Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER N I N E T E E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2562 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER N I N E T E E N
แบบอักษร

_________________________________ 

 

 

 

“นี่...ก้มลงมาหน่อยสิ” เสียงร้องเรียกทำให้ต้องลดระดับใบหน้าลงไปเสมอกัน ฮานะยกมือขึ้นมาจับปกคอเสื้อที่ยับย่นให้เข้าที่ในระหว่างที่กำลังรอเข้าฉากเซ็ทต่อไป

วันนี้เป็นวันที่กองถ่ายทีมSCENT Projectได้ย้ายลงมาทำงานที่แถบทะเลทางใต้หลังจากที่ปิดจ็อบของมิคาเอลและหวังลี่ชิงไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย และหลังจากนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่สองสัปดาห์ทางSMAก็จะเริ่มทำการโปรโมตโปรเจกต์นี้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อชักชวนให้สื่อมวลชนมาร่วมงานแฟชั่นโชว์ที่จัดขึ้นในเดือนหน้า

“ช่วงไหล่เธอขยายขึ้นอีกแล้ว” ฮานะขมวดคิ้วมุ่นในตอนที่สังเกตมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นใต้เชิ้ตสีขาวแขนยาว...เวลาผ่านไปเพียงแค่สามเดือนกว่าเท่านั้นแต่ร่างกายของพีทกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

บ่ากว้างที่ตั้งตรงรับกับช่วงแขนกำยำ ท่วงท่าสง่าผ่าเผยแทบไม่เหลือเค้าเดิมให้ได้เห็น

“อึดอัดหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามคนรักเพราะเกรงว่าพีทจะรู้สึกไม่สบายตัว

“ไม่ครับ สบายมาก” ใบหน้าคมเข้มยิ้มบางเบาในตอนที่วางมือลงไปบนสะโพกได้รูป

ถ้าเขาตัวใหญ่ขึ้น ฮานะเองก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเพราะเจ้าตัวเริ่มหันมาดูแลสุขภาพโดยการเลือกรับประทานอาหารและเข้ายิมพร้อมกันจึงทำให้ช่วงตัวที่เคยเล็กบางมีกล้ามเนื้อสมส่วน โดยเฉพาะบริเวณ...

“พีท...เอามือออกไป” เสียงขู่ต่ำดังขึ้นในตอนที่บั้นท้ายถูกมือใหญ่เลื่อนลงมาจับ

“ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะเก็บมือกลับไปอย่างว่าง่ายเมื่อถูกฮานะตีเข้าที่หน้าท้องจนต้องร้องอู้ออกมา

“ยังรู้สึกตึงแขนอยู่ไหม” มือเล็กวางลงบนท่อนแขนขวาที่เคยใส่เฝือกเอาไว้ร่วมเดือน หลังจากนั้นพีทต้องเข้ารับการกายภาพอย่างต่อเนื่องอีกหนึ่งเดือน โชคดีที่ตารางนั้นอยู่ท้ายปีไม่อย่างนั้นคงต้องวิ่งวุ่นกันเพื่อหานายแบบคนใหม่มาแทน

“ไม่แล้วครับ” เด็กหนุ่มขยับแขนให้ดูเพื่อยืนยัน

“อืม...ไปได้แล้ว ผู้กำกับเรียกแล้ว” ฮานะพยักหน้าไปทางทีมงานเป็นเชิงบอกทางอ้อม แต่อีกฝ่ายกลับยืนเฉยและมองเขาอยู่อย่างนั้นจนต้องเงยหน้าขึ้นถาม “มีอะไร”

พีทไม่ตอบ ทำเพียงแค่ลดระดับหน้าลงมาใกล้

“ไม่เอา คนเยอะ” ฮานะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เจือปนความผิดหวังก็หลุดหัวเราะออกมา “ไปทำงานได้แล้ว” ริมฝีปากนุ่มกดจูบลงบนแผ่นอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมเจือจางทำให้ต้องหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสได้อย่างเต็มที่

ไอแดดและลมทะเลถูกร่างสูงใหญ่ของคนรักบังเอาไว้จนเขาไม่จำเป็นที่จะต้องหลบเข้าร่มให้วุ่นวาย

คุณแฟนอเนกประสงค์จริงๆ เลยคนนี้...

“ใส่หมวกด้วยนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เสียงทุ้มที่ดังอยู่เหนือศีรษะพูดอย่างอ่อนโยนก่อนสัมผัสหนักจะกดลงมาที่กลุ่มผม พีทยอมคลายอ้อมกอดออกเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องไปเข้าฉาก

“อื้ม รู้แล้วน่า ไปได้แล้ว” ฮานะพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพร้อมกับดันแผ่นหลังอีกฝ่ายให้เดินออกไป

นัยน์ตาสวยจดจ้องตรงไปยังคนรักด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวอีกฝ่ายจนไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ได้

ร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นท่ามกลางทีมงานนับสิบชีวิต เจ้าตัวสวมเชิ้ตขาวแขนยาวและกางเกงสแลคสีน้ำเงินเข้มเปิดโชว์ข้อเท้าและฝ่าเท้าเปล่าเปลือยที่เหยียบย่ำลงไปบนหาดทราย กระดุมเชิ้ตครึ่งบนถูกปลดออกจนสาบเสื้อแหวกกว้างลงไปถึงลอนหน้าท้องแข็งแรง ที่ลำคอมีเนคไทด์สีเข้มยังไม่ผูกปมพาดเอาไว้ทำให้เจ้าตัวดูเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดีที่มากล้นไปด้วยเสน่ห์และมีชีวิตชีวา

