mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......25 เซฟ

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......25 เซฟ

คำค้น : Yaoi, Boy's Love, Y,โชตะคอน, Shotacon,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.5k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2557 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......25 เซฟ
แบบอักษร

 

 

Older Brother.....25

 

[เซฟ:Part]

 

 

“เฮ้อ! ไง เจ้าลูกชายตัวดี บ้านช่องมี ไม่ยอมกลับ” นี่คือเสียงของผู้หญิงที่เป็นผู้ให้กำเนิดผมมาครับ เพียงก้าวเท้าเข้ามาก็เจอเข้าดอกใหญ่

 

“โธ่! คุณผู้หญิงครับ กระผมมีการมีงานต้องทำนะครับ เดี๋ยวไม่มีเงินเที่ยวแย่เลย” ผมนั่งลงบนโซฟาข้างๆ ท่านก่อนจะใช้สองแขนโอบเอวและกดจมูกลงกับแก้มที่ยังคงกลิ่นหอมดอกไม้เฉพาะตัวไม่เคยเปลี่ยน

 

“จร้าๆ ได้ข่าวว่าเป็นทนายแต่ทำงานผับนี่มันเข้ากันจริงๆ แม่ล่ะภูมิใจมากค่ะ” สาบานว่าผมคงไม่ได้ทำให้ท่านผิดหวังใช่มั้ยครับ

 

“อ่า.....คุณผู้หญิงครับ ผมยังหนุ่มอยู่เลยเนี่ย รีบทำงานไปไหนล่ะ ยังเที่ยวไม่เบื่อเลยนะครับ” ผมบอกอีก ท่านเลยค้อนผมใหญ่ แม่ผมน่ะ ค่อนข้างตามใจลูกเพราะถือคติที่ว่าเลี้ยงลูกได้แต่ตัวหัวใจกับความคิดไม่เกี่ยวกับพ่อแม่

 

“เอาล่ะ ไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนไป เดี๋ยวแม่จะไปรับพ่อที่บริษัทไม่รู้ว่าจะค้างที่โน้นเลยหรือเปล่า” แม่บอก ท่านหอมแก้มผมก่อนจะลุกขึ้น

 

ผมมีน้องสาวกับน้องชายด้วยนะ แต่ตอนนี้ไปเรียนต่อต่างประเทศกันหมด ที่บ้านก็มีแต่พ่อกับแม่ พ่อผมมีบริษัทเกี่ยวกับโรงไม้เป็นของตัวเองแต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายแค่ดูแลครอบครัวให้สุขสบายและมีเงินเหลือให้ผมผลาญ

 

แต่ว่าผมก็ไม่เคยใช่เงินนั่นนอกเหนือจากการเรียน มีส่งให้น้องบ้างถ้ามันขอมาน่ะนะ ส่วนใหญ่จะกินจะเที่ยวก็ใช่เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ก็ส่วนแบ่งจากร้านที่ทำร่วมกับเพื่อนๆนั่นแหละ

 

ผมเดินขึ้นห้องตัวเองที่อาทิตย์หรือสองอาทิตย์กว่าจะนึกกลับมาบ้าง ส่วนมากจะนอนห้องพักที่ผับมากกว่าไม่นอนคนเดียวก็นอนกับเอ่อ...ผู้หญิง อย่ามองผมแบบนั้นสิ ผมถือว่าไม่แต่งงานหรือเจอคนที่ใช่ผมก็จะไม่หยุดหรอกนะ ฮ่าๆๆๆ งี่เง่าชะมัด

 

“เฮ้อ!!” ผมล้มตัวลงนอนหงายบนเตียงกว้างในห้องนอนของตัวเอง มองเพดานห้องสีขาวและค่อยๆหลับตาลงช้าๆๆ

 

ติ๊ด! มีไลน์ส่งมา ผมล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู

 

มาร้านป่ะ มารับด้วยผมจ้องมองข้อความที่ส่งมาจากใครบางคนก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัว ยกแขนสอดไว้ใต้ศีรษะและนอนตะแคงข้าง

