ฮะนะชิ

เรื่องราวประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของแต่ละคนที่ล้วนมีชีวิตพัวพันกับภูเขาปราสาท จะมีจุดจบอย่างไร มาลุ้นกัน! < อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า >

ตอนที่ 1-7 พลบค่ำ ณ เนินเขาบิชามอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 พลบค่ำ ณ เนินเขาบิชามอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 333

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2563 09:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 พลบค่ำ ณ เนินเขาบิชามอน
แบบอักษร

แม้ตอนนั้น แม่ของฉันจะอยู่คนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดจะกลับบ้าน กลับเลือกไปบ้านยายแทน

แม่กับยายไม่ค่อยไปมาหาสู่กัน ถึงจะห่างเหินกับแม่หรือลูกสาวตัวเองแต่ฉันก็ไม่คิดว่าแม่จะเหงา เพราะสายตาของแม่มีไว้ตกหลุมรักเพศตรงข้ามเท่านั้น

เรื่องนี้ชัดเจนมากเสียจนฉันไม่อาจให้อภัยได้ แต่ฉันก็ยังทำเรื่องที่ไม่สมควรให้อภัย

ฉันทิ้งริวเฮเหมือนขยะและฉันไม่สามารถกลับไปหาเขาได้

“ฉันไม่หย่า พูดชัดเจนไปแล้วนะ”

คุณโทกาวะพูดอย่างภูมิใจ

มีเด็กนักเรียนชั้นประถมคนหนึ่งเดินเล่นเครื่องเป่าเป็นเพลง ตุรกีเดินขบวน ผ่านหน้าคัตสึยามะอย่างเข้มแข็ง แต่มีเด็กคนหนึ่งเป่าโน้ตผิด จึงมีเสียงแปร่งๆ ดังออกมา

คุณโทกาวะขมวดคิ้วแล้วเงี่ยหูฟังใกล้ๆ ด้วยความสงสัย

ฉันมองเหตุการณ์จากหน้าต่างที่เปิดอยู่ เห็นดอกลำโพงสีเหลืองเหมือนทรัมเป็ตในสวนบ้านฝั่งตรงข้าม ดอกไม้ชนิดนี้ถึงแม้จะส่งกลิ่นหอมหวานแต่กลับมีพิษ

ตรงนี้อากาศถ่ายเทดี ดังนั้นในตัวบ้านจึงอบอุ่น แต่ในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนหรือฝนตก แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็มืด ชวนให้บรรยากาศหดหู่

“คุณควรใช้ที่นี่เป็นที่จอดรถ แต่คุณควรสร้างบ้านที่อื่นนะ” คุณโทกาวะเคยบอกกับเจ้าของบ้าน แต่คุณโมริโอกะกลับทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย

“ไปบอกแบบนั้น ถ้ามีเวลาว่างก็น่าจะจัดการเรื่องตัวเองดีกว่านะคะ เช่นว่ากลับไปอยู่กับสามีไหม” เพราะฉันพูดอะไรที่เหมือนรำคาญออกมา คุณโทกาวะจึงเล่าเรื่องที่สามีอยู่กับผู้หญิงอื่นให้ฟัง

คุณโทกาวะใช้มือจับหูค้างไว้เพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น ฉันเดาว่าคุณโทกาวะกำลังรู้สึกเหมือนมีปูไต่หูอีกแล้ว

“สามีฉันนอกใจ แต่ช่วยไม่ได้นะ เพราะฉันไม่สวยใช่ไหมล่ะ แต่แบบนั้นก็ดีแล้ว”

“อย่างนี้เอง”

“แต่ว่าฉันไม่ยอมหย่าหรอก”

เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมของคุณโทกาวะ ฉันเอามือกอดเข่าแล้วเท้าคางฟัง

แล้วก็...ฉันคิด...ถ้านั่งเรียงลำดับภรรยาที่สามีถูกชู้แย่งไปกับภรรยาที่สามารถแย่งตัวสามีกลับคืนมาจากชู้ได้ก็ช่างเป็นเรื่องน่าขำ

