พันเอกพิเศษปีเตอร์ มุลเลอร์
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ระเบิดสพานกับความจริง

ชื่อตอน : ระเบิดสพานกับความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 120

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2562 10:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระเบิดสพานกับความจริง
แบบอักษร

(ปัง!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) 

 

ซึ่งหลังจากที่ออกตัวจากที่ยิงปะทะกับพวกซอมบี้ตอนแรก็ผ่านมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงกว่า 

 

ก็ไม่มีท่าทีที่พวกมันจะลดลงเลยแม้แต่น้อยแต่มันกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

 

ซึ่งเวลาที่ยิงต่อสู้กับฝูงซอมบี้มาตั้ง 2 ชั่วโมงก็สามารถทำให้หูดับแล้ว 

 

โชคดีที่พวกเธอมีที่ปิดหูกันเสียงได้ 60℅ 

 

แต่โชคร้ายที่มุลเลอร์ไม่มี มุลเลอร์เลยเสกที่ปิดหูมาปิดพร้อมกับที่ปิดจมูกด้วยเพราะกลิ่มที่แรงโคตรแรง 

 

(ปัง!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) 

 

ซึ่งมุลเลอร์เองก็ใช้ปืนรูเกอร์ พี-60 ยิงใส่พวกมันเช่นกัน 

 

แต่พอมุลเลอร์ใช้ความคิดสักแปปหนึ่งก็คิดได้ว่า........ 

 

"ทหารใช้ที่เก็บเสียง! ปืนกลหยุดยิงสะ!" 

 

มุลเลอร์พูดออกคำสั่งออกไป 

 

"รับทราบ!" 

 

ซึ่งทหารหญิงทุกคนเองก็ตอบรับคำสั่งของมุลเลอร์ 

 

พร้อมใส่ที่เก็บเสียงของปืนทันที แล้วมุลเลอร์เองก็ใส่เหมือนกัน 

 

(ปัง!ๆๆๆๆๆๆ) 

 

เนื่องจากผมทำเสียงแบบปืนเก็บเสียงไม่เป็น เลยเอาแบบนี้ล่ะกัน 

 

ซึ่งหลังจากผ่านไป 30 นาทีกว่าๆ จำนวนซอมบี้ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

แต่ผมก็ยังเยอะอยู่ดี และมุลเลอร์ก็ดันไปเห็นทางด่วนเข้า 

 

มุลเลอร์เลยจับทหารสาวคนหนึ่งและพูดว่า..... 

 

"ไปบอกคนขับให้ขึ้นทางด่วน และหยุดทันทีที่วิทยุสั่ง" 

"คะท่าน" 

 

แล้วหลังจากทหารสาวคนนั้นก็วิทยุไปบอกคนขับ 

 

ส่วนมุลเลอร์เองก็เสกระเบิด C4 ขึ้นมาจำนวน 4 ลูก เป็นจำนวน 20 ลูก ให้พวกทหารด้วย 5 คน 

 

และคนขับก็ขึ้นสพานโดยมีพวกมันที่ตามมาจะกัดกินให้ได้ 

 

"เอาละฟังให้ดีนะ คนที่มีระเบิด 5 คนให้กระโดนลงจากรถและวางระเบิดตรงสพาน ส่วนอีก 4 คนไปคุ้มกันด้วยล่ะ" 

"รับทราบคะท่าน" 

 

จากนั้นรถก็มีถึงทางเดินทางมาถึงยอดบนสุดของสพานพร้อมกับทหารที่ลงจาดรถแล้ววางระเบิด 

 

"คนขับ ขับไปต่ออีก 10 เมตรและหยุดรอพวกเธอ" 

"รับทราบคะท่าน" 

 

จากนั้นรถก็ขับไปข้างหน้าพร้อมกับทหารสาวที่กำลังวางระเบิดอยู่ 

 

และมุลเลอร์ก็เปิดประตูห้องคนขับจากทางด้านหลัง 

 

อธิบายหน่อยล่ะกันสำหรับที่ใครยังไม่รู้ 

 

