เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20/1 อ้อนเมีย

ชื่อตอน : ตอนที่ 20/1 อ้อนเมีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2562 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20/1 อ้อนเมีย
แบบอักษร

หลังออกจากบริษัทชยากรก็มารับบัวบงกชที่ร้านและทำจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว พักหลังเขาใส่ใจภรรยามากขึ้น เมื่อเห็นปัญหาในครอบครัวของเธอกำลังถาโถมอย่างหนัก จึงอยากจะอยู่เคียงข้างไม่หนีไปไหน แม้จะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม 

“น้องภาอาการเป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่เห็นหน้าภรรยาเขาเอ่ยถามอย่างห่วงใย 

“ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไปพบหมอตามนัดทุกครั้งแต่ก็มีเครียดเรื่องงานบ้าง คงต้องปล่อยสักระยะ” 

“เรื่องน้องภาคุณไม่ต้องห่วงผมกำลังให้เพื่อนสืบให้ เพราะเรื่องนี้มันเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่ผมยังสงสัย ขอเวลาสักนิดคงจะได้อะไรคืบหน้ามากกว่านี้” สีหน้าของชายหนุ่มมีแววกังวลเล็กน้อย 

“บัวไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ” 

“แต่ไม่ควรปล่อยให้คนแบบนี้อยู่โดยที่ไม่รู้สึกผิด การสืบมันต้องรัดกุมเพราะคนพวกนี้มักจะมีพวกพ้องอาจจะไหวตัวทัน ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาต้องการอะไรบางทีคนพวกนี้อาจจะแว้งกลับมาทำร้ายภายหลังซึ่งอาจจะรวมถึงคุณด้วย” 

“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเลยหรือคะ” 

บัวบงกชขนลุกซู่รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก แม้จะไม่มีศัตรูที่ไหนแต่ก็ชะลาใจไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าคนที่คิดจะปองร้ายต้องการอะไรกันแน่ แม้จะยังไม่ปักใจเชื่อแต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อนเพราะหากพลาดพลั้งแค่นิดเดียวนั่นหมายถึงชีวิตทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวเธอด้วย 

ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ “ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอนและเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด” 

“อะไรนะคะ” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ 

“ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน ที่สำคัญน้องภามีผู้จัดการคนเดียวกันกับมีนตรา” 

“อย่าบอกนะคะว่าคุณกำลังสงสัยคุณมีนตรา” 

“ผมยังไม่มั่นใจว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า และไม่เข้าใจว่ามีนตราจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร” 

“คุณเป็นห่วงเธอหรือคะ”  

น้ำเสียงนั้นเบามากแต่ทว่าชยากรกลับได้ยิน เขาแอบมองเสี้ยวหน้าของเธอเล็กน้อย ก่อนจะกดยิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหึงหวงมันทำให้เขาลิงโลดอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าอมยิ้มเล็กน้อย 

“ไม่ต้องหึงผมหรอกน่า บอกแล้วไงว่าผมกับมีนตราเราจบกันไปตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มระบายลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “อย่างน้อยผมกับเธอก็เคยเป็นเพื่อนกัน หากเธอทำแบบนั้นจริง ๆ ชีวิตของมีนตราก็เหมือนยืนอยู่ปากเหว หากก้าวพลาดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสปีนขึ้นมาได้หรือไม่ แต่ขอให้คุณมั่นใจในตัวผมนะบัว” 

บัวบงกชเงียบไปเพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ยังมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ในใจไม่เคยลบออกจากใจได้เลย! 

เขาได้พูดในสิ่งที่เขาไม่ควรพูดและมันอาจจะเป็นการทำลายจิตใจของอีกฝ่าย แต่มันคือการยืนยันจากใจจริงว่าเขาไม่มีเยื่อใยให้อีกแล้ว และเลือกที่จะไม่พูดเรื่องที่มีนตราไปหาที่ออฟฟิศเพื่อให้หญิงสาวสบายใจก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง 

“วันนี้คุณกลับบ้านเร็วสักวันได้ไหม” 

“ทำไมคะ”  

คนถามแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติแล้วเขาก็มักจะแวะมารับเป็นประจำ เว้นแต่วันไหนที่ติดงานก็จะบอกล่วงหน้าโดยไม่ให้เธอต้องรอ ตั้งแต่ที่บิดาป่วยเขาไม่เคยทำตัววอกแวกเลย ซ้ำยังใส่ใจมากกว่าปกติ แต่ทว่ามันกลับทำให้หญิงสาวกลัวว่าจะสักวันจะต้องไปจากเขาและคงจะทำใจให้เลิกรักไม่ได้ มันคงไม่มีอะไรไปมากกว่าความช้ำใจที่ต้องทำใจยอมรับ 