 

กำลังค้นหาความรู้สึกของตัวเองว่า การที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้กับใครคนนั้น ผมอยากทำมันเองหรือเป็นความเคยชินที่เกินขึ้นมานานแล้วกันแน่

 

“กาย......งี่เง่าชะมัด” ผมเอ่ยชื่อของมันออกมาเสียงแผ่ว ก่อนจะด่าว่าตัวเอง ซึ่งคำว่างี่เง่า ผมมักจะใช้กับตัวเองเป็นประจำจนกลายเป็นคำติดปาก ผมหลับตาลงช้าๆเพราะรู้สึกเหนื่อยกับสิ่งที่คิดและหลับลงในที่สุด

 

Tru............

 

“อืม.......” ผมครางรับสายโทรศัพท์หลังจากที่ควานหามันเมื่อเสียงมันดังขึ้นรบกวนการนอนของผม

 

อยู่ไหนวะ แม่งไม่มารับกู....ไม่มาร้านหรอเพื่อนสนิทที่ไม่อยากสนิทโทรมาครับ ผมปรือตาขึ้นเล็กน้อยและยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก่อนจะว่างทาบหูกลับลงมา

 

“กินเด็กอยู่” ผมตอบ เป็นคำตอบประจำตัวผมล่ะ ถ้าหากว่าเพื่อนสนิทโทรมาก็จะตอบกวนๆแบบนี้ประจำแม้ว่าผมจะไม่ได้ทำอย่างที่ว่าอยู่ก็ตาม

 

เหี้ย!!! เออๆ แค่โทรมาถามน่ะ ไม่สบายหรือเปล่าวะ เสียงไม่ค่อยดีไม่ชอบเลย ผมไม่ชอบให้ใครๆค่อยมาเป็นห่วงผมแบบนี้ยิ่งมันด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบใหญ่

 

“เป็นห่วงกูว่างั้น.................ก็กินเด็กอยู่ไง เสียงเลยเปลี่ยน หึ!

 

ไอ้เหี้ย มึงอย่ามา.... แค่นี้นะ ไม่สบายกินยาด้วยเว้ยมันพูดจบก็ตัดสายไป มันรู้ครับว่าผมพูดเล่นเรื่องกินเด็ก

 

ผมยิ้มให้โทรศัพท์ก่อนจะหุบลงเมื่อนึกถึงเพื่อนอีกคน ที่คอยเตือนเรื่องการเว้นระยะห่างระหว่างผมกับไอ้กายเพื่อไม่ให้ผมเลือกทำในที่สิ่งที่ผิด

 

“งี่เง่าจริง แม่ง!!!!” ผมเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้วครับ ผมหลับทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำผมคิดว่าน่าจะอาบจะหน่อยเพราะเริ่มเหนียวตัวและตอนก็รู้สึกหิวด้วย

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยผมก็พาตัวเองลงมาด้านล่างตรงเข้าห้องครัว หาอะไรทำกินนิดหน่อย มีกุ้งหมูผักและข้าวสวยที่แม่น่าจะหุงไว้ตอนค่ำ ผมก็เลยรวมๆมันใส่ลงกระทะผัดๆไม่เกินห้านาที ตักใส่จากช้อนใส่ปากสุดท้ายก็กลืนลงท้อง เป็นอันว่าใช้ได้

 

กริ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

ผมเปิดทีวีทานข้าวและนั่งเล่นโทรศัพท์ไปพร้อมๆกันในระหว่างนั้นเองเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นและเสียงมันลากยาวจนผมแปลกใจ ใครจะมาป่านนี้ว่ะ เพราะผมเห็นไลน์ที่แม่ส่งมาว่าจะนอนพักที่บริษัทก็ยิ่งแปลกใจว่าท่านจะกลับมาป่านนี้ทำไม แล้วถ้ากลับมาท่านก็มีกุญแจนี่หว่า

 

