Ex-SoulL

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : : Black Diamond : 16

คำค้น : Omegaverse,BlackDiamond,มังกรซ่อนเพชร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.1k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2562 19:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
: Black Diamond : 16
แบบอักษร

16. 

ลี่ชิงมองประตูตรงหน้าด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง ข้อความที่ได้รับจากแกเรนทำให้รู้ว่าสิ่งที่พยายามปกปิดอีกคนเอาไว้มันถูกเปิดเผยแล้ว

“ผมขอโทษที่ไม่เก็บเอกสารนั่นให้ดีนะลี่ชิง” แกเรนพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ วันหนึ่งเขาก็ต้องรู้อยู่ดี”

เปลือกตาสีอ่อนปิดลง มือเอื้อมจับลูกบิด กระทั่งตัดสินใจได้ก็ลืมตาขึ้นแล้วเปิดมันเข้าไป

สิ่งแรกที่เห็นคือสายตาคมราบเรียบที่จ้องมองมา บนโต๊ะยังคงมีเอกสารใบนั้นถูกวางเอาไว้

“ฉันให้โอกาสเธออธิบาย...ทุกเรื่อง”

ลี่ชิงกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ท่าทางนิ่งเงียบไร้ความเกรี้ยวกราดไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจ แต่ยิ่งทำให้ความกังวลทบทวี

ลมหายใจถูกสูดเข้าลึกๆ เพื่อลดความวูบโหวงในอก จากนั้นจึงพูดทุกอย่างออกไป

“เรื่องเอกสาร...ผมเอามาให้คุณแกเรนดูเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ท้อง มันจะไม่มีผลกระทบกับงานใดๆ ส่วนเหตุผลที่ผมไม่ท้องก็เพราะ...”

“...”

“ปัญหาสุขภาพ...ฮอร์โมนผิดปกติมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ต้องกินยามาตลอด ผลของยานั้นจะทำให้ไม่มีอาการฮีต และจากการกินยามาอย่างยาวนานทำให้...แทบไม่มีโอกาสท้องแม้อัลฟ่าจะนอต ช่วงหลังมานี้หมอมีการปรับยา ผมจึงเริ่มมีอาการฮีตอ่อนๆ ...การฮีตครั้งนั้นเป็นความตั้งใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะไม่ท้อง”

ลี่ชิงพูดทุกอย่างออกไปหมดเปลือก ไม่คิดจะปกปิดเรื่องใดอีกเพราะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุด

“ทำไม”

ขณะที่คนฟังถามกลับเพียงคำเดียว ดวงตาคมไม่แสดงความรู้สึกใดจนคาดเดาไม่ได้

ลี่ชิงมองคนตรงหน้าด้วยใจสั่นไหว มีความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยกับท่าทีต่อจากนี้ของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็เลือกจะพูดความจริง

หากอยากได้ความชัดเจนก็เป็นเราที่ต้องชัดเจนก่อน

“เพราะผมรักคุณ”ประโยคนั้นถูกเอ่ยออกไปเสียงหนักแน่น ต่างจากหัวใจและดวงตาที่ไร้ซึ่งความมั่นคง “เพราะรักเลยอยากลึกซึ้ง อยากเป็นของคุณ...แค่นั้น”

เกิดความเงียบโรยอยู่รอบตัว สองสายตาประสานกันนิ่ง นานเกือบนาทีกว่าที่คนฟังจะพูดขึ้น

“รักงั้นเหรอ”

ลี่ชิงเดาไม่ออกว่าอีกคนรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่พูดออกไปเพราะเสียงทุ้มมีเพียงความราบเรียบ ไม่ได้มีแววกรุ่นโกรธ เกรี้ยวกราด หรือดีใจใดๆ

“เหตุผลที่คุณอยากรู้มาตลอด เหตุผลที่ผมหมั้นกับคุณ เหตุผลที่ผมเป็นนายแบบ ทั้งหมดนั่นก็คือเหตุผลเดียวกัน”

“...”

