Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER E I G H T E E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2562 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER E I G H T E E N
แบบอักษร

_________________________________ 

 

 

 

 

“อเล็กซ์! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!” ฮานะร้องอย่างขวัญเสียในตอนที่ถูกดึงตัวไปทางลิฟต์ 

น้ำตามากมายไหลรินลงมาจนเปียกชุ่ม 

“ได้โปรด...อย่าทำอะไรเขา” เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “อเล็กซ์ ฉันยอมแล้ว ยอมไปกับนายแล้ว” ฮานะทรุดตัวลงที่พื้นและออกปากขอให้อีกฝ่ายเห็นใจ “ปล่อยเขาไปเถอะนะ ฮึก ฉันขอร้อง” สองมือยกขึ้นไหว้อ้อนวอนขออย่างสิ้นศักดิ์ศรี นาทีนี้ต่อให้ต้องก้มลงกราบเขาก็ยอม...ขอแค่ใครอีกคนจะไม่ถูกดึงเข้ามายุ่งเกี่ยวก็พอ 

“หึ” ร่างสูงใหญ่หยุดชะงักก่อนจะก้มตัวไปดึงคนที่ร้องไห้ฟูมฟายขึ้นมาจูบเข้าที่แก้ม “รู้อะไรไหม...ยิ่งฉันเห็นว่านายห่วงมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ฉันอยากกำจัดมันออกไปให้เร็วขึ้น” 

“ม...ไม่” ฮานะส่ายหน้าและพยายามยื้อยุดอยู่อย่างนั้น แต่เรี่ยวแรงของเขามีหรือจะสู้อีกฝ่ายได้ 

“ขอบคุณฉันซะที่อย่างน้อยก็ใจดีให้มันได้เห็นหน้านายก่อนตาย” อเล็กซ์กดเสียงต่ำ 

แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในลิฟต์เสียงและสัมผัสบางอย่างที่จ่อเข้าบริเวณหลังท้ายทอยก็ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงักไว้เพียงเท่านั้น ก่อนน้ำเสียงเย็นเยียบจะพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ 

“พล่ามพอหรือยัง” แกเรน ฮาร์ดเนอร์เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีที่ไม่รีบร้อน ด้านหลังมีการ์ดฝีมือดีที่สามีเขาจัดหามาให้เดินตามมาไม่ห่าง ส่วนอีกคนที่ยืนประชิดหลังอเล็กซ์อยู่นั้น… 

....อดีตหน่วยรบพิเศษที่เพิ่งปลดประจำการมาได้แค่สองเดือนกว่า.. 

“ผมแนะนำให้คุณวางมีดลงและปล่อยตัวฮานะดีกว่านะคุณแอนเดอร์สัน” ร่างเพรียวระหงหยุดยืนอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยมองกดต่ำ “เพราะลูกน้องของสามีผมไม่ได้ถูกฝึกมาให้ต่อรองกับศัตรู” 

“…” 

“...ข้อเสนอเดียวที่พวกเขามีให้คือกระสุนปืน 

อเล็กซ์ขบกรามจนขึ้นสันเมื่อถูกปากกระบอกปืนกดน้ำหนักลงมา ผู้ชายที่ยืนประกบหลังเขาอยู่ตัวสูงใหญ่มากกว่า แต่ตอนที่จู่โจมเข้ามาประชิดเขานั้นกลับไร้เสียงและยังไม่ทันได้ระวังตัวเสียด้วยซ้ำไป

“แล้วก็เลิกคิดเพ้อฝันไปได้เลย อย่าแม้แต่ที่จะคิดเอาฮานะไปเป็นตัวประกันเชียว” แกเรนยกยิ้มอย่างรู้ทันมุกของพวกหมาจนตรอก “เพราะทันทีที่คุณแตะต้องเขาแม้แต่ปลายก้อย...รับรองเลยว่าจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้ล่ำลา”

“...ระยำ” เสียงสบถต่ำดังขึ้นในลำคออย่างเคียดแค้น แต่ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมที่จะวางอาวุธในมือลง

วินาทีที่ทุกคนตายใจมีดเล่มนั้นก็ถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้งแต่แรงเตะที่กระทบเข้าบริเวณข้อมือกลับทำให้มันกระเด็นออกไปอีกทาง

อเล็กซ์ร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวดเมื่อกระดูกบริเวณนั้นแตกหัก โดยเสี้ยววินาทีลูกกระสุนจากปืนเก็บเสียงก็พุ่งเจาะเข้าที่ข้อพับขาทำให้ร่างสูงใหญ่ล้มทรุดลงไปที่พื้น เลือดแดงฉานผุดซึมขึ้นมาเป็นวงกว้าง เสียงร้องมากไปด้วยความเจ็บปวดทรมานทำให้ฮานะไม่สามารถทนมองได้ก่อนทั้งร่างจะถูกแกเรนรวบกอดเอาไว้เพื่อไม่ให้มองภาพความโหดร้ายเบื้องหน้า

