ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 186 สงครามอวกาศ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 186 สงครามอวกาศ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2562 21:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 186 สงครามอวกาศ?
แบบอักษร

ตอนที่ 186 สงครามอวกาศ? 

 

“รายงานความคืบหน้าตอนนี้ยานอวกาศปริศนาเคลื่อตัวผ่านนิคมปฏิสสารที่ดาวศุกร์มาแล้วค่ะ และนี่คือ ภาพที่ผู้ชมที่นิคมถ่ายเอาไว้ได้แล้วแชร์ผ่านโลกโซเชียลมาให้เราค่ะ” 

 

สำนักข่าวช่องหนึ่งรายงานสถานการณ์ออกอากาศทางทีวีโฮโลแกรมจากหนึ่งในหลายๆ ช่อง ที่ตอนนี้ในห้องประชุมกำลังเปิดเรียงรายเอาไว้ในห้องประชุม ในภาพนั้นเป็นการถ่ายจากระยะไกลด้วยกล้องจากนาฬิกามิติของคนในนิคมที่พื้นดินดาวศุกร์ในช่วงเวลากลางคืนของซีกนั้น ทำให้ในภาพเห็นยานอวกาศสีขาวขนาดใหญ่พาดผ่านท้องฟ้าแทนแสงสะท้อนจากดวงดาวอย่างที่ควรจะเป็น  

 

แม้จะถ่ายจากระยะไกลมากๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีของกล้องที่พัฒนาก้าวไกลไม่แพ้เทคโนโลยีอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นการซูมผ่านชั้นเมฆคาร์บอนไดออกไซด์ที่หนาทึบของดาวศุกร์ กับภาวะเรือนกระจกแบบสุดขั้วในอุณหภูมิกว่า 400 องศาเซีบลเซียส กล้องติดนาฬิกาตัวน้อยๆ ก็ยังสามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี  

 

ส่วนภาพที่ฉายขึ้นจอใหญ่ของห้องประชุมนั้นเป็นกล้องจากสถานีอวกาศของประเทศไทยเองซึ่งบังเอิญว่ากำลังโคจรเข้าไปเส้นทางที่ยานลำนี้ผ่านมาพอดี แน่นอนว่าภาพนี้เป็นความลับของทางราชการ ไม่งั้นถ้าหลุดถึงสื่อก็คงเอาไปเผยแพร่กันหมดแล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็คงจะลับได้อีกไม่นานเพราะยานลำนี้มันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาโลกแล้ว หากเข้ามาในเขตชั้นบรรยากาศโลก ด้วยกล้อองความละเอียดสูงจากทุกคน ทุกสำนักข่าว จะถ่ายกันได้โดยไม่ต้องพึ่งภาพจากสถานีอวกาศอีก 

 

“หือ….ยานคุ้นๆ แหะ” 

 

อั้มนั่งมองภาพยานที่อยู่ในรูปอย่างเหม่อลอย แล้วรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าเคยเห็น แล้วด้วยท่านั่งกอดอกเอียงคอพูดพึมพำเหมือนรู้อะไรบางอย่างของอั้มก็ทำให้สินจิ้นผีที่กำลังฟังรายงานเกิดการหยุดชะงักไปด้วย พร้อมทั้งมองอั้มด้วยความสงสัย แล้วคนอื่นๆ ก็ชะงักดตามสินจิ้นผีไปด้วย ทั้งห้องประชุมจึงเหลือแต่เสียงรายงานข่าวจากทีวีโฮโลแกรมที่ยังเปิดเสียงเอาไว้เบาๆ อยู่เท่านั้นเอง 

 

“ออ นึกออกละ นึกว่าใคร เพื่อนบ้านเรานี่เอง” 

 

“อะไรนะครับอาจารย์ เหมือนว่าอาจารย์จะรู้จักยานลำนี้เหรอครับ” 

 

“ใช่ครับ ผมรู้จัก ดาวนี้ผมมั่นใจ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ว่ามาอย่างเป็นมิตร ถ้าผมจำไม่ผิดนี่คือยานพันธมิตรของเราเอง ยานรบจากดาวแม๊กซิมครับ” 

 

“อาจารย์แน่ใจนะครับ” 

 

“แน่ใจครับ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ยังไม่ต้องยกเลิกคำสั่งระวังสงคราม แต่ยังไงผมก็รบกวนเฮียช่วยต่อสายตรงถึงท่านประยุทธ์ให้หน่อยได้ไหมครับ” 

 

“ได้ครับ...เลขาโทรไปหาท่านประยุทธ์เดี๋ยวนี้เลย แจ้งด้วยว่าเรามีความคืบหน้าเรื่องยานรบจะแจ้ง” 

 

“รับทราบค่ะ” 

 

ด้วยหน้าตายานรบไร้หน้าต่างสีขาวปลอดแบบนี้มันค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์ของดาวไอ้ทุยของนายพลบดินทร์ หรือ ดาวแม๊กซิม เพื่อนบ้านสุดขอบสุริยะจักรวาลนั่นเอง เพียงแต่ว่าอั้มไปอยู่ต่างโลกมาถึงสามปี แล้วในตอนที่เห็นก็เป็นช่วงภาวะสงครามที่แสนจะวุ่นวาย จึงทำให้ความทรงจำมันเลือนลางไปบ้าง กว่าจะนึกออกก็นั่งแอคท่าคิดอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง 

 

กองบัญชาการทหารสูงสุด ประเทศไทย 

 

“ท่านคะ มีสายตรงจากท่านสินจิ้นผีค่ะ ทางนั้นแจ้งว่ามีความคืบหน้าจะบอก” 

