นแกเริ่มงอแงดิ้นเร่าๆบนอ้อมกอดวายุ ฉันจึงเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงริมขอบสระเพื่อไม่ให้วาโยงอแง

“คุมแด๊ดง๊าบ เมื่อกี้คุมแด็ดว่าแม่เข้าโกดอ่อ?”

พอเห็นคนเป็นแม่มายืนอยู่ริมขอบสระ ใบหน้าเล็กก็หันไปกระซิบข้างหูกับผู้เป็นบิดาด้วยใบหน้าจริงจัง

“ครับ แม่เขาไม่คุยกับแด๊ด”

วายุบอกพร้อมกับตีหน้าเศร้าส่งไปให้วาโยที่มองคนเป็นพ่ออย่างเห็นใจ

“อืม คุมแด๊ดลองร้องไห้เหมือนวาโยวแล้วใช่มั้ยงับ ไม่หายอ่อ?”

มือเล็กของเด็กน้อยจับที่ใบหน้าคนเป็นพ่อ ก่อนที่จะส่ายหน้าเลิกคิ้วทำหน้าเป็นจริงเป็นจังส่งไปหาแด๊ดดี้ตัวเอง คนเป็นพ่อจะพยักหน้ารับเอื่อยๆนั่นทำให้วาโยมีสีหน้าคิดหนักก่อนจะตวัดสายตาคมไปมองแม่ข้าวคนสวยที่ยืนกอดอกริมสระด้วยสายตามีเลศนัยบางอย่าง

เมื่อเช้าเด็กชายวาโยเดินเตาะแตะออกมายืนอยู่หน้าห้องแม่ข้าวของเขา หมายจะเปิดเข้าไปแต่คนที่เปิดออกมากลับทำให้ตาคมกริบของเด็กน้อยตวัดไปมองตั้งแต่ปลายเท้าเงยจนคอแทบหักจึงเห็นว่าคนที่เปิดประตูคือคุณลุงของเขา คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนที่จะถูกคุณลุงของเขาอุ้มไปยังห้องนั่งเล่น จากนั้นคุณลุงคนหล่อก็เฉลยว่าเขาเป็นพ่อของเด็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉย แรกๆวาโยไม่เชื่อหรอกเขาไม่คิดว่าคุณลุงจะเป็นพ่อของเขาในเมื่อแม่ข้าวบอกว่าพ่อเขาตายแล้ว แต่วายุก็คือวายุ เขามีความสามารถพิเศษที่สุดท้ายวาโยถึงกับยอมรับเขาเป็นคุณแด๊ดดี้โดยปริยาย แถมยังถือโอกาสฟ้องคุณแด๊ดของเขาให้หัวร้อนเล่นๆว่าแม่ข้าวของวาโยน่ะฮอตขนาดไหน

แต่ช่างก่อน ตอนนี้แม่ข้าวกับคุณแด๊ดกำลังงอนกันอยู่ วาโยหนักใจจะทำยังไงดี ตาคมกริบกรอกไปมามองพ่อสลับกับแม่ตัวเองที่ขณะนี้จ้องตาฟาดฟันกันอย่างนั้น

ไม่ดีแน่ วาโยต้องทำอะไรสักอย่าง

วาโยไม่อยากให้คุมแด็ดกับแม่ข้าวทะเละกันนี่-3-

“แม่เข้ามานี่ๆๆ”

วาโยยังรั้นจะให้ขวัญข้าวลงน้ำเดินมาหาเขากับวายุที่บัดนี้ยืนอยู่กลางสระ ขวัญข้าวอึกอักก่อนที่วายุจะก้มลงบอกวาโยตัดขวัญข้าวไป

“แม่เขาไม่สบาย....ลงมาเล่นน้ำแบบเราไม่ได้”

“เห ไม่ซัมบายอ่อ0.0.....แม่เข้าไม่ซัมบาย....”

วาโยลากสายตาไปมองขวัญข้าว และก่อนที่ขวัญข้าวจะลงน้ำตามความต้องการของลูกชายจริงๆ วายุก็พาวาโยมาชิดขอบสระเสียก่อน

“แม่เข้า \(“ )”

“ครับผม”

ขวัญข้าวย่อตัวนั่งพับเพียบลงทันทีด้วยรอยยิ้มหวานที่ส่งไปให้ลูกชาย ก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะจับลงข้างแก้มขวพร้อมกับเกลี่ยเบาๆ สายตาเป็นห่วงของวาโยมองขวัญข้าวตาแป๋วอย่างนั้น เขาลูบแก้มมารดาไปมา ก่อนที่ขวัญข้าวจะจับมือเล็กของลูกชายไว้จูบหลังมือเล็กเบาๆ พร้อมกับวาดสายตามองเด็กน้อยในอ้อมกอดของวายุ

“คุมแด๊ดบอกว่าแม่เข้าโกดคุมแด๊ด จีงอ่อ?”