ผมจึงลุกขึ้นไปเลื่อนประตูบ้านเปิดออกก่อนจะชะเง้อมอง มีรถ โตโยต้า วีออส สีขาวจอดอยู่หน้าบ้าน แสดงว่ามีคนมาจริงๆ เพราะประตูรั่วกับตัวบ้านไกลพอสมควรผมจึงต้องเปิดไฟจากโทรศัพท์ส่องเพื่อจะเดินไปเปิดประตูรั่ว

 

“เฮ๊ะ!!!” ผมยืนกระพริบตาถี่ๆเมื่อเปิดออกไปกลับไม่เห็นใคร จึงเดินเข้าไปข้างๆรถและส่องไฟดูข้างในว่ามีใครอยู่ในนั่นหรือเปล่า แต่ว่า.......ไม่มีว่ะ แม่ง ใครเล่นแบบนี้วะ

 

“อึก.....เอิ๊ก.....อึก.....”แล้วจู่ๆเสียงแปลกๆก็ดังขึ้นใกล้ๆ ผมส่องไฟตามเสียงนั่นไปทันที “มะ.....มึง....ขะ....จะ.....จะขโมย.....รถกูหรอ” แล้วตัวอะไรบางอย่างก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาหาผมก่อนจะ ยกกำหมัดขึ้นและ........ตะ.....ตุ๊บ!!!! แบ่ว!

 

 

“....................” ผมก้มลงมาร่างของใครบางคนที่ผมคิดว่า น่าจะไม่รู้จักกำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นยืน เหี้ย! ผมส่องไฟดูหน้ามันชัดๆและยืนกอดอกมอง ก็แค่เด็กที่ไหนไม่รู้ดูเหมือนจะเมามากถึงมากที่สุดก็ว่าได้ หน้าตาดีแต่แม่งแบบนี้ไม่ไหวว่ะ

 

“ถะ....ถึงบ้าน.......แล้วหรอวะ......” มันพูดออกมาไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ จากนั้น เด็กเหี้ยนี่ก็คลานเข้าไปข้างใน

 

“เฮ้ยๆ อะไรวะ ผิดแล้วเว้ย นี่บ้านกูครับน้อง ผิดหลังแล้ว” ผมบอก ดึงแขนมันให้ลุกขึ้นยืนดีๆ แต่ด้วยความที่มันเมามากเลยเซเข้าหาผมจนผมต้องยกมือขึ้นจับเอวมันไว้  เด็กผู้ชายไรวะตัวก็สูงอกก็กว้าง(แต่เล็กกว่าผมเยอะ)แต่เอวบางสิ้นดี

 

“ปล่อย!!!....กูจะ.....เข้า........บ้านกู!!!!” เอ้า!! เอากับมันสิ มันออกแรงผลักผมก่อนจะเดินเซไปเซมาเข้าไปด้านใน เลื่อนประตูบ้านเปิดออกและเข้าไปในบ้านเสร็จสรรพ คือแบบ.....

มันเป็นใคร......กูก็ไม่รู้

มาทำไม.........คงเมากลับบ้านไปถูก

ทำไมต้องมาบ้านกูด้วย เหี้ย!!!!!! ไอ้เด็กเวร

 

ยัง! ยังไม่พอเดินขึ้นด้านบนเฉย ผมเองก็ปล่อยให้มันขึ้นไปแบบงงๆอ่ะนะ เฮ้ย!!! ห้องกู!

 

“เฮ้ย! ไอ้หนู(?) นี่บ้านกูเว้ย บ้านกู ตั้งสติหน่อยเข้าบ้านผิดแล้ว” ผมดึงแขนมันให้หันหน้ามาก่อนจะจับสองแขนเขย่าแรงๆหวังจะให้มันสร่างเมาแต่ว่า.......