“โง่เง่าสิ้นดี” เขาพูดด้วยความรู้สึกที่สมเพชเสียเต็มประดาตอนก้มลงมองคนที่นอนอยู่บนพื้น อเล็กซ์ถูกการ์ดสองคนจับกดลงพื้นอย่างไร้ความปรานี

“ฮานะ...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียก นัยน์ตาสีฟ้าสั่นไหวเมื่อหมดหนทางสู้

“ดูสายตาคุณตอนนี้สิ” แกเรนเหยียดยิ้ม “ถ้าเป็นเมื่อก่อนฮานะคงดีใจนะที่ได้เห็นมัน...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว คุณแอนเดอร์สัน”

“…”

“นึกทบทวนดีๆ นะว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องทั้งหมดขึ้นมา...ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนๆ หนึ่งมานานเท่าไหร่แล้ว เคยจำได้บ้างหรือเปล่า” เขาเค้นเสียงต่ำเมื่อความแค้นทั้งหมดที่สะสมมาตลอดหลายปีกำลังจะได้รับการชำระ

“…”

“รู้ไหมว่าทำไมที่ผ่านมาผมถึงไม่เคยแตะต้องคุณ” แกเรนกระชับวงแขนแน่นเมื่อรับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดตัวสั่น “ไม่ใช่ว่าผมทำไม่ได้ แต่เป็นฮานะที่ขอเอาไว้ไม่ให้ผมทำ...คิดเหรอว่าผมจะยอมอดทนให้คุณไม่เห็นหัวมานานได้นับปีเพราะตัวคุณเอง”

“…”

“เคยรู้บ้างไหมว่าทุกครั้งที่คุณทำเรื่องเลวๆ ซ้ำซาก มีใครอีกคนที่มาอ้อนวอนไม่ให้ผมเอาเรื่องคุณ เคยรู้บ้างหรือเปล่าว่าฮานะลดศักดิ์ศรีตัวเองจนแทบไม่เหลืออะไรเลยก็เพื่อคุณ!”

ความจริงที่หลีกหนีมาโดยตลอดตีแสกเข้ากลางหน้าก่อนมันจะกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ไหลลงมากระทบพื้น อเล็กซ์เบือนหน้าหนีออกไปอีกทางเพื่อหลบซ่อนความอ่อนแอ

“ผมไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างพวกคุณมันเริ่มและเกิดขึ้นได้ยังไงเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกคุณทั้งสองคน...แต่มีสิ่งเดียวที่ผมรู้และมองเห็นมาตลอดนั่นก็คือคนที่ทำให้ทุกอย่างมันพังไม่มีชิ้นดีคือตัวคุณเอง คุณแอนเดอร์สัน”

“…”

“พาตัวออกไป ผมบอกใหญ่แล้วว่าหลังจากนี้จะจัดการยังไง” แกเรนย้ำเสียงเย็นเฉียบ “ในเมื่อชอบเล่นนอกกฎนักละก็...ใช้ศาลเตี้ยช่วยทำให้รู้สำนึกซะบ้างเผื่อจะคิดอะไรได้”

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็พาคนในอ้อมกอดเดินเข้าไปในลิฟต์ หลังจากที่ประตูปิดลงฮานะก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่นก่อนจะปล่อยโฮออกมายกใหญ่ ร่างที่เล็กกว่าสั่นเทิ้มอย่างเสียขวัญทำให้แกเรนต้องกอดตอบแล้วปลอบยกใหญ่เพราะเขาเองก็รู้สึกใจหายไม่ต่างกัน

...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้ามาช้ากว่านี้จะเกิดอะไรขึ้นกับฮานาะบ้าง..