เจิดจ้าราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบผิวน้ำทะเล

เด็กหนุ่มในวันวานเริ่มเติบโตและมีกลิ่นอายของชายหนุ่มแทรกเข้ามาจนทำให้คนที่มองอยู่นั้นใบหน้าเห่อร้อนอย่างง่ายดาย

เรือนผมที่ถูกตัดให้สั้นลงทำให้เผยใบหน้าคมเข้มหมดจด สันกรามได้รูปขึ้นชัดตามฉบับของหนุ่มตะวันตกรับกับริมฝีปากได้รูปและจมูกที่โด่งเป็นสันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“น้องพีทนี่นับวันยิ่งหล่อขึ้น” หนึ่งในลูกทีมที่ทำงานร่วมกันมานานอดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้ เพราะเธอเห็นพัฒนาการของเด็กหนุ่มมาตั้งแต่แรกเริ่ม ก่อนจะเผลอพลั้งหลุดปากออกไปตามที่รู้สึก “กระแสตอบรับดีกว่าอเล็กซ์ซะอีก อุ่ย...” เธอยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้เมื่อถูกเพื่อนอีกคนใช้ศอกกระทุ้งเตือนเข้าที่ช่วงเอวก่อนจะหันไปก้มหัวขอโทษเจ้านายเป็นการใหญ่ที่ทำตัวเสียมารยาท

แต่นอกจากฮานะจะไม่ได้ต่อว่าอะไรแล้วกลับทำเพียงแค่ยิ้มแล้วส่ายหน้าอย่างไม่ถือสาราวกับไม่ได้ติดใจอะไร

‘อเล็กซ์ แอนเดอร์สัน’ เป็นชื่อที่ย้ำเตือนถึงบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต...แม้จะต้องจบกันอย่างไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยๆ ทั้งตัวเขาและอเล็กซ์เองต่างก็ได้รับผลของการกระทำที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวมาโดยตลอดแล้ว

หลังจากวันนั้นฮานะก็ไม่ได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายอีก แม้แต่ชื่อก็ไม่ถูกกล่าวถึง เขาหายไปราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้มาก่อน งานทุกชิ้นโฆษณาทุกตัวที่อเล็กซ์เป็นพรีเซนเตอร์ถูกถอดถอนออกจนหมดเกลี้ยง ช่วงแรกๆ หุ้นของทางSMAนั้นตกลงไปจนน่าใจหายเพราะความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ถูกลดลงไป แต่คุณแกเรนกลับเมินเฉยและผลักดันให้พีทขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าสามารถเรียกความมั่นใจจากลูกค้ากลับมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ

...และต่อจากนั้นเพียงไม่นานอเล็กซ์ก็ถูกจับกุมด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายและมีสารเสพติดไว้ในครอบครอง

ช่วงเวลานั้นสำนักข่าวทุกที่ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะที่ผ่านมาอเล็กซ์นั้นนับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและกำลังเป็นดาวรุ่งแต่กลับมีข่าวทางด้านลบทั้งที่ขึ้นมาเป็นนายแบบแถวหน้าได้เพียงไม่นาน ทางSMAถูกติดต่อมาเพื่อขอสัมภาษณ์เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่แกเรน ฮาร์ดเนอร์ ตอบกลับทุกคำเชิญชวนนั้นไปก็คือ ‘คุณแอนเดอร์สันถูกปลดออกจากสัญญาว่าจ้างทุกอย่างแล้ว...รวมไปถึงทางต้นสังกัดด้วย หลังจากนี้ทางSMAไม่ขอรับรู้การกระทำของเขาทุกประการ’ 

ทั้งหมดนั่นก็หมายความว่า อเล็กซ์ไม่ใช่คนของSMAอีกต่อไปและหลังจากนี้ต่อให้เจ้าตัวทำเรื่องเสียหายอีกสักเท่าไหร่ก็ไม่ถือว่ามีส่วนที่ข้องเกี่ยวกันอีก

ที่ผ่านมาคุณแกเรนยอมทนนิ่งเฉยมาตลอดเพราะมีเขาที่คอยปกป้องงอเล็กซ์...แต่ในวันนี้คำตอบก็ชัดเจนแล้วว่าใครที่คิดกล้าลองดี...จะได้รับผลตอบกลับอย่างไร

ถ้าโอกาสที่เคยหยิบยื่นให้มาโดยตลอดมันไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น แกเรนก็จำเป็นที่จะต้องยึดโอกาสนั้นคืนมาพร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าตัวเคยได้รับเป็นดอกเบี้ยตอบแทน

ในเมื่อมาตัวเปล่า...ก็ต้องกลับไปตัวเปล่า 

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานก็ได้ข่าวว่าอเล็กซ์ถูกประกันตัวออกไปได้ด้วยความช่วยเหลือจากทางฝ่ายพ่อที่มีเส้นสายในกรมตำรวจก่อนเจ้าตัวจะย้ายกลับไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษถาวร ทำให้ทุกคนไม่สามารถรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับอเล็กซ์อีก...แม้แต่กับเฮนรีย์เองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่นอนคนล่าสุดที่ถูกฝ่ายนั้นผูกพันธะเอาไว้ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผิดชอบข้อกล่าวหาที่ว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับกับอเล็กซ์ทุกทาง มิหนำซ้ำเจ้าตัวยังร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าที่ผ่านมาถูกฝ่ายนั้นข่มเหงและใช้กำลังทำร้ายร่างกายบังคับทุกอย่าง

ฮานะยังจำสีหน้าตัวเองที่รับฟังเรื่องราวทุกอย่างในวันนั้นได้...ทั้งสะอิดสะเอียนและสมเพชในความเห็นแก่ตัวของคนที่ขึ้นชื่อมาเคยร่วมหลับนอนกันมา

...แต่ก็ถือว่าทั้งสองคน...เหมาะสมกันแล้วน่ะนะ... 