 

“อะ....อ้วกก!!!......อ้วก!!!” เหี้ย เหี้ยตัวโตๆ ผมคงเขย่าแรงไป คิดภาพโค้กพุ่งออกจากขวดนะ แต่นี่พุ่งออกมาทั้งเนื้อทั้งน้ำเลยครับ อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ไอ้เด็กเหี้ยอ้วกใส่กู!!! กูโกรธแล้วนะ อ้วก! อยากอ้วกด้วยอ่ะ

 

“มึง!!! ออกไป!!! ออกไปจากบ้านกู!!!” ผมจับมันและออกแรงเหวี่ยงแขนสุดแรงจนร่างบางลอยไปปะทะกับราวบันไดก่อนจะฟุ่บลงกับพื้น จากนั้นมันก็......แน่นิ่ง  เอิ่ป! ผมเหวี่ยงไม่แรงหรอกมั้ง ผมเดินเข้าไปใกล้มันอีกครั้งก่อนจะ ใช้เท้าเขี่ยๆมันเบาๆ ฉิบหาย สลบไปแล้วว่ะ!

 

สุดท้ายมันก็ช่วยไม่ได้ผมต้องแบกมันเข้ามาในห้องเพราะเช็คแล้วห้องว่างล็อกหมดทั้งห้องน้องๆและห้องระแขก จะให้มันนอนห้องพ่อกับแม่ก็ใช่เรื่องจะให้นอนโซฟาข้างล่าง ถ้าพ่อกับแม่กลับมาได้หัวใจวายเปล่าๆ ก็มีแต่ห้องของตัวเองเนี่ยแหละ งี่เง่าจริงๆ

 

ผมถอดเสื้อตัวเองที่เปื้อนอ้วกออกก่อนจะหันมาจ้องมองหน้าตาของร่างบางบนที่นอนให้ชัดๆ ไอ้เด็กนี่สูงราวๆเกือบร้อยแปดสิบได้มั้งหรืออาจจะไม่ถึงดูผิวเผินแล้วจะตัวเท่าๆไอ้กายได้แต่ร่างมันบางอย่างที่บอกนั่นแหละ เรียวหน้าใส จมูกโด่ง ปากบาง มีแพขนตายาวนิดๆ โดยรวมถือว่าหน้าตาดีในระดับหนึ่ง แต่แม่ง ดูจากหน้าตาแบบนี้แล้วหัวแข็งใช่ย่อย

 

“เฮ้อ! ยี้ สกปรกชะมัด” ผมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ผมคงไม่คิดจะให้มันนอนในห้องทั้งที่มีกลิ่นอ้วกติดตัว จนผมนอนไม่หลับจนถึงเช้าหรอก ใครจะทนได้

 

ผมถอดเสื้อนอกมันออกตามด้วยเสื้อยืดตัวบางของมัน เห็นแล้วก็ตกใจเล็กน้อยเพราะบนซุกคอขาวๆ มีรอยดูดเม้มเต็มไปหมด แม่ง ให้กูทายนะไอ้เด็กนี่ยังไม่สิบแปดแน่ๆแต่ว่า.....

 

ชิท์!!! ผมโยนผ้าชุบน้ำใส่หน้ามันก่อนจะเอาเสื้อผ้าลงไปใส่เครื่องซักด้านล่างและกลับขึ้นมาเช็ดตัวให้อีกรอบ จากนั้นก็ลากผ้าห่มมาห่มให้ เด็กเหี้ยอะไร เมาจนเข้าบ้านคนอื่นแถมยังอ้วกใส่กันอีก มันน่าจับล่อซะให้เข็ด แต่โชคดีที่ผมไม่มีรสนิยมกินเด็กเหมือนไอ้แมน ไม่งั้นมึงพรุนแน่ๆ งี่เง่าจริงๆ

 

เช้า.........................

