akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 48 หลาน ๆ ของอารุจน์

ชื่อตอน : บทที่ 48 หลาน ๆ ของอารุจน์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 78.2k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2559 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 48 หลาน ๆ ของอารุจน์
แบบอักษร

48

หลาน ๆ ของอารุจน์

Writer

 

        “รุจน์ล่ะครับ?

 

        ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันทำงาน และปกติเขามักจะเห็นน้องชายคนกลางมายืนรอรับแฝดทั้งสองให้ลงมาจากห้องนอนในตอนเช้า แต่ทว่าเช้าวันนี้กลับไม่มีแม้แต่วี่แววของวิรุจน์ พยัคฆ์มองหน้ามารดาต่างสายเลือด ดาวิกาเอ่ยขึ้นในมือของเธอมีถาดอาหารอยู่

 

        “เหมือนจะไม่สบาย เดี๋ยวแม่ว่าจะเอาข้าวต้มกับยาขึ้นไปให้”

 

        ปกติ ไม่สบายยังไง เขาก็มักจะเห็นวิรุจน์เสมอ พยัคฆ์ขมวดคิ้วฉับ ตัดสินใจบางอย่างออกไป

 

        “กวางอยู่กับคุณแม่ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา”

 

        พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมกับส่งลูกเสือตัวน้อยที่ประเดี๋ยวก็กลายร่างเป็นคน แต่เดี๋ยวก็กลับร่างเป็นเสือโคร่ง และในยามนี้ลูกของเขาทั้งสองก็กลับเป็นเสือโคร่งตัวเล็กเหมือนเดิม

 

        “ครับ”

 

        คนตัวเล็กเอ่ยตอบรับพร้อมกับรอยยิ้ม เขาพอจะรู้ว่าคนรักจะทำอะไร เห็นชอบทำหน้าดุ ๆ ใส่น้องชายคนกลาง แต่ลึก ๆ แล้วก็เป็นห่วงวิรุจน์อยู่เหมือนกัน

 

        “เดี๋ยวผมเอาไปให้เองครับ”

 

        “เอาแบบนั้นเหรอจ๊ะ”

 

        “ครับ”      

 

        ชายหนุ่มรับถาดอาหารและยามาจากแม่เลี้ยง เขาหันไปหอมแก้มกรณัฐ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ดาวิกามองตามอย่างมีความสุข

 

        “เห็นชอบว่าตารุจน์แบบนั้นบ่อย ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ตาใหญ่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรตารุจน์หรอกนะหนูกวาง”

 

        “ครับคุณเสือคงเป็นประเภทปากร้ายแต่ใจดีสินะครับ”

 

        กรณัฐอมยิ้ม ก้มมองลูกน้อยทั้งสอง ไทกะใช้กงเล็บขนาดเล็กดึงทึ้งเสื้อของมารดา ในขณะที่โทระอ้าปากงับกัดที่ข้อมือของกรณัฐแต่ก็ไม่แรงมากนัก อีกอย่างฟันของเจ้าตัวเล็กยังไม่ขึ้น ดูเหมือนว่าการพัฒนาการของร่างกายจะเป็นไปตามมนุษย์มากกว่าเสือโคร่ง

 

        พยัคฆ์เดินมาหยุดที่หน้าห้องของวิรุจน์ เขาผลักประตูเข้าไป เห็นน้องชายนอนหลับตาอยู่บนเตียง ร่างสูงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้ แล้ววางถาดยาลงบนโต๊ะทำงานของวิรุจน์

 

        เสียงคนเปิดประตูและเสียงคนก้าวเดิน ทำให้วิรุจน์ที่หลับตาอยู่ ค่อยๆเปิดตาขึ้น แต่ริมฝีปากมันก็ขยับไปก่อนจะมองเห็นว่าเป็นใคร

 

        “แม่เหรอครับ?

