ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 72 หอกเสียบโลกันตร์(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 72 หอกเสียบโลกันตร์(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2562 09:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 72 หอกเสียบโลกันตร์(2)
แบบอักษร

ณ ภายในค่ายแห่งหนึ่ง

 

 

 

"เอ! มันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่มีข่าวจากทางนั้น ข้าส่งคนไปมากกว่าพันคนแล้วนะ พวกมันหายไปไหนกัน!"

 

 

 

ชายวัยกลางคนผมสีบรอนทองผิวสีแทนในชุดเสื้อเกาะขาวเปิดใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ค้ายบัลลังก์หันไปถามชายหนุ่มผมบรอนข้างกายด้วยน้ำเสียงที่แฝงเร้นไปด้วยโทสะ

 

 

 

"ข้าก็ไม่ทราบครับท่านพ่อ"

 

 

 

"ไม่ได้เรื่อง ข้าจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเจ้าจงนำอาวุธรูปแบบมนุษย์เดินทางไปกำจัดประกายแสงสีทองและลูกศิษย์ของมันให้จงได้!"

 

 

 

ชายผมบรอนได้แต่พยักหน้าและพาชายอีกคนข้างกายเดินตามเขาไป ใบหน้าของชายหนุ่มมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยพอได้ยินผู้เป็นพ่อเรียกน้องชายบุญธรรมของเขาเช่นนี้

 

 

 

"ไปกันเถอะบี พวกเราจะทำภารกิจที่ท่านพ่อสั่งให้ลุล่วง"

 

 

 

"นั่นก็ดี นะเจ้าบ้านี่เจ้าเซ่อนี่"

 

 

 

เมื่อสองพี่น้องเดินจากไปชายวัยกลางคนก็ลุกขึ้นจากบัลลังก์และสั่งให้คนส่วนหนึ่งจำนวนสามร้อยคนเดินทางพร้อมกับเขา ไปยังที่ที่ขาดการติดต่อจากนินจาในหมู่บ้าน ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็มาถึง

 

 

 

มาถึงยังที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ชายวัยกลางคนยืนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็คือภูเขาสูงมากกว่าสิบเมตรที่สร้างขึ้นจากซากศพของมนุษย์

 

 

 

ถ้าสังเกตุดูดีๆ จะเห็นได้ว่าศพเหล่านี้มาจากคนในหมู่บ้านคุโมะงาคุเระทั้งสิ้น ไม่มีศพของนินจาจากหมู่บ้านอื่นเจือปนเลยแม้แต่ศพเดียว แต่ใครกันที่ทำได้ถึงขนาดนี้

 

 

 

ใครกันที่กล้านำหัวของนินจาคุโมะนับพันมาเสียบกับกิ่งไม้ตั้งเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้ ใครกันที่มีจิตใจอำมหิตได้ขนาดนี้! ชายวัยกลางคนกัดฟันกวาดสายตามองหาผู้กระทำเพียงไม่นานเขาก็พบกับเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งเท้าคางอยู่บนยอดเขาซากศพ

 

 

 

เด็กหนุ่มที่อาบโลหิตไปทั้งตัวแม้แต่สีผมก็ยังกลายเป็นสีแดงฉานแห้งกัง เจ้าตัวกำลังจ้องมองมาทางพวกเขาดุจพญาอสรพิษร้ายที่น่ากลัว กลิ่นอายและจิตสังหารที่คุกกรุ่นแผ่สยายออกมาจากร่างเล็กๆนั่น

 

 

 

"ยินดีที่ได้พบ ไรคาเงะรุ่นที่สาม"

 

 

 

เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม มันสร้างแรงกดดันที่แสนน่าหวาดหวั่นให้แก่นินจาคนอื่นๆอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนที่อ่อนแอถึงกับทนไม่ไหวหมดสติกลางอากาศไปเลยก็มี

 

 

 

หลังจากที่คาซึยะผ่านการสังหารคนมากกว่าพันก็ราวกับได้ปลดล็อคบางสิ่งในจิตใจและร่างกายออกทำให้เขาในตอนนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะท่าที นิสัย กลิ่นอายรอบตัวของเขา

 

 

 

'เจ้าเด็กนี่ไม่ควรเป็นมนุษย์ มันคืออสูรร้าย!'