 

“อืม.......อ่ะ!!!” ผมบิดกายเมื่อรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆและต้องผงะกับใบหน้าใสที่อยู่ใกล้จนจมูกเกือบชนกัน ผมลุกขึ้นนั่งทึ่มหัวตัวเองก่อนจะหันมองหน้าคนแปลกหน้าที่ผมจำได้ว่าเมื่อคืนมันเมาจนเดินเข้าบ้านผิด

 

ผมลุกจากเตียงกว้างไปเข้าห้องน้ำก่อนจะเดินลงมาเอาเสื้อผ้าของไอ้เด็กนั่นข้างล่างและกลับขึ้นไปบนห้อง ผมนั่งลงใกล้ๆร่างบางก่อนจะมองหน้ามันให้ชัดๆอีกครั้ง เหอะ!!!  ผมยกมือขึ้นทำท่าตบหัวมันพอดีกับที่ร่างบางลืมตาขึ้นมอง

 

“เฮ้ย!!!” มันเด้งตัวลุกขึ้นและผลักผมกลิ้งตกลงพื้น “มึง.....เข้ามาในห้องกูได้ไง มึงเป็นใคร” เหี้ย! นี่กูทำคุณบูชาโทษหรอวะ

 

“ใช่! มึงเข้ามาห้องกูได้ไง” ผมถามกลับหลังจากยันตัวลุกขึ้นจากพื้นห้อง “ช่วยมองไปรอบห้องชัดๆ ว่าใช่ห้องตัวเองหรือเปล่า” ผมบอก ไอ้เด็กตรงหน้ามันมองสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะเบิกตากว้างตกใจ มันยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง

 

“กูมาอยู่นี่ได้ไงวะ” มันคงพูดกับตัวเองนั่นแหละ แต่ผมจะตอบให้

 

“มึงเมาเหมือนหมาแล้วก็คลานเข้ามาในบ้านกูเดินขึ้นห้องกูเฉยเลยแถมยังอ้วกใส่กูด้วย เป็นไงพอจำมั้ย” ผมโยนเสื้อยืดกับเสื้อนอกที่ผมเอาไปซักเมื่อคืนใส่หน้ามัน

 

“นี่.....มึงถอดเสื้อกู ไอ้เหี้ย! มึงทำไรกู” เอ้า! หน้าตากูส่อว่าเป็นพวกหื่นกามหรือไงวะ

 

“เน้ๆ พูดดีๆหน่อยน้อง กูเนี่ยนะ กูเนี่ย เชื่อเหอะ กูไม่ได้จับต้องมึงเลยสักนิด” ผมบอก มันเดินไปส่องกระจกตรงตู้เสื้อผ้าผม

 

“รอยนี่มาได้ไง ถ้าไม่ใช่มึง!!! ไอ้สัด” ผลั่ก!!! แล้วหมัดหนักๆก็ลอยมาปะทะกับหน้าผมทันทีจนผมหน้าหันไปตามแรง ผมแลบลิ้นออกมาเลียเลือดตรงมุมปาก สลัด งี่เง่าชะมัด

 

“กู ไม่ ได้ ทำ!!! แล้วกูก็ไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวมึงด้วย!!! ไอ้เด็กเวร ออกไปจากบ้านกู!!!” ผมบอกอย่างโกรธเคือง รู้งี้กูปล่อยแม่งให้นอนข้างถนนยังดีซะกว่า

 

“กูไม่เชื่อ!!!

 

“ไม่เชื่อใช่มั้ย ได้เดี๋ยวกูจะพิสูจน์ให้ดู ว่ากูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมึงจนถึงขั้นจับมึงล่อ!!!” ผมพูดจบ รีบดันตัวมันจนแผนหลังติดตู้เสื้อผ้าก่อนจะทาบริมฝีปากลงกับเรียวปากบางเพื่อแสดงให้มันรู้ว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันจริงๆ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

 

ทันทีที่ริมฝีปากเราประกบกัน มันทำให้ใจผมวูบลงก่อนจะเต้นถี่แปลกๆ ร่างบางเบิกตากว้างตกใจกับสิ่งที่ผมทำ ผมอยากละปากออกแต่มันทำไมได้ แถมยังขยับบดจูบและพยายามจะสอดลิ้นร้อนเข้าไปค้นหาอะไรบางอย่างภายในอีกด้วย นี่กูเป็นอะไรวะ!!!!