ต้องขอบคุณที่คนของเขาสังเกตเห็นว่าอเล็กซ์มาที่นี่และจอดรถเอาไว้ชั้นเดียวกัน ขอยกความดีความชอบให้ลูกน้องใหญ่ที่หูไวตาไว ในช่วงที่เขาออกมาจากโรงพยาบาลได้ไม่ทันไรนั้นฮานะก็โทรเข้ามาแต่เพราะเผลอปิดเสียงเอาไว้จึงรับไม่ทัน พอตั้งใจจะโทรกลับสัญญาณจากปลายสายก็ขาดหายไปแล้ว นั่นยิ่งทำให้แกเรนรู้สึกไม่สบายใจเลยสั่งให้คนขับรถวนกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

“กลิ่นหมอนั่นคลุ้งชะมัด” แกเรนว่าเสียงเครียดก่อนจะต่อสายโทรหาบอดี้การ์ดส่วนตัว “ช่วยพาบิเบียนและอองเดรกลับบ้านไปก่อน...ไม่ต้องห่วงผมเดี๋ยวใหญ่จะออกมารับเอง อืม...ขอบใจ”

“…ผมอยากไปหาพีท” ท่าทางน่าสงสารทำให้แกเรนต้องวางมือลงบนศีรษะของอีกฝ่ายอย่างต้องการปลอบประโลม

ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้าไปร่างของคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก็ทำฮานะรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณขอบตา ฮานะเดินเข้าไปใกล้เตียงคนป่วยพร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมกับอีกฝ่ายไว้แน่น

“ไปล้างตัวก่อนเถอะ กลิ่นอเล็กซ์ชัดขนาดนี้เดี๋ยวพีทก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟกันพอดี” เขาเอ่ยเตือนเพราะเข้าใจดีว่าอัลฟ่านั้นหวงคู่ของตนเองมากแค่ไหน แค่กลิ่นก็ทำให้หวงจนคุ้มคลั่งได้แล้ว

ฮานะพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปหยิบชุดสำรองเผื่อเปลี่ยนนอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปสักพักเจ้าตัวก็เดินกลับออกมาด้วยชุดใหม่ไร้ซึ่งกลิ่นรบกวนจิตใจเหมือนอย่างตอนแรก แกเรนนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยพร้อมกับใครอีกคนที่ตื่นขึ้นมานั่งพิงหมอนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“ฮานะ” พีทเรียกเสียงเข้ม แววตามีความกรุ่นโกรธฉายชัด แต่แทนที่จะเอ่ยติเตียนกันฝ่ายนั้นกลับอ้าแขนออกเพื่อรอให้เขาเข้าไปหา โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาฮานะก็ก้าวเท้าไปทางเตียงผู้ป่วยก่อนจะปีนขึ้นไปโถมตัวสวมกอดคนที่โหยหาเอาไว้แน่น

“…พีท” เขาซุกหน้าลงแผ่นอกกว้าง...หัวใจพีทเต้นรัวเร็วราวกับว่ากำลังรู้สึกกลัว

“ผมขอโทษ” เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดพร้อมกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม หลับตาลงด้วยความทรมานเมื่อสิ่งที่คุณแกเรนเล่าให้ฟังนั้นเข้ามาบีบคั้นหัวใจจนแตกสลาย ฝ่ามือใหญ่เอื้อมขึ้นมาประคองหลังท้ายทอยก่อนจะกดให้ใบหน้าอีกฝ่ายซุกเข้ากับอก ปลายนิ้วไล้แผ่วบริเวณต้นคอ ส่งผ่านไออุ่นเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวที่เข้ามาเกาะกุมภายในจิตใจเพียงเท่านั้นฮานะก็ไม่สามารถที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ รู้ตัวอีกทีเสื้อผู้ป่วยของพีทก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ความรู้สึกแสบร้อนที่โพรงจมูกพุ่งเข้ามาเล่นงานจนต้องควบคุมจังหวะหายใจเอาไว้

“อ...เล็กซ์ เป็นคน ฮึก ทำร้ายเธอ” ฮานะกำชายเสื้ออีกฝ่ายจนยับย่น ภาพของพีทพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำตา “วันนั้นมันไม่ใช่...อุบัติเหตุ เป็นเขาที่ อึก ทำมัน” ความปวดร้าวบีบคั้นในอกข้างซ้ายจนก้อนสะอื้นตีรวนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

เสียงแกเรนสบถขึ้นอย่างโกรธเคืองก่อนเจ้าตัวจะเดินออกไปที่ระเบียงนอกห้องเพื่อต่อสายหาคนของใหญ่

นี่มันมากเกินไปแล้ว

“แล้ววันนี้เขาจะกลับมาทำร้ายเธอ...เพราะฉันเป็นต้นเหตุ” ฮานะตัวสั่นอย่างเสียขวัญเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้น “ถ้าเธอ ฮึก ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันคงไม่ให้อภัยตัวเอง” นัยน์ตาคู่สวยตอนนี้ดูบอบช้ำราวกับแก้วที่แตกสลาย ฮานะไม่เคยร้องไห้หนักติดต่อกันขนาดนี้มาก่อน ใต้ตาที่บวมช้ำทำให้หัวใจคนมองแหลกสลายจนต้องขบกรามแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวด

“ไม่เป็นไรครับ” พีทวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มก่อนจะกดจูบลงไปบนหน้าผากเนียน “…แค่คุณปลอดภัยก็พอแล้ว”

เด็กหนุ่มกอดร่างที่เล็กกว่าเอาไว้แนบอก ในเวลานี้ฮานะเหมือนเด็กตัวเล็กที่กำลังหลงทาง ยิ่งได้เห็นน้ำตาของคนตรงหน้าเขาก็ยิ่งเจ็บปวดจนทำให้นึกเกลียดชังตัวต้นเหตุที่ทำให้ดอกไม้แสนสวยของเขาต้องบอบช้ำ

“เรื่องอเล็กซ์ผมจัดการเอง” แกเรนด์เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พีท...ฝากดูแลฮานะด้วย”

“ครับ”

เมื่อบานประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลงเด็กหนุ่มก็ก้มลงมองคนในอ้อมกอดอีกครั้ง ฮานะยังคงร้องไห้จนสะอื้นราวกับว่าไม่สามารถหยุดมันได้ พีทมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่เจ็บปวด ความรู้สึกที่อยากดูดซับความโศกเศร้านั้นมาไว้กับตัวเองมีมากเสียจนต้องคว้ามือของอีกฝ่ายมากดจูบตามข้อนิ้ว

“ฮานะ” เสียงทุ้มสั่นพร่า...น้ำตาของฮานะทำให้เขาชาไปทั้งใจ “ฮานะครับ”

ฝ่ายนั้นช้อนตาขึ้นมอง น้ำตาบางส่วนที่ล้นออกมาไหลอาบแก้มขาวจนเปียกชุ่ม ขอบตาและจมูกที่แดงก่ำยิ่งทำให้ดูน่าสงสารจนต้องกดจูบหนักๆ ลงบนผิวเปียกชื้นราวกับต้องการดูดซับน้ำตาให้หายไป

“ผมจะตายอยู่แล้ว” พีทกระซิบเสียงแผ่วในตอนที่เอียงหน้าเข้าไปกดจูบลงที่ต้นคอ กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ต้องหลับตาเพื่อซึมซับความรู้สึกนี้เอาไว้ “...อย่าทรมานกันแบบนี้เลย”

คำร้องขอเหมือนจะได้ผลเมื่อฮานะเริ่มควบคุมอารมณ์ได้ เจ้าตัวยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาแต่ถูกเขารวบเอาไว้ทั้งหมดและโดยไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีบางสีอ่อนตรงหน้าก็ถูกประกบจูบลงไปแนบแน่น

สัมผัสอุ่นร้อนแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูผิว...ฮานะยังคงสะอื้นในตอนที่ถูกกวาดต้อนจนมุม

ใบหน้าร้อนจัดเมื่อถูกกัดเข้าที่ริมฝีปาก “…พีท”

“ครับ” เสียงทุ้มขานรับ กดจูบย้ำลงไปอีกครั้ง ยอมถอยห่างออกมาเพียงแค่ลมหายใจลอดผ่าน

“...ฮานะ...หายใจไม่ทัน” นัยน์ตาคู่สวยวูบไหวกดต่ำดูความอุ่นชื้นก่อนจะต้องหลับลงไปอีกครั้งเมื่อถูกจูบย้ำ...ครั้งนี้กลับเพิ่มความหนักแน่นมากขึ้น ใบหน้ากลับร้อนขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเสียงของคนรักสบถเพราะถูกอ้อน 

“ให้ตายสิ” เด็กหนุ่มดูหัวเสียไม่น้อยเมื่อความรู้สึกบางอย่างปะทุขึ้นมา เขาดันตัวฮานะออกห่างอย่างรู้สึกผิด

...น้ำเสียงออดอ้อนและถ้อยคำน่ารักเหล่านั้นเมื่อผสานรวมกับใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาแล้วมันทำให้สัญชาตญาณดิบในกายวิ่งแล่นไปทั่วกาย...

แต่คนที่เผลออ้อนดูท่าแล้วจะยังไม่รู้ตัว ฮานะมองตามทุกการกระทำของเขานัยน์ตากลมโตคู่นั้นเจือแววสับสนจนต้องดึงตัวลงไปนอนกอดเอาไว้

...เมื่อก่อนอ้อนนิดหน่อยเขาก็หลงจนแทบโงหัวไม่ขึ้นแล้ว แต่นับวันฮานะยิ่งอ้อนเก่งจนความอดทนแทบจะไม่เหลือ...