รถที่มุลเลอร์นั่งอยู่นั้นประตูที่จะสามารถเข้าไปหาห้องคนขับได้นั้นอยู่ตรงห้องโดยสาร 

 

ส่วนทำไมต้องด้านหลังนี้น่าจะเป็นเพราะความรวดเร็วล่ะมั้ง 

 

"เอ๊ะ!? ยินดีต้อนรับคะ" 

 

ทันทีที่คนขับเห็นมุลเลอร์ก็พูดยินดีต้อนรับทันทีพร้อมดับมุลเลอร์นั่งลงเก้าอี้ข้างๆคนขับ 

 

แล้วก็ถอดหมวกลงไว้ที่ๆจะวางได้ล่ะกัน 

 

"สถานะการณ์เป็นอย่างำงบ้าง" 

 

มุลเลอร์ถามคนขับ 

 

"เออ.....ดูจากสถานะการณ์แล้วพวกเรากำลังวางระเบิดกับต้านการโจมตีของพวกมันอยู่น่ะคะ" 

 

คนขับรายงานในสิ่งรู้ทั้งหมด 

 

"อืม.....ขอถามหน่อย เธอรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นแน่เนี้ย พวกมันหลุดออกมาจากหนังหรือไง" 

 

มุลเลอร์พูดขึ้นในน้ำเสียงที่สูงเพราะความไม่เข้าใจ 

 

ถึงจะได้อ่านรายงานจากโรงพยาบาล สภาพเมืองที่ดูร้าง สภาพของคนที่เน่า 

 

แล้วทหารสาวก็ได้ตอบว่า...... 

 

"ไม่ทราบคะ" 

 

ทหารสาวคนนั้นตอบพร้อมกับยิ้มให้มุลเลอร์ก่อนจะต่อว่า...... 

 

"ตอนที่เรากำเนิดมาพวกเรามีความรู้เกี่ยวกับทหารทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ในโลกนี้ เรารู้เพียงรายงานที่ท่านอ่านน่ะคะ" 

 

เมื่อมุลเลอร์ได้ยินแบบนั้นก็สงสัยเป็นเรื่องธรรมดา 

 

"หมายความว่ายังไง" 

 

มุลเลอร์ถาม 

 

"นั้นก็เพราะว่า ถ้ามีสิ่งไหนที่ท่านรู้ พวกเราทั้งหมดก็รู้ด้วยนะคะ" 

 

ทหารสาวคนนั้นตอบพร้อมมองหน้ามุลเลอร์ 

 

และก็มีการติดต่อเข้ามา 

 

"ท่านคะ!......ท่านคะ!" 

 

แล้วมุลเลอร์ก็ได้ยินเสียงทหารที่ติดต่อเข้ามาผ่านทางวิทยุในหมวก 

 

แล้วมุลเลอร์ก็ใส่หมวก 

 

"มีอะไร" 

"ตอนนี้เราวางระเบิดเรียบร้อยแล้วคะ ทำอย่างไงต่อไปดีคะ" 

"รีบวิ่งมาขึ้นเลย เราจะออกเดินทางกันต่อ" 

"รับทราบ" 

 

แล้วมุลเลอร์ก็ออกไปข้างนอกก็เห็นทหารสาวที่กำลังวิ่งขึ้นรถมา 

 

"คนขับ......ขับไปได้เลย" 

"รับทราบผู้บัญชาการณ์" 

 

(บรึ่น!~~~~~~~~~~~~) 

 

แล้วรถก็ขับไปข้างหน้าทันทีพร้อมกับพวกซ้อมบี้ที่วิ่งตามมาที่จริงก็เดินนั้นแหละ 

 

แล้วมุลเลอร์ก็หยิบสวิดขึ้นมา 

 

"บึ้ม" 

 

มุลเลอร์ก่อนที่จะกดสวิดก่อนจะมีเสียงระเบิดดังขึ้น 

 

(บึ้ม!!!!!!ๆๆๆๆๆ) 

 

ได้เกิดระเบิดที่ดังสนันไปทั่วบริเวณพร้อมกับสพานที่ถล่มลงมาจากแรงระเบิด 

 