 

 

        “ก่อนจะทัก ก็หันมาดูก่อนสิ”

 

        เสียงของพยัคฆ์ ทำให้วิรุจน์ตื่นเต็มตา เขาหันขวับไปมองพี่ชายตัวสูงที่เดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดที่ข้างเตียง วิรุจน์ค่อย ๆ ยันกายพิงพนักเตียง ไม่คิดเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาจะคือพยัคฆ์

 

        “ทำไมพี่ใหญ่ถึง

 

        ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างอ้ำอึ้ง หลังมือร้อนวางทาบบนหน้าผากของวิรุจน์ วิรุจน์เหลือบตามองพี่ชาย

        “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำตัวเหมือนเด็ก”

 

        วิรุจน์คลี่ยิ้ม พยัคฆ์ถอนหลังมือออก วงแขนเรียวเคลื่อนไปโอบเอวของร่างสูงใหญ่ไว้แน่น ใบหน้าหล่อซุกเข้ากับเอวสอบของพี่ชาย

 

        “ฮึก

 

        พยัคฆ์ก้มมองน้องชายที่กำลังร้องไห้เหมือนกับเด็ก มือหนาขยี้ผมนิ่ม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ชายคนนี้เคยเอายาและอาหารมาให้ ถึงแม้เรื่องแบบนี้จะเคยเกิดเมื่อนานมาแล้ว แต่มันก็ยังฝังอยู่ในความทรงจำของวิรุจน์เสมอ

 

        “แกโตแล้วนะรุจน์แกต้องมีสติมากกว่านี้”

 

        คำพูดของพี่ชายทำให้วิรุจน์ผละกายออก ยกมือกุมหัวตัวเอง แล้วหัวเราะออกมา เงยหน้ามองชายหนุ่ม

 

        “ผมปวดหัวอยู่นะครับ  แคก ๆ ๆ อย่ามาทำให้ผมปวดหัวหนักกว่าเดิมสิครับพี่ชาย”

 

        ท่าทางที่เหมือนคนเศร้าสร้อยหายไป วิรุจน์กระตุกยิ้มที่มุมปาก พยัคฆ์หน้านิ่ง หย่อนกายลงข้าง ๆ อีกฝ่าย แผ่นหลังกว้างอยู่เบื้องหน้าของน้องชาย ริมฝีปากร้อนเอ่ยขึ้นด้วยสายตาที่น่ากลัว

 

        “ฉันอยากให้แกหยุด”

 

        “หยุดพี่ใหญ่หมายถึงอะไรล่ะครับ”

 

        “แกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ

 

        วิรุจน์หัวเราะในลำคอ เขาระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ เห็นชอบว่าเขา ชอบบ่นเขา แถมยังชอบหงุดหงิดใส่ แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นห่วงเขาสินะ

 

        “ผมดีใจนะครับ ที่พี่ใหญ่เป็นห่วงผม”

 

        “แกเป็นน้องฉันถ้าฉันไม่ห่วงแกแล้วจะเป็นห่วงไอ้เสือตัวไหนล่ะ”

 

        “ฮ่า ๆ ๆหัวเราะแล้วปวดหัวจังเลยครับ แคก ๆ ๆ”

 

        วิรุจน์เอนกายซบกับแผ่นหลังกว้างของพยัคฆ์ ร่างสูงนั่งนิ่ง เสียงหายใจของวิรุจน์ดังจนทั้งคู่ได้ยิน เพราะในห้องกำลังตกอยู่ในความเงียบ

 

        “ขอบใจ

 

        “ครับ?