 

 

 

"พวกเจ้ารีบหนีไปให้ไวที่สุดข้าจะอยู่สังหารเจ้าเด็กเวรนี่เอง"

 

 

 

นินจาคุโมะรู้สึกลังเล แต่พอถูกสายตาข่มขู่ของไรคาเงะรุ่นที่สามพวกเขาก็พากันแบกสหายบางคนที่หมดสติจากไปพร้อมๆกับพวกเขา ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าวิ่งจากไปจู่ๆ เด็กหนุ่มที่เงียบมานานก็กล่าวขึ้น

 

 

 

"คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป นินจาจากคุโมะคิดว่าแคว้นฮิโนะคุนิของฉันเป็นร้านขายของชำหรือยังไงกัน?

 

 

 

"ทำบ้าอะไรกันอยู่ รีบไป..."

 

 

 

ไรคาเงะหันไปกล่าวกับนินจาของตนเองแต่จู่ๆเขาก็หยุดพูดและเบิกตากว้าง เพราะสิ่งที่เขาเห็นก็คือเลือดสีแดงฉานที่สาดกระจายพร้อมกับร่างไร้ศีรษะที่ค่อยๆล้มลงสู่พื้นดินอย่างไร้เรี่ยวแรง นี่คือการสังหารในชั่วพริบตาที่แม้แต่ไรคาเงะยังจับความเร็วไม่ทัน

 

 

 

"ตั้งแต่เมื่อไหร่ ! ฉันถามว่าแกสังหารพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่!"

 

 

 

ไรคาเงะเงยหน้าถามเด็กหนุ่มที่เก็บดาบที่อาบกระแสสายฟ้าเข้าสู่ฝักส่งสี่เหลี่ยมด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าที่เคย รอยยิ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ไรคาเงะก็ไม่เคยพบเห็นมันที่ไหนมาก่อน

 

 

 

"ช่วยไม่ได้เห็นพวกมันงุ่มง่ามเลยเผลอตัวฟันไปเมื่อครู่นี้เอง ขอโทษทีนะท่านไรคาเงะ..."

 

 

 

"บัดซบJigokuzuki(อาภรณ์สายฟ้า)"

 

 

 

ร่างเงาที่อายเร้นไปด้วยสายฟ้าทั่วทั้งร่างหายวับมาหาคาซึยะราวจรวดมิสไซล์ ฝ่ามือจำนวนห้านิ้วที่อาบเร้นไปด้วยจักระสายฟ้าพุ่งมาหาเด็กหนุ่มหมายจะสังหารให้ตายในคราวเดียว ทว่ายังไม่ทันได้สัมผัสเนื้อหนังของเขาก็มีออร่าจักระสีขาวดำเข้ามาปกคลุมร่างของเด็กหนุ่มไว้

 

 

 

โครงกระดูกส่วนซี่โครงสีขาวดำขนาดใหญ่ผุดออกมาปกคลุมรอบกายทำให้ฝ่ามือของไรคาเงะเข้าปะทะกับโครงกระดูกเข้าเต็มๆ เปรี้ยงงง! เสียงฟ้าร้องดังไปทั่วพื้นที่ โดยมีร่างสองร่างกำลังยืนมองด้วยสายตาที่แตกต่างกัน

 

 

 

"เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา ? เจ้าหนูแกคือคนจากตระกูลอุจิวะ!!!"สีหน้าของไรคาเงะค่อนข้างเคร่งเครียดเล็กน้อย เพราะเขาเจอสายที่แพ้ทางแบบสุดๆเข้าให้แล้ว