(อ่า!!~~~~~~) 

 

แล้วพวกซ้อมบี้ที่ตามมาก็โดนระเบิดกับตกลงไปตายบ้าง 

 

"พลซุ่มยิง ค่อยดูไว้นะ.....จัดการพวกมันที่รอดมาด้วย" 

"รับทราบคะ" 

 

หลังจากนั้นรถก็ขับไปตามทางเรื่อยๆบรรยากาศก็เริ่มจะเย็นแล้วด้วยสิ 

 

ส่วนมุลเลอร์ตอนนี้ก็นอนอยู่ที่ห้องขับรถอยู่แบบสบายๆ 

 

"ท่านคะ....ท่านคะตื่นเถอะคะ" 

 

ทหารสาวที่ขับรถได้ปลุกมุลเลอร์ที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่น 

 

"อืม....ตื่นแล้วๆ" 

 

มุลเลอร์ก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มเย็นแล้ว 

 

"อืม...อีก 10 วิหยุดรถนะ" 

"คะ" 

 

ผ่านไป 10 วิรถก็หยุดลงพร้อมกับทหารในรถลงวางแนวป้องกัน 

 

ซึ่งมุลเลอร์ก็ลงด้วยเช่นกันแต่ที่เพิ่มมาคือแผนที่ 

 

"อืม....ถ้าไปทางนี้ก็จะเจอป่างั้นหรอ" 

 

ซึ่งบนแผนที่มันบอกว่าถ้าไปข้างหน้าราว 145 กิโลก็จะเจอป่าศรีโยทยา 

 

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีในแผนที่ประเทศไทย 

 

"หืม?" 

 

แล้วบนแผนที่นั้นก็มีตราอินตรีเหล็กสีแดงขึ้นมาบนแผนที่ 

 

มุลเลอร์เลยลองกดมันดู 

 

"!?" 

 

ซึ่งพอมุลเลอร์กดลงไปแล้วแผนที่ที่เป็นสีดำส่วนใหญ่ก็กลับกลายเป็นสีขึ้นมาพร้อมกับรูปที่เหมือนจะเป็นค่าย 

 

"ทหาร.....มานี้หน่อยสิ" 

"คะท่าน" 

 

จากนั้นทหารสาวทั้งหมดก็เข้าหามุลเลอร์ 

 

"อืม....เอาละ รู้ไหมว่ามันคืออะไร" 

"ไม่อ่ะคะ" 

 

นั้นไงกูว่าแล้ว พวกเธอต้องไม่รู้แง่แก้ 

 

"อืม...." 

 

แล้วมุลเลอร์ก็แตะไปที่จุดที่ใกล้ที่สุด 

 

"แล้ว.....ตรงจุดนี้ล่ะ คิดว่าจะไปถึงกี่ชั่วโมง" 

"อืม....ดิฉันว่าไปถามคนขับดีกว่าไหมคะท่าน" 

 

ทหารสาวคนหนึ่งได้พูดขึ้น มุลเลอร์เองที่ได้แบบนั้นก็ขึ้นรถไปหาคนขับ 

 

"นี้ จะไปถึงจุดนี้กี่ชั่วโมง" 

"อืม....จากที่ดูแล้วน่าจะไม่เกิน 24 ชั่วโมงนะคะ เพราะระหว่างทางไม่รู้ว่าจะเจอสิ่งกีดขางหรือพวกมันหรือเปล่า" 

 

คนขับตอบคำถามมุลเลอร์ใรสิ่งที่อยากรู้ 

 

"งั้นค่อยเดินทางในวันพรึ่งนี้ล่ะกัน" 

"เออ....ท่านยังไม่ได้สินะคะ" 

"รู้.....รู้อะไรอีกล่ะ" 

 

มุลเลอร์พูดออกมา 

 

"ว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องนอนหรือกินน่ะคะ เพราะงั้นฉันจะขับรถไปเองคะท่าน" 

 

คนขับได้พูดพร้อมกับรอยยิ้ม 

 