อะริตะเหมือนสามีของคุณโทกาวะที่ควรจะเลือกฉันแต่กลับไม่เลือก ส่วนภรรยาของอะริตะก็เหมือนคุณโทกาวะที่ควรจะกล้าหาญกว่านี้ เพราะถ้าเรื่องมันเป็นอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ทำตัวแย่กับอะริตะ

ถ้าเขาไม่พูดว่า "ผมทำผิด" หลังจากที่ตกหลุมรักฉันก็คงดี

หลังจากผ่านเทอมแรกไปครึ่งทาง จิตใจของฉันก็กลับไปย่ำแย่อีกครั้ง

ความสัมพันธ์ของฉันกับอะริตะไม่ค่อยดี เราเริ่มห่างกัน

แม้วันเสาร์ฉันจะไปทางเดินขึ้นเขา แต่กลับไม่พบอะริตะที่นั่น

ในที่สุดริวเฮก็รู้เรื่องของฉันกับอะริตะ เขาเมาและก่อเรื่องจนถูกตำรวจจับ

ที่สถานบันเทิงยามดึก เขาคว่ำป้ายร้าน รถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ราวกับเด็ก และระหว่างที่หนีการจับกุมของตำรวจ เขาถูกคนในร้านทุบตีและจับตัวไว้ได้

“ฉันต้องไปขอโทษเขาและบอกเลิกให้ชัดเจน" ฉันพูดกับริกะ

“ฉันจะไปด้วย” ริกะพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ฉันยืนกรานจะไปพบริวเฮคนเดียว

แม้ตำรวจจะปล่อยตัวเขาแล้ว แต่เขาก็ยังมาดื่มต่อที่อพาร์ตเมนต์อีก

“ทำยังไงถึงจะพอใจ ห๊ะ!?” เขาถามแล้วลงมือทุบตีฉัน ใช้ขาเตะ จับหัวฉันโขกกำแพง กระชากผมฉันแล้วลากไปทั่วห้อง

เขาร้องไห้เสียงดัง ฉันเองก็ร้องไห้

ริวเฮช่างน่าสงสาร

แต่ช่วยไม่ได้ ฉันขาดอะริตะไม่ได้จริงๆ

หลังออกจากห้องของริวเฮ ฉันก็ติดต่ออะริตะทันที ฉันกล้ามากที่โทร.ไปหาเขาถึงที่ทำงาน

อะริตะรีบออกมาที่ภูเขาทันที

ถึงจะไม่ได้ดูกระจก แต่ก็รู้ว่าสภาพของตัวเองตอนนี้แย่มาก

ฉันเดินไปจนเกือบถึงทางออก ผู้คนต่างจ้องมองฉันด้วยความตกใจ

ตอนนี้หน้าฉันคงจะบวมและโชกเลือด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แถมเดินลากเท้าด้วย

สภาพคงเหมือนผี

ดูจากปฏิกิริยาของอะริตะก็พอรู้ เขาหน้าซีดเหมือนกระดาษและไร้ซึ่งคำพูด

ฉันหัวเราะออกมา

“ครูพาไปพบภรรยาหน่อยค่ะ ฉันจะไปแนะนำตัว”

เขาดึงซองจดหมายจากกระเป๋าด้านในเสื้อเชิ้ตแล้วส่งให้ฉัน

อะริตะมือสั่น ฉันเกือบจะไม่รับมันแล้ว

ในซองจดหมายมีเงินจำนวนมาก

ฉันเอียงคอสงสัย

“เท่านี้แหละ ที่ฉันพอจะช่วยได้...”