“ตั้งแต่วันที่เราไปดินเนอร์ด้วยกัน แล้วก็เกิดเรื่องน้องภา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทานข้าวข้างนอกกันอีกเลย” 

“ก็ทานที่บ้านก็ได้นี่คะ หรือว่าคุณเบื่อฝีมือบัวแล้ว” เธอแสร้งกระแซะและได้ผลเมื่อเขาร้องเสียงสูง 

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย เพียงแต่ผมอยากจะพาเมียไปเปลี่ยนบรรยากาศก็แค่นั้น” 

“แน่ใจนะคะ” คนพูดอมยิ้มนิด ๆ เห็นท่าทีออดอ้อนของเขา ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนและพักนี้แทบไม่ห่างเธอเลยก็ว่าได้ ทำราวกับหนุ่มสาวกำลังจีบกันแต่มันก็ทำให้เธอพลอยมีความสุขไปด้วยจนลืมเรื่องเครียด ๆ ที่กำลังถามโถมได้เช่นกัน 

“ถ้างั้นเราไปกันเถอะผมชักจะหิวแล้ว” เขาไม่พูดเปล่ายังเอามือลูบท้องไปมา 

“แต่บัวยังทำงานไม่เสร็จเลยนี่คะ” 

“ไม่เสร็จก็เอาไว้ก่อน ช่วงนี้คุณไม่ได้มีอะไรเร่งด่วนนี่ เพราะฉะนั้นห้ามปฏิเสธครับ” 

“พูดแบบนี้แล้วบัวจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง อีกอย่างก็น่าจะบอกล่วงหน้าจะได้เตรียมตัวสวย ๆ” เธอแสร้งประชด 

“ไม่ต้องเตรียมตัวก็สวยครับ อีกอย่างพรุ่งนี้ผมต้องเริ่มโปรเจคใหญ่กว่าจะเสร็จก็คงอีกนาน กลัวจะไม่มีเวลาให้คุณ ไหนจะเรื่องที่ดินที่ตกลงกันไว้แล้วจะได้ทำเรื่องโอนและต้องรีบขึ้นโครงการ” 

“คุณพูดเหมือนจะไม่กลับบ้านงั้นแหละ” 

“กลับน่ะกลับครับแต่กว่าจะเคลียร์เสร็จก็ดึกดื่นและต้องไปดูไซต์งานด้วยผมไม่อยากให้คุณรอ จึงอยากเร่งงานให้เร็วขึ้น ทุกอย่างแพลนไว้หมดแล้วคงไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้ก็เลยอยากหาเวลาฉลองกับคุณล่วงหน้าไงครับ” 

บัวบงกชรู้สึกแปลกใจแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะก่อนที่ชยากรจะมาที่นี่วิศรุตก็โทรมาขอบคุณเรื่องนายหน้าที่ดินที่เธอจัดหาให้ จึงได้แต่หวังว่าคงไม่บังเอิญเป็นโปรเจคเดียวกัน เธอไม่ได้คุยเรื่องนี้กับชยากรเพราะมันนานมากแล้วอีกอย่างก็ไม่อยากให้รู้ว่ายังคบหากับเจ้านายเก่าจะทำให้ทะเลาะกันเสียเปล่า 

เมื่อบัวบงกชเงียบไปเขาจึงเอ่ยถามอย่างห่วงใย “มีอะไรหรือเปล่าครับ”  

“เปล่าค่ะ” หญิงสาวรีบดึงสติกลับมาก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง “บัวแค่กำลังคิดว่ามีงานอะไรค้างอยู่หรือเปล่า” 

“ไม่ทันแล้วครับ ผมไม่ให้คุณทำแล้ว อยากให้คุณพักมากกว่า” 

พูดจบชยากรก็จัดการเก็บของที่อยู่บนโต๊ะของภรรยาสาวทันที โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้เตรียมตัวสักนิดในขณะที่หญิงสาวเผลอ ชายหนุ่มก็จุมพิตที่แก้มขาวนวลอย่างอดใจไม่ได้ 

“นี่คุณ!…” เธอแหวไม่เต็มเสียงนักแต่ทว่าใบหน้าแดงก่ำ “คนอื่นมาเห็นเข้าน่าเกลียดตายเลย” 

“ไม่มีใครเห็นหรอกนอกจากเด็กในร้าน” เขาสบตาเธอหวานฉ่ำ ก่อนจะพูดต่อ “อยากจะสวีทหวานกับเมียตัวเองบ้าง ช่วงนี้คุณเหนื่อยและเครียดมาก ผมอยากให้คุณสบายใจแล้วก็อยากเห็นคุณยิ้มด้วย” 