ฉันสะอึกทันทีที่วาโยถาม ก่อนจะเหลือบไปสบตากับวายุนิ่งท่ามกลางสายตาลูกชาย ไม่แปลกใจว่าวาโยรู้ยังไงว่าวายุเป็นพ่อเขา มากไปกว่านั้นเขายอมรับวายุยังไง เพราะวายุน่ะเขาทำทุกวิถีทางนั่นแหละที่ทำให้วาโยยอมรับนี่ขี้ประติ๋วสำหรับเขา

“ โอ๋ ไม่โกดกันนะฮับ*^*...วาโยว....วาโยวไม่อยากให้แม่เข้ากับคุมแด๊ดรู้สึกไม่ดีโลย ไม่เป็นเด็กดื้อสิงับ(.____.)”

วาโยกุมมือขวัญข้าวพร้อมกับมองเธอตาแป๋ว และด้วยความที่ใจอ่อนโดยเฉพาะสายตาลูกชาย เธอจึงยิ้มรับพร้อมกับส่ายหน้าเอื่อยๆ

“แม่ข้าวไม่ได้โกรธคุณแด๊ดนะคะพี่วา”

“ฮ๊า ดีๆโลย^0^หอมแก้มวาโยวหน่อยสิฮับ หอมแก้มปุ๋งๆๆ*^*”

พอฉันพูด วาโยก็ยิ้มร่าพร้อมกับกอดคอวายุให้โน้มเข้ามาใกล้ๆเขา

วายุไม่ปฏิเสธที่จะก้มลงจุมพิตแก้มลูกชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

“งือแม่เข้า หอมแก้มวาโยวจิ่0.<”

วาโยเหลือบสายตาไปมองขวัญข้าวที่มองเขากับวายุนิ่งอย่างนั้น จึงเรียกเสียงเบาหวิวจนขวัญข้าวสะดุ้งจากภวังค์ก่อนจะครางรับและโน้มกายไปหาวาโย

“ครับ”

แต่ในขณะที่ขวัญข้าวกำลังจะหอมแก้มวาโย เด็กอ้วนก็หดคอหนีเป็นผลทำให้ริมฝีปากบางของแม่ข้าวประทับกับริมฝีปากสีไวน์ของคุณแด๊ดของเขาเข้าอย่างจัง

ฟุบ

“อื้อ”

แต่ในขณะที่ขวัญข้าวจะผละออกจากริมฝีปากของวายุ เมื่อเสียงหัวเราะชอบใจของเจ้าดื้อตัวแสบดังเข้ามาในโสตประสาท แต่ก็ถูกวายุกดท้ายทอยเธอเอาไว้ พร้อมกับบดจูบลงกับริมฝีปากบางของขวัญข้าว ไม่รู้ว่าจูบกันเนิ่นนานแค่ไหน แต่รู้คือศรีษะเล็กของวาโยพิงบนไหล่วายุลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแล้ว

วายุถอนริมฝีปากออกมาจากฉันอย่างอ้อยอิ่งก่อนที่นิ้วโป้งหนาจะคลึงริมฝีปากของฉันเบาๆ ลากสายตาคมกริบขึ้นสบประสานกับสายตาฉันมองมานิ่งอย่างนั้น

“ฉันขอลูกคืนด้วยค่ะ”

ฉันหลบตาเขาก่อนที่จะดึงเอาวาโยที่หลับปุ๋ยจากอ้อมกอดเขาขึ้นมาจากน้ำและเดินเร็วๆเข้าไปข้างในห้องด้วยสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ

 

 

75%

 

 

แอ๊ด

ฉันปิดประตูห้องนอนลูกชายเบาๆ ก่อนจะยกโทรศัพท์มากดตอบข้อความของพี่กอหญ้าที่ส่งเข้ามาเมื่อคืน เธอบอกว่าจะพาเจ้าเอยมาฝากฉันเลี้ยง ซึ่งแน่นอนฉันตอบตกลง

ฉันค่อนข้างตกใจเมื่อพี่กอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับเจ้าเอยให้ฟังว่าน้องเกือบจะโดนข่มขืน ฉันเข้าใจเจ้าเอยนะว่าสภาพจิตใจอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง บางทีการที่เธอได้มาพักผ่อนที่ทะเลด้วยกัน อาจจะเป็นการให้สมองเธอได้พักผ่อนพร้อมที่จะสู้ต่อเมื่อโรงเรียนของเธอเปิดด้วยก็ได้ ที่สำคัญเจ้าเอยติดวาโยมาก ล่าสุดพี่กอหญ้าบอกว่าขวัญข้าวจะมาหาวาโยแกให้ได้น่ะก็หวังว่าความสดใสเจ้าเด็กอ้วนอาจจะช่วยเยียวยาโรคแพนนิคของเธอไปเยอะก็ได้