“พีท” เสียงอู้อี้ดังขึ้นประชิดอก จมูกรั้นกำลังดมกลิ่นจากตัวเขา

“ครับ”

“...กอดแน่นๆ” โดยไม่ต้องรอให้ขอเป็นรอบที่สองวงแขนก็โอบกระชับจนผิวเนื้อแนบชิดกัน “แน่นกว่านี้”

“ฮานะ...เดี๋ยวหายใจไม่ออก” เด็กหนุ่มลอบยิ้ม กดจูบลงไปที่ก้อนแป้งขาวๆ ซ้ำไปมา

“อื้อ ไม่เป็นไร” คนในอ้อมกอดโผล่หน้าออกมาพร้อมกับช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบเข้าที่ปลายคางแล้วกลับลงไปซุกที่อกอีกครั้ง “…กอดแน่นๆ นะ”

“นอนเถอะครับ” เขาลูบไปที่กลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยนทั้งที่พยายามอดทนจนต้องขบกรามเอาไว้แน่น

ฮานะพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเมื่อได้อ้อมกอดที่พอใจ เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหายใจที่ดังสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

เด็กหนุ่มผละออกห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าของคนรักที่อ่อนล้าสะสมมาตลอดหลายวัน ปลายนิ้วไล่ปาดคราบน้ำตาที่หลงเหลือออกให้ ใต้ตาที่บวมช้ำถูกริมฝีปากอุ่นกดย้ำประคบไปมาอยู่อย่างนั้น

และเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม กลับมีเพียงเสียงชีพจรที่ดังสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกันไปตลอดในค่ำคืนนี้

“นัดใส่เฝือกอีกสองอาทิตย์นะครับ” นายแพทย์หนุ่มก้มลงอ่านรายละเอียดอีกครั้ง “แล้วก็พยายามหลีกเหลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้กระทบช่วงแขนด้วย”

“ครับหมอ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

“ส่วนเรื่องกายภาพหลังจากนี้ผมจะแจ้งให้ทราบอีกทีก็แล้วกัน...โชคดีนะครับ” ฝ่ายนั้นยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะขอตัวออกไปเยี่ยมไข้ผู้ป่วยคนอื่นต่อ

วันนี้เป็นวันที่เขาจะได้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านหลังจากนอนดูอาการมาร่วมสี่วันด้วยกัน

เด็กหนุ่มหันไปมองทางประตูก่อนรอยยิ้มจะปรากฏเมื่อเห็นว่าคนรักตัวน้อยเดินเข้ามา เมื่อเช้าฮานะต้องเข้าไปประชุมที่บริษัท อีกฝ่ายสั่งให้เขานอนรอจนกว่าเจ้าตัวจะกลับมาแล้วค่อยเก็บของ แต่สุดท้ายก็ฝืนคำสั่งอยู่ดีจึงได้รับสายตาตำหนิอย่างไม่จริงจังส่งมาให้

“ดื้อ” ฮานะมองเขม่นแต่ก็ยอมเงยหน้ารับจูบตอนที่ถูกเขาโอบเอวเข้ามาใกล้

“เหนื่อยไหมครับ”

ฝ่ายนั้นส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะสวมกอดแน่น “ได้กอดเธอก็หายเหนื่อยแล้ว”

“คิดถึงฮานะ” พีทก้มลงจูบลงไปบนกลุ่มผมนุ่มอย่างที่ชอบทำ...แรกๆ ถูกฮานะบ่นเพราะเขาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนเป็นเด็ก แต่พักหลังมาบางทีเจ้าตัวก็เป็นฝ่ายอ้อนให้ทำจนกลายเป็นชีวิตประจำวันระหว่างกันไปแล้ว

“ก็ต้องแน่อยู่แล้ว” ฝ่ายนั้นยักคิ้วก่อนจะเอื้อมมือมากอบกุมกันไว้มั่น “กลับบ้านเรากันเถอะ”

“อันนี้อร่อย” กุ้งอบวุ้นเส้นในจานถูกชี้บอกเป็นรอบที่สองหลังจากที่ฮานะตักกินจนเกลี้ยง

จากที่ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่ามือเย็นจะแสดงฝีมือทำอาหารให้คนป่วยกินกลับต้องหันไปพึ่งร้านอาหารแทนเพราะเขาทำมันพังไม่เป็นท่า แค่อาหารง่ายๆ อย่างเช่นข้าวผัดกับแกงจืดวุ้นเส้นยังทำครัวเละตุ้มเป๊ะจนพีทต้องออกปากห้ามก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศไปมากกว่านี้

“กินข้าวด้วยสิครับ” เสียงทุ้มติดดุเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าข้าวผัดปูในจานนั้นพร่องลงไปไม่ถึงครึ่งเลยเสียด้วยซ้ำ