"อ่อหรอ.....งั้นอีก 10 นาทีล้อหมุน" 

"Ju" 

 

แล้วมุลเลอร์เองหลังจากที่ผ่านอะไรมาเยอะก็รู้สึกง่วงเป็นธรรมดา 

 

มุลเลอร์เลยหลับคาที่นั่งนั้นโดยไม่รู้อีกเลย 

 

ด้านของทหารหญิง 

 

ตอนนี้ทุกคนก็กำลังค่อยดูไม่ให้พวกมันเข้ามาทำมิดีมิร้าย 

 

"นี้พวกเธอ ท่านผู้บัญชาการหลับแล้วเบาๆนะ" 

 

คนขับรถได้พูดขึ้นให้เบาๆทั้งๆที่มุลเลอร์ใส่หูฟังอยู่ 

 

"รับทราบ" 

"และอีก 10 นาทีเราจะเดินทางกันต่อ" 

"รับทราบคะ" 

 

ด้านของค่ายที่มุลเลอร์จะไปนั้น 

 

ตอนนี้ภายในค่ายนั้นก็เต็มไปด้วยผู้รอดชีวิตมากมายมีทั้งชาย หญิง เด็ก คนแก่และสัตว์เลี้ยงต่างๆที่ติดมาจากผู้รอดชีวิต 

 

มีทั้งไก่บ้าน ไก่แจ้ ปลา และอื้นๆอีกมากมาย 

 

แต่ก็ยังอยู่อย่างอดๆเพราะปัญหาเรื่องของกินไม่เพียงพอ 

 

แต่ก็สามารถอยู่ได้เพราะหน่วยที่มีชื่อว่าเอสตา 

 

เป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นมาในการหาของโดยเฉพาะซึ่งมีมาก มีน้อยแล้วแต่เมืองที่ไป 

 

และในสถาที่เลี้ยงไก่ในค่าย 

 

"อ่า กินนะลูก" 

 

ตอนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในเครื่องแบบรด.ผมสีบอนเทา ตาสีม่วงอ่อนๆ หน้าอกคัพ D+ ใบหน้าหน้าทรงสวยจับใจ 

 

เธอมีชื่อว่า ซาโตะที่กำลังให้อาหารส่วนของเธอให้ไก่อย่างมีความสุข 

 

"ซาโตะ เธอก็เก็บกินเองบ้างเถอะ" 

 

ซึ่งคนที่เพื่อนนั้นคือเพื่อนชายของเธอเองที่เจอตอนมาอยู่ค่ายนี้ 

 

ซึ่งเขาก็อยู่ในเครื่องแบบรด.เช่นเดียวกันแต่อยู่คนละโรงเรียนเท่านั้น 

 

"อา....นายเองหรอ" 

 

ซาโตะพูดในน้ำเสียงที่เบาบางเหมือนจะไม่อยากคุยเท่าไร 

 

"นี้....เธอจะปิดกักหัวใจของเธอไปเมื่อไร เขาคนนั้นที่เธอบอกก็ตายไปนานไม่ใช่หรอ......หาคนใหม่เถอะนะ" 

 

ชายหนุ่มคนนั้นพูดให้ซาโตะเปลี่ยนใจจากบอลที่เธอเชื่อว่าตายไปแล้ว 5 ปี 

 

ใช่ครับฟังไม่ผิด ปีนี้คือ 2024 ครั้งจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมุลเลอร์ก็หลบมา 5 ปี 

 

"จะบอกว่าให้เปลี่ยนใจเป็นนายว่างั้น" 

"ใช่" 

"ฉันขอบาย" 

 

ซาโตะตอบแบบนั้นออกไปทำให้เขาคนนั้นตกใจเลยทีเดี๋ยว 

 

"ทำไมล่ะซาโตะ ฉันมันไม่ดีตรงไหนซาโตะ" 

"นายน่ะเป็นคนดีนะ แต่หัวใจของฉันเป็นของเขาไปแล้ว เพราะเฉนั้น นายพยายามไปก็เท่านั้น" 

 