ตรึ้ง~

ฉันชะงักเมื่อครั้นจะเอื้อมมือเปิดประตูในส่วนของห้องนอนตัวเองข้อความอินสตราแกรมก็ดังขึ้น จากธเชนท์นั่นเองนึกว่าใคร....อืม รูปโปรไฟล์เขาเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันจนแทบจำไม่ได้แหน่ะ

 

TC OFFICIAL✔️

TC :ข้าว ตอนนี้อยู่หาดนี้เหรอพอดีเห็นเช็คอินที่นี่ในไอจีน่ะแหะๆ ว่างป่าวอ่ะ

TC: คือ สะดวกมาเป็นแบบถ่ายภาพให้มั้ย จ้างภาพละพันอ่ะ พอดีอยากจะลองเก็บภาพกับทะเลซักหน่อยแต่ไม่มีแบบเลย ช่วยเพื่อนทีเถอะครับผมกราบ-/\-

ฉันนิ่งไป ก่อนจะยืนพิงผนังห้องพิมพ์ตอบกลับเขาไป

Me: ตรีมชุดอะไรเหรอ?

TC: ตรีมทะเลนี่แหละ เอาชุดพลิ้วๆหรือบิกกินี่ก็ได้นะ555 ล้อเล่นนะอุอิ

Me:ขอคิดดูก่อน

TC: โอเค ยังไงก็บอกเราแล้วกัน

Me:KK

ฉันตอบธเชนท์กลับไป ก่อนจะลดโทรศัพท์ลงใส่ในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นพร้อมกับเดินไปยังประตูห้องอีกครั้ง ในหัวก็นึกกย้อนไปถึงแชทที่คุยเมื่อครู่ ธเชนท์เป็นเพื่อนเก่าสมัยมหาลัยของฉันน่ะ เราสนิทกันระดับหนึ่ง เขาชอบลากฉันเป็นแบบถ่ายภาพให้บ่อยๆตั้งแต่สมัยเรียน ชอบลากให้ฉันเป็นแบบไปถ่ายให้นั่นนี่บ่อยๆจนสนิทกัน และด้วยความที่เขาติดต่อฉันไปถ่ายแบบให้บ่อยๆ รับปริญญาฉันเขาเลยรับถ่ายให้ฉันฟรีไปเลย ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างภาพ แถมได้รูปสวยมากๆด้วยนึกเรื่องในอดีตสมัยเรียนก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

สมัยเรียนฉันมีเพื่อนไม่เยอะหรอกในมหาวิทยาลัย เพราะการที่ฉันมีลูกทำให้เกิดการแบ่งแยก เกิดการบูลลี่เพราะสังคมที่นี่ไม่เหมือนที่ต่างประเทศ เขายังแคร์อะไรแบบนี้อยู่และหาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกและน่าอาย พวกผู้หญิงต่างไม่ชอบฉัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบฉันเองก็ไม่เคยทำอะไรให้ อาจจะเรื่องชีวิตสังคมมหาวิทยาลัยฉันที่แอนตี้คนจนล่ะมั้ง ส่วนผู้ชาย พอเห็นว่าฉันมีลูกแต่ไม่มีพ่อทัศนคติก็มองฉันเปลี่ยนไป พวกเขาชอบพูดจาไม่ให้เกียรติเสมือนว่ามองฉันเป็นผู้หญิงง่ายล่วงละเมิดทางคำพูดเยอะ ฉันไม่ได้สนใจหรอก

ฉันอยู่กับลูกสองคน เรามีกันแค่นี้เวลาไปเรียนฉันก็จำเป็นต้องเอาเขาไปเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยด้วยจนวาโยโตในระดับที่พร้อมรับในชีวิตการเรียนฉันจึงส่งเขาไปเรียนเนอร์สเซอรี่ คำแซะต่างๆ คำประณามในทุกวันที่ฉันอุ้มลูกไปเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยที่ส่งมาให้ฉันไม่ได้สนใจ ฉันคิดเพียงแค่ว่าฉันมาเพื่อที่จะเล่าเรียน เก็บเกี่ยวความรู้ในสาขาวิชาที่เลือกให้ได้มากที่สุด นอกนั้นฉันไม่สนใจ