“อิ่มแล้ว” ฮานะบ่ายเบี่ยงโดยการแกะกุ้งเผาตัวโตไปจ่อไว้ที่ริมฝีปากคนที่นั่งอยู่ข้างกัน “กินเร็ว”

ถึงจะเริ่มอิ่มแต่สุดท้ายก็ยอมรับเข้าปากไปเคี้ยวจนฝ่ายนั้นยิ้มแก้มปริ เด็กหนุ่มก้มลงมองปลายนิ้วของคนรักที่ตอนนี้มีพลาสเตอร์พันไว้ถึงสามนิ้วสาเหตุมาจากโดนมีดทำครัวเฉือนเข้าเนื้อจนได้เลือด รู้ตัวอีกทีก็รวบมือข้างนั้นเข้ามาใกล้ก่อนจะแตะปากลงไปจนฮานะสะดุ้งด้วยความตกใจ

“เจ็บมากไหมครับ” เขาถามอย่างเป็นห่วง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะย้ายรอยแผลนั้นมาไว้ที่ตัวเองแทน

“นิดเดียว เหมือนมดกัด” ฮานะอมยิ้มกว้างก่อนจะยืดตัวขึ้นหอมแก้มแล้วผละออกไปเก็บถ้วยจานเพื่อไปล้างโดยที่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา “ไปนั่งเฉยๆ เลย”

เด็กหนุ่มยังคงไม่ทำตามคำสั่งแม้แขนอีกข้างจะใช้งานไม่ได้แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เขาต้องอยู่กับที่เฉยๆ ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปหาคนรักตัวเล็กที่กำลังยืนหันหน้าเข้าหาซิงค์ล้างจานก่อนจะโอบแขนลงไปที่ช่วงเอวคอดแล้ววางคางลงบนลาดไหล่ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ต้องจรดปลายจมูกเข้าไปแนบเนื้อ

“พีท!” ฮานะตกใจจนต้องหดคอหนี “อย่ากวนนะ ไปนั่งเฉยๆ เลย” เจ้าตัวพยายามเอี้ยวตัวหลบแต่ก็ไร้ผล

“...มาให้กำลังใจครับ” เสียงทุ้มออดอ้อนในตอนที่กดจูบลงบนลาดไหล่คนในอ้อมกอดด้วยความคิดถึง...สี่วันเต็มๆ ที่ไม่ได้ใกล้ชิดฮานะแบบนี้เพราะเจ้าตัวห้ามเอาไว้ด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่เหมาะสม “น้ำยาล้างจานเยอะไปแล้วครับ” เขาหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกดหัวปั๊มจนน้ำยาท่วมฟองน้ำ

“เธอก็หยุดกวนซะทีสิ เสียสมาธิหมดแล้- อื้อ” ฮานะรีบหดคอเหมือนลูกเต่าเวลาเจอภัยในตอนที่ถูกกัดเข้าที่คอเต็มคำ “ไปอาบน้ำเลยไป”

“รอฮานะ” พีทกดจมูกลงบนก้อนแป้งขาวๆ อย่างไม่รู้เบื่อ

“งั้นก็ช่วยอยู่เฉยๆ ด้วยนะครับ” คนในอ้อมกอดเอี้ยวหน้ากลับมาหา ก่อนจะยืดตัวขึ้นหอมแก้ม “น้องพีทห้ามกวนนะ ไม่อย่างนั้นจะหักสิบแต้มเด็กดี”

คำสรรพนามที่ไม่เคยถูกใช้เรียกมาก่อนทำให้เด็กหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมากะทันทันก่อนจะยอมล่าถอยไม่ก่อกวนอย่างเชื่อฟัง

นัยน์ตาคมเข้มจดจ้องเรือนผมสีอ่อนที่ระอยู่บริเวณต้นคอขาวก่อนความคิดบางอย่างจะก่อเกิดขึ้นมา...เป็นเรื่องที่แทรกซึมเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

“ฮานะครับ”

“หืม”

“บิเบียนกับอองเดร...ปีนี้อายุเท่าไหร่เหรอครับ” เสียงเจี๊ยวจ๊าวและรอยยิ้มสดใสของเจ้าพวกตัวเล็กที่คุณแกเรนพามาป่วนยังฝังอยู่ในใจมาถึงวันนี้

“อืม...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะห้าขวบแล้วนะ” ฝ่ายนั้นเอียงคออย่างใช้ความคิด “ถามทำไม”

“เปล่าครับ” เขายิ้มและส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อฮานะมองขึ้นมา

“ชอบเด็กหรือไงเรา”

“ก็...” เด็กหนุ่มกระแอมแก้เก้อเมื่อเผลอคิดเยอะไปไกลจนต้องหยุดห้ามตัวเองเอาไว้...จู่ๆ เขาก็ลองจินตนาการภาพของฮานะตอนที่กำลังอุ้มท้องขึ้นมา...