 

 

 

"ก็อย่างที่คิดนั่นแหละ แต่ดูเหมือนความแหลมคมของสุดยอดหอกแห่งหมู่บ้านคุโมะจะค่อนข้างทื้อไปนะ"

 

 

 

แม้จะถูกแทงด้วยสุดยอดหอกขั้นแรกของไรคาเงะรุ่นที่สาม แต่ซูซาโนโอะของเขากลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เขายังไม่ทราบว่าหอกสุดท้ายจะแข็งแกร่งขนาดไหน

 

 

 

แต่แค่ขั้นแรกมันก็มีพลังมากพอจะสังหารคาเงะเช่นฮิรุเซ็นได้อย่างสบายๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชายคนนี้ถึงสามารถสู้กับแปดหางได้อย่างสูสี เจ้าหมอนี่เข้าสู่โลกเทพนินจาไปแล้วนั่นเอง!

 

 

 

"งั้นหรอแล้วถ้ามันคมกว่านี้ละจะเป็นยังไง"

 

 

 

ฝ่ามือที่กำลังจิ้มแทงซูซาโนโอะถูกพับลงไปนิ้วหนึ่งจนเหลือเพียงสี่นิ้ว ความแหลมคมและและการทะลวงเริ่มหดไปรวมกันที่ฝ่ามือของมัน คาซึยะแสยะยิ้มบางๆ และกล่าวเยาะเย้ยเล็กน้อย

 

 

 

"หอกที่สองดูเหมือนจะยังรุนแรงไม่พอนะ อีกอย่างนายโจมตีอยู่คนเดียวมันค่อนข้างขี้โกงไปหน่อย ดังนั้นฉันขอเอาคืนบ้างก็แล้วกัน"

 

 

 

เปรี้ยงงงง!!!

 

 

 

มือกระดูกที่ถูกสร้างขึ้นจากจักระต่อยเข้าใบหน้าของไรคาเงะจนเจ้าตัวพุ่วปลิวไปที่พื้นด้านล่างราวดาวหาง และร่างของมันก็ฝังอยู่ที่พื้นแบบไร้รอยขีดข่วนเช่นกัน

 

 

 

"สมกับชายที่ได้ชื่อว่าโล่ที่แข็งแกร่ง!"คาซึยะมองและกล่าวชื่นชม

 

 

 

"หึ เจ้าก็ไม่เลว ถึงกลับรับหอกที่สองของฉันผู้นี้ได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน"

 

 

 

ได้ยินคำกล่าวชมเชยของไรคาเงะรุ่นที่สามไม่ได้ทำให้คาซึยะดีใจเลยสักนิด เพราะเขารู้ตัวดีว่าซูซาโนโอะนี่แหละที่เป็นเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด แม้มันอาจจะรับหอกสุดท้ายของเจ้าหมอนี่ไม่ได้แต่ต่อให้โดนหอกที่สี่ของมันก็เกรงว่าจะทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

"อย่ามัวแต่ชมเชยกันนัก มีอะไรก็รีบแสดงออกมาเพราะถ้าฉันเบื่อหน่ายขึ้นมาหัวของนายอาจจะแยกออกจากลำตัวก็ได้นะ"

 

 

 

"ฮ่าๆ กล้าพูดดีนี่..."

 

 

 

ปั้งงงงง!!