ธเชนท์เขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในระดับทักทายพูดคุยกันได้ เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากๆนะ เป็นเพื่อนที่ไม่ได้มองว่าฉันต่างจากใครแม้ว่าฉันจะมีลูกแล้ว ต่างจากเพื่อนผู้ชายคนอื่นที่เหยียดฉัน แต่ทุกคราที่มีการล้อเลียน เขาจะเป็นฝ่ายปกป้องฉัน ด่ากราดแทน ธเชนท์จะเป็นผู้ชายที่สวนทางกับคนพวกนั้นคือเดินเข้ามาทักฉันเวลาเจอ ให้เกียรติฉันเสมอเมื่อครั้นได้ร่วมงานกัน เวลาแตะเนื้อตัวก็พูดขอโทษทุกครั้งจนคนฟังรำคาญกันไปข้าง

จะว่าไปก็ไม่ได้เจอกันนานเหมือนกันนะเนี่ย

พอต่างคนต่างแยกย้ายทำงานก็ห่างกันไป ตอนนั้นเขาเป็นเด็กเนิร์ดๆ ตอนนี้เขาคงจะหล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกันดูจากรูปโปรไฟล์ ฉันก็อยากเจออยู่เหมือนกัน

แกร่ก!

คิดอะไรเพลินๆฉันก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง พอสายตาประทะกับสายตาคมกริบของคนที่กึ่งนอนกึ่งนั่งเปลือยกายท่อนบน อวดซิกแพกและกล้ามเนื้อเรียงกันเป็นลอนอย่างสวยงาม ท่อนล่างเขาสวมเพียงแค่กางเกงยีนส์สีซีดผืนเดียวอยู่บนเตียง ในมือก็ถือโทรศัพท์เครื่องหรูไว้อย่างนั้นก็ชะงัก

ไม่ปฏิเสธว่าหุ่นของวายุดีมาก ส่วนที่บุรุษเพศควรจะมีเขาก็มี พวกกล้ามเนื้อ ซิกแพก ส่วนไหนแข็งแกร่ง หรือส่วนไหนที่ดูอ่อนนุ่มหยุ่น ผู้ชายคนนี้มีรูปร่างเพอร์เฟค มีใบหน้าหล่อคมคายได้ส่วนเกินมนุษย์มนาจนน่าอิจฉา แต่สิ่งที่ไม่น่าพิรมย์เป็นที่สุดคงจะภาพลักษณ์เย็นชาค่อนไปทางหยิ่งเอามากๆ แถมนิสัยร้ายกาจไม่มีที่ตินั่นแหละมั้งที่เป็นจุดบอดของเขาในมุมมองฉัน แต่สำหรับผู้หญิงทั่วไปคงกรี๊ดเขาสลบ

ด้วยความที่ไม่อยากปะทะฝีปากมากความ ฉันก็เดินหน้าตึงไปเปิดตู้เสื้อผ้า ดูชุดที่แขวนอยู่อย่างพินิจพิจารณา

เมื่อคืนฉันจำได้ว่าฉันเปิดประตูให้ใครคนหนึ่งที่กดออดน่ารำคาญ แต่พอเปิดประตูถึงรู้ว่าคิดผิดเพราะในขณะเปิดกลิ่นประจำตัวสะอาดของวายุก็พุ่งเข้ามากระทบในส่วนประสาท ฉันสร่างเมาทันทีที่ได้กลิ่นกายของเขาราวกับว่าเจอกลิ่นปีศาจที่จะต้องหนีแต่กระนั้นสิ่งที่ทำกลับยืนนิ่ง ร่างกายสั่งงานตรงกันข้ามกับสมองสั่งงานทุกอย่าง แล้วภาพก็ตัดไป ฉันคิดว่าฉันพูดกับเขาเยอะนะ มีบางคำที่มันกระทบเข้ามาในโซนประสาท แต่ก็จับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้างรู้ตัวอีกที ฉันก็ทำเรื่องอย่างว่ากับเขาบนเตียงไปแล้ว และฉันก็เป็นฝ่ายรุกเขาด้วยฉันไม่อยากพูดถึงมันหรอก

“...ลูกล่ะ”

พักความคิดไว้เพียงเท่านั้นเมื่อเสียงแหบทุ้มดังขึ้น ภายหลังจากที่ปล่อยให้ห้องเงียบกันมานานหลายนาที

“หลับอยู่ค่ะ...ช่วงเย็นพี่กอกับน้องเอยจะมาคุณควรกลับได้แล้ว”

ฉันพูดพร้อมทั้งหยิบเสื้อผ้าติดไม้ติดมือออกมาสองสามชุด กะจะเอาไปลองเปลี่ยนรอต้อนรับพี่กอ และมีแพลนว่าจะพาพี่กอเที่ยว ทานอาหารเย็นด้วยกันอะไรแบบนั้น ตอนนี้ฉันไม่ซีเรียสเรื่องโดยสาร เพราะฉันเช่ารถมาขับตามคำแนะนำของตะวันเรียบร้อย ก็สะดวกอย่างที่ตะวันบอก ตอนแรกคิดว่าจะโดยสารโดยรถสองแถวถูกๆเอาคงพับเก็บไว้ก่อน