 

“เอาภาพขึ้นจอใหญ่เลย” 

 

“ได้ค่ะ” 

 

ไม่นานภาพของสินจิ้นผีก็ฉายขึ้นที่จอโฮโลแกรมกลางห้องประชุม มันเป็นเครื่องฉายโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ฉายภาพสินจิ้นผีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวจริงเกือบสามเท่า ทั้งห้องประชุมสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ส่วนด้านสินจิ้นผีเองก็ฉายภาพประยุทธ์ตัวใหญ่พอๆ กันกลางห้องประชุมเช่นกัน 

 

“ท่านติดต่อมาเองเช่นนี้แปลว่ามีความคืบหน้าพิเศษอะไรใช่หรือไม่ครับ” 

 

“ผมไม่มีครับ แต่มีคนที่มี และต้องการจะแจ้งท่านด้วยตัวเอง...เชิญครับอาจารย์” 

 

สิ้นจิ้นผีเดินออกจากหน้ากล้อง ทำให้เผยให้เห็นห้องประชุมขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน แล้วกล้องก็ซูมไปยังอั้ม ผู้ยืนอยู่อีกด้านของสินจิ้นผี 

 

“สวัสดีครับท่านนายก” 

 

“นายเป็นคนไทยอย่างนั้นเหรอ แล้วเหมือนจะคุ้นๆ หน้านะ” 

 

“ใช่ครับ ผมคนไทย และยังเป็นหนึ่งในลูกเรือของยานแบล๊กโฮล์ด้วยครับ แล้วถ้าไม่ถือเป็นการพูดโอ้อวดเกินไป ผมก็คือ คนที่สร้างยานแบล๊กโฮล์ครับท่าน” 

 

“ผมจำไแด้แล้วเป็นคุณนั่นเอง แต่ถ้าจำไม่ผิดผมเป็นคนส่งคุณขึ้นยานไปเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคุณไปอยู่กับท่านสินจิ้นผีได้” 

 

“นั่นยังไม่สำคัญครับท่าน ผมจะกลับไปแจ้งเรื่องนี้ด้วยตัวเองที่ไทยอีกที แต่ตอนนี้เรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องแจ้ง คือ ยานรบลำนั้นไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นยานพันธมิตรของเรา ชื่อยานผมไม่ทราบ แต่ชื่อดาวคือดาวแม๊กซิม ซึ่งเป็นดาวในภารกิจลับที่ยานแบล๊กโฮล์ต้องไปสำรวจครับ” 

 

“คุณทราบได้อย่างไร” 

 

“ผมเป็นลูกเรือของยานนะครับ ผมเห็นด้วยตาของตนเองมาแล้วก่อนจะเกิดเหตุบางอย่างที่ทำให้ผมหลุดจากยานกลับมายังโลกก่อนคนอื่น ผมมั่นใจถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นไปตามที่ผมคิด และในยานนั้นก็คือ ลูกเรือยานแบล๊กโฮล์ที่รอดชีวิต” 

 

“หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่มีการแจ้งอะไรเข้ามา หรือ ตอบรับสัญญาณของเราที่ส่งไปหา” 

 

“นั่นคือเรื่องที่เราต้องหาคำตอบครับท่าน” 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็วางใจไม่ได้ แต่ก็พอจะสบายใจขึ้นบ้าง แล้วยังไงคุณก็กลับมารายงานเรื่องที่คุณยังไม่ได้บอกด้วยนะ” 

 

“ทราบครับท่าน” 

 

“ขอบคุณมากที่แจ้งเข้ามา” 

 

การแจ้งข่าวไปยังประเทศไทยจบเพียงเท่านี้ แม้จะไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรมากนัก แต่อย่างน้อยบรรยากาศก็ผ่อนคลายลงบ้าง ส่วนสาเหตุที่ไร้การติดต่อสื่อสารนั้นก็ต้องหาคำตอบกันอีกที  

 

“สั่งให้สถานีอวกาศล๊อกเป้ายานลำนั้นเอาไว้ด้วยอาวุธทุกอย่าง แล้วส่งยานสำรวจของสถานีออกไปประกบยานลำนั้นไว้ ส่วนยานลาดตระเวณอวกาศให้เตรียมพร้อมไว้ ประสานขอยานจากกรมตำรวจมาด้วย แล้วขอความช่วยเหลือจากประเทศที่มีป้อมปืนอวกาศกับดาวเทียมติดอาวุธมาช่วยด้วยเช่นกัน” 

 

“รับทราบครับท่าน” 

 

สถานการณ์ตอนนี้ไว้ใจอะไรไม่ได้ประยุทธ์จึงสั่งการเผื่อสถานการณ์ร้ายแรงเอาไว้ก่อน ในใจก็หวังแค่ว่าจะเป็นไปตามที่อั้มบอก แต่ในขณะนี้พนักงานสื่อสารก็ยังพยายามติดต่อไปหายานปริศนาไม่หยุดด้วยทุกช่องทางที่มี แต่ก็ยังไร้ซึ่งสัญญาณตอบกลับมา ยานรบขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาดาวโลกโดยไม่หยุด ทุกเซนติเมตรที่ยานลำนี้เคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้โลก ได้เพิ่มความกดดันให้ชาวโลกอย่างต่อเนื่อง หรือว่านี่จะเป็นการเปิดม่านสงครามอวกาศที่แท้จริงอย่างที่บดินทร์ได้บอกมาก่อนที่จะเสียยานแบล๊กโฮล์ไป 

ความคิดเห็น