เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

อ่านเรื่องนี้ตอนกินน้ำ ระวังสำลักน้ำนะเจ้าคะ 555

ตอนที่ 89 คราโซฟีน้อยสยายปีกพญาอินทรีทองปะทะมังกรแห่งอุบัติการณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 89 คราโซฟีน้อยสยายปีกพญาอินทรีทองปะทะมังกรแห่งอุบัติการณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 34

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2562 16:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 89 คราโซฟีน้อยสยายปีกพญาอินทรีทองปะทะมังกรแห่งอุบัติการณ์
แบบอักษร

ตอนที่ 89 คราโซฟีน้อยสยายปีกพญาอินทรีทองปะทะมังกรแห่งอุบัติการณ์ 

         ดวงดาวเหนือนภาฉายแสงสว่างไสว ณ เทือกเขาหิมาลัย

         กลุ่มนักเดินทางแห่งเถ้าสุราเมรัยตั้งค่ายพักแรม นอนสู้ลมหนาวราตรีตัวสั่นระริก

         สุดฟากฟ้ามีขอบเขตแห่งพลังอำนาจต้องสาป สุดมหาสมุทรคือที่พักอาศัยของผู้ถูกลืมเลือน

         เคียงตำนานแห่งการล้มสลาย ปักหลักปกป้องซึ่งสันติภาพ ดำรงตนเพื่อเยี่ยวยา และรักษาแก่นกลางพิภพ

         หน้าประวัติศาสตร์ขยับพลิกผัน ปรากฏตัวตนแห่งการทำล้ายล้าง และจุดประกายหยาดแสงไฟแห่งนิทานต้องห้ามให้ลุกจากหลุมศพป่าช้า

         เมื่อนั้นดวงดาวตกพลันร่วงหล่น

         นำมาซึ่งประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ และการพิพากษาขั้นสุดท้าย..

         กาลเวลาสิบล้านปีผ่านพ้นมากระทั่งย่างสู่กาลปัจจุบัน เศษซากแห่งอารยธรรมมากมายถูกกลบฝังภายใต้คำว่า “ความลับ” เหล่าสาวน้อยนักบุกเบิก ผู้ท้าทาย และอยากสำรวจหาสมบัติ พวกนางไม่รู้เลยตนเองกำลังก้าวสู่ประวัติศาสตร์ยุคใด อะไรคือฝันร้ายที่เฝ้ารอพวกนาง ใครคือคนนำทางพวกนาง และแท้จริงแล้วสถานที่แห่งนี้คือสถานที่เช่นไร

         เมื่อพวกฟางหรงแกะรอย และคลำทางมาถึงจุดหมาย สิ่งที่พวกนางหวังเจอกับไม่ใช่สมบัติอย่างที่คิด

         “ฟ ฟางหรง”

         “..”

         พลูโตยื่นตกตะลึง ฟางหรงเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน จุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทนี้ต้องขอย้อนกลับไปมาหลายเดือนก่อน ณ ดินแดนเหนือ ปฐพีของเหล่านักรบโบราณ แคว้นไททัน รัชทายาทน้อยกำลังศึกษาตำราวิชาปั้นหม้อดินเผาในห้องสมุดหลวง ขณะนางกำลังเดินอุ้ยอ้ายมองสำรวจหาหนังสือบนชั้นไม้ บังเอิญมีสตรีนางหนึ่งเดินชนไหล่ฟางหรง เป็นเหตุให้สาวอวบน้อยโดนกระแทงชนชั้นหนังสือ หนุบ หนังสือเล่มหนาบนชั้นให้ขยับหลุดจากชั้น และตกใส่หัวฟางหรง แต่ก่อนมันจะกระแทงหัวรัชทายาทน้อย สตรีที่เดินชนฟางหรงได้ใช้ฝ่ามือคว้าหนังสือเล่มนั้นอย่างรวดเร็ว หยุดไว้กลางอากาศ

         ขอโทษ

         น้ำเสียงแห่งความว่างเปล่า และดวงตาที่ราวกับคนตาบอดคู่นั้น ฟางหรงจำได้มิมีวันลืม

         นัยน์เนตรที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ไม่มีความรัก ความฝัน หรือแม้แต่สีสัน มันคือความว่างเปล่าที่แท้จริง

         นางส่งหนังสือให้ฟางหรง รัชทายาทน้อยคืนสติ และรับหนังสือ ครั้นเมื่อนางก้มมองปกหนังสือถึงรู้มันคือหนังสือเกี่ยวกับตำนานปักษา ฟางหรงเงยหน้าหมายมั่นบอกสตรีปริศนาว่าไม่เป็นไร กระนั้นพอเงยหน้า สตรีนางนั้นก็หายตัวไปเสียแล้ว

         ราวกับวิญญาณมิมีผิด

         สุดแล้วแต่จะนึก ฟางหรงนำหนังสือเล่มนั้นมาเปิดอ่านที่โต๊ะ และค้นพบว่าเนื้อหาภายในคือเรื่องราวตำนานชาวปักษามากมาย เขียนด้วยภาษายุคบรรพกาล กระนั้นฟางหรงอ่านออกนะ แม้นลายมือคนเขียนมันจะ..ไม่ทราบคนเขียนใช้นิ้วเท้าเขียนรึเปล่า นี่มันลายทีนชัดๆ ฟางหรงขมวดคิ้วนุ่ม แต่ต้องตกใจเพราะหากมองข้ามเรื่องลายมือ จะพบว่าเนื้อหาภายในเขียนบรรยายรายละเอียด และข้อมูลชาวปักษาที่ไม่มีที่ไหนในโลกกล่าวอ้าง ปักษาที่ถูกลืมเลือน ปักษาที่ถูกประหาร ปักษาที่สาบสูญ และยังมีลายแทงปริศนาชวนให้คนอ่านอย่างฟางหรงอยากเดินทางออกสมบัติวิเศษด้วย

         ดาบเดือนหนึ่ง[คาตานะโนะ]

         ไหแห่งนาคา[เรนดารเรน]

         ผ้าคลุมแห่งศาลา[ปราสาทปราการ]

         และที่น่าสนใจฝุดๆคือ …

         มีรอยแทงเยอะแยะ แต่ที่น่าเป็นไปได้ และน่าจะสามารถขุดหาคือสมบัติที่ซ่อนที่เมืองซีเคร็ทออฟวอร์ ฟางหรงมีธุระต้องเดินทางไปยังเมืองแห่งนั้นพอดิบพอดี เมื่อทุกอย่างเป็นใจให้นางไปหามันเช่นนี้ รัชทายาทน้อยไม่รอช้า จัดตารางงาน และส่งจดหมายชวนเพื่อนสาวอ้วนอย่างพลูโตออกลุยหาสมบัติในตำนาน โดยที่รัชทายาทน้อยลืมตรวจดูให้แน่ใจว่าแท้จริงแล้วนอกจากสมบัติน่าสนใจฝุดๆ มันยังมีบางสิ่งซ่อนอยู่ด้วย

         บางสิ่งที่ผู้เขียนหนังสือลืมเขียนตัวโตๆเตือนนักล่าสมบัติ

         และแล้วเมื่อพวกฟางหรงหอบพุงมาเมืองแห่งความลับ พวกนางทำธุระสำคัญ และหลังจากมีเวลาว่างพวกนางก็บุกมาที่อาคารแห่งบาปคนตะกละเพื่อเริ่มค้นหาสมบัติ กระนั้นระหว่างค้นหาต้นโพธิ์เก่าแก่ ฟางหรงบังเอิญพานพบสาวน้อยน่ารักนางหนึ่ง สาวน้อยผู้มีผมลอนยาวสลวยสีทองงดงาม ดวงตาสีฟ้านภาเปี่ยมด้วยหยาดความกังวลโปรยปราย และเอียงอายราวลูกกวาง ตุ๊กตาแมวที่นางกอดยิ่งทำให้นางแลเปราะบาง และเมื่อจักแตกสลายทุกเมื่อเมื่อสัมผัสนาง

         แม้มิรู้จักกัน กระนั้นฟางหรงจดจำแววตาแห่งความหวาดกลัว และความเศร้าสร้อยคูนั้นได้จับใจ

         ราวกระต่ายน้อยที่กลัวโลกภายนอกโพรง

         กระนั้นเมื่อฟางหรงพบนางอีกครั้ง นางกลับเปลี่ยนไปจากเดิมราวคนละคน ทว่ารัชทายาทน้อยรู้ว่าสาวน้อยคนนี้คือคนที่นางพบครั้งแรก เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะกลิ่นตัวนางน่ะสิ นางตัวหอมมาก

         ฟางหรงจำชื่อคนไม่เก่ง จำหน้ายิ่งไม่รอด แต่นางถนัดจดจำกลิ่นส่วนบุคคลนะ กระนั้นยอมรับว่านอกจากกลิ่นตัวนักฆ่าน้อยแล้ว ฟางหรงยังจำหน้า และจำแววตาของอีกฝ่ายได้ด้วย แววตาคู่นั้นแม้นเปลี่ยนจากฟ้านภาเป็นแดงทับทิมแล้วก็ยังคงความโศกเศร้า และความแข็งแกร้าวมิเลือนหาย

         ต้องขอบคุณวาสนาที่ทำให้ฟางหรงพบโซฟี

         เพราะนักฆ่าน้อยเปรียบเสมือนลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดสู่หัวใจอันเฉยชาของฟางหรง แม้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่พวกนางพูดคุย และเดินด้วยกัน เพียงแค่นั้นฟางหรงรู้สึกว่าโลกใบนี้อุ่นกว่าเดิม..