พอได้เสื้อผ้าที่ถูกใจก็ปิดตู้และหันไปหมายจะเดินไปลองชุดในห้องน้ำ แต่พอหันไปใบหน้าก็ปะทะกับอกกว้างของวายุจนต้องยกมือขึ้นมากั้นระหว่างแผงอกแน่นๆของเขากับตัวฉันเอาไว้

ปึก

และตอนนี้ฉันก็ถูกผู้ชายที่ชื่อวายุภักษ์กักขังไว้โดยสมบูรณ์ เมื่อเขายกมือขึ้นมาหยัดตู้เสื้อผ้าทั้งสองข้างโดยมีฉันยืนอยู่เอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของฉันกับเขาเฉียดกันอย่างนั้น ซึ่งแน่นอน ฉันเลือกที่จะไม่หลบและทำหน้านิ่งตอบกลับไป

ทั้งๆที่ในใจเต้นตึกตักราวกับหัวใจจะระเบิดออกมานอกร่างกายให้ได้

“ทำไมต้องไป...จะอยู่”

“.....งั้นฉันไป”

ฉันจ้องเขาเขม็ง ส่วนเขาพอฉันพูดจบก็แสยะยิ้มเย็นออกมาอย่างเหนือกว่า

“...งั้นก็ไป....แต่เอาลูกไว้ที่นี่”

ฉันกัดริมฝีปากจ้องเขาอย่างเดือดดาล ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกไปด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าฉัน เขารู้ไงว่าฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก

“คุณอย่าท้า”

“เออท้า มันทำไมให้ยัยบ้านั่นเห็นฉันอยู่กับเธอมันจะทำไม? กลัวตกใจ?กลัวช็อค?”

ฟึบ

“หือ?”

ฉันกัดริมฝีปากมองปลายเท้าตัวเองทันทีที่วายุกักขังฉันไว้กับท่อนแขนของเขาและโน้มหน้าลงมาใกล้ฉัน

“หึ ที่ไล่คือไม่ใช่กอหญ้าแล้วมั้งนัดชู้ไว้อ๋อ?”

ฉันลากสายตาไปมองวายุด้วยแววตางงงวย ก่อนที่โทรศัพท์เครื่องหรูของเขาจะชูขึ้นมาข้างหน้า

“ไอ้เหี้ยนี่....ใคร?”

ฉันขมวดคิ้วมองรูปคนสองคนซึ่งคือฉัน และพาร์ทเดือนคณะแพทย์มั้ง ตอนนั้นปีสี่สมัยตอนรับปริญญา ธเชนท์ติดต่อฉันกับพาร์ทมาถ่ายรูปโฆษณาตรีมคู่รัก อย่าเข้าใจแบบนั้น คือฉันกับพาร์ทไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย พาร์ทเป็นเพื่อนธเชนท์ ฉันก็เพื่อนธเชนท์ มารู้จักกันตอนถ่ายรูปช่วยธเชนท์ทำมาหากินนี่แหละ ก็ตรีมคู่รักกุ๊กกิ๊ก ก็ถ่ายแบบประมาณว่าฉันใส่ชุดครุย พาร์ทใส่เสื้อกราวน์ปฏิบัตงานของเขา ถ่ายแบบแนวคู่รักวัยรุ่นทั่วไป ธเชนท์บอกว่าจะโปรโมทงานถ่ายหลายแนวเพราะจะได้ลูกค้าเยอะๆ ช่วงนั้นฉันเห็นใจเขา พ่อเขาป่วยด้วยเลยจำเป็นต้องใช้เงินเยอะน่ะ ถ่ายจบธเชนท์ก็พาไปเลี้ยงไม่ได้มีอะไรมากมายหลังจากนั้น พาร์ทก็เป็นคนเงียบๆไม่ได้ให้ความสนใจอะไรฉันหรือใครมากไปกว่าเพื่อนร่วมงาน

ให้แพทย์เขาไปมีอนาคตที่ดีเถอะ อย่ามาจิ้นกับฉันเลยมันคืองาน

แค่สงสัยว่าทำไมรูปพวกนี้ถึงมาอยู่ในโทรศัพท์วายุได้ แต่ไม่แปลกเพจธเชนท์เป็นเพจสาธารณะนี่

“นี่มัน”

“เธอมีลูก มีผัวแล้วข้าว....ไอ้เหี้ยนี่ใคร?”

ตอนนี้สายตาวายุแดงก่ำพยายามความคุมโทนเสียงอย่างใจเย็น มือที่กำโทรศัพท์ขึ้นเป็นเส้นเลือดปูดนูนอย่างเห็นได้ชัด

“มันไม่ได้...”

วายุถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับยกมือลูบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนที่ตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยสายตาเย็นชา

“...ไล่ยังไงฉันก็จะอยู่....เธอจะไปก็ไป...ไปอยู่กับชู้ก็เชิญ....”

“....”

“แต่ถ้าเห็นมันโผล่หัวมาที่นี่....มันเจ็บ”

เขาพูดพร้อมกับกระโดดไปนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนฉันได้แต่กัดปากจนห้อเลือดอย่างนั้นก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและสอดตัวเข้าไปข้างในด้วยสภาพอารมณ์งุ่นง่านไม่ปกติ

ฟุบ

ฉันวางชุดในมือลงที่วางผ้าขนหนูตรงอ่างล้างหน้า สายตาก็จับจ้องมองตัวเองที่สะท้อนอยู่หน้ากระจก

สมองก็เอาแต่คิดถึงคำพูดเย็นชาที่ทำร้ายจิตใจของคุณวายุ ทุกทีที่ฉันได้ฟัง...และทุกครั้งฉันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกทีที่เราปะทะกันบนสงครามประสาท พูดทำร้ายจิตใจกันเสร็จก็เดินหนี ต่างคนต่างหนี ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้ายัดเยียดอะไรกับไอ้การจะให้ฉันมีชู้นักหนา พอตั้งเค้าจะทะเลาะกันวายุจะชอบพูดให้ฉันเจ็บใจแบบนี้อยู่เรื่อย หรือไม่เขาก็ข่มขู่เรื่องชู้เรื่องผู้ชาย

และความหมายของคำพูดเมื่อกี้ ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้แคร์ฉันว่าจะเป็นยังไงน่ะเหรอ เพราะเขาจะรับแค่ลูกเหรอ สนใจแค่ลูกเหรอ และจะเอาลูกไปจากฉันไง แน่นอนฉันไม่ยอมหรอกนะ

ฉันคิดมาก ทั้งๆที่ไม่เคยคิดมากแต่ทุกครั้งที่เจอคำพูดบ้าๆของวายุ ใจฉันมันก็เจ็บปวดไปหมด...ไม่รู้ว่ามีแค่ฉันที่รู้สึกมากไปรึเปล่า

วายุปากร้ายพูดจาขวานผ่าซากไม่ไว้หน้าใครบางทีฉันก็เจ็บใจมากอยู่เหมือนกัน แต่ครั้นจะเล่นกับไฟ เรื่องทุกอย่างก็จบลงบนเตียงตามอีหรอบเดิม

บางทีฉันอยากให้เขารู้สึกเจ็บใจบ้าง อย่างเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ อยากให้เขารู้ว่าฉันก็ไม่ได้ยอมเขาไปหมดทุกอย่าง

หรือว่าฉันควรจะตอกกลับเขาไปบ้างกันนะ คิดแล้วก็เปลื้องเสื้อผ้าตัวเองที่ใส่อยู่ออกจากร่างกายทันที

ฟุบ

ฉันก้มดูชุดที่ตัวเองเลือก มีชุดหนึ่งที่ฉันเคยซื้อไว้แต่ไม่กล้าใส่ซักทีหยิบติดมากับชุดเดรสด้วย

นั่นคือชุดบิกกินี่เพียงชุดเดียวที่ตอนซื้อมาฉันนึกอยากลองเปลี่ยนลุคตัวเองดูบ้าง แต่แน่นอนฉันทำไม่ได้เพราะพอใส่แล้วมันค่อนข้างทำให้ฉันเขินกับตัวเองพอประมาณ

คิดว่ามันโป๊ไปที่จะใส่ชุดแบบนี้เดินชายทะเลเพราะไม่เคยใส่ เคยอยากจะฉีกลุคตัวเองแต่ไม่กล้า แน่นอน ชุดนี้มันเด็ดมาก ให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าฉันไม่ใส่อะไรเลยเช่นกันเพราะชุดนี้เป็นสีเนื้อ ชุดนี้ดูไม่โป๊มากนะในความคิด แต่พอฉันใส่ก็แอบโป๊เอาการเหมือนกัน เพราะตัวชุดเป็นบราเซียร์สายคล้องคอรวดเลย คล้ายๆบอดี้สูทแต่ด้านหลังเว้าจนเห็นบั้นเอวคอดชัดเจน

ซึ่งตอนนี้ภาพฉันที่สะท้อนกับกระจกมันดูไม่มั่นใจเท่าไหร่ ฉันกะจะถอดมาเปลี่ยนอยู่แล้ว แต่หลังจากยั่วประสาทบางคนได้ซะก่อนเถอะ

ตามหลักความจริงเขาคงไม่รั้งฉันไว้หรอก จุดประสงค์ฉันแค่อยากจะบอกเขาว่าครั้งนี้ ฉันเองก็ไม่ได้นิ่งเหมือนทุกที เขากล้าท้าทาย แน่นอนฉันก็กล้าเหมือนกัน