“ตอนนี้ก็ยิ้มแล้วนี่คะ” บัวบงกชพูดโดยไม่มองหน้าเขา 

“เห็นคุณทำงานหนักทุกวันเลย ผมอยากพาไปรีแลกซ์บ้าง” ชยากรเอ่ยขึ้นอย่างห่วงใยแต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้เขาจึงกระซิบที่ข้างหูหญิงสาวเบา ๆ “เก็บแรงไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่านะครับ” 

“บ้า!” บัวบงกชเข้าใจความหมายนั้นดี ก่อนจะพูดต่อโดยไม่ได้คิดอะไร “ก็อยากจะเร่งหาเงินมาคืนคุณเร็ว ๆ”  

พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ทีไรทำให้บรรยากาศที่แสนหวาน แปรเปลี่ยนไปในทันที ทำให้คนที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเข้มขึ้น เมื่อบัวบงกชยังคิดที่จะไปจากเขาตลอดเวลา แม้ตอนแรกเขาอาจจะเคยสบประมาทเธอไว้ แต่ถึงตอนนี้ทำให้เขาเข้าใจและอยากจะเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้งจึงพยายามพิสูจน์ให้เธอได้เห็นในสิ่งที่เขาทำว่าทุกอย่างก็เพื่อเธอ 

“ผมนึกว่าคุณลืมเรื่องนี้ไปแล้วเสียอีก” 

คราวนี้หญิงสาวพูดไม่ออก เมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดอย่างแรงที่ทำให้บรรยากาศพลอยเสียไปด้วย เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาเข้าใจผิดเพียงแค่ไม่อยากติดค้างอะไรก็เท่านั้นจึงรีบแก้ต่างด้วยความรวดเร็ว 

“บัวก็แค่อยากจะทำให้ทุก ๆ คนสบายใจไม่อยากให้คุณมองว่าบัวไม่ดีก็แค่นั้น” 

“ตอนแรกผมอาจจะเคยตำหนิว่าคุณหน้าเงิน แต่ถึงตอนนี้ผมอยากจะล้างทุกสิ่งที่เคยได้ทำกับคุณเอาไว้ออกให้หมด ที่ผ่านมาผมขอโทษแล้วกัน” น้ำเสียงนั้นติดห้วนๆ 

“คุณโกรธบัวหรือคะ” 

“เปล่านี่” เขาพูดเสียงแข็ง  

“ไม่โกรธแต่ทำไมต้องเสียงแข็งด้วยละ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมล้อเลียนนิด ๆ ก่อนจะพูดต่อ “บัวแค่อยากจะขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณทำเพื่อบัวก็แค่นั้น” 

“ได้ยินแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย” 

ชายหนุ่มยิ้มขึ้นมาได้บ้าง เพราะตอนนี้เขารู้ว่าบัวบงกชไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้แต่แรกจึงไม่อยากเสียเธอไป 

“เราไปกันได้หรือยังเอ่ย”   

พูดจบบัวบงกชก็คล้องแขนของผู้เป็นสามีทันที เธอต้องรีบกอบโกยความสุขที่เหลืออยู่ให้เต็มที่ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน เมื่อความรักที่มีให้แก่เขามันก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ และยังเป็นรักข้างเดียวอีกด้วย แม้เขาบอกว่าจะทำเพื่อเธอก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรักเธอสักหน่อยเมื่อคำว่ารักไม่เคยหลุดจากปากเขาสักครั้ง 

ในขณะที่ทั้งสองกำลังออกจากร้านและเดินไปที่ลานจอดรถ ซึ่งมีใครอีกคนนั่งอยู่ในรถอีกคันมองลอดกระจกด้วยความโกรธแค้น ตั้งแต่เจอชยากรวันนั้นเขาไม่หลงเหลือความอาวรณ์ต่อเธออีกเลย พอมาเห็นภาพบาดตาบาดใจมันยิ่งตอกย้ำความปวดร้าวให้เธออย่างแสนสาหัสราวกับมีดแหลมคมกรีดลงกลางใจ เมื่อเห็นผู้ชายที่เธอรักอยู่กับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเมียถูกต้องตามกฎหมายเดินเคียงคู่กันด้วยความหวานฉ่ำทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นควรจะเป็นเธอ  

หากโลกนี้ไม่มีผู้หญิงชื่อบัวบงกชป่านนี้เธอก็มีความสุขกับชยากรไปนานแล้ว!  

++อัพให้อ่านกันต่อแล้วจ้าาาา มาดูคนอ้อนเมียกันจ้าาาาา น้ำตาลเรียกพี่แล้ววววว ฝากติดตามด้วยนะคะ สำหรับหนังสือสนใจติดต่อได้ที่สนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ปรีค่ะ......ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการติดตามค่ะ++ 

ความคิดเห็น