ในที่สุดอะริตะก็พูดออกมา

น้ำตาผสมเลือดไหลออกมาจากตาซ้ายซึ่งบวมจนเกือบปิดก่อนจะหยดแหมะลงบนซองจดหมาย

อะริตะตะโกนแล้ววิ่งลงไปตามเส้นทางภูเขาอย่างรวดเร็ว

เมื่อฉันกลับบ้านสามใบในวันนั้นก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ฉันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

ทั้งครูและแม่บ้านต่างคิดว่าฉันถูกข่มขืนบนภูเขา เพราะช่วงนั้นมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับหญิงสาวติดต่อกันหลายคน แต่เหตุการณ์พวกนั้นมักเกิดช่วงดึกซึ่งฉันไม่มีทางไปปีนเขาช่วงเวลานั้นแน่นอน

ฉันยืนกรานว่าเป็นเพราะฉันลื่นล้มนอกเส้นทางปีนเขา มีเพียงริกะเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นบาดแผลที่ฉันได้รับจากริวเฮ

“เธอมันบ้า...เธอมันบ้า” ริกะพูดซ้ำๆ เหมือนท่องคาถา

“แล้วคิดว่านี่จะช่วยริวเฮได้เหรอ เขาทำร้ายเคียวโกะก็บาปเหมือนกันนะ”

“ก็ เวลานั้น ฉันก็คงพูดได้แค่นั้นแหละ”

คุณโทกาวะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า "ฉันเข้าใจความรู้สึกของสามี เขาไม่มีทางจะกลับมาแน่นอน"

พูดเสร็จก็กัดแครกเกอร์ข้าวรสเผ็ดกร้วมๆ

“ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับมันน่ะ”

“นั่นสิเนอะ”

พออาการดีขึ้น ฉันมุ่งหน้าไปบ้านของอะริตะเพื่อคืนเงินก้อนนั้น

ฉันคงรับของแบบนั้นไว้ไม่ได้ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกอยากเลิกกับอะริตะเลย

ถ้าพูดกับภรรยาของเขาตรงๆ เธอต้องเข้าใจแน่ แต่เมื่อไปถึง ภรรยาของเขากลับไม่อยู่บ้าน

อะริตะก็แค่กล่าวขอโทษก่อนจะบอกเลิกซ้ำๆ

แต่ตอนนี้ในหัวของฉันว่างเปล่า ฉันคงยอมรับไม่ได้

“ครูเคยบอกว่าชอบหนูไม่ใช่เหรอ ยังไงก็จะไม่แยกจากกัน ครูเป็นเจ้าของหนูทุกส่วนไม่ว่าจะตรงไหน ดูสิ นี่ก็ด้วย ตรงนี้ก็ด้วย”

ฉันตะโกนพลางถอดชุดที่ใส่อยู่ออก

“ครู หนูอายุต่ำกว่าสิบแปด รู้ใช่ไหมคะ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเซ็กส์กับหนูไม่ใช่เหรอ กี่ครั้งแล้ว เอ๊ะ รู้ใช่ไหมคะว่ามันผิดกฎหมาย”

ระหว่างนั้นแมวของภรรยาเขาเดินวนไปมารอบตัวฉัน แต่ฉันมองไม่เห็นเลยเผลอไปเหยียบมันเข้า ฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ

แต่ในที่สุดมันก็จบไม่สวย ภรรยาของอะริตะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับได้สามีคืนไป

ฉันไม่เข้าใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับ

“แก...มันบ้า”

สุดท้ายอะริตะก็พูดแบบนั้นออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม

หลังจากนั้น ฉันรู้สึกชาไปหมด ความทรงจำเลือนราง คิดอะไรไม่ออก

ไม่มีเมื่อวาน ไม่มีวันนี้ ไม่มีพรุ่งนี้

ดอกลำโพงหันไปทางเดียวกัน ในช่อนั้นมีดอกใหญ่ดอกหนึ่งที่ชี้ลง

เมื่อฉันลุกขึ้นยืน คุณโทกาวะก็เดินเข้ามาหา

เธอเก็บเศษแครกเกอร์ที่กินแล้วตกอยู่บนกระโปรง

เราเดินเคียงข้างกัน ลมพัดมาจากเนินบิชามอนแล้วพาดผ่านระหว่างฉันกับคุณโทกาวะไป

ความคิดเห็น