ฉันจัดการความประหม่าของตัวเองเสร็จ ก็ลากเสื้อคลุมสวมทับและรัดอย่างแน่นหนา หยิบเสื้อผ้าที่เหลือติดมือมา จากนั้นก็เปิดประตูห้องน้ำออกด้วยใบหน้านิ่งสงบ

ฉันเดินผ่านสายตาคมกริบที่พุ่งมองมาที่ฉันด้วยใบหน้าเย็นชา ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเอาชุดที่กะจะใส่แขวนอย่างใจเย็น และทำการปิดตู้พร้อมกับเดินหน้านิ่งเรียบเดินผ่านเตียงขนาดคิงไซส์ไป

“.....ไปไหน”

ฉันบิดยิ้มในใจ ก่อนจะตอบออกไปเสียงแข็ง

“ไปหาผู้ชาย”

“หึ...แรด”

“...”

คิดว่าฉันเจ็บมั้ยล่ะ

“ขอบคุณ”

ฉันหันตอบกลับไปโดยไม่มองหน้า ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอคำพูดร้ายกาจของเขาซะก่อน

“ไปไหนก็ไป ไปดิ”

เหอะ!!

“ฉันไปแน่...”

ฟุบ

ความโกรธที่มีทำให้ฉันกระชากปมเสื้อคลุมสีขาวออกและถอดมันอย่างแรงจนเสื้อคลุมกองอยู่ที่พื้น ฉันไม่รู้ว่าวายุทำหน้ายังไง แต่จงรู้ไว้ว่าเขาทำลายความขี้ขลาดของฉันไปจนหมดสิ้นแล้ว

“แต่คิดว่าใส่เสื้อคลุมคงไม่เหมาะเท่าไหร่...”

ฉันพูดด้วยรอยยิ้มเย็น ก่อนจะก้าวไปจับลูกบิดประตูและหมุนมันออก

แกร่ก แอ๊ด

ปัง!!!

ฟุบ!!

ฉันชะงักทันทีเมื่อครั้นประตูเปิดออกก็ถูกถีบด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่แผ่นหลังจะแนบเข้ากับอกแกร่งของร่างสูงที่หายใจแรงๆราวกับสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างและแรงกอดรัดเอวที่เพิ่มขึ้นจนสัมผัสถึงกลิ่นกายของเขา

ฟึบ

ก่อนที่ใบหน้าคมคายหล่อเหลาเกินมนุษย์มนาจะซบลงกับไหล่เปลือยเปล่าของฉัน

“...อย่าไปไง”

ทันทีที่ประโยคเชิงขอร้องดังออกมาจากปาก วายุกอดรัดฉันแน่นขึ้นไปอีกจนสัมผัสว่าหัวใจเขาเต้นแรงไม่เป็นระส่ำ ส่วนฉันได้แต่ยืนนิ่งอึ้งกับอาการใจเต้นของตัวเองไม่แพ้กันกับเขา

“เชื่อดิ...เธอไม่อยากให้ฉันฆ่าคนทั้งหาดหรอก รวมทั้งมันด้วย”

เขาพูดแค่นั้นก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ของฉัน ดูดดึงผิวส่วนเปลือยเปล่าจนความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นผ่านและสติก็ขาดไปอีกครั้ง

เมื่อเจอท่าทางบ้าๆของเขา ถ้าใครหาว่าฉันจิตไม่ปกติ เขาคงเข้าขั้นจิตหลุด

“ยัยเจ้าชู้”

“อ๊ะ!”

วายุพูดสั้นๆก่อนที่ฉันจะถูกจู่โจมด้วยจูบที่รนแรง แฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่วายุปรนเปรอให้ ความเจ็บปวดเมื่อถูกเขาขย้ำหน้าอกทำเอาฉันสติหลุดรู้ตัวอีกทีเราก็จบลงที่เตียงอีกครั้ง

ฟุบ

“อ๊ะอื้อพะพอ”

“ยัยประสาท....ยัยแม่มด”

วายุพึมพำ ซุกหน้าลงกับซอกคอฉันก่อนที่เขาจะกอดรัดฉันเอาไว้แน่น หลังจากที่ลำกายแกร่งฉีดพ่นน้ำคาวสีขุ่นเข้าสู่ร่างกายฉัน เหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยหยดลงจากใบหน้าที่เชิดขึ้นของฉัน หอบหายใจชั่วขณะก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับข้างแก้มวายุ เมื่อสัมผัสร่างกายแกร่งที่แผ่ไอร้อนมากกว่าปกติ และใช่ตอนนี้เขาไข้ขึ้นแถมสูงด้วย

“วายุคุณไม่สบาย”