         นางคงเป็นพวกรักเด็กจริงๆ รัชทายาทน้อยหลุบตาระอาตัวเอง และแอบมองโซฟีเรื่อยๆ หลังจากพวกนางบุกอาคารแห่งบาปคนตะกละในโลกมิติลี้ลับ ฟางหรงเริ่มรู้จักนิสัยโซฟี และพบว่าแท้จริงแล้วสาวน้อยนางนี้อ่อนโยนมากมาย คำพูดนางเวลาเปิดดวงตาสีแดงนั้นแลร้ายกาจ แข็งกร้าว และดุร้ายปานแม่เสือ กระนั้นทุกวาจาเต็มเปี่ยมด้วยความห่วงใย และน้ำใจ นางมอบแสงสว่างริบหรี่ให้พวกฟางหรง ช่วยนำทาง และเดินนำหน้าเพื่อระวังหมีปีศาจ และผีวิญญาณให้ฟางหรงที่กลัวผี

         โซฟีที่จริงแล้วเป็นคนเข้มแข็งมาก กระนั้นเพราะเรื่องราวในวัยเด็กทำให้นางกลายเป็นคนสองบุคลิก ตัวตนแตกแยะเป็นสองส่วน กระนั้นทั้งสองส่วนนั้นล้วนเป็นนิสัย และสันดานที่แท้จริงของโซฟีอย่างแน่นอน นิสัยที่พร้อมลุกขึ้นเพื่อปกป้องคนสำคัญ หัวใจที่พร้อมออดอ้อน และปฏิเสธผู้อื่น แม้ฟางหรงไม่รู้ว่าอดีตโซฟีเคยเจอเรื่องราวเลวร้ายแบบใด กระนั้นนางต้องเป็นเด็กดีมากแน่ๆ

         เพราะเด็กดีอย่างโซฟีมักเจ็บปวดมากกว่าคนอื่น..

         เพราะเคยยืนหยัดเพื่อคนอื่น แต่ต้องผิดหวังเมื่อคนอื่นทรยศ

         เพราะเคยเชื่อใจคนอื่น แต่ต้องใจสลายเพราะความเชื่อใจนั้นคือคำโกหก

         จากเด็กดีที่เคยเฝ้ารอคุณแม่คุณพ่อกลับมาหา… จากเด็กธรรมดาที่หวังแค่มีชีวิตธรรมดา

          โลกนี้ผิดหรือเพราะพระเจ้าไม่รักโซฟีหรือเปล่านะ

         สาวน้อยหันหลัง และละทิ้งเส้นทางเยี่ยงคนธรรมดา ฟางหรงเคยเห็นสาวน้อยหลายนางกลายเป็นทาส แต่ไม่เคยเห็นสาวน้อยคนไหนกล้าหาญ และใจเด็ดพอเลือกเดินเส้นทางที่มืดมิดราวก้นสมุทรเช่นนี้ โซฟีไม่เล่าเรื่องราวในอดีตให้พวกฟางหรงฟัง กระนั้นรัชทายาทน้อยรู้ว่านักฆ่าแต่ละคนล้วนมีอดีตอันน่าขมขื่น พวกเขาไม่อยากพูดถึงมันหรอก

         ฟางหรงอยากรู้นะว่าโซฟีเคยเจอเรื่องแย่แบบไหน ไม่ใช่เพราะนางอยากเผือกเรื่องชาวบ้าน แต่เพราะ.. นางอยากเป็นเพื่อนกับโซฟี

         นางอยากทำลายความโดดเดี่ยว อยากเป็นที่พึ่งของสาวน้อยตัวเล็กๆ อยากโอบกอด และบอกว่าโลกนี้โซฟียังมีเพื่อน

         ยังมีเพื่อนคนอื่นนะ นอกจากตุ๊กตาแมว

         ทว่าเมื่อฟางหรงยื่นมือให้โซฟี นักเชิดหุ่นน้อยกลับฝืนทนเก็บงำความเจ็บปวด และปฏิเสธไมตรีของฟางหรงอย่างไม่คิดรับ เพราะโซฟีไม่อยากเชื่อใจใครอีกแล้ว ทั้งโลกนี้มีแค่พี่สาวเท่านั้นที่เข้าใจโซฟีก็พอ ดังนั้น.. นักเชิดหุ่นน้อยพอแล้ว นางไม่กล้าเป็นเพื่อนกับใครหรอก แม้แต่คนที่ตามตื้อนางเป็นปี นางยังไม่เห็นหัวเขาเลย นับประสาอะไรกับพวกฟางหรงที่รู้จักกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำ

         โซฟีขอแค่ช่วยเหลือพวกฟางหรงก็พอ ส่วนเรื่องมิตรภาพอะไรน่ะ ช่างมันเถอะ

         นักเชิดหุ่นน้อยบออกผ่านแววตาเจ็บช้ำ รัชทายาทน้อยกลืนน้ำลาย กลืนความฝาดขมลงท้อง

         บางทีวาสนาคงนำทางให้พวกนางมาเจอกันแค่คืนนี้ แล้วแยกจากกันในวันพรุ่งนี้กระมัง

         ฟางหรงกำหมัด แม้ไม่มีน้ำตา แต่นางเศร้าเสียใจเหลือเกิน

         พลูโตคอยมองฟางหรง และโซฟีห่างๆก็ได้เพียงถอดถอนใจ

         สำหรับซาลาเปาน้อย ไม่ว่าฝ่ายไหนล้วนเป็นคนที่นางอยากเอาใจทั้งนั้น

         เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากโซฟียอมสละชีวิต ล่อเจ้าหมีปีศาจไปห่างพวกฟางหรง รัชทายาทน้อยยิ่งเจ็บใจ และเจ็บปวดระทมกว่าเดิมหลายร้อยเท่า รู้ว่าโซฟีห่วงใยพวกตนขนาดนี้ แต่นักเชิดหุ่นน้อยกลับไม่ยอมรับ และไม่อยากยอมรับ นางอ้างว่าสาเหตุที่นางยอมช่วยพวกฟางหรงเพราะว่าฟางหรงคือผู้มีพระคุณเท่านั้น แค้นต้องชำระ บุญคุณต้องทดแทน โซฟีฝากแคนดี้ให้ฟางหรงดูแล แค่นี้เรื่องนี้ก็พอบอกได้แล้วว่าโซฟีเชื่อใจฟางหรง แต่นักเชิดหุ่นน้อยกลับคิดอีกอย่าง นางพยายามปฏิเสธความจริงทั้งหมด

         กัดฟัน และแสร้งบอกว่าที่ตนเองทำนั้นเพราะอยากตอบแทนพระคุณฟางหรง

         แต่แค่เรื่องส่งกระดาษชำระให้มันต้องตอบแทนขั้นสละชีวิตเลยหรือ

         รัชทายาทน้อยกอดรัดลำตัวแคนดี้จะขาด

         หากเจอกันอีกครั้ง ฟางหรงต้องบอกโซฟีให้ได้

         บอกว่า นางอยากเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายจริงๆนะ

         ความจริงใจนี้ 

         ไม่ใช่คำโกหก 

        “…”

         ทว่าพวกนางจะมีชีวิตรอดหลังจากนี้หรือเปล่านะ 

         ฟางหรงหลุบตาลงอย่างเศร้าซึม พวกนางตามรอยทะเลกระทงมาถึงห้องเก็บสมบัติ รัชทายาทน้อยมั่นใจว่านี้คือใจกลาง และจุดหมายของพวกนาง กระนั้นสิ่งที่เฝ้ารอพวกนางไม่ใช่กล่องสมบัติอย่างในนิทาน ณ ห้องโถงขนาดใหญ่โตมโหฬาร เพดานพังทลาย ผนังพังย่อยยับ ประตูพังถล่ม เก้าอี้ โต๊ะล้มระเนระนาด สุดปลายห้องคือแท่นพิธีบูชา ห้องนี้เปรียบประหนึ่งศาลาบูชาชาวปักษา เป็นห้องพิธีที่ใช้ทำพิธีสวดมนตร์วิงวอนต่อพระเจ้านั้นเอง

         ทว่าสิ่งที่ถูกบูชาไม่ใช่ปักษา

         “นักบุญหรือ”

         เสียงราบเรียบทว่าแฝงความหวังสามส่วนดังกังวานท่ามกลางบรรยากาศสิ้นหวัง ฟางหรง ละสายตาจากเจ้าสิ่งนั้น นางหันมองดวงไฟกลมๆสีขาวนวล ตอนแรกรัชทายาทน้อยเกือบเป็นลมเพราะนึกว่าเจอผี แต่เคราะห์ที่พลูโตตบก้นนางก่อน ฟางหรงเลยไม่ยอมสลบ พวกนางมองดวงไฟที่แลไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และทันใดนั้น ดวงไฟสีขาวพลันแปลงกายเป็นสตรีนางหนึ่ง รูปร่างอวบอ้วน ร่างกายโปร่งแสงสีขาว สวมอาภรณ์โบราณเหมือนชุดประจำเผ่าปักษา นางมีปีกนกนางนวลกางเหนือแผ่นหลัง แลคลับคล้ายว่านางคือ

         “ปักษา..แห่งความลับหรือ”

         พวกฟางหรงไม่ยักรู้ปักษาแห่งความลับ ตัวกลมอ้วนน่ารักเช่นนี้ ว้าว

         “..ไม่ใช่นักบุญ..พวกเจ้าเป็นใคร”