หม่ามี้ตัวเล็กที่มีพุงกลมๆ ยื่นออกมาคงต้องน่ารักมากแน่ๆ ...

“นี่...อย่าบอกนะว่ากำลังคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว” ฮานะปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันตัวกลับมาเผชิญหน้า นัยน์ตาคู่สวยหรี่มองอย่างจ้องจับผิด ยิ่งได้เห็นริ้วแดงที่ขึ้นพาดผ่านใบหน้าของคนรักก็เป็นอันได้คำตอบแน่ชัดทันที

“คือ...” เด็กหนุ่มอ้ำอึ้งเมื่อถูกกอดอกมองอย่างรู้ทัน

“อยากเป็นแด๊ดดี้เหรอ” ฮานะยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นวางทาบลงไปบนแผ่นอกตึงแน่น “ใจร้อนจัง” น้ำเสียงออดอ้อนดังขึ้นในตอนที่ยืดตัวขึ้นไปกดจูบบนสันกรามได้รูป ก่อนจะต้องหลุดขำออกมาเมื่อถูกอุ้มขึ้นไปวางบนเคาน์เตอร์ครัว

“ผมยังไงก็ได้” เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นก่อนจะวางแขนคร่อมร่างคนรักตัวน้อย “แค่กำลังคิดว่าถ้ามีเจ้าพวกตัวเล็กที่ถอดแบบมาจากฮานะ...คงต้องน่ารักมากแน่ๆ” ปลายจมูกโด่งกดลงบนลาดไหล่เนียน ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นมาวางลงบนแผ่นท้องแผ่นราบ

ฮานะหลุดขำอย่างเอ็นดูก่อนจะยกแขนขึ้นโอบกอดคนรัก “มั่นใจได้ยังไง...ถ้าเผื่อเบบี๋ถอดแบบเธอมาล่ะ”

“…ก็น่ารักอยู่ดี” พีทลดระดับตัวลงมาเพื่อจ้องตากับอีกฝ่าย “เพราะครึ่งหนึ่งของเขาก็มีฮานะอยู่ในนั้น”

เหตุผลที่เลื่อนลอยเรียกเสียงหัวเราะของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ฮานะกระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะเอียงหน้าซบเข้ากับช่วงบ่ากว้างแล้วหลับตาลงเมื่อต้องสารภาพความจริงบางอย่างออกไป

...มันเป็นสิ่งที่เขาคิดมาตลอด...ทั้งก่อนหน้าที่จะผูกพันธะกับพีทหรือช่วงเวลาหลังจากนี้...

“พีท” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ “บอกตามตรงว่าฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ” เจ้าตัวยิ้มก่อนจะยกมือของคนรักขึ้นมาแนบเข้าที่แก้ม “ตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอรู้ใช่ไหมว่าฉันควบคุมมันมาตลอด”

“ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พร้อมกับยกมือขึ้นมากอบกุมกับอีกฝ่ายตอบกลับไป

ฮานะยิ้มบาง ในแววตาคู่นั้นเจือความเศร้าอยู่เล็กน้อยที่ไม่สามารถตามใจเขาได้ “แล้วก็อีกอย่าง...ตอนนี้มันอาจจะเร็วไปสักหน่อยนะว่าไหม เบบี๋น่ะนะน่ารักก็จริงแต่การดูแลพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” นัยน์ตาคู่สวยช้อนมองอย่างออดอ้อนพร้อมกับยกมือขึ้นนวดท้ายทอยให้อีกฝ่ายคล้อยตาม

“…”

“เธอเองก็ยังคงไม่พร้อมที่จะต้องทิ้งความฝันตัวเองเพื่อมารับผิดชอบชีวิตเล็กๆ ที่จะเกิดมาหรอกใช่ไหม”

พีทอายุยังน้อย เมื่อเทียบกับเขาแล้วเจ้าตัวคงอยากที่จะใช้ชีวิตอิสระอีกมาก ถึงแม้ว่าการมีลูกจะไม่ได้ทำให้ลำบากอะไรแต่เพราะภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็คงจะทำให้ต้องเลือกเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

…ความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรียังคงอยู่ แม้เจ้าตัวจะไม่เคยเอ่ยถึงมันแต่ทุกคืนที่ตื่นมากลางดึกฮานะมักจะได้ยินเสียงฮัมเพลงและเสียงกีต้าร์ที่ดังแว่วมาจากทางระเบียงห้องหรือแม้กระทั่งสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข ความมีชีวิตชีวาในตอนที่เจ้าตัวได้ปลดปล่อยตัวตนอยู่บนเวที

พีทไม่เคยบอกว่าชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความจำเป็นที่ผลักดันให้ลืมความตั้งใจที่เคยมุ่งมั่นเอาไว้...และส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะตัวเขา...