“ผมไม่ได้อยากได้ผลประโยชน์อะไร ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติจากตระกูลจาง...อยากได้แค่ความรักจากคุณ

หมดสิ้นแล้วสิ่งที่จะพูด ลี่ชิงทำเพียงยืนมองว่าคนตัวโตจะพูดหรือทำอะไร จากนั้นเฟิงหลงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าไปหาร่างเพรียวช้าๆ แล้วหยุดนิ่งในระยะห่างหนึ่งก้าว

“ฉันจะเชื่อได้แค่ไหน”

“ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน จะมีก็แค่ผมที่คุณอยู่ด้วยมาตลอดหนึ่งเดือน”

เฟิงหลงจับจ้องใบหน้าของลี่ชิง ค้นหาบางอย่างจากดวงตาเรียวรี ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“มันน้อยเกินไปที่จะเชื่อ”

คนฟังขมวดคิ้วน้อยๆ

“ถ้าคุณจะให้โอกาสผมพิสูจน์”

ลี่ชิงไม่หวั่นกลัวเพราะทั้งหมดนั้นคือความจริง

“เริ่มจากไปนอนที่เพนต์เฮาส์คืนนี้”

แล้วมือบางก็ถูกมือใหญ่ฉวยไปจับ ทั้งยังออกแรงรั้งให้เดินออกจากห้องโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แกเรนซึ่งเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นเลิกคิ้วให้กับภาพที่เห็นโดยเฟิงหลงไม่ได้หยุดอธิบาย

“ไปที่เพนต์เฮาส์”

เฟิงหลงเอ่ยบอกคนสนิท จากนั้นก็ก้าวออกไปรอรถที่หน้าสตูดิโอ ขณะที่ลี่ชิงทำได้เพียงเดินตามการชักจูงนั้นอย่างมึนงงว่าอีกคนโกรธกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่

“คะ...คุณเฟิง เดี๋ยว”

ลี่ชิงเอ่ยท้วงพลางจับมือของคนที่กำลังจะเปลื้องผ้าตัวเองเอาไว้

ทันทีที่มาถึงห้องก็ถูกลากขึ้นมายังห้องนอน ถูกดันให้นั่งลงบนเตียง แล้วร่างสูงก็ตั้งท่าจะถอดเสื้อผ้าเขาออก

“สรุปว่าคุณเชื่อหรือไม่เชื่อ โกรธหรือไม่โกรธ” ลี่ชิงรีบถาม ทว่าก็ไม่ได้รับคำตอบ ท้ายที่สุดเสื้อก็หลุดไปทางศีรษะ กางเกงถูกรั้งออกทางเท้า ก่อนจะถูกจู่โจมด้วยจูบร้อนแรง ความสงสัยปลิวหายไปเพราะความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้น

ลี่ชิงตามไม่ทัน ได้แต่นอนครวญครางไร้เรี่ยวแรงให้อีกคนรังแกจนกระทั่งพอใจ

--

“ผมมีเรื่องจะคุยกับไหน่ไนครับ”

เฟิงหลงเอ่ยขึ้นบนโต๊ะอาหารหลังจากที่วางผ้าเช็ดปากลง

“ว่าไง”

“ไหน่ไนรู้เรื่องที่ลี่ชิง...รักผมอยู่แล้วเหรอ”

คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจอยู่สักพัก

“อาเฟิงรู้แล้วเหรอ” เมื่อเฟิงหลงพยักหน้ารับจางผิงจึงถามต่อ “แล้วรู้อะไรบ้างล่ะ”

“ลี่ชิงไม่ท้อง...เพราะสุขภาพไม่ค่อยดี กินยามาตั้งแต่เด็กเลยทำให้ท้องยาก” เสียงทุ้มดังแผ่วลงเรื่อยๆ เพราะความผิดหวังตีตื้นขึ้นมาในอก เป็นความรู้สึกที่เฟิงหลงไม่ทราบสาเหตุ เมื่อถามตัวเองว่าอยากมีลูกงั้นหรือก็ไม่มีคำตอบ

“อย่างนั้นหรือ” จางผิงพึมพำเสียงแผ่ว ใจวูบโหวงไปกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้เช่นเดียวกัน

“สรุปไหน่ไนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหม”

“ไหน่ไนรู้เรื่องที่ลี่ชิงรู้สึกยังไงกับเฟิงหลง แต่ไม่รู้เรื่องท้องหรอก”