 

“ไอ้เหี้ย!!!” ผลั่ก!!! แล้วผมก็โดนมันผลักออกตามมาด้วยหมัดหนักๆอีกทีจากนั้นมันก็วิ่งออกจากห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูออกไปเจอคนยืนอยู่หน้าประตู

 

“โอ๊ะ!!!” แม่ยืนยกมือทาบอกอยู่ด้านหน้าทำท่าเหมือนจะช็อค ส่วนไอ้เด็กนั่นมันรีบก้มหน้าก่อนจะเลี่ยงเดินออกไปจากห้อง

 

“เอ่อคือผม.........” แม่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมไม่ได้ใส่เสื้อและท่านคนคิดไปไกลแน่ๆ “โธ่แม่อย่ามองผมแบบนั้นสิ มันไม่ใช่แบบที่แม่คิดหรอก”

 

“นี่แก......เหอะ! ฉันจะบ้าตาย พอๆ ฉันจะพักผ่อนล่ะ” ท่านปิดประตูห้องให้ผม เพราะแม่ผมแค่ตกใจเท่านั้น ท่านไม่ใช่คนคิดมากอะไรถึงได้ไม่ซักผมมากมาย

 

งี่เง่าจริงๆ ผมส่องกระจกมองมุมปากที่มีเลือดไหล่ออกมาเล็กน้อย ยกนิ้วขึ้นเตะเบาๆ ไอ้เด็กบ้านั่นมันเป็นใครกันนะ แต่ไอ้สัมผัสจากริมฝีปากเมื่อครู่นั่นมัน...... หึ! ผมยิ้มมุมปากหลังจากคิดเรื่องบ้าๆที่เพิ่งจะผ่านไป แม่ง ซวยจริงๆ

 

 

“ไงมึง........” ไอ้กายถาม หลังจากที่ผมเดินเข้ามาในบ้านของมัน ผมกะว่าจะมารับมันไปเดินห้างซะหน่อย รู้สึกเบื่อๆ

 

“ไม่ไงอ่ะ หิวข้าวว่ะ ไปหาไรกินกันนะ” ผมบอกไอ้กายพยักหน้ารับ ก่อนจะขมวดคิ้วและเดินเข้ามาใกล้ๆผม อะไรของมัน

 

“ปากไปโดนอะไรมาวะ” มันก้มลงมาเตะนิ้วลงบนมุมปากผม ผมไม่ชอบให้มันห่วงผมแบบนี้เลย ผมจับมือมันออกและมองสบตาคนตรงหน้า

 

“อย่าห่วงกูนา ไม่มีอะไรหรอก มีเรื่องกับเด็กนิดหน่อยน่ะ”

 

“ชิท์ เออๆ กูรู้ว่ามึงกิ๊กเยอะ เดี๋ยวกูไปเปลี่ยนผ้าก่อน รอแป๊บ” มันบอกก่อนจะวิ่งขึ้นห้องไป ผมกับไอ้กายเราสนิทกันตั้งแต่ก่อนเรียนมหาลัยซะอีก สนิทกันซะจนคนรอบข้างมักจะคิดว่าเราเป็นแฟนกัน แต่เพราะเราต่างคนต่างไปแคร์ใครก็เลยไม่สนใจอะไรมากมาย

 

จนกระทั้งความรู้สึกของผมมันเริ่มเปลี่ยนไปผมจึงเลือกที่จะบอกมันตอนเริ่มขึ้นปีสอง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมหวังไว้ กายไม่ได้คิดอะไรกับผม ทั้งที่ไอ้ธารเตือนแล้วแท้ๆแต่ผมไม่ฟัง

 

เราเลยมองหน้ากันไม่ติดพักหนึ่ง จนเกินเหตุการณ์ไม่คาดคิด ไอ้กายแอบไปแข่งรถและเกิดรถคว่ำตอนนั่นทั้งผมไอ้ธารและไอ้แมนเกือบเป็นบ้ากันหมดแต่ยังดีที่ผ่านมาได้และไอ้กายก็ปลอดภัย