“รู้สึกอิจฉาคุณฮานะขึ้นมาจริงๆ ก็คราวนี้” เสียงบ่นงึมงำจากลูกทีมทำให้ต้องหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วหันไปมองตามสายตาของพวกเธอ

ร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนดูรูปตัวเองในจอมอนิเตอร์ถูกผู้กำกับสั่งให้ถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือไว้เพียงแค่กางเกงสแลคตัวเดียว แผ่นอกตึงแน่นนั้นดูแข็งแรงรับกับช่วงเอวสอบได้รูป ผิวกายสีเข้มที่อยู่ท่ามกลางแดดร้อนจัดยิ่งเสริมให้เจ้าตัวมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ พีทถูกสั่งให้เดินลุยน้ำลงไปลึกจนถึงช่วงเอวเพื่อให้ได้ภาพอีกเซ็ทตามคำสั่งของผู้กำกับ

และเซ็ทสุดท้ายคือเจ้าตัวต้องเดินขึ้นมาจากทะเลเพื่อเก็บภาพเคลื่อนไหวไปทำวิดีโอโปรโมทในวันเปิดตัวน้ำหอม Blue Ocean เสียงร้องของทีมงานและผู้กำกับเอ่ยชมไม่ขาดปากเมื่อว่านัยน์ตาคมเข้มที่จับจ้องมองตรงมายังเลนส์กล้องนั้นสามารถสื่อสารอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

ฮานะมองภาพทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย...มีเพียงเสียงของจังหวะชีพจรเท่านั้นที่ดังกระชั้นถี่เมื่อถูกสายตาคู่นั้นมองตรงมาหา

“ไม่ดื่มหน่อยเหรอฮานะ” เสียงของผู้กำกับทักท้วงขึ้นหลังจากที่งานเลี้ยงปิดกองนั้นเริ่มขึ้นมาได้สักพัก

เพราะทุกคนต่างลุยงานหนักมาตลอดสองสัปดาห์จึงถือโอกาสนี้พักผ่อนไปด้วยในตัวเสียเลย

“ไม่ล่ะครับ” ฮานะหันมาปฏิเสธอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นชักชวนให้ดื่มเบียร์กับทีมงาน

“เอาหน่อยน่า อุตส่าห์ได้มานั่งจิบเบียร์ริมทะเลทั้งที พรุ่งนี้ไฟล์ทกลับช่วงบ่ายด้วย ทำตัวตามสบายเถอะ” สุดท้ายก็ทนแรงตื๊อไม่ไหวต้องรับกระป๋องเบียร์มาถือเอาไว้ แต่แทนที่ผู้กำกับจะล่าถอยกลับเผื่อแผ่ไปให้คนที่นั่งอยู่ข้างกายเขาด้วยนี่สิ

“พีท อย่าให้เสียชื่อ ไอ้เสือ” ชายหนุ่มยิ้มพราวอย่างอารมณ์ดีเมื่อเด็กหนุ่มรับกระป๋องเบียร์ไปอย่างว่าง่าย

ถึงแม้จะได้ร่วมงานกันเพียงไม่นานแต่เด็กหนุ่มนั้นกลับกลมกลืนเข้ากับพวกทีมงานได้เป็นอย่างดีจนถูกเอ่ยปากแซวอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นลูกรักผู้กำกับไปแล้ว

“แน่ใจนะว่าดื่มได้” ฮานะเลิกคิ้วถามก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ

“ได้ครับ” เด็กหนุ่มยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน...อันที่จริงถ้าเป็นเบียร์ก็พอดื่มได้บ้างแต่ก็อยู่ในปริมาณที่พอดีเพราะเขารู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ตรงไหน

ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะหันไปพูดคุยกับทีมงานต่อ แม้ว่าต่างฝ่ายจะสนใจกับบทสนทนาบนโต๊ะ แต่ช่วงตัวที่เบียดแนบชิดจนแทบจะก่ายเกยกันนั้นทำให้ถูกสายตาของเพื่อนร่วมงานมองแซวอยู่บ่อยครั้ง

“จะไปไหนครับ” พีทก้มลงถามคนที่ทำท่าจะลุกออกไปด้านนอกเมื่อฮานะแกะมือที่โอบประคองตรงช่วงเอวออก

“ไปเอาบาร์บีคิว” เจ้าตัวอมยิ้มก่อนจะพยักหน้าไปทางเตาย่างที่มีพนักงานของทางโรงแรมยืนบริการอยู่

“ผมไปเอาให้”

“ไม่เป็นไร” ฮานะยิ้มเมื่อเห็นว่าเขาคิ้วขมวด “ไปแป๊บเดียวเอง ไม่ไกลสักหน่อย”

“รีบมานะครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำออดอ้อนมาพร้อมกับการดึงหลังมือของคนรักมาจรดจูบจดถูกผู้กำกับและทีมงานร้องแซวเสียงดัง

ฮานะเดินแยกตัวออกมาทางบริเวณจัดเตรียมอาหารที่อยู่ห่างออกมาไม่มาก ในระหว่างที่กำลังยืนรอบาร์บีคิวอยู่นั้นสายตากลับจดจ้องไปยังแขกของทางโรงแรมที่นั่งอยู่บริเวณโต๊ะเยื้องกัน หนุ่มน้อยหน้าหวานที่ดูท่าแล้วคงกำลังเมาได้ที่ถูกกลุ่มเพื่อนยุยงให้เข้ามาทัก’ คนของเขา’ ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงทับที่ของเขาอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อสายตาของทีมงานคนอื่นๆ ฮานะยกแขนขึ้นมากอดอกอย่างใจเย็นก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นที่ข้างมุมปากเมื่อเห็นว่าพีทขยับตัวออกห่างอย่างมีมารยาท