“สนใจอะไรฉัน ไปดิ สนใจชู้เธอนู่น ไปเลยฉันก็แค่คู่นอน”

เหอะ-_- เอาเถอะ

จะคิดว่าที่ตอนนี้กลายเป็นคนไม่มีเหตุผลเหมือนเด็กหกขวบแบบนี้ เขากำลังป่วยอยู่แล้วกัน

สวบ

บ๊วบ

“อ๊ะ”

เมื่อเห็นวายุเงียบไปจึงพบว่าเขานอนหลับทั้งๆที่ยังคงเสียบแกนกายของเขาเอาไว้ในกายฉันอยู่ จึงทำใจกล้าเอื้อมมือไปดึงลำกายวายุออกจากจุดเชื่อมกับร่างกายฉัน และแน่ละ เวลามีเพศสัมพันธ์กันวายุไม่เคยใส่ถุงยางสักครั้ง ที่สำคัญเขาหลั่งเยอะมากเป็นผลทำให้น้ำคาวเหนียวหนืดของเขาจะไหลทะลักออกมา

หลับตาตั้งสติก่อนที่จะค่อยๆผลักวายุไปนอนตรงพื้นที่ว่างข้างๆ รีบวิ่งไปจัดกาละมังและผ้ามาเช็ดตัวให้เขาซ้ำๆหลายครั้งจนไข้เริ่มบรรเทา จากนั้นจึงใส่เสื้อคลุมอาบน้ำให้เขาเนื่องจากลืมไปว่าวายุไม่มีเสื้อผ้า คิดดังนั้นเลยหยิบกุญแจรถยนต์ขับบึ่งไปห้างสรรพสินค้าซื้อเสื้อผ้า กางเกงซับใน กางเกงใส่เล่นให้เขามาสามสี่ชุด ก่อนที่จะเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยความรีบมาดูวายุจึงลืมถือถุงเสื้อผ้าเขาออกมาด้วย พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นวายุกำลังใส่เสื้อผ้าตัวเดิมมองฉันด้วยสายตาเย็นๆผ่านกระจก

“....ผัวป่วยนอนซมอยู่ คือไปกับชู้?...สนุกมั้ย”

ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับมองวายุอย่างไม่เข้าใจ นี่เขายังไม่จบประเด็นนี้ให้ได้ใช่มั้ย

“คุณมัน...”

ปัญญาอ่อน-*-

“ไงล่ะ ได้กับมันไปหลายท่าแล้วดิเหงื่อท่วมขนาดนี้ เร้าใจป่ะชู้แพทย์เธออ่ะ จริงๆไม่ต้องรีบมาก็ได้ ฉันไม่ตายหรอกข้าว”

วายุแสยะยิ้มก่อนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ฉัน

“คิดว่ามีชู้คนเดียวเก๋าเหรอ ฉันก็เก๋าเหมือนกันตอนนี้...เอาผู้หญิงทั้งหาดยังได้เลย”

วายุพูดจบ ฉันนี่แหละที่เป็นฝ่ายจุกจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

“ลองมั้ยต่างคนต่างมีชู้ เท่นะ:)”

“ฉันว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วอ่ะ”

ปึง!

เมื่อวายุจะมาถึงตัวฉันจึงเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำพร้อมกับล็อกประตู

ปึง!!!!

สักพักประตูข้างนอกก็กระแทกปิดดังสนั่น

เขาไปแล้ว....ใช่ไปแล้ว ไปทั้งๆที่ยังไม่ฟังฉันอธิบายและเราก็ทะเลาะกันอีกเหมือนที่ผ่านมา

วายุอารมณ์ร้อน เขาไม่ชอบให้ผู้ชายถูกเนื้อต้องตัวฉัน มันน่ากลัวทุกครั้งที่เป็นแบบนั้น ถ้าเขาฟังซักนิด....

เห้อ

ช่างเถอะ คุยกันไปก็ไม่ฟังกันอยู่แล้ว สุดท้ายก็ทะเลาะกันอีกอยู่ดี

ปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองนั่นแหละ หรือจะไปมีอะไรกับใครยังไงก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของฉันอยู่แล้ว

ฉันไม่ได้สนใจเขา....ใช่มันควรเป็นแบบนั้น

ฟุบ

ซบหน้าลงกับเข่าจมอยู่กับความคิดหลายชั่วโมงก่อนที่เสียงออดหน้าห้องจะดังเตือนขึ้น ก่อนที่วาโยจะตื่นนอนและตื่นเต้นกับการมาของเจ้าเอย ฉันทักทายพี่กอหญ้ากับเฮียคลีนด้วยท่าทางปกติ ปกติทั้งๆที่ในใจงุ่นง่านอกแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

 

 

WAYU

 

KWANKAO

 

 

To be continued.

 

 

 

 

ความคิดเห็น