 

ไอ้ธารกับไอ้แมนเลยช่วยกันพูดให้ผมกับไอ้กายกลับมาสนิทกันอีกครั้งแต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกของผมที่มีกับมันก็ยังไม่เคยจางหายไป ผมก็เลยเที่ยวเล่นกับคนโน้นทีคนนี้ทีไปวันๆ

 

“เสร็จแล้ว...ป่ะ” เราออกจากบ้านโดยมอไซค์ บิ๊กไบค์ สีเพลิงของผม พอดีผมไม่ชอบขับรถยนต์มันรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้ถึงจะมีก็ไม่เอาออกมาใช้นอกจากจำเป็นจริงๆ

 

“เกาะแน่นๆนะน้องนะ คริคริ” ไอ้กายทุบหลังผมทีหนึ่งก่อนจะกอดเอวผมไว้แน่นจากนั้นผมก็สตาร์ทรถและขับออกมา

 

“คนเยอะว่ะ กินไรดีวะ” ไอ้กายถามเมื่อเราเดินขึ้นมาชั้นสองของห้างซึ่งมีร้านอาหารมากมายให้เลือก ผมมากับมันเนี่ยแต่ล่ะครั้งเข้าร้านไม่ซ้ำกันหรอ

 

“อะไรก็ได้” ผมบอก ไอ้กายหันมาทำปากยื่นใส่อย่างหน้าหมั่นไส้ก่อนจะชะเง้ยมองไปมา “หาอะไรวะ” ผมถาม

 

“ก็หาร้านอะไรก็ได้ของมึงไง” ผมดีดหน้าผากมันทีหนึ่งค่ากวนตีนก่อนจะดึงมือมันเข้ามาในซิสเลอร์ เพราะเห็นว่าคนไม่เยอะเท่าไหร่

 

“กินไร เดี๋ยวกูไปตักมาให้” ผมบอกเมื่อได้โต๊ะนั่งเรียบร้อยแล้ว

 

“เอาอะไรก็ได้” หึ! เฮ้อ! ผมล่ะเหนื่อยใจกับการประชดของมัน ผมดีดหน้าผากมันอีกทีก่อนจะเดินไปตักสลัดและอาหารที่ผมอยากกินรวมทั้งของไอ้กายด้วย

 

“เออนี่เซฟ คือ ช่วงนี่มึงว่างๆใช่ป่ะ” มันถามระหว่างที่เรานั่งกินกัน ผมพยักหน้าตอบก่อนจะจิ้มสเต็กในจานมันมากกิน

 

“ทำไมวะ” ผมถาม ก็ช่วงนี้ผมว่างจริงมีงานก็แต่ที่ร้านเท่านั้น

 

“คือ.....พ่อกูน่ะอยากให้กูไปสอนที่โรงเรียนว่ะ” มันบอกหน้าเครียดแต่ว่าผมกลับหัวเราะออกมา

 

“ฮ่าๆ มึงเนี่ยนะ มึงจะไปตบเด็กหรือไง คึคึ กูว่านะ...ก๊ากๆๆๆ”

 

“กูรู้ไง กูถึงได้ปฏิเสธไปอ่ะ” มันบอก ผมยังหัวเราะไม่หยุด คิดดูให้ไอ้กายไปสอนเด็ก แม่ง โรงเรียนพ่อมันเจ๊งกันพอดี

 

“แล้วไง......นี่อย่าบอกนะ......”

 

“เออ ก็มึงว่างอ่ะมึงไปแทนกูทีสิ นะๆ เซฟนะ ช่วยกูนะ กูไม่อยากให้พ่อว่าอ่ะ” ไอ้กายมันอ้อนเก่งครับแต่ว่า จะให้ผมไปสอนเด็กนี่มันไม่โอสำหรับผมแน่นอนเลย

 

“กายกูช่วยมึงได้ทุกเรื่องนะ แต่ว่า.....เรื่องนี้มัน......”