         ปักษาแห่งความลับผงกหัวยอมรับว่านางคือปักษาแห่งความลับตัวจริง แต่ก็ไม่เชิง เพราะนางตายแล้ว ที่เห็นนี้คือดวงจิตที่ยังไม่ปล่อยว่างเฉยๆ นางใช้พลังทั้งหมดชีวิตเพื่อปกป้อง และรักษาความลับในโลกมิติลี้ลับแห่งนี้ ต่อให้ตายแล้วนางก็ยังไปสู่สวรรค์ไม่ได้

         “พวกข้า..”ฟางหรงสูดหายใจเต็มปอด

         ชาวปักษาถือเป็นพระเจ้าสูงสุดของโลกใบนี้ พวกท่านคือสิ่งที่ฟางหรงเคารพรัก และนับถือ การพูดคุยกับพระเจ้าไม่สามารถใช้คำพูดอย่างคนปกติคุยกัน ต่อให้ฟางหรง และพลูโตมีฐานะสูงศักดิ์กว่าสามัญชน กระนั้นพระเจ้ากับมนุษย์เรียกว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฟางหรงค้อมตัวอย่างสง่างาม พลูโตถอนสายบัว พวกนางก้มหน้ากิริยาอ่อนช้อย และกล่าวสนทนากับพระเจ้าด้วยน้ำเสียงยำเกรง

         “ตัวข้ามีนามฟางหรง ดำรงตำแหน่งรัชทายาทแคว้นไททันเจ้าค่ะ”

         “ตัวข้านามพลูโต บุตรธิดาผู้สืบสายเลือดนักบุญเจ้าค่ะ”

         ฟางหรง และพลูโตเอ่ยแนะนำตัว และฐานะทางการ ข้อมูลบ้านเกิดของฟางหรงไม่สะกิดใจปักษาแห่งความลับเท่าต้นกำเนิดของพลูโต “ผู้สืบสายเลือดนักบุญหรือ?” ปักษาแห่งความลับสยายปีก และลดตัวลงมายืนใกล้ๆพลูโตเพื่อพินิจดูซาลาเปาน้อยอย่างจริงจัง กระนั้นน่าเสียดายที่พลูโตมีพลังของนักบุญน้อยนิด

         “..ทำไมพวกเจ้ามาที่นี้ รู้หรือไม่นี้คือเขตหวงห้าม”

         “..”

         ฟางหรง และพลูโตมองตากันละห้อย ใช่ พวกนางไม่รู้มันคือเขตหวงห้าม ฟางหรงเอ่ยปากเล่าที่มาที่ไปของพวกนาง เล่าว่าทำไมมาที่นี้ คราวปักษาแห่งความลับฟังแล้วเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อ นางแอบบ่นพึมพำทำนองต่อว่าสมาคมอะไรสักอย่าง และแว่วๆเอ่ยถึงจอมอาคม แต่ฟางหรงแอบคิดว่าปักษาแห่งความลับเป็นคนมองโลกในแง่ดี นางบ่นไปสักพักก็เริ่มมโนไปเองว่า บางทีจอมอาคมอาจทิ้งเบาะแสไว้เพื่อให้สักวันหนึ่งมีคนมาสะสางเรื่องนี้

         คนที่ไม่ใช่จอมอาคมอ่ะ จะใครก็ได้

         “..”

         ปักษาแห่งความลับแอบถอนหายใจเบาๆ และหลุบตามองพวกฟางหรง มองนานๆแล้วก็ถอนหายใจใหม่

         คือ..?

         ฟางหรงไม่รู้เพราะอะไรท่านจึงต้องถอนหายใจเมื่อมองพวกนาง แต่นางสังหรณ์ใจไม่ดีเลย และดูเหมือนนางจะเดาถูก

         ปักษาแห่งความลับก้มมองพวกฟางหรงด้วยแววตาเวทนา สงสาร และเจ็บปวดรวดร้าว นางคิดว่าหากผู้ที่มายังเขตหวงห้ามจะมาพร้อมพลังอำนาจที่มากพอกำจัดสัตว์ร้ายที่ถูกผนึก กระนั้นไม่ใช่เลย คนที่มาคือพวกฟางหรงที่ไม่มีพลังมากพอสะสางปัญหา ปักษาแห่งความลับไม่อยากทำใจร้าย กระนั้นความจริงเป็นเช่นไรนางต้องกล่าวตามนั้น เพราะนี้ถือเป็นความลับหนึ่งที่สำคัญมากๆ และเพราะพวกฟางหรงอยู่ที่นี้แล้ว พวกนางจึงมีสิทธิ์รู้ความจริงของสถานที่แห่งนี้

         สมบัติที่พวกฟางหรงตามหามีจริง และอยู่กับปักษาแห่งความลับ

         แต่เรื่องสำคัญกว่านั้นคือ

         “สิ่งที่พวกเจ้าเห็นนั้น..คือเคออส[เอกราชแห่งความตาย]”

         “!!!”

         ปวดใจที่เห็นแววตาตื่นกลัวของเหล่าเด็กน้อย ปักษาแห่งความลับเอื้อนเอ่ยต่อ เล่าขานถึงหนึ่งในตัวตนที่ครั้งหนึ่งเคยครองนาม 1 ใน 10 มังกรวิบัติแห่งพันธะสัญญาเก่า ลูกสมุน และแม่ทัพของกองทัพราชันมังกรที่เคยเหยียบย่างทำลายโลกใบนี้ “เคออส” หากกล่าวว่ามังกรคือที่สุดแห่งอำนาจแล้ว เจ้ามังกรตนนี้ก็เหนือกว่านั้นร้อยเท่า เพราะมันคือหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพราชันมังกรที่เคยนำทัพทำลายแผ่นดินครึ่งโลก ด้วยพลังมาโฮระดับเหนือดวงดาว มันใช้พลังสังหารปักษาสวรรค์มากกว่าร้อยชีวิต บดขยี้ความหวังของมวลมนุษย์ชาติชนิดที่ปักษานิลกาฬยังไม่เทียบเศษเสี้ยวของจำนวนคนที่มันกินแม้แต่น้อย เคออสมีพลังระดับภัยคุกคามสูงสุด หากนับตามลำดับแล้ว มันเป็นรองเพียงราชันมังกร และมีพลังเหนือกว่าปักษานิลกาฬในสมัยก่อน

         การกำจัดสัตว์ร้ายตนนี้เรียกว่าต้องพึ่งปาฏิหาริย์ และแม้นยากเย็นชนิดต้องแลกด้วยล้านชีวิต

         ปักษาแห่งความลับก็ทำได้

         ทว่านางทำได้เพียงปิดผนึกมันเท่านั้น

         “ข้ารับบัญชาจากผู้นำเผ่าปักษาให้กำจัดสัตว์ร้ายตนนี้..เพราะข้าถือเป็นศัตรูทางธรรมชาติของมัน”

          เคออสมีขุมพลังมาโฮมหาศาล มันกลืนกิน “ความทรงจำเป็นอาหาร” พลังของมันจะเพิ่มทวีเมื่อกินความทรงจำของสรรพสิ่งทรงปัญญา ยิ่งมันเจอศัตรูที่มีอายุมากเพียงใด ความทรงจำมากมาย มันยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น ในอดีตเคออสกลืนกินความทรงจำของสิ่งมีชีวิตอื่น และใช้พลังทำลายล้างโลกเคียงข้างราชันมังกร ไม่มีใครเอาชนะเคออส กระทั่งปักษาแห่งความลับถือกำเนิด

         ชาวปักษาเชื่อว่านางคือความหวังที่จะต่อกรกับสัตว์ร้ายตนนี้

         ปักษาแห่งความลับถวายสัตย์แบกรับชะตากรรม และเข้าห้ำหั่นกับเคออส กระนั้นแสงความหวังของนางใช่จะสยบเคออสในคราเดียว เมื่อความจริงนั้นโหดร้ายเกินกว่าใครจะจินตนาการ เคออสไม่มีแววพ่ายแพ้ ต่อให้พลังของมันโดนพลังลบความทรงจำของปักษาแห่งความลับบั่นทอนนกว่าครึ่ง และในช่วงวินาทีที่ปักษาแห่งความลับใกล้สิ้นท่า

         ประกายดาบสีดำนั้นพลันฟาดฟันตวัดฉาบสูง ตัดผ่าทวีป ทะเล และเทือกเขาเป็นสองเสี่ยง

         “..เจ้านั่นเงื้อดาบสีดำ..เพียงครั้งเดียว”

         หากกลุ่มเพื่อนของนางต้องสิ้นหวังเพราะเผชิญจ้าวแห่งการทำล้ายล้าง ปักษาแห่งความลับที่ตอนนั้นแยกจากกลุ่มมาสู้กับเคออสก็ต้องผวาหนักกับดาบสีดำเล่มนั้น การต่อสู้ชี้ชะตาโลกที่เหมือนจะไปขวางทางเดินของเจ้าสิ่งนั้น มันเพียงเดินผ่านมา และผ่านไปอย่างว่าไม่เห็นปักษาแห่งความลับ และเคออสในสายตา สายตาที่ว่างเปล่าของมันคู่นั้น