 

        “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่แกค่อยช่วยฉัน คอยช่วยกวาง ฉันไม่ลืม

 

        คำกล่าวของพยัคฆ์ทำให้วิรุจน์อมยิ้ม เพราะนั่นแปลว่า ร่างสูงคงจะกำลังชมเขาต่อแน่ ๆ

 

        “แต่เรื่องที่แกเคยลวนลามเมียฉัน ฉันก็ไม่ลืมเหมือนกัน”

 

        “ง่ะแล้วทำไม ถึงยังได้จำเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะครับ ที่ผมทำไปน่ะ ก็เพื่อช่วยพี่ใหญ่กับคุณกวางให้สมหวังนะครับ แคก ๆ ๆ ๆ”

 

        วิรุจน์ถอยห่างออกมา พยัคฆ์หันไปมอง น้องชายที่เอาแต่ไอไม่หยุด เขาเดินไปหยิบถาดอาหารมาวางไว้ตรงโต๊ะตัวเล็กใกล้กับเตียง แล้วมองหน้าน้องชาย

 

        “ฉันแค่จะบอกว่า เรื่องที่แกทำดีกับฉัน กับเรื่องที่แกทำให้ฉันหงุดหงิด มันไม่เกี่ยวกัน”

 

        “ก็บอกแล้วไงครับ ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณกวาง”

 

        คนขี้หึงอย่างพยัคฆ์ก็ไม่คิดจะวางใจได้ง่าย ๆ แม้จะพอรู้อยู่แก่ใจว่าวิรุจน์คงไม่คิดเกินเลยอะไรกับภรรยาของเขา แต่เขาก็ไม่อาจจะหยุดกังวล เพราะว่ากรณัฐทั้งน่ารักและน่าทะนุถนอม แล้วอีกอย่าง นิสัยของวิรุจน์ก็ดูเหมือนจะเจ้าชู้เสียจนเขาไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วน้องชายของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

        “แล้วก็เรื่องลูกของฉัน”

 

        “ครับ?

 

        “เลิกทำตัวปัญญาอ่อนใส่ลูกฉันซักที”

 

        “ปัญญาอ่อนตรงไหนกันครับ แคก ๆ ๆ ที่ผมทำ เด็ก ๆ ออกจะชอบ หัวเราะกันใหญ่เลยด้วย”

 

        พยัคฆ์แทบจะกุมขมับ อันที่จริง เขาก็ไม่ได้รังเกียจ หรือไม่ชอบให้น้องชายไปเล่นกับลูกชายเขาหรอก แต่เขากำลังกลัวว่าลูก ๆ ของเขาจะไปติดเชื้อเพี้ยนมาจากวิรุจน์ ก็วันก่อนเขากลับมาจากทำงาน หวังว่าจะไปหาลูกหาเมีย แต่พอเปิดห้องเข้าไปก็ไปเจอเจ้าน้องชายตัวดี กำลังยืนเต้นแร้งเต้นกา แถมโผล่หางเสือตวัดไปมาต่อหน้าเด็กๆ แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ ลูก ๆ ของเขาหัวเราะชอบใจเสียด้วย

 

 

        “คุณกวางอนุญาตแล้วนะครับพี่ใหญ่ บอกว่าให้ผมเล่นกับเด็ก ๆ ได้ แคก ๆ ๆ ขืนปล่อยให้เด็ก ๆ อยู่กับพ่อที่ชอบทำหน้าเครียดแบบพี่ เดี๋ยวการพัฒนาทางด้านอารมณ์ก็ติดลบพอดะอ๊ากกกก”

 

        ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ร่างของวิรุจน์ก็ถูกพี่ชายเหวี่ยงลงเตียงอย่างแรง พยัคฆ์ยันกายลุกขึ้น ตั้งใจจะมาพูดกับน้องชายดี ๆ แต่ท่าทางไอ้บ้า ๆ บ๊อง ๆ แบบนี้ เห็นทีคงต้องใช้แต่กำลังเท่านั้น

 

        “ตัวแกยังร้อนอยู่เลยนี่ กินข้าว กินยา แล้วก็นอนซะ ฉันไม่อยากให้แกป่วยข้ามวันข้ามคืน จนไปทำงานไม่ได้”

 