“แค่เพราะว่ารัก ไหน่ไนก็อยากให้ผมแต่งงานกับลี่ชิงเลยงั้นเหรอ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยามเอ่ยถาม ความเคลือบแคลงยังคงหลงเหลือ อยากรู้ถึงสาเหตุที่ผู้เป็นย่ายอมรับลี่ชิงได้อย่างง่ายดาย

“วันหนึ่งเฟิงหลงจะได้รู้เอง”

“...” เฟิงหลงมองย่าตัวเองที่เอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มบางอย่างไม่เข้าใจ ประโยคนั้นเหมือนมีเรื่องราวมากกว่าสิ่งที่ได้รู้

“รู้เพียงว่าลี่ชิงไม่ได้เข้ามาเพราะเรื่องไม่ดีอย่างที่อาเฟิงเคยคิดก็พอแล้ว”

สายตาและสีหน้าที่เจือแววล้อเลียนทำให้คนที่เคยคิดอะไรแบบนั้นพูดไม่ออก มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเป็นการหลีกเลี่ยงสายตาคู่นั้น

ความคิดของเฟิงหลงมันบอกให้อย่าเพิ่งเชื่อเหตุผลของลี่ชิง แต่ใจเหมือนกับจะเชื่อไปแล้วโดยไม่มีเงื่อนไข

--

ลี่ชิงก็ยังไม่แน่ใจว่าสุดท้ายคุณเฟิงโกรธกันหรือไม่ บทสนทนาระหว่างกันน้อยลง ความอ่อนหวานน้อยลง แต่ความร้อนแรงในยามค่ำคืนยังคงเดิม ซ้ำมากกว่าเดิมเป็นทุกค่ำคืนจนลี่ชิงเหมือนจะต้องย้ายมาอยู่เพนต์เฮาส์ถาวร

“ลี่ชิงดูเหนื่อยๆ นะ” เกรซถามขึ้นระหว่างรอทีมงานมาเรียกลี่ชิงเข้าห้องแคสติ้ง

“อื้ม...”

“ไหวไหม”

“ไหว” ลี่ชิงยิ้มรับบางๆ

“สู้ๆ ถ้าได้เล่นเอ็มวีนี้มันต้องปังแน่”

ใบหน้าเรียวพยักรับ ลมหายใจแห่งความตื่นเต้นเล็กๆ ถูกพรูออก เมื่อทีมงานเดินมาเรียกก็ลุกขึ้นยืนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ลี่ชิงกลับไปถึงเพนต์เฮาส์ในเวลาค่ำ ถึงอย่างนั้นในห้องก็มีเพียงความว่างเปล่าบ่งบอกว่าอีกคนยังไม่กลับ ด้วยไม่มีอะไรทำจึงเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมมือเย็น ทั้งที่รู้ว่าเฟิงหลงอาจจะกินมาจากข้างนอกแล้ว

เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นไปอาบน้ำ รอคนยังไม่กลับด้วยการดูโทรทัศน์ แล้วก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เฟิงหลงที่เปิดประตูเข้าห้องมาในเวลาเกือบเที่ยงคืนเดินสำรวจหาคนที่ไม่ออกมารับ เมื่อเห็นก้อนบางอย่างอยู่บนโซฟาก็ชะงักแล้วสาวเท้าเข้าไปหา

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้คนหลับนอนขดตัวน้อยๆ เหมือนเด็ก เสื้อสูทที่พาดอยู่บนแขนจึงถูกคลี่คลุมร่างนั้นเอาไว้ จากนั้นเฟิงหลงก็ช้อนลี่ชิงขึ้นไปบนห้องนอน ค่อยๆ วางลงบนเตียง รั้งผ้าห่มขึ้นมาให้ถึงหน้าอกแล้วกดจูบลงบนริมฝีปากสีสดทิ้งท้ายก่อนไปอาบน้ำ

ลี่ชิงตื่นขึ้นในตอนเช้าตรู่ด้วยความมึนงง พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ก่อนภาพจะตัดไป กระทั่งนึกออกก็หันไปมองคนที่อยู่ร่วมเตียง ความอุ่นซ่านโอบรอบใจลามไปถึงกาย