 

 

 

"ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่าจะทำอะไรก็รีบทำ อย่ามัวแต่พูดพล่ามอย่างไร้ประโยชน์"

 

 

 

คาซึยะโผล่มาตอนไหนไม่ทราบ เขาใช้มือจับเข้าที่ใบหน้าของไรคาเงะรุ่นที่สามก่อนจะใช้มือกดหัวของมันลงสู่พื้นแบบเต็มเหนี่ยว จนหัวของไรคาเงะฝังเข้าไปในดินอย่างไร้ทางต้าน

 

 

 

คาซึยะใช้โอกาศนี้ชักดาบโชคุโตะออกจากฝัก เตรียมพร้อมที่จะสังหารไรคาเงะด้วยคมดาบ ยังไม่ทันได้ลงดาบจู่ๆ คาซึยะก็พุ่งตัวถอยหลังทิ้งระยะห่างจากไรคาเงะเกือบร้อยเมตร

 

 

 

"คิดว่าจะยืนชะล่าใจเสียอีก น่าเสียดาย"

 

 

 

คราวนี้ไรคาเงะรุ่นที่สามไม่คิดจะทดสอบการป้องกันของเด็กหนุ่มอีกต่อไป นิ้วสี่นิ้วถูกพับเก็บจนเหลือเพียงนิ้วชี้เพียงนิ้วเดียว ช่วงที่เขากระพริบตาวูบเดียวไรคาเงะรุ่นที่สามก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้าของเขา

 

 

 

เปรี้ยงงงง แกร็กๆ เพล้ง!

 

 

 

นิ้วของไรคาเงะจิ้มสัมผัสไปที่ซูซาโนโอะของคาซึยะ เมื่อนิ้วสัมผัสกับมัน โครงกระดูกยักษ์ก็เริ่มเกิดการแตกร้าว ก่อนจะแตกสลายในเวลาต่อมาเห็นแบบนี้ไรคาเงะก็ยิ้มร่า คิดดูถูกหอกที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างฉันก็ตายเสีย

 

 

 

"ตาย!!"

 

 

 

"โจมตีไปที่ไหนของแกเจ้างั่ง"

 

 

 

ได้ยินเสียงเยาะเย้ยก็เริ่มรู้สึกตัว มันหันไปมองคาซึยะที่ยืนห่างจากเขาประมาณร้อยกว่าเมตร เขามองภาพตรงหน้าอย่างสับสนไม่ใช่ว่าเด็กเวรมันควรจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรอ แล้วมันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่!

 

 

 

"เป็นไปไม่ได้ แกจะเร็วกว่าฉันผู้นี้ได้ยังไง"

 

 

 

มองเห็นสีหน้าที่แตกตื่นคาซึยะก็เอียงคอมองไรคาเงะด้วยสีหน้าอ่อนโยนและขี้เล่น แม้กลิ่นอายรอบตัวเขาจะเต็มไปด้วยจิตสังหารและความบ้าคลั่งเต็มไปหมดแล้วก็ตาม

 

 

 

ร่างของคาซึยะค่อยๆสลายไปราวกลับภูติผี และกลับมาโผล่ขึ้นอีกครั้งก็ตรงหน้าของไรคาเงะรุ่นที่สามที่เต็มไปด้วยความสับสน ดวงตาของเขาจดจ้องเข้าไปในดวงตาของไรคาเงะและเริ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

 

 

"ฉันไม่ได้เร็วแต่เป็นแกเองต่างหากที่ช้า...แม้แต่ความรู้สึกยังช้าเลย Mugen Tsukuyomi(อ่านจันทรานิรันดร์)"

 

 

 

วิ้งงง

 

 

 

"เวรละเผลอมองตามัน!"

 

 

 

ลืมตาขึ้นไรคาเงะจู่ๆ ก็มาโผล่ยังที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำสีแดงฉาน เงยหน้ามองขึ้นฟ้ายามค่ำก็พบกับเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาสีแดงดวงใหญ่เท่าดวงจันทร์กำลังจ้องมองเขาราวมดปลวก สักพักก็มีเสียงเยาะเย้ยที่คุ้นเคยของเด็กหนุ่มดังขึ้นมา

 

 

 

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเจ็บปวด โดยมีฉัน พระเจ้าของโลกใบนี้เป็นผู้ชี้นำ!"

 

 

 

ให้ค่าขนมไรท์ได้ที่

True wallet 0950820377

ขอบคุณสำหรับผู้ติดตามอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น