นัยน์ตาสวยไล่มองเพื่อเก็บรายละเอียดอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ปลอกคอหนังสีดำของอีกฝ่าย

...ก่อนจะเที่ยวหว่านเสน่ห์เรี่ยราดแบบนั้น...ช่วยเช็กด้วยว่าคนเขามีเจ้าของแล้วหรือยัง… 

ผมที่ยาวประบ่าถูกเสยขึ้นเปิดใบหน้าสวยหมดจด ก่อนจะถูกรวบเอาไว้หลวมๆ จนเห็นร่องรอยตีตราที่บริเวณต้นคอขาวผ่อง ฮานะเดินถือจานบาร์บีคิวกลับไปยังโต๊ะตัวเดิม หนึ่งในทีมงานที่นั่งอยู่ติดกับพีทตั้งท่าจะเสียสละที่นั่งให้เพราะเห็นว่าแขกแปลกหน้ายังคงนั่งติดเก้าอี้ไม่ไปไหน แต่กลับถูกเขายกมือห้ามปรามเอาไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรครับ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้น “ผมนั่งกับพีทได้”

ทันทีที่พูดจบเจ้าตัวก็แทรกเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนรักก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนตักโดยไม่ได้สนใจสายตาของทีมงานหรือแม้กระทั่งแขกแปลกหน้าที่จดจ้องมาทางนี้อย่างตื่นตะลึง ฮานะเอื้อมมือไปหยิบบาร์บีคิวมาหนึ่งไม้ก่อนจะกัดไปคำหนึ่งแล้วยื่นส่งไปให้อีกฝ่ายได้ลองกินบ้าง

ช่วงเอวที่ถูกโอบกอดโดยไม่ต้องร้องขอเรียกสายตาของคนที่นั่งอยู่ข้างกันให้หันมามองเป็นอย่างดี

“อร่อยไหม” เมื่อเห็นว่าพีทพยักหน้ารับรอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะยกปลายนิ้วที่เปื้อนซอสบาร์บีคิวเพียงเล็กน้อยไปจ่อไว้ที่ริมฝีปาก นัยน์ตาสวยช้อนขึ้นมองอย่างต้องการสื่อความหมาย เพียงเท่านั้นริมฝีปากร้อนจัดก็ประทับลงมาบนปลายนิ้วตามที่ต้องการ

เด็กหนุ่มยืดตัวกลับไปนั่งพิงพนักเอาไว้พร้อมกับยักเบียร์ขึ้นจิบเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังปะทุขึ้นมา เขากระชับวงแขนแน่นจนฮานะเอนตัวมาซบอย่างว่าง่าย นัยน์ตาคมเข้มกดต่ำเมื่อเห็นรอยเจือจางที่บริเวณต้นคอขาว กลิ่นหอมเฉพาะกายของคนรักทำให้ต้องกดจมูกลงไปซ้ำๆ เพียงเท่านั้นเสียงของเก้าอี้ตัวข้างกายก็เลื่อนออกก่อนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะลุกเดินกลับไปที่โต๊ะเมื่อถูกตอกย้ำด้วยภาพบาดตาบาดใจ

“พอเลย” ฮานะแอบลอบยิ้มกับชัยชนะที่ได้มา ก่อนจะดันใบหน้าของเจ้าเด็กตัวโตให้ออกห่างเมื่อแผนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี “พีท” แต่ดูท่าแล้วยังคนมีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเพราะนอกจะเจ้าตัวจะไม่ยอมปล่อยแล้วยังกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นและกดจูบลงไปลำคอของเขาจนรู้สึกร้อนวูบไปทั่วทั้งกาย

“ฮานะ” เสียงทุ้มที่พึมพำกระซิบอยู่ข้างใบหูทำให้สะท้านไหวจนต้องเบือนหน้าหนี “...กลับห้องเรากันเถอะครับ”

นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนสักหน่อย!

“หนุ่มๆ นี่ไฟแรงดีแฮะ” เสียงแซวของผู้กำกับจากทางหัวโต๊ะทำให้ต้องแกะมือปลาหมึกที่พันอยู่ออก แต่ดูท่าแล้วจะไม่ได้ผลเพราะฝ่ายนั้นเริ่มจะซุกไซ้หนักขึ้นเสียยิ่งกว่าเดิม

กลิ่นแอลกอฮอลล์เจือจางที่ปนอยู่กับลมหายใจอุ่นร้อนทำให้สติพร่าเลือนได้โดยง่าย

“พีท ถ้าไม่หยุด-” ถ้อยคำข่มขู่กลับถูกกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอย ฮานะร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะรีบโอบเข้าที่ช่วงลำคอของอีกฝ่ายเอาไว้เพราะกลัวตก

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เด็กหนุ่มหันกลับไปบอกลาทางทีมงานอย่างสุภาพ ก่อนช่วงขายาวจะออกก้าวเดินอย่างมั่นคงเพื่อกลับไปยักห้องพักของตนเอง ตลอดทางฮานะเอาแต่ซุกใบหน้าเข้ากับอกของเขามีเพียงใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดและเสียงบ่นงึมงำจนต้องก้มหน้าลงไปจูบอย่างนึกมันเขี้ยวในตอนที่ลับสายตาผู้คน