         มองสิ่งใด ปักษาแห่งความลับก็ไม่รู้

         ทว่าเพราะดาบเล่มนั้น เคออสจึงบาดเจ็บหนัก ร่างกายของเจ้ามังกรโดนผ่าครึ่งเป็นสองท่อน กระนั้นมันยังไม่ตาย มันใช้ศาสตร์ลับ และกลืนกินความทรงจำจากสิ่งรอบข้าง พยายามฟื้นฟูร่างกายให้กลับเป็นเหมือนเดิม ในจังหวะนั้นปักษาแห่งความลับสู้ไม่ไหวแล้ว นางตัดสินใจทำภารกิจเสี่ยงตายอย่างบ้าบิ่น สละชีวิตตัวเองเพื่อใช้ศาสตร์ลับมาโฮต้องห้าม

         หากกล่าว่าพลังของปักษาแห่งความลับคือการลบล้างความทรงจำเพื่อปิดบังเรื่องราวแห่งความจริง นางก็ให้ความจริงนี้ ทุกอย่างๆที่เกิดขึ้นหายลับไปซะ

         “ศาสตร์ลับต้องห้าม “โนมอทูมอโร[ไม่ขอมีวันพรุ่งนี้]”

         ด้วยพลังอำนาจสูงเท่าดวงดาวทำให้เกิดความผันแปรชนิดไม่อาจควบคุม กินรัศมีพื้นที่เป็นวงกลม อำนาจโดยรวมของมันคือลบทุกสิ่งรอบตัวของปักษาแห่งความลับ ทำลายความจริงทั้งหมด หลังจากใช้ศาสตร์ลับแล้ว พื้นที่รอบๆเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง สิ่งมีชีวิตพื้นที่นี้จะถูกลบความทรงจำอย่างไม่หลักแน่นอน เนื่องจากผลพวงของพลังปักษาแห่งความลับทับซ้อนกับพลังวิเศษของเคออส “ลบล้าง” และ “กลืนกิน”

         “ผลกระทบของพลังกว้างไกลขนาดกลืนกินพื้นที่เมืองมากมาย ทำให้ประวัติศาสตร์มากถูกบิดเบื้อน..ความจริงอย่างไม่อาจหยั่ง”

         ศพของปักษาแห่งความลับถูกฝังข้างใต้นครเมืองแห่งความลับ อาศัยเส้นทางขุมพลังธรรมจักรเป็นแหล่งค้ำจุนเพื่อรักษาผนึก

         ผู้ที่ยอมสละเศษเสี้ยวชีวิตอีกหนึ่งที่ช่วยให้ความจริงนั้นยังคงอยู่ คือจอมอาคมที่นางก็แค่เดินๆผ่านทางมาเช่นกัน

         ช่วยจัดเรียกผนึกเคออสให้มั่นคง ปรับปรุงการกลืนกิน และจัดระเบียบสิ่งๆต่างดูเหมือนจะมีระเบียบกว่าเดิมนิดหน่อย

         “ท่านบอกให้รอนักบุญที่มีญาณสูงส่งมาสานต่อภารกิจกำจัดเคออสให้จบ..”

         ปักษาแห่งความลับทำตาม และเฝ้ารอนักบุญหลายร้อยพันปี กระทั่งวันนี้นักบุญมาแล้ว แต่

         “…”

         กรุณาอย่ามองข้าด้วยสายตาหมดหวังเช่นนี้สิเจ้าคะ.. พลูโตคางตก เมื่อต้องเจอพระเจ้ามองด้วยสายตาแบบ..

         เฮ้อ…

         “มันกำลังกินความทรงจำ..รอวันตื่นอีกคราว”

         เคออสยังไม่ตาย มันกำลังพักฟื้นพลังในผนึก คอยกลืนกินความทรงจำของนครแห่งความลับ ของคนที่ผ่านมายังนครแห่งนี้ หลับใหลเฝ้ารอวันตื่นอย่างเงียบงัน

         รอวันที่ราชันของมันตื่นเช่นกัน 

         กล่าวว่ามังกรไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาอย่างพวกฟางหรงจะต่อกรอยู่แล้ว ความหวังจะกำจัดเคออสยิ่งไม่ต้องเอ่ย เพราะเหตุนั้นปักษาแห่งความลับจึงเศร้าระทมทุกข์ “ปล่อยมันออกไม่ได้..ข้าเปิดประตูไม่ได้” ปักษาแห่งความลับมองพวกฟางหรงอีกครา รัชทายาทน้อย และซาลาเปาน้อยคิดตามคำพูดพระเจ้าแล้ว พลั่งตระหนก และเข้าใจ

         “ป แปลว่าพวกเรากลับโลกเดิมมิได้หรือเจ้าคะ”

         พลูโตแตกตื่น ปักษาแห่งความลับหลับตา

         คำตอบคือใช่

         ฟางหรงทิ้งแขนลงพื้น รู้สึกเลือดในกายเย็นยะเยือก นาง..พาเพื่อนมาที่นี้ แถมยังลากโซฟีที่ไม่เกี่ยวข้องติดร่างแหมาด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะนาง รัชทายาทน้อยนัยน์ตาสั่นเทิ้ม หันมองซาลาเปาน้อยอย่างสิ้นหวัง ยามนี้แววตาพลูโตอบอวบความสิ้นหวังเช่นกัน พวกนางไม่คิดถึงความจริงข้อนี้ ยิ่งไม่รู้ว่าต้องเผชิญเรื่องราวดำมืดเพียงนี้

         ปักษาแห่งความลับไม่มีทางเลือก เพราะหากเปิดประตูเพียงเล็กน้อย เจ้าเคออสก็สามารถดูดกลืนความทรงจำได้จำนวนมหาศาลในพริบตา

         และแม้นยังไม่บอกพวกฟางหรง เพราะกลัวพวกเด็กน้อยตกใจกว่านี้

         แต่ความจริงแล้ว..

         “ตอนที่พวกเจ้าเปิดประตู..เคออสได้รับพลังไปไม่น้อย..”

         ปักษาแห่งความลับปิดตาซ่อนความผิดหวังประปราย มันคือความเสี่ยง และการเดิมพัน เมื่อใดก็ตามที่ประตูระหว่างสองโลกเปิด เคออสจะต้องตื่นอย่างแน่นอน เพราะมันขอแค่มีพลังสักนิดก็เพียงพร้อมทำลายผนึกที่กักขังมันนานหลายหมื่นปีแล้ว ความสิ้นหวังนี้จะถูกปลุกให้ตื่น และมันจะต้องสยายปีกทมิฬ และทำลายล้างเมืองแห่งความลับอย่างแน่นอน

         ไม่ใช่แค่นี้หรอก

         พวกฟางหรงอาจรอดกลับโลกเดิม แต่โลกเดิมของพวกนาง.. ไม่แน่จะสวยงามอีกต่อไป

         ปักษาแห่งความลับอดกลั้น ไม่อยากพูดกดดัน และตอกย้ำให้ฟางหรงทุกข์ใจกว่านี้ ไม่อยากบอกว่าเพราะความอยากได้สมบัติชิ้นนั้นของนาง ทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในอันตราย แม้นนางคือรัชทายาท แต่ยังเป็นแค่เด็กเท่านั้น สำหรับชาวปักษาแล้ว พวกมนุษย์ และสิ่งอื่นล้วนเป็นเด็กทั้งนั้นแหละ

         “แล้วหมีคืออะไรหรือ”

         ฟางหรงผวาหนักมาก ใจนางเต้นแรงแถบจะหลุดจากอก ตอนนี้คิดเพียงเรื่องของตัวเอง กระนั้นพอนึกถึงโซฟีแล้ว นาง..

         “พวกมันคือลูกสมุนของเคออส จะคอยจับผู้บุกรุกมาให้เคออสกินเพื่อเพิ่มพลัง”

         จะว่าเรื่องพวกหมีปีศาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ พวกมันคือปีศาจที่ติดตามเคออส คอยรับใช้ และรอคอยวันที่เจ้านายลืมตาตื่น

         “ไม่มีหนทางอื่นที่จักกำจัดมันหรือเจ้าคะ”

         พลูโตเรียกร้องปักษาแห่งความลับด้วยความหวังริบหรี่ ท่านส่ายหน้าบอก “ไม่มีทาง”

         เขตแดนปิดกั้นมาโฮนี้ก็สร้างขึ้นเพื่อสยบพลังมาโฮของเคออส เคราะห์ดีที่มันช่วยกดดัน และปิดผนึกพลังมาโฮเคออสสิบส่วน กระนั้นขอแค่มันสามารถกินความทรงจำนิดเดียวก็พอแล้วที่จะทำลายมิติแห่งนี้

         พลังของปักษาแห่งความลับลดน้อยลง ทว่าพลังของเคออสกลับค่อยๆเพิ่ม ตลกร้ายเหลือเกิน

         “โซฟี..”

         ฟางหรงก้มมองแคนดี้ เจ้าตุ๊กตาแมวเงียบกริบ ไม่เอ่ยอันใดอย่างที่แล้วมา

         “กรรรร”

         โครม!!