ซาโตะพูดออกไปพร้อมกับโยนข้าวให้ไก่กิน 

 

"งั้นหรอ.....งั้นฉันไปก่อนนะ ฉันมีต้องไปหาของแล้ว" 

 

และแล้วชายคนนั้นก็เดินออกไปเหลือเพียงซาโตะที่กำลังร้องไห้เบาๆ 

 

"บอล.....ถ้าพระเจ้ามีจริงขอให้ฉันเจอกับเขาอีก" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

ในโลกแห่งความฝัน 

 

"มุลเลอร์ ตื่นได้แล้ว" 

 

เสียงของอลิซได้ดังขึ้นพร้อมกับที่มุลเลอร์ได้ลืมตาขึ้นเห็นอลิซในชุดเหมือนอยู่บ้านธรรมดาๆละมั้ง 

 

เพราะในสิ่งที่มุลเลอร์เห็นนั้นก็คือผู้หญิงผมสีบอนทองตาสีฟ้าใส่ชุด(ถ้าใครดู SAO 3 มาก็รู้นะว่าตอนเด็กเธอเคยใส่ชุดอะไรเพราะผมก็อธิบายไม่ถูก) 

 

"เป็นไงบ้างมุลเลอร์ โลกที่ข้าส่งไปเป็นไงสนุกไหม" 

 

อลิซพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก 

 

"โคตรสนุกตายห่าเลย ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลที่ไม่มีใครอยู่ เสกทหารได้แต่ดันมาเงื่อนไข" 

"แบบนั้นมันไม่ดีหรอ" 

"ดีกับปีสิ แทนที่จะให้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงบ้างแต่กลับเป็นผู้หญิงหมดสะงั้น" 

"เจ้าก็สร้างฮาเร็มทหารหญิงเลยสะสิ" 

 

อลิซพูดขึ้นพร้อมกับวางแก้วชาลงบนโต๊ะ 

 

"หมายความว่ายังไง และน้องเธอไปไหนอ่ะ" 

 

มุลเลอร์ถามถึงน้องสาวของอลิซ 

 

"อ่อ....ตอนนี้เขากำลังเที่ยวโลกมนุษย์อยู่น่ะ" 

"หา? เที่ยวงั้นหรอ" 

"ใช่.....ตอนนี้ก็ปลอบตัวเป็นคนขับรถแท็กซีน่ะ" 

 

อลิซตอบก่อนที่จะเสกขนมออกมากิน 

 

"เอาล่ะ....นายคงสงสัยสินะว่ามันเกิดอะไรขึ้น" 

"อืมๆ" 

 

มุลเลอร์พยักแทบคำตอบ 

 

"ฟังนะ~~~" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

จากนั้นอลิซก็อธิบายเหตุการต่างๆว่าเกิดอะไรขึ้น 

 

โรคร้ายที่ระบาทอยู่นั้นคือผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา 

 

และได้โรคนั้นก็ได้ออกมาจากห้องทดลองจนทำให้เหตุการซ้อมบี้ไงล่ะ 

 

แต่ว่าโรคนี้มันมีไว้ฆ่าชีวิตแต่ด้วยมนุษย์ที่มีภูต้านทานแข็งแรงเลยไปเล่นกับคนแก่ คนป่วยที่อ่อนแอเท่านั้น 

 

ก่อนจะกลายสภาพเป็นซ้อมบี้มากัดกินให้พวกแข็งแรงเป็นพวกมันเช่นกัน 

 

"อ่อเรื่องราวเป็นแบบนี้นี่เอง" 

"แต่พอนายกลับไปโลกนั้นแล้ว สิ่งที่เราคุยกันจะหายไป" 

"เพราะอะไร!?" 

 

มุลเลอร์งงที่เธอพูดแบบนั้น 

 

"นั้นก็เพราะชั้นชอบให้นายหาคำตอบเอาเอง เอาล่ะหมดเวลาแล้วเจอกันใหม่" 

 

เธอพูดตักจบก่อนที่ภาพจะหายไปเป็นสีดำ 

 

.................................................... 

 

จบ 

ความคิดเห็น