เสียงของคลื่นดังประสานกับลมทะเลในยามใกล้รุ่งสาง บานกระจกใสมีไอน้ำเกาะพราวมัวพร่ามัวเมื่ออุณหภูมิภายในห้องพักนั้นเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ ร่างขาวนวลขยับซุกเข้ากับผ้าห่มผืนหนาเมื่อรู้สึกเย็นจัดบริเวณปลายเท้าจนต้องห่อตัวเข้าหากัน ผิวเนื้อเปลือยเปล่าถูกไออุ่นจากร่างสูงใหญ่กอดกระชับเอาไว้ กลิ่นหอมเจือจางของกันและกันกระจายฟุ้งอยู่ในอากาศจนต้องเผลอลอบยิ้มออกมา

“เช้าแล้ว” ฮานะพลิกตัวลงนอนคว่ำ ปลายนิ้วยกขึ้นไล้ไปตามช่วงแขนแข็งแรงที่มีมัดกล้ามตึงแน่นก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบลงบนสันกรามได้รูป “เด็กขี้เซา ตื่นเร็ว”

“อืม” เสียงทุ้มครางรับในลำคอแต่ตากลับปิดสนิทมิหนำซ้ำยังดึงเขาเข้าไปซุกที่อกแน่น

“ไหนบอกจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น” ฮานะทวงสัญญา เมื่อเห็นความสว่างเจือจางได้ส่องลอดผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องที่มืดสนิท “พีท~” เขาออดอ้อนเพราะเจ้าเด็กตัวโตยังคงหลับสนิท...แบบปลอมๆ

รู้ทันหรอกน่า

“...”

“คนดี ตื่นเร็ว” น้ำเสียงแผ่วเบากระซิบอยู่ใกล้ก่อนจะกดจูบลงไปบนแผ่นอกหนาย้ำๆ

“…” รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นข้างมุมปากยิ่งทำให้เห็นว่ามีคนเริ่มพ่ายแพ้ ก่อนที่หมัดฮุกหมัดสุดท้ายจะถูกนำมาใช้

ที่รัก...”

รู้ตัวอีกทีก็ถูกกดลงไปนอนแผ่อยู่บนเตียงนุ่ม ฮานะหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสีหน้าของคนรักที่คร่อมอยู่เหนือร่าง เส้นผมสีอ่อนแผ่กระจายอยู่บนหมอนสีขาวช่วยขับให้ใบหน้าสวยดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ฮานะกัดริมฝีปากล่างอย่างเผลอตัวในตอนที่ช้อนตาขึ้นมองอย่างออดอ้อนก่อนจะต้องร้องเสียงหลงเมื่อถูกจู่โจมเข้าที่ซอกคอจนรู้สึกจั๊กจี้

“อื้อ ไม่เอา” ฝ่ามือยกขึ้นดันแผ่นอกกำยำเอาไว้ แต่กลับไร้ผลเมื่อถูกรวบข้อมือขึ้นเหนือศีรษะ

เสียงเครือครางแผ่วเบาดังขึ้นในลำคอเมื่อช่วงล่างถูกสอดประสานแนบแน่นอีกครั้ง เรียวขาขาวยกขึ้นพาดไว้บนบ่าแข็งแรง ฮานะกัดริมฝีปากล่างจนขาวซีดเมื่อรู้สึกคับแน่นในช่องท้อง ผ้าปูที่นอนถูกกำเอาไว้จนยับย่นในตอนที่ตัวขยับเสียดสีจนได้ยินเสียงของสปริงเตียงที่ดังลั่น

“อ...พีท” ฮานะเอ่ยท้วง นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำแห่งอารมณ์เมื่อแผ่นอกถูกอีกฝ่ายตระโบมจูบจนรู้สึกเปียกชื้น “อยากไปดู อื้อ พระอาทิตย์ขึ้น” จนถึงตอนนี้ความพยายามก็ยังคงมีมากล้น ฮานะดึงแขนออกจากการเกาะกุมก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้ม

ร่างสูงใหญ่ขยับเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้าก่อนจะช้อนตัวคนรักขึ้นอุ้มทั้งที่ส่วนล่างยังคงสอดประสานกันแนบแน่น

เด็กหนุ่มเดินตรงไปทางบานประจกใสอย่างมั่นคง ก่อนม่านผืนบางจะถูกดันออกจนมองเห็นทัศนียภาพภายนอกที่ยังคงปกคลุมด้วยความครึ้มสลัว ในระยะปลายสายตาพระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นมาจนท้องฟ้านั้นเปลี่ยนสี ผิดกับบรรยากาศภายในห้องที่ยังคงมืดสนิท

โซฟาเดี่ยวที่ตั้งอยู่ใกล้ถูกใช้เป็นที่รองรับน้ำหนักตัวของทั้งสองคน ฮานะถูกจับให้หันตัวออกไปหาบานกระจก ช่วงเอวคอดโดนโอบกระชับเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะถูกช้อนเข้าที่ใต้คางเพื่อให้แหงนเงยขึ้นรับจูบดูดดื่มแนบแน่น

แผ่นหลังสัมผัสแนบชิดกับแผ่นอกกว้างจนรับรู้ได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นเป็นท่วงทำนองเดียวกัน เรียวแขนข้างหนึ่งโอบกลับไปทางด้านหลังก่อนจะกดศีรษะของอีกฝ่ายให้ลงมาเมื่อเริ่มรู้สึกเมื่อยคอ สะโพกเล็กขยับเคลื่อนเป็นจังหวะเชื่องช้าเนิบนาบจนได้ยินเสียงทุ้มต่ำครางอยู่ในลำคอ

เด็กหนุ่มผละใบหน้าออกห่างก่อนจะซุกลงที่เรียวคอขาว เส้นผมอ่อนนุ่มถูกปัดออกไปไว้บนลาดไหล่อีกข้างเพื่อที่เจ้าตัวจะได้ขบเม้มลงไปบนผิวเนื้อขาวจัด

“อื้อ” ฮานะหนีบขาเข้าหากันเมื่อเริ่มรู้สึกกระดากอาย แม้ห้องพักของพวกเขานั้นอยู่บนชั้นที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้ปลอดภัยจากผู้คนภายนอก...และในเวลานี้จะไม่มีใครเห็นก็เถอะ

แค่แสงแดดที่พาดผ่านเข้ามาก็ทำให้รู้สึกอายได้แล้ว....