ร่างเพรียวขยับไปหาแล้ววางแขนโอบรอบร่างสูงใหญ่เอาไว้ แนบใบหน้าเข้ากับแผ่นหลังกว้าง หลับตาลงซึมซับความสุขเล็กๆ นี้ จากนั้นจึงตัดใจขยับออกห่าง ก้าวลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำและลงไปทำมื้อเช้า

บนโต๊ะอาหารมีเพียงความเงียบ แต่ลี่ชิงก็รู้สึกเป็นสุข สายตาคอยเลื่อนขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ พลันความคิดบางอย่างก็เกิดขึ้นในหัว เมื่อต่างฝ่ายต่างกินเสร็จก็ลุกขึ้นเก็บจานเหมือนทุกวัน

เพล้ง!

“ลี่ชิง!”

เสียงเรียกชื่อดังขึ้น ไม่กี่วินาทีจากนั้นอีกคนก็ถึงตัว เอวถูกรั้งให้ขยับออกห่างจากบริเวณที่มีเศษแก้วกระจายอยู่บนพื้น

เฟิงหลงทรุดตัวลงมองขาเรียวและฝ่าเท้า ใช้มือลูบไล้ไปทั่วเพื่อให้มั่นใจว่าลี่ชิงไม่มีบาดแผลใด

“โดนแก้วบาดหรือเปล่า”

คนถูกถามส่ายหน้าไปมาพลางพยายามกลั้นยิ้มกับท่าทีที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้น

“ทีหลังก็ไม่ต้องเก็บ ให้แม่บ้านมาจัดการ”

“ผมแค่...ไม่ทันระวัง”

“...” เฟิงหลงไม่ตอบอะไร มีเพียงใบหน้าที่ทอแววกรุ่นโกรธ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกใจเสีย ตรงกันข้าม...กลับทำให้ใจลี่ชิงพองโต

“คุณเฟิง” เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมทั้งยกแขนขึ้นคล้องลำคอ แนบใบหน้าเข้ากับซอกคอ ขยับถูไถไปมาสองสามครั้ง

ลี่ชิงทำเพราะอยากทำ ไม่มีเหตุผลอื่น

ขณะที่คนถูกอ้อนยืนตัวแข็งค้าง กลิ่นหอมอ่อนที่กรุ่นอยู่ตรงปลายจมูกกำลังรบกวนสมาธิอย่างหนัก แต่นั่นก็ยังไม่เท่าร่างกายที่บดเบียดเข้าหา

“จะยั่วฉันหรือไง”

ลี่ชิงส่ายหน้าไปมาอยู่กับซอกคออุ่น กลิ่นหอมเย็นจากร่างหนาทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

“แค่อยากกอดคุณ”

“...” คนที่ได้ฟังเหตุผลนิ่งงันอย่างไปไม่ถูก

จุ๊บ

แล้วก็กลายเป็นยืนตัวแข็งทื่อเพราะสัมผัสที่แนบลงบนริมฝีปาก ยามลี่ชิงผละออกห่างใจอยากจะรั้งเอาไว้แล้วขยี้จูบกลับไป แต่เพราะต้องรักษาฟอร์มจึงต้องอดกลั้นกัดกรามแน่น

“ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน” ลี่ชิงเอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้ม

“ฉันไม่ได้ทำอะไร”

“งั้นผมก็แค่อยากจูบเฉยๆ”

เฟิงหลงรู้สึกมันเขี้ยวเด็กตรงหน้าจนอยากจับฟัดให้เลิกทำหน้าระรื่น ทว่าความเป็นจริงกลับต้องทำเป็นดันร่างเพรียวออกแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ

“ฉันจะไปทำงาน”

จากนั้นก็เดินออกจากตรงนั้นก่อนที่ความอดทนจะหมดลง

ลี่ชิงมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา ห่อเหี่ยวกับท่าทางนั้นเล็กน้อย แต่ก็บอกตัวเองว่ายังมีโอกาสพิสูจน์ความรู้สึกของตัวเองอีกมากมาย

--

“สรุปดีกันหรือยัง”

แกเรนเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกพลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เลิกคิ้วถามคนที่วางปากกาในมือลงแล้วเอนหลังไปพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีราบเรียบ

“มีอะไรก็ว่ามา”

คนถามยกยิ้มอ่อนใจกับการเบี่ยงประเด็นนั้น แต่ก็ไม่คิดจะทู่ซี้ถามต่อ

แฟ้มเอกสารบนตักถูกวางลงบนโต๊ะทำงานแล้วดันไปตรงหน้าอีกคน

“เอารายละเอียดงานของลี่ชิงมาให้ดู” เฟิงหลงปรายตามองแฟ้มนั้น ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบไปเปิด “คนบางคนจะได้ไม่หัวร้อนทีหลัง...ถ่ายเอ็มวีเพลงมีฉากจูบ”

“ว่าไงนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นทันควัน มือที่เพิ่งเปิดแฟ้มได้หน้าแรกชะงักกึก สีหน้าที่ก่อนหน้านี้ไม่บ่งบอกอารมณ์แสดงความไม่พอใจชัดเจน

“แค่เอาปากแนบปาก”

“มันไม่เรียกว่าแค่”

พึ่บ

เสียงแฟ้มปิดลงแรงๆ เมื่อเฟิงหลงไม่เสียเวลาจะดูหรืออ่านอะไร ลมหายใจร้อนขึ้นเมื่อภาพลี่ชิงจูบกับคนอื่นวาบขึ้นในหัว มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่น

“มันคืองาน เราทุกคนก็ทำทุกอย่างเพื่องานได้ไม่ใช่เหรอ” แกเรนพยายามพูดอย่างใจเย็น

“แต่ไม่ใช่กับลี่ชิง ทุกวันนี้งานถ่ายแบบเดินแบบก็มากเกินไปแล้ว”

“นายแบบคือไม้แขวนเสื้อที่ต้องพรีเซนต์ทุกอย่างออกมาให้ได้ แล้วลี่ชิงก็เป็นไม้แขวนเสื้อที่เหมาะกับแนวนั้น มันคืองาน คุณกำลังจะขัดขวางการเติบโตของลี่ชิง”

“...”

“ผมรู้ว่าคุณหวง แต่ลี่ชิงตั้งใจมากและไม่เคยว่อกแว่กเลย”

เปลือกตาหนาปิดลง ลมหายใจกรุ่นร้อนถูกพรูออกช้าๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ ก่อนเฟิงหลงจะลืมตาขึ้นแล้วจ้องมองดวงตาสีชมพูด้วยความจริงจัง

“แกเรน สมองฉันมันเข้าใจ แต่ความรู้สึกไม่เป็นอย่างนั้น...มันเป็นธรรมชาติที่ฉันจะหวงของของฉัน

เป็นธรรมชาติของอัลฟ่า สัญชาตญาณของความเป็นผู้นำนั้นติดตัวมาตั้งแต่เกิด

อะไรที่เป็นของส่วนตัวจะถูกแสดงความเป็นเจ้าของ ประกาศศักดาถึงความยิ่งใหญ่ ยิ่งกับ ‘คนรัก’ แล้วบางคนถึงกับพูดว่าหวงเหมือนหมา ยิ่งกว่าจงอางหวงไข่

เฟิงหลงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง แต่ไม่อาจห้ามความรู้สึกหวงตามสัญชาตญาณได้

“ถึงได้บอกว่าผมรู้ แต่คุณก็ต้องปล่อยวาง พยายามทำใจให้สบาย”

“พูดเหมือนจะให้ฉันไปบวช”

แกเรนหลุดหัวเราะ

“จริงๆ ก็อยากให้ไป เผื่อคุณจะปลงได้”

“ต่อให้บวชก็ช่วยอะไรไม่ได้” เสียงถอนใจดังขึ้นอย่างอ่อนใจ อารมณ์ยังคงขมุกขมัวกับสิ่งที่แกเรนนำมาบอก ความร้อนรุ่มก่อตัวอยู่ในอก ยากที่จะทำให้มอดดับลง

วิธีเดียวที่แก้ปัญหานี้ได้...คือการให้ลี่ชิงเลิกเป็นนายแบบ

--

การถ่ายเอ็มวีเพลงเป็นงานที่แตกต่างจากการเดินแบบหรือถ่ายแบบ เป็นงานที่ต้องใช้อารมณ์ในการดำเนินเรื่องราว ลี่ชิงจึงต้องเตรียมตัวและฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม เมื่อมาถึงกองถ่ายทุกอย่างดูแปลกตา แตกต่างจากกองถ่ายแบบที่คุ้นเคย

แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ไม่เคยทำงานด้านนี้ก็ทำทุกอย่างออกมาได้ดี สร้างความพึงพอใจให้ผู้กำกับและนักร้องเจ้าของเพลง กระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่เป็นฉากจูบลี่ชิงก็ต้องใช้สมาธิมากกว่าปกติ

“ลี่ชิงไม่ใช่ลี่ชิง แต่คือเนม ต้องเป็นเนม เข้าใจไหมลูก” ลลิตาบิวด์เพื่อให้ลูกดึงอารมณ์ออกมาและสื่อสารออกไปให้ได้ดีที่สุด

“คิดว่าเป็นคุณเฟิงแล้วกันนะลี่ชิง” เกรซที่ตามมาดูแลกระซิบกระซาบบอก ด้านคนฟังก็ลืมตาขึ้น กลายเป็นไม่มีสมาธิยิ่งกว่าเดิม

ลลิตาได้ยินก็อมยิ้มแล้ววางมือลูบไล้ศีรษะของลี่ชิงไปมา

“ฉากสุดท้ายแล้ว”

ลี่ชิงพยักหน้าพลางยิ้มบางรับ สลัดใบหน้าคร้ามคมของใครบางคนออกจากหัว จากนั้นก็ทำสมาธิอย่างตั้งใจ

“คุณเฟิง...บอกให้กลับเพนต์เฮาส์” ลี่ชิงที่เพิ่งหยิบโทรศัพท์ออกมาดูหันไปบอกแม่แผ่วเบา รถที่ขับมาถึงครึ่งทางจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน

“กลับไปก็รีบพักผ่อนนะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันเลย”

“ยาก แต่สนุกอีกแบบ” ลี่ชิงพูดถึงการทำงานในวันนี้ แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าอยู่บนใบหน้าแต่ก็รู้สึกสนุกไปอีกแบบ

“ดีแล้วที่ลูกสนุก”

“แม่...”

“หืม?”

“เซ็นใบหย่าแล้วเหรอ”

คนถูกถามชะงักไปเพียงเล็กน้อยแล้วก็รับคำด้วยรอยยิ้ม ไม่มีความเสียใจอยู่ในดวงตาเลยแม้แต่น้อย

“จ้ะ”

ลี่ชิงเอื้อมไปจับมือแม่เอาไว้ ประสานนิ้วเข้าหาแล้วกระชับแน่น

“ป๊า...ว่ายังไงบ้าง”

ลลิตายิ้มบาง นึกไปถึงบทสนทนาสุดท้ายหลังจากที่การเป็นสามีภรรยาทางกฎหมายได้สิ้นสุดลง

“เขาบอกว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะเป็นห่วง แต่มันคือความเป็นห่วงที่ผิดวิธี” เธอรู้และเข้าใจความเป็นหวังอี้หย่ง แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปรับวิธีการก็หมดทางที่จะไปด้วยกัน “ทะเบียนสมรสมันไม่อาจตัดขาดความเป็นพ่อแม่ของลูกได้หรอกนะ”

ลลิตากระชับมือกลับ ทอดมองลูกด้วยความรัก

สิ่งที่เป็นห่วงในวันนี้ก็ยังคงเป็นลี่ชิง กลัวว่าการมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แล้วจริงๆ จะทำให้ลูกต้องเผชิญหน้ากับคำถามจากคนอื่น

“แม่เก่งที่สุดในโลกเลย” ลี่ชิงโน้มตัวไปกอดแม่เอาไว้ ปลายจมูกร้อนผ่าวเพราะซาบซึ้งกับความรักที่ผู้หญิงคนนี้มีให้

แม่ทำทั้งหมดก็เพื่อเขา

“ลูกของแม่ก็เหมือนกัน”

คนเป็นแม่ยิ้มรับ ลูบไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลังบาง หลับตาลงเพื่อตั้งสติ ก่อนจะบอกตัวเองว่าต้องเดินหน้าต่อเพื่อคนที่อยู่ในอ้อมแขนนี้