         จู่ๆเกิดเสียงคำรามดังลั่นพร้อมด้วยผนังห้องพังกระจุย เศษชิ้นส่วนผนังพังกระจาย พวกฟางหรงยกมือกุมศีรษะตกใจกลัว พลันรัชทายาทน้อยลืมตามองต้นเสียง “โซฟี!!” พลูโตกรีดร้องเมื่อเห็นนักเชิดหุ่นน้อยโดนอุ้งมือหมีปีศาจจับกุมรัดแน่น เมื่อครู่เนื่องจากโซฟีวิ่งหนีตายไม่คิดชีวิต นางเหนื่อยมาก เจ็บมากด้วย จังหวะหนึ่งนางเหมือนจะวูบ เลยพลาดโดนหมีปีศาจตนหนึ่งกระโจนเข้าจับศีรษะ และเอาหัวนางเหวี่ยงฟาดใส่ผนังห้องถล่มทลาย

         “แคกๆ”

         นักเชิดหุ่นน้อยเจ็บจะตาย นางกัดฟันกรอด ปากเลือดไหลริน ทั่วร่างมีบาดแผลน้อยใหญ่ เลือดไหลซึม แค่มองก็รู้นางสะบักสะบอม สภาพโดนขยำเละ

         ฟางหรงรีบลุก และวิ่งไปช่วยโซฟี ทว่าทันใดนั้น เคออสพลันลืมตาตาสาดจิตสังหาร

         แววตาทรงอำนาจเปิดกว้างพร้อมแรงกดดันที่สาดกระจายปกคลุมทั่วพื้นที่!!!

         “!!”

         “!!”

         !!!

         โซฟีไอ น้ำลายปนเลือด นางฝืนลืมตาสีฟ้านภาอย่างอ่อนล้าเพื่อมองพวกฟางหรง และมองสัตว์ร้ายในตำนาน “!!!” นักเชิดหุ่นน้อยหนีโดยอาศัยเบาะแสของพวกฟางหรงมาถึงที่นี้ และสิ่งที่รอนางนอกจากพวกฟางหรงแล้วยังมีมังกรตนหนึ่งด้วย “ม มังกร..” สิ่งมีชีวิตระดับสูง ทรงปัญญา ในประวัติศาสตร์ยกย่องว่าพวกมันคือสัตว์ร้ายที่มีอำนาจทำลายโลก โซฟีไม่เคยเจอมังกร นี้เป็นครั้งแรกที่นางเผชิญหน้ามังกรของจริง

         แรงกดดันชนิดเดียวกับปักษานิลกาฬ ทว่าน่าเกรงขามกว่าร้อยพันแปดหมื่นเท่า!!!

         ขนาดไม่มีพลังมาโฮยังกดดันขาสั่นเช่นนี้

         โซฟีสบตาเจ้ามังกรร้ายเคออส ดวงตาของมันอัดแน่นด้วยขุมพลังความร้อนมหาศาล เพียงแค่มองโซฟีก็กลัวฉี่ราดแล้ว “พ พี่สาว”

         ริมฝีปากน้อยสั่นเทิ้มด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ เจ้าหมีปีศาจจับร่างโซฟี และเหวี่ยงไปไม่ใกล้ไม่ไกลพวกฟางหรง ร่างน้อยร่วงตกพื้น และกลิ้งกระเด็นกระดอน หัวกระแทงพื้น หลังกระแทงโต๊ะ ขาโดนเก้าอี้บาด โซฟีใช้พลังทั้งหมดจัดการหมีปีศาจแค่ตัวเดียวก็สุดแรงกายนางแล้ว ตอนนี้นางไม่เหลือแรงแม้แต่จะกระดิกหรือเอ่ยวาจากรีดร้องด้วยซ้ำ

         “โซฟี!!”

         ฟางหรงอุทานเสียงเบาทว่าหนักใจ นางอยากวิ่งเข้าไปดูอาการสาวน้อย กระนั้นเคออสขยับร่างอันใหญ่ยักษ์ ร่างกายเกล็ดสีดำทะมึนเคลื่อนพร้อมโซ่เหล็กอาคมที่ล่ามแขนขามัน มันมีสามหัว แต่ละหัวเริ่มตาเปิดทอแสงโลหิตสีแดงฉานจับจ้องพวกฟางหรงด้วยความน่าเกรงขาม “!!” พลูโตฉี่ราด ยืนไม่ไหว นางเข่าอ่อนนั่งแปะพื้น กลัวจนไม่กล้าขยับ แรงกดดันของเคออสรุนแรงมาก

         แรงพอบดทุกสิ่งให้แหลกสลาย แช่แข็งอากาศให้เย็นเยียบราวนรกน้ำแข็ง

         ฟางหรงไม่กล้าทิ้งพลูโต จะไปหาโซฟีก็ไม่ไหว

         ปักษาแห่งความลับทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะนางเป็นแค่ดวงจิตเท่านั้น

         ท่านเพียงล่องลอย และมองพวกฟางหรงด้วยสายตาสิ้นหวัง เลือนลอย

         “นี้คือสิ่งที่ข้ารอหรือ..”

         วาระสุดท้ายที่ข้าต้องเห็น ต้องมองดูคือภาพเหล่าเด็กน้อยตกอยู่ความสิ้นหวังหรือ..

         “แคนดี้..” โซฟีพยายามไม่หลับตาต่อให้เจ็บปวดเจียนตาย นางนอนราบกับพื้น แก้มแนบดิน ผมกระเซิง อุ้งมือน้อยกาง และพยายามยื่นมือหมายหมั่นขอมือคู่หูคู่ชีวิต เจ้าตุ๊กตาแมวโดนทิ้งบนพื้นอย่างไม่มีใครสนใจ มันนอนมองโซฟีเช่นกัน และตอนนี้มันอยากบอกเจ้านาย

         “จะให้ข้าโดนกินแทนก็ได้นะ

          …..

         …

         .

         “..”

         โซฟีจุกอก หายใจยากเย็น ขอบตาร้อนผ่าว หยาดน้ำตารินไหล..

         “กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร”

         เคออสสะบัดแขนกำยำทำลายโซ่ล่ามขาดสะบั้น ศีษระทั้งสามชูชี้ฟ้า และอ้าปากร้องคำรามเสียงดังลือลั่นสั่นนภาให้หวาดสะพรึง มันสยายปีกมังกรดำโบกพัดทำลายอาคารแห่งบาปคนตะกละย่อยยับ โครม โครม อาคารถล่มลง สายฝนพลันสาดประโปรายทั่วห้องศาลาบูชา เหล่าหมีปีศาจยกกำปั้นทุบอกอย่างบ้าคลั่ง “กรรรรรรรรร” พวกมันร้องคำรามด้วยความยินดีที่เจ้านายฟื้นคืนชีพ

         “กรรรรรรร”

         “กรรรร”

         ตุบๆๆๆๆๆๆๆ

         ตุบๆๆๆๆๆ

         “กรรร”

         

เคออสตื่นแล้ว 

“ราชันแห่งข้าจงเจริญ” 

 

         ณ โลกมิติลี้ลับ เคออส เจ้ามังกรสามหัวลุกยืน และใช้หางยาวเหยียดรัดพันตัวอาคารแห่งบาปคนตะกละปานอสรพิษรัดพันต้นไม้โลก เสียงครืนๆของร่างกายมันสั่นประสาททุกผู้ให้ประหวั่นพรั่นพรึง เหล่าหมีปีศาจยืนเรียงรายพร้อมหยิบยื่นของบูชาให้เจ้านาย ฟางหรง พลูโต และโซฟี เวลานี้ไม่มีใครสามารถหนีได้อีกแล้ว โลกทั้งใบใกล้พินาศเพราะพวกนาง

         ลมพายุพัดคลั่ง สายฟ้าส่งเสียงคึกคะนอง

         แรงกดดันของพญามังกรกดทับสรรพสิ่งให้หยุดหายใจ และหมอบกราบมัน โซฟีนอนมองพวกฟางหรงด้วยสายตาว่างเปล่า

         ใจถวิลหาพี่สาว… อยากให้พี่อยู่ตรงนี้

         ทำไมช่วงนี้นางซวยจังนะ.. ตั้งแต่เมื่อใดนะที่ชีวิตนางต้องเจอสัตว์ประหลาดเช่นนี้ โซฟีจำไม่ได้แล้ว เพราะอะไร เมื่อไหร่ นางเห็นพวกฟางหรงนั่งกอดกัน พลูโตตัวสั่น สีหน้าหวาดหวั่นระบายด้วยความกริ่งเกรง ฟางหรงหลับตาอยากหนีความจริง นั้นสินะ โซฟีอยากหนีเช่นกัน วิ่งหนีจากตรงนี้

         หนี..

         หนี..จากความเจ็บปวด

         ชีวิตนางพังไม่เหลือซากตั้งแต่วันนั้น วันที่นางหลบหนีจากวิหารปักษา วันที่นางต้องกัดฟัน เดินลากขา คุ้ยขยะเพื่อหาเศษอาหาร วันที่นางต้องนอนริมถนนในคืนอันเหน็บหนาว วันเวลาที่เมื่อเงยหน้าแล้วนางมองไม่แสงดาว เห็นเพียงท้องฟ้าอันมืดสลัว โลกทั้งใบที่ปฏิเสธนาง สังคมที่ผลักไสนาง กระนั้นท่ามกลางโลกที่ถูกย้อมด้วยสีดำนั้นมีคนยื่นมือให้นาง อาจารย์… พี่สาว..

         เหล่าคนที่บอกนางว่าไม่เป็นไร

         คนพวกนั้นคือแสงสว่างของนาง..

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         ชีวิตนี้เคยคิดว่าถ้าตนเองตายไปซะ คงไม่มีใครเหลียวแล  

         แต่ว่าตอนนี้หากนางตาย พี่สาวต้องเสียใจมากแน่ๆ

         พี่สาวรักครอบครัวมากนี่นา ถ้ารู้ว่าโซฟีไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว พี่สาวจะรู้สึกอย่างไรนะ..