        พยัคฆ์เอ่ยกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป วิรุจน์นอนอมยิ้ม พี่ชายของเขาคงไม่ถนัดที่จะพูดจาดี ๆ กับเขาสินะ แต่ถึงเขาจะโดนพี่ชายทำร้ายร่างกายบ้าง โดนด่า โดนว่าบ้าง แต่วิรุจน์ก็ไม่คิดจะรู้สึกน้อยใจ หรือว่าไม่พอใจ เพราะเขารู้ดี ว่าพี่ชายก็เป็นห่วงเขาเสมอ รวมถึงเหตุการณ์ในวันนี้ก็ด้วยเหมือนกัน

 

        หยุดงั้นเหรอ

 

        คำกล่าวของพี่ชายทำให้เขาต้องถามย้ำกับตัวเอง ใบหน้าของผู้ชายที่แสนเย็นชาลอยเข้ามาในหัว วิรุจน์กระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

        ครืดดดดด…..

 

        โทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งกำลังสั่น วิรุจน์หันไปมอง เขาหยิบมันขึ้นมากดดู ก็พบว่ามีข้อความหนึ่งฉบับส่งเข้ามา

 

        พอล

 

 พอเห็นรายชื่อผู้ส่ง ร่างสูงโปร่งก็เหยียดยิ้ม ดวงคมคมกริบฉายแววน่ากลัวราวกับสัตว์ป่าที่คิดจะออกล่าเหยื่อ

 

        “ถ้าหยุดมันจะไปสนุกได้ยังไงล่ะ”

 

 

-------+++++------

 

 

“โอ๋เอ๋ ๆ วันนี้อารุจน์มีเสื้อตัวใหม่มาให้ไทกะกับโทระด้วยนะคร้าบ”

 

เสียงของวิรุจน์ดูมีความสุขอย่างมาก นั่นอาจเป็นเพราะคุณพ่อขี้หวงเริ่มจะลดอาการลงบ้างแล้วเพราะว่ากรณัฐได้ขอไว้ แต่คนตัวสูงที่กำลังนั่งจิบกาแฟก็อดไม่ได้ที่จะมองน้องชายตัวดีที่กำลังชูเสื้อผ้าเด็กให้ลูก ๆ ของเขาได้ดู

 

“คุณว่าเด็ก ๆ จะชอบเหรอ...

 

กรวัฒน์เอ่ยขึ้น ในขณะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของวิรุจน์ ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนที่อายุน้อยกว่า ก่อนจะเอ่ยตอบ

 

“ไม่รู้สิ แต่ฉันก็ชอบทุกตัวนะ ไทกะ โทระ ชอบตัวไหนค้าบ”

 

ตอนนี้เด็กแฝดทั้งสองอายุประมาณสองเดือนได้ และทั้งคู่ก็อยู่ในร่างของมนุษย์ ทั้งๆที่วันก่อนยังอยู่ในร่างของเสือโคร่ง ไทกะหันไปมองคุณอาผู้ใจดี มือเล็กๆ ชูขึ้นราวกับต้องการจับหยิบของที่อยู่ตรงหน้า ปากน้อย ๆ กำลังดูดจุกนมเอาไว้ ดวงตากลมนั้นใสแจ๋ว มองเสื้อผ้าตรงหน้าตาไม่กระพริบ

 

เมื่อสองวันก่อน เตียงนอนของเด็กทั้งสอง นาคินทร์ก็ซื้อมาให้ใหม่ เสื้อผ้าเด็กมากมายถูกเลือกซื้อมาโดยคุณปู่ คุณย่า ยังไม่รวมอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กทารก ที่ภูมินทร์ได้ไปเลือกซื้อมาให้ แทบจะเรียกได้ว่า สองสามีภรรยาแทบจะไม่ต้องหาสิ่งใดให้กับลูกชายเลย เพราะคนในครอบครัวดูเหมือนจะจัดการไปให้หมดเสียแล้ว

 

“แอ๋ แอ๋”

 

โทระร้องเสียงดัง ทั้งมือทั้งเท้าขยับไปมา ใบหน้าหันซ้ายที ขวาที  วิรุจน์เลิกคิ้ว เอียงคอด้วยความแปลกใจ แล้วมองชุดที่ตัวเองถืออยู่