ลี่ชิงเปิดประตูเข้าห้องไปในเวลาที่ล่วงเข้าสู่วันใหม่ไปเกือบสองชั่วโมง แล้วก็ต้องผงะเล็กน้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“คุณเฟิง...ยังไม่นอนอีกเหรอ”

“ยังไม่ได้กินข้าว”

ดวงตาเรียวเบิกกว้าง พลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเพื่อความแน่ใจ

“จะตีสองแล้วนี่นะ?” ลี่ชิงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ทว่ากลับได้รับคำตอบเป็นเพียงความเงียบ “งั้นเดี๋ยวผมไปทำให้ อยากกินอะไรไหม”

“ไม่ต้องทำ แค่เวฟอาหารสำเร็จรูปก็พอ”

คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนั้นง่ายแสนง่ายแต่คนตัวโตก็จัดการเองไม่ได้

“อาหารสำเร็จรูปมันไม่ดีต่อสุขภาพ...เอาเป็นผัดกะเพรากุ้งง่ายๆ แล้วกัน”

ลี่ชิงสรุปพลางรีบร้อนเดินเข้าครัว เริ่มต้นด้วยการหุงข้าว จากนั้นจึงเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบของออกมาทำอาหาร

คนที่เดินตามมาพิงสะโพกกับประตูแล้วยืนมองเงียบๆ ความกรุ่นร้อนในอกตลอดทั้งวันเหมือนจะเบาบางลงยามทอดมองภาพร่างเพรียวขยับทำนั่นทำนี่ให้อย่างเพลินตา

ไม่นานนักผัดกะเพรากุ้งหอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย

“อาหารเสร็จแล้ว แต่ว่าต้องรอข้าวสุกก่อน” ลี่ชิงเดินมาบอกคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู

“อืม”

“งั้นเดี๋ยวผมไปอาบน้ำรอ เสร็จแล้วจะลงมาตั้งโต๊ะให้”

“ไม่เป็นไร อาบแล้วก็นอนได้เลย” ลี่ชิงเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่เฟิงหลงจะพูดต่อ “ทำงานมาทั้งวันไม่ใช่หรือไง”

คนฟังพยายามกลั้นยิ้มกับประโยคที่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามาจากความเป็นห่วง ความเหนื่อยล้าทางร่างกายปลิวหายเมื่อความอิ่มเอมใจเข้ามาเยียวยา

“งั้นก็...” ลี่ชิงเว้นวรรคเพราะเงยหน้าขึ้นแนบริมฝีปากเข้ากับปากได้รูป “ฝันดีครับ”

จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องครัวเพื่อขึ้นไปอาบน้ำและเข้านอนด้วยใจเปี่ยมสุข

เช่นเดียวกับบางคนที่นั่งกินในเวลาตีสองเศษๆ อย่างอารมณ์ดี แตกต่างจากอาการหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ไม่สุขมาตลอดทั้งวัน

--

ก๊อก ก๊อก

“คุณหมอคะ มีคนมาขอพบค่ะ”

คนที่กำลังจะออกเวรหันไปเลิกคิ้วถาม

“คนไข้หรือ”

“ไม่ใช่ค่ะ” พยาบาลส่ายหน้าไปมาช้าๆ ก่อนจะแจ้งชื่อให้ทราบ “คุณจางค่ะ อาร์เธอร์ จาง”

หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันก่อนหน้านี้คลายออกทันใด

“ว่ายังไง มีอะไรกับหมอเหรอ”

เฟิงหลงมองคนตรงหน้า นิ่งเงียบอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยบอกถึงจุดประสงค์ที่มาพบหมอโดยไม่มีอาการป่วยใด

“ผมอยากรู้เรื่องอาการของลี่ชิง...ทั้งหมด”

เหตุผลนั้นไม่ได้ต่างจากที่คนเป็นหมอเดาไว้นัก

“มันเป็นความลับของคนไข้ หมอบอกไม่ได้หรอก”

คิ้วเข้มขมวดมุ่น ก่อนจะค่อยๆ คลายออกแล้วเปลี่ยนจุดประสงค์ใหม่

“งั้นผมขอถามว่าควรจะดูแลลี่ชิงยังไงบ้าง”