         “ขอโทษนะ..พี่เมรัย”

         น้ำตาใสรินไหลอาบแก้มเมื่อรับรู้ว่าความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ โซฟีไม่รู้สึกผิดต่อใครนอกจากพี่สาวที่อุสามีวาสนาเจอกันในชีวิตนี้ แต่ว่าพอคิดๆแล้วโซฟีแอบเสียใจเรื่องอีซีโอเหมือนกัน แม้นางไม่คิดถึงเรื่องของเขามากเท่าใด กระนั้นทุกอย่างที่เขาทุ่มเทให้นาง นาง..ยังไม่ได้ให้คำตอบเขาเลย

         “โซฟี..”

         เสียงฟางหรงดังขึ้น ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว มวลอากาศแปรปรวนไม่แน่นอนพอๆกับสายฟ้าบนนภาสีเขียวทมิฬ รัชทายาทน้อยนั่งกอดซาลาเปาน้อย และลูบไหล่อีกฝ่ายปลอบประโลมเบาๆ ฟางหรงทำผิดอย่างยิ่ง นางไม่รู้จะชดใช้สิ่งที่ตนทำอย่างไร แม้นแต่ความตายก็คงไม่พอชดใช้กระมัง รัชทายาทน้อยไม่เคยนึกเสียใจเท่านี้ในชีวิต นางหันหน้ามองโซฟี มองด้วยสายตาลึกซึ้ง และระบายด้วยความหวัง

         “ขอโทษ..”

         คำพูดสั้นๆที่ซื่อตรง และละมุนละม่อม โซฟียินแล้วยอมรับ และให้อภัย คนเราทุกคนเคยผิดพลาด.. ครั้งนี้ฟางหรงก็แค่พลาด..

         “ข้าอยากเป็นเพื่อนกับเจ้าจริงๆนะ

         ..

         .

         .

         ฟางหรงรวบรวมความเชื่อมั่น และทุกอย่างกลั้นคำพูดจากหัวใจของนาง และบอกโซฟี

         นางสัญญากับตัวเองแล้วว่าหากเจอโซฟีอีกครั้ง.. 

         นางจะพูดประโยคนี้ให้ได้ 

         “ข้าอยากเป็นเพื่อนกับเจ้า..”

         หากชาตินี้ไม่ได้ เช่นนั้นชาติหน้า หากพวกเราพบกันอีก.. ฟางหรงคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่สุดในชีวิตนาง..

         โซฟีเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วแน่นหน้าอก หัวใจบีบรัดทรมานแสนสาหัส นางอยากร้องไห้ดังๆ ทำไมพวกนางต้องมาเจอกันตอนนี้ด้วย ทำไมไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้ พระเจ้า..หากท่านมีจริงช่วยบอกข้าที

         “..”

         โซฟีไม่เหลือแรจะตอบ และยอมรับฟางหรง

         หัวใจนางเดินอยู่ในความมืดมานาน.. เรื่องธรรมดาๆของคนธรรมดานางไม่ชินเสียแล้ว เรื่องการขอเป็นเพื่อนอะไรแบบนั้น นางกลัว และไม่กล้าตอบรับ ทว่าลึกๆแล้วนางรู้ดีว่าใจนางต้องการ

         นางไม่อยากอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ 

          น่าขำจังนะกว่านางจะยอมรับ ยอมฟังเสียงหัวใจตัวเองได้ ก็สายเกินเสียแล้ว..

         โซฟีหลับตาสิ้นอาลัย

         ฟางหรงหันหน้าเผชิญสัตว์ร้ายในตำนาน เคออส

         ปักษาแห่งความลับไม่อาจทนมองภาพตรงหน้าอีกต่อไป

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         “ต่อให้พี่ร้องหานานเพียงใด..ก็ไม่มีใครปรากฏกายขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่สักคน”

         .

         .

         .

         .

         “…”

         นั้นสินะ… โซฟีนึกถึงคำพูดของพี่สาวในคืนนั้น การที่คนเราจะหันมองรอบข้างเพื่อหาที่พึ่งพาถือเป็นเรื่องธรรมดา กระนั้นโลกนี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือหยิบยื่นมือของใครให้เราจับเมื่อเราต้องการ โซฟีรู้ รู้ดีว่าบางครั้งไม่ปาฏิหาริย์ รู้ว่าบางครั้งไม่มีใครสามารถช่วยเราได้ต่อให้เราต้องใครสักคนมากแค่ไหน พี่เมรัยไม่สามารถปกป้องโซฟีได้ตลอดเวลา นักเชิดหุ่นน้อยต้องช่วยตัวเอง หากอยากรอด หากอยากมีวันพรุ่งนี้ หากว่า..

         หากว่านางอยากช่วยใครสักคน…

         “…”

         น่าสมเพชจังนะ 

         โซฟีนอนมองภาพเคออสกำลังอ้าปากหมายกินพวกฟางหรงหมดตัว ทั้งที่ทุกอย่างเหมือนจะจบแล้ว แต่โซฟีไม่อยากให้มันจบเช่นนี้เลย

         “…”

         ตึก(เสียหัวใจเต้น)

         .

         .

         .

         .

         อ่อนแอเกินไปหรือเปล่านะ

         ขี้เกียจเกินไปหรือเปล่านะ

         ช้าจังเลยนะ

         โลกใบนี้วุ่นว้ายจังนะ

         เวลาเมื่อไหร่จะหยุดเดินนะ

         ตึก(เสียงหัวใจเต้น)

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         ไม่ว่าหน้าไหนๆก็หาแต่เรื่องปวดมาให้ตลอด

         “คลื่นพลังมาโฮ..ป เป็นไปไม่ได้”

         ประกายไฟแล่นทอติดๆดับๆ ปักษาแห่งความลับลืมตาจับจ้องมองโซฟี สาวน้อยนอนราบบนพื้น จู่ๆบรรยากาศรอบตัวนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไอพลังมาโฮค่อยๆทยอยแผ่ออกจากร่างสาวน้อย ออร่าสีแดงทับทิมค่อยๆลุกโชติช่วงดั่งเปลวเพลิงสวรรค์ แรงกดดันของเคออสที่กดทับนางเริ่มถูกตีโต้ด้วยพลังมาโฮที่กำลังปะทุช้าๆทว่ายิ่งทวีความแรงเพิ่มขึ้นทุกวินาทีประหนึ่งดวงตะวันใกล้ฉายแสงสว่าง ณ ขอบฟ้า

         เคออส เจ้ามังกรร้ายหันทั้งสามหัวมองโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยหมดแรงแล้ว นางอยากนอนตายให้สิ้นเรื่อง ตายๆไปเดี๋ยวชาติหน้าก็ฟื้น บ้าบอ ถ้านางต้องมาตายทั้งที่ชีวิตนี้ยังไม่อ้วน นางไม่ยอมตายหรอกนะ “อย่า..”

         โซฟีกัดฟันเลือดทะลักไรฟัน ขอบตามีน้ำตาเลือดรินไหล นางขยับศีรษะที่หนักอึ้งราวโดนเหล็กยัดใส่ ทั้งกายเจ็บปวดปานตกหน้าผา กระดูกหัก กระนั้นนางจะไม่อยากหลับตาเด็ดขาด ต่อให้สมองตอนนี้สับสน และกังวานเต็มไปด้วยเสียงใครก็ไม่รู้ก็ตาม กระนั้นนางจะต้องไม่ตาย นางมีเหตุผลที่จะชีวิตแล้ว ชีวิตนางไม่ยอมรับ!!! ยอมรับเรื่องราวแบบนี้ สวรรค์!! พระเจ้า!! ชะตากรรมผลักนางมาที่นี้แล้ว นางจะไม่ยอมนอนเฉยๆปล่อยให้เรื่องจบอย่างโศกนาฏกรรมดั่งเช่นในอดีต

         ตราบใดที่นางยังอยู่

         ตราบใดที่นางยังหายใจ

         “อย่ามา…”

         ประกายพลังมาโฮพวยพุ่ง จิตพลังบริสุทธิ์แตกทะลักราวน้ำตกสวรรค์ ฟางหรง และพลูโตเบิกตากว้างมองโซฟีค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากภายใต้แรงกดดันของเคออส ขนาดวีรบุรุษ ผู้กล้า นักบุญยังสิ้นหวัง และยอมนอนดีกว่าลุกสู้เคออส แต่สาวน้อยคนนี้

         ปักษาแห่งความลับตกตะลึง

         “ไม่ใช่มนุษย์แล้ว..”

         พลังมาโฮของโซฟีเพิ่มขึ้น ยกระดับ สูงกว่าต้นโพธิ์ สูงกว่าท้องฟ้า สูง สูง..กว่าดวงดารา และขอบเขตความกว้างนี้..

         โซฟีแย่งเขี้ยวปานสัตว์ร้าย นางลุกใช้อุ้งมือยันพื้น เคออสเพิ่มแรงกดดันจนกดร่างโซฟีพื้นยุบเป็นหลุมร้าว กระนั้นนักเชิดหุ่นน้อยไม่ยอมทรุด นางลุก และเงยหน้าที่ยามนี้เปิดดวงตาทั้งสองข้าง ดวงตาสีฟ้านภาสาดแสงสีฟ้าครามบังเกิดประกายเปลวเพลิงสีทองไสว ดวงตาสีแดงทับทิมสาดแสงสีโลหิตแพรวพราว หน้าผากมีธารเลือดไหลอาบแลน่ากลัวปานมัจจุราช นัยน์เปี่ยมด้วยเพลิงโทสะคุกรุ่น

         ความเกรี้ยวกราดที่ลุกไหม้ราวเปลวเพลิงปีกปักษามรณา แผดเผาซึ่งศัตรู และผู้บังอาจหันดาบใส่นาง

         นางกัดปล่อยสติไหลไปกับคลื่นพลังที่ไม่อาจควบคุม ราวตอนนี้โซฟีไม่ใช่โซฟีอีกแล้ว ทว่าสิ่งเดียวที่ยังคงเดิมคือความตั้งใจอันแรงกล้าของนาง

         ประกายมาโฮเข้มสาดแสงระยิบระยับในพริบตา ภาพนั้นราวเทวาจุติลงสู่พิภพเพื่อเปลี่ยนนรกเป็นสรวงสวรรค์นภาลัย

         “อย่ามากินเพื่อนข้านะ!!!”