 

“ไม่ชอบเหรอไทกะ อารุจน์ตั้งใจเลือกชุดนี้เลยนะ”

 

กรวัฒน์ถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทางที่ดูตั้งอกตั้งใจของคุณอาตัวแสบ

“ไทกะกับโทระเป็นเสือไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้ซื้อชุดลูกเจี๊ยบ กับ ลูกเป็ดมาล่ะ”

 

“นี่น้องเหมียว น้องเหมียวไม่เข้าใจกันบ้างเลย ในบ้านหันไปทางไหนก็เจอแต่เสือ ๆ ๆ แฝดสองก็เป็นเสือ ก็อยากให้มีสัตว์อย่างอื่นบ้างไม่ดีหรือไง”

 

นี่คิดแบบนั้นจริงๆหรือนี่

 

        แต่พอเห็นท่าทางที่จริงจังของวิรุจน์แล้ว กรวัฒน์ก็คิดว่าคงจะเป็นอย่างที่ชายหนุ่มบอกจริง ๆ เพราะในชุดที่ซื้อมาไม่ได้มีแค่ลูกเจี๊ยบกับลูกเป็ด ดูเหมือนจะมีผึ้ง วัว กระต่าย และสัตว์อีกหลายชนิด

        นี่คิดจะเอามาทั้งป่าเลยหรือไง

 

        “นี่น้องเหมียว เปิดกระเป๋าตรงนั้นให้หน่อยสิ”

 

        “ทำไมครับ?

 

        “มีกล้องอยู่น่ะ”

 

        เด็กหนุ่มพยักหน้า มือใหญ่เคลื่อนไปเปิดกระเป๋า หยิบกล้องถ่ายรูปราคาแพงออกมา เขาเงยหน้ามองวิรุจน์

 

        “วันนี้คุณไม่มีธุระเหรอ?

 

 

        วันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่ต้องไปทำงานก็จริง แต่เขาก็สังเกตได้ว่า ตั้งแต่ที่เด็ก ๆคลอดออกมา วิรุจน์ก็อยู่ติดบ้านแทบตลอด และดูเหมือนงานอดิเรกของชายหนุ่มก็คือการ

 

        แชะ!

 

        คำตอบที่กรวัฒน์ถามนั้นยังไม่ได้คำตอบ พยัคฆ์ที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เงยหน้าขึ้น

 

        “อย่าเปิดแฟลชใส่หน้าลูกฉัน”

 

        เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นแทบดุ วิรุจน์ยิ้มเจื่อน ปกติเขาก็ไม่ได้เปิดแฟลชใส่เด็กๆ สงสัยเพราะเอาไปถ่ายรูปเล่นเลยลืมปิดเสียได้

 

        “แอ๋ แอ๋ คิก คิก”

 

        ไทกะหัวเราะ ยิ้มตาหยี พยายามจะยื่นมือมาจับกล้องตัวใหญ่ที่มีเลนส์คุณภาพสูง แต่วิรุจน์ก็ชักกล้องเก็บแล้วอมยิ้ม

 

        “หว่าไม่เอา ไม่ให้เล่นครับ ต้องยอมให้อารุจน์เปลี่ยนชุดให้ก่อนนะ”

 

        “อ๋อ แอ๋ แอ๋”

 

        โทระ ฉีกยิ้มหวาน จนเห็นเหงือกและลิ้นเล็กสีชมพู หางเสือขนาดเล็กตวัดไปมา พร้อมกับหูเสือที่ขยับ

 

        “โทระยอมให้อาเปลี่ยนชุดแล้วเนอะ แล้วไทกะล่ะ”

 

        วิรุจน์พูดเองเออเอง กรวัฒน์ยิ้มเจื่อน พี่ชายเขาเข้าไปช่วยดาวิกาจัดดอกไม้ เพราะวันนี้ทุกคนอยู่บ้าน ยกเว้นเสียแต่ ภูมินทร์ที่ออกไปทำงาน ส่วนนพวินก็ออกไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน

 

        “งะ แง!