“หมายถึงการดูแลทั่วไปหรือว่าดูแลเพื่อที่จะมีน้อง?” คุณหมอถามกลับพร้อมรอยยิ้มจางๆ

ด้านคนถูกถามก็ครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย

“...ทั้งสอง”

“เริ่มจากที่ดูแลทั่วไปก่อนแล้วกัน...ลี่ชิงต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ กินอาหารกับยาให้ตรงเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ”

เฟิงหลงฟังอย่างตั้งใจ พลันประโยคสุดท้ายทำให้นึกไปถึงการทำงานที่บางวันก็เกือบจะหามรุ่งหามค่ำ หรือแม้กระทั่งเป็นตัวเองที่ตักตวงความหอมหวานจากร่างเพรียวจนเกือบรุ่งสาง

“พักผ่อนให้เพียงพอ...”

กิจกรรมหนักๆบางอย่างก็ต้องพยายามเบาลง ถ้าพักผ่อนน้อยหลายวันเข้าลี่ชิงอาจจะป่วย ร่างกายเขาอ่อนแอกว่าคนทั่วไป เวลาป่วยก็จะหายช้า”

สายตาของหมอตรงคำว่ากิจกรรมหนักๆ ทำให้คนฟังเหมือนมีชนักติดหลังจนต้องกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนใบหน้าคร้ามคมจะพลันเครียดขรึมให้กับประโยคต่อจากนั้น

“แล้วยาที่ว่า คือเขากินเช้าเที่ยงเย็นเลยใช่ไหม”

คนเป็นหมอพยักหน้ารับ

มิน่า ลี่ชิงถึงได้ตื่นมากินข้าวเช้าแทบทุกครั้งไม่ว่าคืนนั้นจะทำงานหรือโดนรังแกหนักแค่ไหน

“ส่วนถ้าอยากมีลูก ก็ต้องเริ่มจากกินยากระตุ้นไปจนถึงฉีดยากระตุ้นไข่ ควบคู่ไปกับการดูแลแบบปกติ คือกินอาหารดีๆ แล้วก็พักผ่อนอย่างเพียงพอ”

“แล้วถ้ากินยากับฉีดยากระตุ้นเขามีโอกาสที่จะท้องมากแค่ไหน” เฟิงหลงถามออกไปโดยไม่รู้ตัวว่าแววตามีความคาดหวังมากเพียงใด

“อันนี้หมอยังตอบไม่ได้ เราต้องดูผลหลังจากเริ่มกินยาก่อน”

แววตาคมสั่นไหว ก่อนจะเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้เมื่อหมดคำถาม เรียบเรียงสิ่งที่ได้รับรู้เข้าหัว จากนั้นจึงกลับมานั่งหลังตรง กล่าวขอบคุณคนตรงหน้า

“ขอบคุณ”

แล้วก็ก้าวออกจากห้องไป โดยมีสายตาเอ็นดูของหมอมองตาม

TBC. 

 

มาแล้นนนนน 

ไม่ได้ม่าแบบที่ทุกคนกลัวเลยยยย อิอิ 

คุณเฟิงก็แค่ทำเป็นงั้นงี้ ส่วนน้องก็แอบอ้อนแอบอ่อย เข้ากันสุดๆ  

จะบอกว่าคุณเฟิงเขาหวงลี่ชิงมากๆๆๆเลยนะคะ 

ทั้งเพราะความรู้สึกและด้วยสัญชาตญาณของอัลฟ่าเลย 

ฉะนั้นบอกเลยว่าอาการหนักมากกกกกกก 

ทั้งหวง ห่วง และรักมากๆๆๆ 

แล้วก็คนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือคุณแม่ของลี่ชิง 

เป็นตัวละครที่เรารักมากเลยค่ะ ถ้าถามว่าชิงชิงเข้มแข็งได้ใครก็คือคนนี้เลย 

มาลุ้นและเป็นกำลังใจให้กันต่อตอนหน้าน้าาาา 

ฝากแท็ก #มังกรซ่อนเพชร ด้วยนะคะ^^

 

 

ความคิดเห็น