         โซฟีตะโกนลั่น พลันอุ้งมือที่ยันพื้นนั้นกำขยี้พื้นดินเป็นผุยผง คำประกาศของนางปลุกให้ทุกชีวิตตื่นจากความสิ้นหวัง วินาทีนั้นน้อยคนนักจะสนใจเสียงนาง เพราะสิ่งที่ทุกคนจับจ้องคือปีกปักษาที่ปรากฏบนแผ่นหลังนักเชิดหุ่นน้อย

         ปีกปักษาข้างเดียว รูปร่างผิวเหล็กกล้าสีทองอร่ามดุจดั่งคมกรงเล็บเครื่องจักรสังหาร

         “ปักษา..”

         ฟางหรงมองปีกบนแผ่นหลังโซฟี พลังของมันปรากฏเป็นออร่ามาโฮระดับสูงเกินจริง ระดับสูงกว่าดวงดาว สูงกว่านั้นร้อยพันเท่า

         “มาโฮ..ระดับเทวาลัย”

         รัชทายาทน้อยพึมพำตกใจมาโฮที่ก้าวข้าวหลักความจริง ก้าวข้ามหน้าประวัติศาสตร์ขุมพลังมาโฮสิบล้านปี ฝ่ายปักษาแห่งความลับนิ่งผงะ เอ่ยเสียงสั่นเครือ“เด็กคนนั้น..”

         ปีกปักษาเพียงแค่ข้างเดียว… ในตำนานปักษามีเพียงปักษาองค์เท่านั้นที่มีปีกข้างเดียว…

         “แคนดี้ จะนอนตายอีกนานหรือไม่!!”

         โซฟีโกรธเจ้าตุ๊กตาแมว แคนดี้ถึงกลับต้องเดินทางกลับมาจากอีกฝั่งทะเลปรโลกเลย อุสานึกว่าจะได้ไปหาคุณย่าแท้ๆ

         ตุ๊กตาแมวพลันลอยตัวขึ้นจากพื้น และกลายร่างเป็นเครื่องจักรสังหาร การแปลงร่างของมันครั้งนี้แตกต่างจากยามปกติสิ้นเชิง เริ่มจากตัวมันถูกดูดเข้าไปในหลุมดำสีแดงที่กลืนกินกระทั่งสรรพสิ่งรอบด้านปานหลุมดำ และปรากฏกายขึ้นข้างหลังโซฟีอย่างองอาจ พลังอำนาจมาโฮของโซฟีแปรเปลี่ยนเป็นพลังให้แคนดี้ หลอมรวม และพัฒนาร่างกายของมันใหม่ เปลี่ยนให้เครื่องจักรสังหารกลายเป็นเทพมรณะที่แท้จริง

         กรงเล็บสีทองเพิ่มปลายแหลมคมกริบ

         ผ้าคลุมขาดหลุดลุ่ย ปกติดตราสัญลักษณ์

         ร่างกายเสริมเกราะเหล็กแข็งกว่าเกล็ดมังกร

         ส่วนศีรษะกลมมีเขาเหล็กทองงอกเฉกเช่นอสุราร้าย

         สิ่งที่น่าเกรงขามเหนือทุกส่วนของสรรพางค์กายคือปีกโลหะสีทองที่กางสยายเหนือแผ่นหลังของมัน

         ออร่ามาโฮสีแดงโลหิตคมกริบระเบิดสร้างความเสียหายให้เหล่าหมีปีศาจรอบด้านถูกคมกรงเล็บฟันร่างขาดกระจุยในพริบตาที่แคนดี้เปิดตัว

         ลมพัดแรง ปฐพี เวหา อาคาร โลกทั้งใบสั่นสะท้านด้วยพลังมหาศาลชนิดที่ไม่มีใครเทียบเท่า

         --

         กึกๆ

         “แผ่นดินไหวจ้าพ่อแม่พี่น้อง!!”

         “อ อะไร”

         พลังมาโฮของโซฟีเพิ่มสูงชนิดที่โลกมิติลี้ลับไม่สามารถแบกรับพลังไหว โลกเกิดรอยแตกร้าว และก่อให้แรงสั่นไปยังโลกอีกฟาก นาโนที่เล่นเกมกับอีซีโอเป็นต้องแตกตื่น ส่วนเจ้าหนุ่มก็แกล้งตกใจ และแอบใช้กลโกงขณะที่คู่ต่อสู้ไม่ทันสังเกต

         --

         “ฆ่ามันแคนดี้!!!ฆ่าอย่าให้เหลือ เอากรงเล็บแทงดากมันเลย!!”

         โซฟีเดือดดาล นักเชิดหุ่นน้อยทุ่มพลังทั้งหมดชีวิตใส่แคนดี้ สั่งเครื่องจักรสังหารโถมตัวบุกถล่มใส่เคออส ต่อให้ศัตรูคราวนี้คือมังกรร้ายในตำนานก็ตาม นางก็ไม่สน ใครที่บังอาจกินเพื่อนนาง นางจะเอากรงเล็บแคนดี้แทงให้หมดเลย!!

         เคออสโกรธแค้นที่โซฟีบังอาจท้าสู่กับมัน มันอาศัยช่องว่างโลกมิติลี้ลับที่แตกร้าว ขโมยกินความทรงจำของคนในโลกภายนอก กระนั้นไม่ว่ามันจะกิน แล้วเพิ่มพลังมากเพียงไร ก็ไม่อาจสู้พลังมาโฮระดับบ้าคลั่งของโซฟีได้

         “ตี ฟาดมันหัวแตกไปเลยแคนดี้”

         กรงเล็บคมกริบของแคนดี้อาบด้วยพลังมาโฮสีแดงทับทิมผสมสีทองคำเข้มข้นชนิดที่สามารถฟาดตัดสะบั้นเกล็ดมังกร ต่อให้เป็นความตายมันก็ตัดได้!! ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว แคนดี้ร่างจุติเทพมรณะกินพลังมาโฮของโซฟีมากมาย แต่โซฟีมีพลังมาโฮมากมายเช่นกัน ทุ่มเอาพลังมาโฮทั้งหมดที่มีในชาตินี้ตอนนี้อัดใส่เคออสอย่างไม่สนอนาคต แขนขวาโซฟีพลันลุกไหม้ อาบด้วยเปลวเพลิงสีทองน่ากลัว

         “อึก”

         จ เจ็บ

         พลังมาโฮที่เพิ่มสูงอย่างฉับพลันกำลังกัดกินแขนโซฟี.. นักเชิดหุ่นน้อยรู้ดี แต่ก็ต้องยืนยัดสู้

         “โซฟีกำลังทรมาน”

         ฟางหรงอยากวิ่งเข้าไปดูโซฟีใจจะขาด แต่การต่อสู้ระหว่างเทพมรณะกับพญามังกรดุเดือด และรุนแรงขนาดสร้างลมพายุพัดกรรโชก โซฟียืนบังคับแคนดี้อย่างกล้าหาญ มีจังหวะหนึ่งที่การโจมตีของเคออสทำลายเพดานอาคาร เป็นเหตุให้เพดานถล่มจะทับพวกฟางหรง “ว้าย” พลูโตกรีดร้อง โซฟีรีบดึงแคนดี้มาปกป้องพวกฟางหรง ใช้กรงเล็บแคนดี้ฟาดทำลายเพดานทิ้งเป็นเสี่ยง

         วินาทีเดียวกันก้อนอิฐที่อยู่บนเสาอาคารขยับ และร่วงหล่นใกล้ทับโซฟีเช่นกัน

         ไม่ทัน!!

         โซฟีเบิกตากว้าง ไม่สามารถขยับแคนดี้มาทำลายก้อนอิฐ นางไม่มีแรงขยับขาหลบด้วย!!

         วินาทีนั้นวิญญาณปักษามรณาจะโบยบินเข้ามาทำลายก้อนอิฐด้วยพลังของมัน ทว่า

         ฝ่ามือสีดำปริศนาไม่ที่มา ปรากฏร่างขึ้น และปัดก้อนอิฐก้อนนั้นไปพ้นจากตัวโซฟี..

         “..”

         .

         .

         .

         เมื่อกี้มันอะไร

         โซฟีมองเห็นมือสีดำนั้นชัดเจน และเห็นเลือนหายไปในพริบตา..

         “โซฟีระวัง!!”