 

        เด็กน้อยไทกะร้องไห้งอแงเมื่อเห็นชุดกระต่ายที่วิรุจน์ภูมิใจนำเสนอ เสียงร้องของเจ้าตัวเล็ก ทำให้คนตัวสูงที่มีตำแหน่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองยันกายลุกขึ้น เดินตรงเข้ามาหาน้องชาย

 

        “แกแกล้งอะไรลูกฉันอีกฮะ”

 

        “เปล่าสักหน่อยนะครับพี่ใหญ่ ผมแค่อยากให้เด็ก ๆ แต่งตัวน่ารักๆ แล้วก็ถ่ายรูปเท่านั้นเองครับ”

 

        พยัคฆ์เงียบไป วิรุจน์นิ่งเงียบ ล้อลุ้นว่าพี่ชายจะพูดอะไรต่ออีกหรือเปล่า

 

        “ฉันไม่ไว้ใจให้แกเปลี่ยนชุดให้ลูกฉันหรอกนะ”

 

        เพราะดูจากชุดแล้ว ท่าทางจะใส่ยากพอสมควร อีกอย่าง วิรุจน์ก็น่าจะพวกมือหนักเหมือนกับเขา เขาเองก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำลูกชายเขาแขนหัก คอหัก หรือไม่ คุณพ่อขี้กังวลก็คงจะคิดมากไปเอง วิรุจน์หน้าเศร้า คิดว่าคงไม่มีโอกาสจะได้ถ่ายรูปเจ้าตัวเล็กในชุดสัตว์น้อยน่ารักเสียแล้ว

 

        “ไปตามคุณแม่ กับกวางมาช่วยเปลี่ยนสิ”

 

        คำพูดต่อมานั้น แทบจะทำให้ชายหนุ่มหลุดออกมาจากความเศร้าแทบจะทันที เขาเงยหน้ามองพยัคฆ์

 

        “ได้เหรอครับพี่ใหญ่!

 

        “จะไปหรือไม่ไป”

 

        “ไปกันเถอะน้องเหมียว!

 

        คนเห่อหลานรีบจับข้อมือกรวัฒน์ให้ยืนขึ้นแล้วกึ่งจูง ฉุดกระชากให้อีกฝ่ายเดินตาม จนทั้งคู่ไปถึงจุดที่กรณัฐกับดาวิกาอยู่ด้วยกัน

 

        “คุณกวางครับ คุณแม่ครับ ผมมีอะไรให้ช่วย”

 

        “หืม? อะไรกันจ๊ะ”

 

-------+++++------

 

        แชะ! แชะ! แชะ!

 

        ช่างถ่ายภาพมือสมัครเล่นกดถ่ายรูปรัว ๆ ยิ่งถ่ายก็ยิ่งมีความสุข เพราะบุคคลที่อยู่ในภาพคือเจ้าหลานตัวเล็กที่กำลังยิ้มร่า หัวเราะคิกคัก ที่ทั้งคุณย่า คุณปู่ และมารดาเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ

 

        “น่ารักดีนะครับ ชุดที่คุณรุจน์ซื้อมา”

 

        “ใช่ไหมล่ะครับ ลูกเป็ด กับ ลูกเจี๊ยบ น่ารักสุด ๆ เลย”

 

        คนตัวสูงพูดไม่หยุด ในขณะที่อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปต่อ เขาละสายตา แล้วหันมาบอกกับคนในครอบครัว

 

        “จริงสิครับ คุณกวาง กับพี่ใหญ่ มาอุ้มไทกะกับโทระสิครับ เดี๋ยวผมถ่ายให้”

 

        พยัคฆ์มองหน้าน้องชาย แล้วมองหน้ากรณัฐ พอเห็นภรรยาส่งยิ้มให้ เขาก็เดินเข้ามาหาแล้วอุ้มไทกะขึ้นมา เด็กน้อยเลือนมือไปทุบเข้าที่คางสาก ๆ ของคนเป็นพ่ออย่างหยอกเล่น พยัคฆ์จับมือลูกชายมางับอย่างหมั่นเขี้ยว กรณัฐอุ้มโทระขึ้นมาแนบอก