เรียวขาขาวถูกมือใหญ่จับแยกออกจากกันอีกครั้ง ฮานะตัวสั่นสะท้านเมื่อปลายนิ้วสากลากไล้วนเวียนอยู่ที่โคนขาจนขนอ่อนทั่วกายลุกชูชันด้วยความเสียวซ่าน

ริมฝีปากเชิดขึ้นเพื่อกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดในตอนที่ฟันคมขบกัดเข้าที่หลังคอ นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำส่องสะท้อนกับประกายแดดตอนเช้าที่เริ่มทอแสงเข้มขึ้น

“สวยจัง” เสียงพึมพำเอ่ยชมในตอนที่เห็นแสงสีส้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นแทนความมืดมิด ท้องฟ้าสีขาวปลอดโปร่งไล่ระดับได้อย่างสวยงาม ฮานะจับจ้องไปยังธรรมชาติที่สะกดสายตาให้หยุดนิ่ง ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นไปวางทาบลงไปบนกระจกใส

“พีท ดูสิ” เจ้าตัวชักชวนคนที่วางคางลงบนไหล่ เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะซุกหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง “ฮื่อ ดูพระอาทิตย์ก่อน” ฮานะยื้อกายหลบแต่ก็ไร้ผลเมื่อมือข้างที่วางอยู่บนแผ่นกระจกถูกดึงกลับมากอบกุมเอาไว้

คุณสวยกว่า...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูทำให้รู้สึกร้อนจัดที่ใบหน้าจนต้องเอียงซบเข้ากับแผ่นอกกว้างเพื่อหาที่พักพิง ช่วงเอวถูกประคองมั่นในตอนที่สะโพกสอบสวนเข้ามาจนต้องหลุดเสียงร้อง

“อ...” ฮานะบีบท่อนแขนแข็งแรงเอาไว้แน่นเมื่อรู้สึกมากเกินกว่าที่จะรับไหว

...ที่รัก” เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นในตอนที่ร่างของคนรักสะท้านไหวเมื่อการเดินทางมาถึงที่สิ้นสุด

ริมฝีปากของทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันทันทีก่อนจะประกบแนบแน่นจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจที่ดังถี่กระชั้น ผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่แนบชิดผสมผสานจนแทบหลอมรวมเป็นคนคนเดียวกัน ถ้อยคำหวานซึ้งถูกบอกเล่าซ้ำไปมาในตอนที่ดวงอาทิตย์ทอแสงเจิดจ้าเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่

“ปูลม” ฮานะชี้ไปที่สัตว์ตัวจิ๋วที่กำลังวิ่งตุปัดตุเป๋อยู่บนหาดทราย

แสงแดดที่เจิดจ้าในช่วงสายทำให้ถูกบังคับสวมหมวกเอาไว้เพื่อป้องกันตัว กลิ่นของไอทะเลพัดพาความสดชื่นขึ้นมาปะทะใบหน้าจนต้องหลับตาลงเพื่อที่จะได้รับสัมผัสนั้นอย่างเต็มที่

หลังจากที่ทานอาหารมื้อเช้าเสร็จเขาก็ชวนพีทออกมาเดินเล่นที่ริมทะเลเพราะเห็นว่ายังมีเวลาเหลือก่อนที่จะเดินทางไปที่สนามบิน ฮานะมองภาพผืนน้ำสีครามอยู่เนิ่นนานเพื่อเก็บบรรยากาศในวันนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด รู้ตัวอีกทีช่วงตัวก็ถูกโอบมาจาทางด้านหลังทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของอ้อมกอด

“ดูอะไรอยู่ครับ” พีทถามพร้อมกับวางคางลงไปบนลาดไหล่เล็ก

“เปล่า” ฮานะส่ายหน้าก่อนจะหันกลับไปมองยังผืนน้ำสีคราม “แค่คิดว่า...เรายังหาเวลามาเที่ยวทะเลด้วยกันไม่ได้สักที” ครั้งแรกที่มาทำงานก็ดันเกิดเรื่อง ครั้งนี้ก็เป็นไฟล์ทบังคับทำให้ไม่สามารถอยู่ยาวได้อีกต่างหาก

“เอาไว้วันหยุดรอบหน้าเราไปเที่ยวกัน ดีไหมครับ” เด็กหนุ่มยิ้มก่อนจะเลื่อนมือลงไปกุมกับอีกฝ่ายไว้แล้วออกเดินไปตามทางเลียบชายหาดอย่างไม่รีบร้อน

“ฮื่อ ไม่มีวันหยุดแล้ว คิวงานเธอแน่นจะตาย” ฮานะหน้าบึ้งเมื่อนึกถึงตารางงานของคนข้างกาย...หลังจากที่งานถ่ายแบบของทางสปอร์ตแบรนด์เซ็ทนั้นถูกปล่อยออกไปพีทก็โดนอีกหลายแบรนด์ติดต่อเข้ามาจนเขาและคุณเกรซต้องช่วยจัดตารางกันให้วุ่น

“แล้วช่วงปีใหม่ล่ะครับ” พีทยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ระอยู่บนแก้มขาวออกให้

“พ่อกับแม่บังคับให้กลับญี่ปุ่นเนี่ยสิ” เจ้าตัวหน้ายุ่ง “บอกให้ไปฉลองคริสต์มาสด้วยกันที่นู่น”