         เคออสพ่นไฟใส่โซฟี นักเชิดหุ่นตั้งสติ และโยกแคนดี้มาปกป้องตัวเองอย่างรวดเร็ว “ชิ” โซฟีโมโหแล้วนะ ตอนนี้นางปวดหัวมากด้วย ได้เวลาจบแล้วกระมัง

         นักเชิดหุ่นน้อยสูดหายใจเข้าปอด อกขยายพองโต

         ในบรรดาศาสตร์ลับสังหารของโซฟีไม่มีศาสตร์ใดมีพลังมากพอสังหารเคออสในครั้งเดียว กระนั้นตอนที่พลังวิเศษนางตื่น มีบางสิ่งแวบเข้ามาในหัวนาง แม้นนางไม่รู้จักมัน กระนั้นก็เหมือนรู้จัก ศาสตร์ลับสังหารนี้ 

         “เอานะแคนดี้”

         โซฟีเอ่ยเสียงอ่อนโยน ทว่าเปี่ยมด้วยพลังความมุ่งมั่นแรงกล้า นางขอเดิมพันกับศาสตร์ลับใหม่

         แคนดี้แสยะยิ้มอำมหิต ปากโลหะมีหยาดเลือดเปรอะเปื้อน

         วินาทีนั้นโซฟีตั้งสมาธิ นึกภาพ มโนจิต และทำความเข้าใจศาสตร์ลับ ประเมินระดับพลัง และเนื่องจากไม่รู้พลังทำลายของมันมากเท่าใด นางขอเร่งสุดขีดจำกัดของมัน เอาสิบเต็มสิบไปเลย

         โซฟีปิดตา และกำหมัด มือปรากฏเส้นด้ายสีแดงเชื่อมต่อกับแคนดี้ เร่งพลังให้ถึงขีดสุด และปลดปล่อยอย่างลื่นไหลราวมันคือส่วนหนึ่งของนาง

         “ศาสตร์สังหาร[ราชโองการประหารเก้าชั่วโคตร[ประกาศิตพิพากษาเสียงรบกวนยามนิทรา]

         สิ้นเสียงประกาศศาสตร์ลับ สรรพเสียงในโลกพลันเงียบกริบปานสุสาน ไม่มีเสียงลม เสียงฝน เสียงร้อง เสียงใดๆทั้งสิ้น ราวว่าเสียงถูกขโมยไปจากโลกใบนี้ พริบตาทุกคนต่างตกตะลึงในความจริง และในพริบตานั้นที่เหมือนกาลเวลาหยุดนิ่งกลั้นหายใจ แคนดี้ลอยกลางอากาศ กรงเล็บที่อุ้งมือของปรากฏไอร้อนกรุ่นปานเครื่องจักรไอน้ำเตรียมระเบิด หนึ่งวิ สองวิ สามวิ

         ประกายแสงโลหิตสีแดงฉานสะบัดวาดวิถีสองครั้ง

         พริบตา

         ทั้งโลกมิติลี้ลับ และโลกแห่งความจริงพลันถูกตัดขาดกระจุย

         “!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

         เคออสถูกกรงเล็บความเร็วเหนือความเป็นไปได้ตัดสะบั้นเป็นชิ้นๆ อาคาร ท้องฟ้า แม้นแต่หยาดฝนถูกตัดสะบั้น กาลเวลาถูกกระตุก ความจริงถูกกระชาก วิญญาณถูกทำลายล้าง อาคารแห่งบาปคนตะกละในโลกแห่งความจริงถูกฟันขาดครึ่ง ตึกถล่มพินาศ แม้นกระทั่งดวงดาวนับร้อยบนท้องฟ้ายังถูกดับแสงสนิท..   

         “ซ โซฟี..”

         พวกฟางหรงตกตะลึงพลังอำนาจแห่งการฉีกกระชากของแคนดี้ แม้นแต่เจ้าตัวคนใช้ยังไม่อยากเชื่อสายตา “..”

         ห หากเมื่อกี้เคออสไม่บินบนท้องฟ้าละก็

         “อึก”

         โซฟีทรุดเข่ากลืนน้ำลาย เมื่อครู่นี้นางเกือบ..

         ‘พลังอำนาจเท่านี้คงพอสะกิดผิวจ้าวแห่งการทำลายล้างกระมัง’

         โซฟีแว่วยินเสียงตัวเอง แต่ไม่มั่นใจว่านั้นใช่เสียงตัวเองหรือไม่ นักเชิดหุ่นสะบัดศีรษะไล่ความคิดชวนสับสน นางเงยหน้ามองความจริงว่าตัวสามารถโค่นเคออสได้แล้ว ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น “..”

         หนุบ

         สิ้นแรงยืน ร่างเอนล้มลงไปซบเนินอกฟางหรง “..ฟางหรง” “โซฟี..” รัชทายาทน้อยไม่สนว่าเพื่อนทำอะไรลงไป เพราะตอนนี้นางสนเพียงว่าเพื่อนปลอดภัยหรือไม่ รัชทายาทน้อยนั่งลง และปล่อยนักเชิดหุ่นน้อยนอนแอบอิงอกอวบอิ่ม โซฟีเหนื่อยเหลือเกิน แม้นการทำอะไรด้วยตัวเองนางจะชินแล้ว แต่ครั้งนี้ใช้แรงไม่น้อยเลยนะ.. ถ้าแคนดี้ขยับเองได้ แล้วช่วยแบกนาง เจ้านายคนนี้จะดีใจมาก

         “พวกเรา..เป็นเพื่อนใช่หรือไม่”

         โซฟีหลุบตามองฟางหรง รัชทายาทน้อยกลั้นน้ำตา พยักหน้าตอบรับ “อือ โซฟีมีเพื่อนแล้วนะ”

         “ดีใจจัง..”

         แค่นี้..นางก็หลับสบายแล้ว

         “โซฟี!!!”

         นักเชิดหุ่นเหมือนจะไม่รอด แต่ก็รอด นางแค่หมดแรง นอนสลบเท่านั้น ฟางหรงละใจหายวาบ

         พลูโตเก็บตุ๊กตาแมวที่คืนร่างเดิม และเดินมาดูโซฟีนอนกอดฟางหรง เมื่อเห็นทั้งคู่สบายดีแล้ว นางก็วางใจ “รอดแล้วเรา” ซาลาเปาน้อยขอไม่ออกหาสมบัติอีกสิบปี หากต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเช่นนี้ ฟางหรงยิ้มอ่อนมองโซฟีในอ้อมอก ฝั่งปักษาแห่งความลับเมื่อมองดูทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้ว ท่านมองโซฟีด้วยสายตาลึกล้ำ และมองแหวนบนลำคอสาวน้อย

         “หากนางฟื้นแล้ว บอกให้นางอย่าใช้พลังนี้อีก..”

         พลังปีกที่สามารถตัดกระชากความเป็นไปได้ อำนาจของมันมากเกินกว่าที่สาวน้อยในตอนนี้จะแบกรับไหว

         ปักษาแห่งความลับบรรลุหน้าที่แล้ว นางหลับตา และร่างกายสลาย ทว่าก่อนจากกัน ท่านพึงระลึกได้ว่าสาเหตุที่พวกฟางหรงมาที่นี้ก็เพราะอยากได้สมบัติของนาง “สมบัติชิ้นนั้น เจ้าต้องการหรือ”

         ปักษาแห่งความลับแม้ตายแล้วก็ยังหวงแหนสมบัติชิ้นนี้มิน้อย ฟางหรงมองท่านแล้วแก้มแดงหน่อยๆ พลางก้มมองโซฟี พวกนางอุสาทุ่มพลัง และเสี่ยงชีวิตมากมายเพียงนี้ หากต้องกลับมือเปล่า โซฟีคงเหนื่อยใจมิน้อย “ท่านมอบให้ได้หรือไม่”

         ปักษาแห่งความลับก้มมองฟางหรง พลูโต และมองโซฟีในอ้อมแขนอวบ

         “สมบัติข้ามิมอบให้ใครทั้งนั้น..แต่ว่าข้าขอฝากมันไว้กับพวกเจ้าก่อน”

         รอวันใดที่นางกลับคืนสู่โลกใบนี้ นางคอยมาขอคืน

         ฟางหรงมองตาพลูโต สองสาวอ้วนดีใจยกใหญ่

         หลังจากรับสมบัติจากปักษาแห่งความลับแล้ว ท่านชี้นำทางออกให้พวกฟางหรงกลับไปยังโลกเดิม ณ โลกเดิม ที่นั่นเกิดเรื่องใหญ่โตชนิดว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับเมืองแห่งความลับมาก่อน เพราะพลังอำนาจของโซฟีฟันทะลุมิติทำลายอาคารแห่งบาปคนตะกละในโลกความจริงทำให้เกิดหายนะ กระนั้นด้วยพลังอำนาจของเจ้าหนุ่มอีซีโอ เขาสามารถประคองอาคารแห่งบาปคนตะกละไม่ให้ร่วงหล่นสู่พื้นเบื้องล่าง เขาทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะอยากช่วยเหลือคนอื่น แต่เมื่อครู่นี้เขาสัมผัส และเห็นว่าสิ่งที่ทำลายอาคารนั้นคือพลังของคนที่เขารัก ดังนั้นเขาจะต้องปกป้องนาง รู้ว่านางเป็นคนใจอ่อน โซฟีต้องไม่ตั้งใจทำลายอาคารแน่ๆ และถึงแม้ตั้งใจทำ กระนั้นนางก็คงปวดใจแน่ๆหากรู้ว่าตัวเองสร้างความเดือดร้อนให้คนบริสุทธิ์

         และเพราะรู้ใจโซฟี อีซีโอถึงช่วยเต็มที่

         เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่มีคนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ส่วนมากพวกอมนุษย์จะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดา ได้แผลแปปเดี๋ยวก็หายดี

         เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้มีคนรู้ความจริงเพียงแค่กลุ่มโซฟีเท่านั้น

         --  

         

          

                 

ความคิดเห็น