 

        “หันมาทางนี้หน่อยค้าบ”

 

        ทั้งสองหันไปหากล้อง วิรุจน์คลี่ยิ้มแล้วกดถ่ายรูปอีกหลายใบ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับกรวัฒน์

 

        “น้องเหมียว ถ่ายรูปให้พี่บ้างสิ”

 

        เขาส่งกล้องถ่ายรูปให้กับเด็กหนุ่ม กรวัฒน์รับมาอย่างงง ๆ แล้วมองวิรุจน์ที่ตรงเข้าไปหาพยัคฆ์

 

        “พี่ใหญ่ค้าบ ขอผมอุ้มไทกะหน่อยสิค้าบ”

 

        “อย่าให้ลูกฉันหล่นนะ”

 

        เพราะวิรุจน์ทำอะไรดูไม่ค่อยจะน่าไว้วางใจ แถมดูไม่ค่อยระวัง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยอมส่งไทกะให้กับวิรุจน์ได้โอบอุ้ม

 

        “คุณกวางค้าบ ส่งโทระให้ผมหน่อยค้าบ”

 

        วิรุจน์อ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน เสียจนพยัคฆ์ต้องถลึงตาใส่

 

        นี่คิดจะอ่อยเมียเขาหรือไง!...

 

        “คุณรุจน์อุ้มไหวเหรอครับ สองคนเลยนะครับ”

 

        “ผมอยากถ่ายกับทั้งสองคนนี่ค้าบ น้าค้าบคุณกวาง”

 

        ไม่พูดเปล่า แต่ศีรษะนั้นกลับไปเอนไปพิงไหล่เล็ก แต่ก็เพียงครู่เท่านั้น เพราะมือใหญ่ๆของพี่ชายก็กระชากศีรษะของวิรุจน์อย่างแรง

 

        “โอ้ยโอ๊ยยย!!!

 

        “อย่ามาเนียนให้มันมากนักไอ้รุจน์เดี๋ยวฉันก็ไม่ให้ถ่ายรูปกับลูกฉันดีไหม!

 

        “ผิดไปแล้วค้าบ ผมขอโทษ แค่ล้อเล่นเองนะค้าบ คุณกวางค้าบ ส่งโทระมาให้ผมอุ้มนะคร้าบ”

 

        กรณัฐยิ้มจาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ส่งตัวโทระให้กับวิรุจน์ เขาพยายามประครองเด็กทั้งสองคนเอาไว้อย่างระมัดระวัง

 

        “หันไปหากล้องเร็วค้าบ หลานอา”

 

        ชายหนุ่มหันไปยิ้มหวานให้กับกล้อง ในขณะที่โทระก้มลงไปงับเสื้อของวิรุจน์ ส่วนไทกะก็เหมือนจะบิดตัวดิ้น ส่วนตากล้องที่มองภาพในกล้องก็หยุดชะงักไป เมื่อมองใบหน้าของวิรุจน์และเด็ก ๆ

 

        “ถ่ายเร็ว ๆ สิแคท”

 

        คนที่เร่ง ไม่ใช่ใครนอกเสียจากพยัคฆ์ เพราะเขากำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็ก ๆ ที่อยู่ไม่เป็นสุข กลัวจะร่วงลงมาจากการอุ้มของวิรุจน์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนั่งถ่ายรูปก็ตามที แต่ยังไง มันก็อันตราย ไว้ใจไม่ได้

 

        แชะ! แชะ! แชะ!