“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้...” เด็กหนุ่มพยายามหาทางออกเพราะเห็นใจที่ฮานะคิ้วขมวดแน่นจนเป็นปม แต่นอกจากฝ่ายนั้นจะไม่สนใจแล้วยังเงยหน้าขึ้นมามองกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เธอจะไปด้วยกันใช่ไหม” ฮานะถามแกมบังคับเพราะถูกทางครอบครัวตื๊อมาไม่หยุดว่าให้พาพีทไปเปิดตัวได้แล้ว...และอีกอย่างเขาคงไม่สามารถอยู่ห่างจากคนรักได้นานถึงสองสัปดาห์แน่ๆ

...แค่คิดว่าต้องอยู่ไกลกันก็ซึมไปทั้งวันแล้ว..

“ผมยังไงก็ได้...ตามใจฮานะเลยครับ” เด็กหนุ่มสอดประสานปลายนิ้วแนบแน่น

“จริงสิ เธอบอกว่าจะกลับบ้านนี่ ฉันลืมไปเลย” ฮานะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ก่อนนัยน์ตาคู่สวยจะฉายแววเศร้าออกมาจนถูกจับโยกศีรษะไปมา “...หรือจะไม่ไปญี่ปุ่นดี” เจ้าตัวงึมงำอย่างใช้ความคิดอยู่เพียงคนเดียว “ถ้าอย่างนั้นเราไปบ้านเธอก่อนก็แล้วกันสักอาทิตย์นึง วันหยุดมีตั้งสองอาทิตย์ ไปอยู่ญี่ปุ่นทุกวันคงเบื่อน่าดูเลยเนอะ” แล้วข้อสรุปก็ถูกจัดเรียงเรียบร้อยเสร็จสรรพโดยที่เขาไม่ต้องลงแรงออกความเห็น

...จะยังไงก็ได้...ขอแค่ให้ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว..

เด็กหนุ่มโอบเอวเล็กเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากสีอ่อนอย่างนึกมันเขี้ยวเมื่อเจ้าตัวพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดทำให้ฮานะต้องดิ้นหนีเป็นการใหญ่เพราะในบริเวณชายหาดไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาทั้งสองคน

“ฉวยโอกาสเหรอเจ้าเด้น!” กำปั้นเล็กๆ ทุบเข้าที่บ่ากว้างอย่างไม่ออมแรง แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายสะเทือนผิวเลยแม้แต่น้อย กลับกันเรียวคิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินสรรพนามแปลกใหม่ แต่พอตามทันก็ต้องก้มลงมองคาดโทษเอาไว้

ฮานะเคยบอกว่าเขาเหมือนสุนัขโกลเดนท์ตัวใหญ่ พอถามหาเหตุผลคำตอบที่ได้กลับมาก็ทำให้ต้องยอมจำนนจนไม่อยากจะคิดโต้แย้ง

‘ก็เจ้าพวกโกลเดนท์มักจะทำให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุขและรอยยิ้มอยู่เสมอไง...ช่วยบำบัดความเศร้าได้ด้วยนะ’ 

พูดมาซะขนาดนี้แล้วใครล่ะจะกล้าขัดใจ...

“ทำหน้าเหมือนอยากได้รางวัล” น้ำเสียงล้อเลียนมาพร้อมกับมือที่ยกขึ้นเกาคาง

เด็กหนุ่มพรูลมหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มพอตั้งท่าจะรวบตัวอีกคนเข้ามาฟัดให้หายมันเขี้ยวฝ่ายนั้นกลับยื้อตัวหลบทันแล้วถอยห่างออกไป ฮานะหัวเราะร่าแต่ไม่ทันไรก็ต้องออกวิ่งเพราะถูกเขาพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว

ฮานะตัวเล็กวิ่งเร็วก็จริง...แต่ก็ยังแพ้อดีตนักบาสอยู่ดี...

แค่ช่วงขาก็เสียเปรียบแล้ว

“ฮะๆๆ ย...ยอมแล้วๆๆๆๆ” เจ้าตัวหอบหายใจหนักเมื่อถูกรวบกอดไว้จนตัวลอยก่อนจะร้องเสียงหลงในตอนที่เขาเดินลุยน้ำทะเลลงไปจนถึงครึ่งแข้ง “พีท~รู้นะว่าคิดอะไร” นัยน์ตาคู่สวยหรี่มองอย่างจับผิด

“คิดอะไรครับ” เด็กหนุ่มยิ้มพร้อมกับก้มลงมองคนในอ้อมกอด

“ถ้าโยนฉันลงน้ำ” ฮานะขู่ “โดนแน่”

“ผมเปล่า” เขาส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะยอมปล่อยวงแขนออกให้คนรักไปลงมายืนบนพื้นทราย “ตรงนี้...ไม่มีคนอื่น”

“แล้วทำไ-” คำถามกลับกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อถูกอีกฝ่ายโอบเอวเข้าไปใกล้วแล้วโน้มตัวลงมาหา ระยะห่างที่ลดลงจนปลายจมูกแนบชิดกันทำให้จังหวะชีพจรเต้นถี่รัวเร็ว

นัยน์ตาคมเข้มมองต่ำมาที่ริมฝีปากที่ถูกเม้มเอาไว้ก่อนปลายนิ้วจะยกขึ้นมาเกลี่ยผ่านแผ่วเบา เสียงคลื่นและลมทะเลดังคลอเป็นจังหวะในตอนที่ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน

เพียงเสี้ยววินาทีสัมผัสนุ่มนวลก็แนบประทับลงมาก่อนจะขบเม้มอย่างอ้อยอิ่ง ฮานะยกแขนขึ้นโอบรอบช่วงบ่ากว้างเอาไว้เมื่อรู้สึกราวกับถูกหลอมละลายอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรง กลิ่นอายของทะเลทำให้ความรู้สึกบางอย่างถูกกระตุ้นเร้าขึ้นมา

รู้ตัวอีกทีก็ถูกอุ้มจนเท้าลอยเหนือพื้นดินเพราะอีกฝ่ายคงรู้สึกเมื่อยที่จะต้องก้มตัวลงมาหาเขา ฮานะถูกยกขึ้นให้อยู่ในระดับสูงกว่าเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่ส่องสะท้อนภาพของคู่ชีวิตนั้นดูสวยงามมากกว่าที่เคย ฝ่ามือทั้งสองข้างยกขึ้นโอบประคองใบหน้าคมเข้มเอาไว้ก่อนจะก้มลงประทับจูบแนบแน่นบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเนิ่นนาน

“...พีท” เสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียกด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม นัยน์ตาคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสุข “ขอบคุณนะ”

“…” เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีกเมื่อผิวแก้มสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่ร่วงหล่นมาจากด้านบน

“ขอบคุณที่ไม่ยอมถอดใจไปซะก่อน…ถ้าไม่มีเธอที่คอยอยู่ข้างๆ กันมาตลอด ฉันก็อาจจะกลับไปเป็นคนโง่คนเดิม ที่ยอมอดทนเพื่อไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกแน่ๆ”

“...ผมน่าจะเจอคุณให้เร็วกว่านี้” ถ้าพวกเขาได้เจอกันเร็วกว่านี้ ฮานะก็คงไม่ต้องทนทรมานและเจ็บปวดจนเกือบแหลกสลาย “ขอโทษนะครับ ที่ปล่อยให้ฮานะต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ เพียงคนเดียว”

“เด็กโง่...เธอไม่ผิดซะหน่อย” ฮานะหัวเราะออกมาทั้งที่ก้อนสะอื้นตีรวนขึ้นมาจนต้องกลั้นมันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ “ถ้ามาช้ากว่านี้สิจะโกรธให้”

“ฮานะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างอ่อนโยน ก่อนปลายนิ้วจะเกลี่ยซับที่หางตาให้แผ่วเบา “...ขอบคุณนะครับที่ยอมเปิดใจให้ผม” ถ้าลองนึกย้อนดูแล้วถึงแม้จะเป็นคู่แห่งโชคชะตากันก็จริง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปิดกั้นตัวเอง พันธะที่ก่อเกิดขึ้นมาก็คงเป็นเพียงโซ่ล่ามที่หนักอึ้ง ไร้ซึ่งความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ต่อกัน

“อืม ฉันก็ด้วย” ฮานะกระชับอ้อมกอดแน่น รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้น “...ขอบคุณนะพีท”

“…”

“...แค่มีเธออยู่ข้างกัน มันก็ดีมากแล้วจริงๆ”

ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราทั้งสองคนได้มาเจอกัน...

ขอบคุณที่เข้ามาเป็นแสงอาทิตย์ที่สว่างไสวในวันที่ท้องฟ้ามืดมัว

ขอบคุณที่เข้ามาเป็นความหวังให้กับคนที่กำลังหมดศรัทธาในการมีชีวิตอยู่ ให้กลับมามีลมหายใจได้อีกครั้ง

ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าความรักนั้นมันไม่ได้เลวร้าย ถ้าเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับรักครั้งใหม่

...และขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าคู่แห่งโชคชะตานั้น...มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระอีกต่อไป...

...ไม่ใช่แม้แต่วินาทีเดียว...

..ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าหัวใจที่บอบช้ำของตัวเองนั้น...กลับมาเต้นแรงได้อีกครั้งเพราะใคร... 

__________________________ 

อย่าให้ฮานะต้องร้าย! 555555555555555

ในที่สุดอเล็กซ์ก็ได้รับผลจากสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไปแล้วนะคะ สำหรับเราถือว่าสาสมแล้วเพราะเขาไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่คนข้างกายก็ไม่มี แน่นอนว่าบางคนอาจจะขัดใจที่ทำไมอเล็กซ์ไม่ได้ติดคุก(แต่โดนศาลเตี้ยคุณแกเรนก็น่วมอยู่ ซ่าไม่ออกแล้ว) ซึ่งตรงนี้เราอิงความจริงจากสภาพสังคม แน่นอนว่าถ้ามีเงินและอำนาจมากพอ ก็รอดความผิดไป-- /โดนลากไปปรับทัศนคติ

อธิบายเพิ่มเติมก็คือพ่อแม่อเล็กซ์แยกทางกันก็จริง แต่ฝ่ายพ่อค่อนข้างมีเส้นสาย(ที่ผ่านมาอเล็กซ์ปฏิเสธที่จะติดต่อกับครอบครัว ประมาณว่าไม่ขอรับความช่วยเหลือเรื่องเงินทอง) อีกอย่างเพราะเป็นสายเลือดอัลฟ่าบริสุทธิ์ พอรู้ข่าวพ่อเลยต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเพื่อไม่ให้เสียชื่อ... และเรื่องราวหลังจากนั้น ทุกอย่างที่เขาเคยทำจะสนองคืนตัวเขาเองทั้งหมดค่ะ จบประเด็นไข่เล็ก

เหลือบทส่งท้ายอีกหนึ่งตอนนะคะ เจอกันวันที่25 ธ.ค. นี้ค่ะ

ฝากคอมเม้น และส่งฟีดแบ็ก #ดอกไม้ของพีท เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ เลิ้บ <3

ความคิดเห็น