 

“เฮ้อ! กูว่าแล้ว.....ใครมันจะอยากทำล่ะ ขนาดกูยังไม่อยากเลย ไม่เป็นไรก็ได้ถ้ามึงไม่ช่วยแค่โดนว่าอ่ะ” นั่นไง ผมรู้สึกผิดเลยเนี่ย มันตีหน้าเศร้าจนผมใจวูบอ่ะ

 

“กาย......กู.......ขอโทษว่ะ ไม่ไหวอ่ะ” มันว่างซ่อมในมือก่อนจะนั่งคอตก เอาแล้วไง ผมแพ้หน้าเศร้าของมันนะรู้ป่ะ “เออๆ ไว้กูคิดอีกทีล่ะกัน

 

“จริงนะ!!! แต่ว่า......มึงคงไม่โอเคอยู่ดีอ่ะ จิ๊! เฮ้อ!

 

“กายทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่ล่ะ” ในขณะนั้นเอง มีใครคนหนึ่งเดินมาหยุดข้างโต๊ะของเราก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้าผม

 

“นาย....มาทำอะไรอ่ะ” ไอ้กายถามพี่หมอ พี่แกมองผมนิดๆก่อนจะหันกลับไปสนใจคนถาม

 

“คุณตอบก่อนสิ” คนๆนี้อาจเป็นเจ้าของหัวใจของไอ้กายมัน เพราะรู้สึกได้ว่าระหว่างพี่หมอกับไอ้กายเค้าอยู่ในสถานะไหน และมีความสัมพันธ์กันยังไง

 

“ก็....ไม่ได้เปิดเสียงไว้อ่ะ แล้วนายมาทำไมล่ะ” ไอ้กายตอบ ตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

 

“เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะ....ไอ้กายมึงกลับกับพี่หมอล่ะกัน กูลืมไปว่านัดนานาไว้ตอนบ่ายโมงน่ะ” ผมบอกก่อนจะลุกขึ้น

 

“อ้าว ไหนงั้นวะ.....มึงทิ้งกูเลยหรอ”

 

“ป่าว แค่ฝากน่ะ ฝากด้วยนะครับพี่หมอ” ผมยักไหล่ให้ไอ้กายก่อนจะพูดบอกกับพี่หมอจากนั้นก็เดินออกมาเลย จริงๆผมเองก็สนิทกับพี่หมอในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่มากเท่าไอ้ธาร

 

บางทีที่ไอ้ธารคอยเตือนผมมันก็ถูก ผมไม่ควรเผลอใจไปกับไอ้กาย ผมไม่ควรเข้าไปกั้นกลางระหว่างมันกับพี่หมอเพราะดูแล้วมันเองก็มีใจให้พี่หมอเช่นกัน

 

Tru..............

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่ผมกำลังจะก้าวขึ้นรถพอดี ผมล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีน เป็นไอ้กายนั่นเองที่โทรมา

 

“ว่าไง”

 

“คือที่คุยกันอ่ะ มึงตกลงใช่มั้ยวะ”

 

“อืม..”

 

“จริงนะ รักมึงว่ะ จุ๊บๆ กลับบ้านดีๆนะ” ชิท์!!! ผมยิ้มและส่ายหน้าให้กับโทรศัพท์ในมือ และก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่ผมเผลอตอบมันไปเมื่อครูคืออะไร

 

“เหี้ย!!!” โธ่ ไอ้กายเล่นกูล่ะมึง ผมไม่น่าเผลอตอบตกลงมันเลย ผมจะไปเป็นครูสอนเด็กเนี่ยนะ งี่เง่าชะมัด!!!!

 

....................................................

อันนี้เริ่มๆเรื่องเซฟไว้ก่อนจร้า ..... ให้ทายว่าใครคู่เซฟ 5555 

(แม่ง คงรู้กันหมดล่ะสิ)

ความคิดเห็น