 

        กรวัฒน์กดถ่ายไปสามสี่ภาพ เอาไว้กันเสีย วิรุจน์หันไปยิ้มหวานให้กับกรณัฐ แต่สายตาอำมหิตของพี่ชายก็ทำให้เขาต้องหุบยิ้มลง เพราะไอ้นิสัยชอบโปรยเสน่ห์ไปทั่วนั่นแหละ ที่กำลังจะเป็นปัญหากับเขาในเวลานี้

 

        “เอ่องั้นผมคืนไทกะ กับโทระ ดีกว่านะครับ”

 

        “ขอพ่ออุ้มหน่อย”

 

        คุณปู่ของเด็ก ๆ เลื่อนมือไปรอรับ วิรุจน์ส่งเด็กทั้งสองให้ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

 

        “พรุ่งนี้คุณพ่อต้องไปกับพี่ใหญ่ด้วยสินะครับ”

 

        พรุ่งนี้มีประชุมใหญ่ของผู้บริหารในแต่ละบริษัทที่จัดขึ้นที่โรงแรมที่จังหวัดชลบุรี และแน่นอนว่าพยัคฆ์ต้องไป

 

        “อืมพ่อก็คงต้องไปด้วย ช่วงเย็น ๆ ก็มีงานเลี้ยงน่ะ”

 

        “แล้วตกลงคุณเสือจะค้างที่นั่นไหมครับ?

 

        “ไม่ล่ะฉันอยากกลับบ้าน”

 

        ชายหนุ่มเข้ามาจับมือเล็ก กรณัฐยิ้มให้กับสามี

        “แต่ว่าเดินทางตอนกลางคืนมันอันตรายนะครับ ผมไม่อยากให้คุณเสือต้องเหนื่อยเลย นอนพักที่นั่นสักคืนก็ได้”

 

        “ไม่เอาฉันเป็นห่วงกวางกับลูก”

 

        ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ คนตัวสูงก็โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ เขารู้สึกไม่ค่อยดีเลยสักนิดเดียว ที่พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่เช้า และกว่าจะกลับมาถึงบ้าน ก็คงจะดึกมาก

 

        “ไม่ต้องห่วงหรอกครับพี่ใหญ่ เดี๋ยวผมจะช่วยดูแลคุณกวางกับเด็ก ๆ เอง”

 

        ความกังวลของพยัคฆ์น้อยลงแต่ก็ไม่มากนัก เขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า แม้จะไม่อยากเดินทางในครั้งนี้ แต่เขาก็ต้องไป เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะได้ทำอะไรโดยไม่ต้องคิดถึงควารับผิดชอบ ดวงตาคมกับหยุดอยู่ที่เจ้าเด็กตัวน้อยทั้งสองที่หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข

 

        หวังว่าสิ่งที่เขารู้สึกอยู่ในตอนนี้มันจะเป็นแค่อาการคิดมากไม่ใช่ลางสังหรณ์ร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 100%     

16/1/2559

 

เรื่องของพอลรุจน์ ในภาคเสือกวาง พอลรุจน์จะโผล่มาให้เห็น แค่นิดๆหน่อยๆค่ะ ในส่วนเนื้อหาพอลรุจน์ที่ไม่กล่าวถึงคือให้รออ่านในเรื่องหลักของพอลรุจน์  จะอัพภาคของพอลรุจน์หลังจาก ที่ภาคเสือกวางจบค่ะ อัพที่บทความนิยายเรื่องนี้ 

 

เจอกันตอนต่อไป วันเสาร์หน้าค่ะ อัพ1 ตอนทุกวันเสาร์ 

ถ้าบทความเด้งก่อนวันเสาร์ หมายถึง อากิเข้ามาอัพรายชื่อผู้ซื้อนิยายที่เปิดพรีนะคะ

 

       ประชาสัมพันธ์

เปิดพรีออเดอร์

คุณพ่อครับมาเป็นเมียผมเถอะ , Royal Tiger สามีผมเป็นเสือ

5 มกราคม - 5 มีนาคม พ.ศ.2559

ลิ้ง : http://www.tunwalai.com/chapter/370568/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-5-%E0%B8%A1%E0%B8%84-5-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84-59

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/48460/274034953-member.jpg

 

 

       

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}