“…ผมให้ได้” เสียงทุ้มพึมพำแต่ทว่าหนักแน่น ในแววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

“นี่” ฮานะเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างแปลกใจก่อจะต้องหลุดขำเมื่อเห็นว่าเรียวคิ้วเข้มเริ่มขมวด “จริงจังขนาดนั้นเชียว”

“ผมพูดจริงนะครับ” เด็กหนุ่มยืนยันคำเดิม

“โอเคๆ เข้าใจแล้ว” ฮานะยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนัก “แต่ฉันบอกก่อนเลยนะว่าไม่ขอรับปากเรื่องลูก” เขาจ้องกลับไปด้วยแววตาที่จริงจังไม่แพ้กัน

“...”

“พูดตามตรงนะ...ฉันยังไม่พร้อมที่จะเสียสละเวลาส่วนตัวไป...ในตอนนี้” รอยยิ้มปรากฏกว้างขึ้นในตอนที่ยกมือขึ้นลูบแก้มของคนรัก “ขอโทษนะที่ทำให้รู้สึกว่าฉันเห็นแก่ตัว...แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันอยากจะทำ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีเจ้าตัวเล็กละก็คงต้องมัวพะวงและเป็นห่วงจนไม่สามารถทำมันได้อย่างเต็มที่”

“ครับ...ผมเข้าใจ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะสวมกอดและเกยคางลงบนลาดไหล่ “ขอโทษครับ ที่เอาแต่ใจ”

พอนึกคิดดูๆ ดีแล้วการที่เขายัดเยียดความต้องการส่วนตัวให้ฮานะมันก็เป็นการเห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกัน เพราะมัวแต่คิดตื้นๆ จนลืมนึกถึงความรู้สึกของคนรักไปเสียสนิท

คนที่ต้องเผชิญกับการอุ้มท้องและความทรมานตลอดช่วงเวลาเก้าเดือนไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นฮานะต่างหาก

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เธอไม่ผิดสักหน่อย” ฮานะระบายยิ้มออกมาพร้อมกับบีบเขาที่สองข้างแก้มแล้วส่ายไปมาเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตคงเริ่มคิดมาก “เอาไว้รอให้ทุกอย่างพร้อมกว่านี้ เราค่อยมาคุยกันใหม่ดีไหม” เขายื่นข้อเสนอกลับไป แล้วก็ได้ผลเมื่อร่างสูงใหญ่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“แต่อันดับแรกเลย...แด๊ดดี้ต้องหัดเชื่อฟังก่อนนะ ห้ามดื้อ” ฮานะช้อนตาขึ้นมองก่อนจะยกแขนขึ้นโอบช่วงลำคอแล้วดึงอีกฝ่ายลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงบนผิวแก้มทำให้ต้องเผลอยิ้มออกมาก่อนจะหันไปกระซิบที่ข้างใบหู “…ไปอาบน้ำกัน”

เสียงหอบหายใจดังขึ้นถี่กระชั้นทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายพุ่งขึ้นสูงก่อนที่จะปลดปล่อยความกดดันที่สั่งสมมาตลอดหลายวันออกมา นัยน์ตาคมเข้มทอประกายวาบหวามในตอนที่มองต่ำลงไปยังคนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ฮานะสำลักออกมาเล็กน้อยก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างหนักจนใบหน้าแดงก่ำ

“ทำไมมันมากขนาดนี้” ปริมาณความต้องการที่ล้นเปรอะเปื้อนลงมาถึงแผ่นอกทำให้ต้องหันไปเปิดฝักบัวเพื่อล้างตัวอีกรอบ

ก่อนหน้านั้นหลังจากที่ช่วยพีทอาบน้ำเสร็จเจ้าเด็กตัวโตก็ป้วนเปี้ยนจนเขาต้องยอมตามใจ แต่ไม่ใจอ่อนที่จะให้พีทได้สอดใส่เข้ามาเพราะกลัวว่าจะไปกระทบแขนเจ้าตัวเข้า

“ฮานะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกมาพร้อมกับช่วงตัวสูงใหญ่ที่ขยับเข้ามาแนบชิด

“นี่ ถอยออกไปเลยเดี๋ยวเฝือกเปียก” ฮานะดุเสียงเข้มทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่าเจ้าส่วนนั้นไม่ยอมสงบลงไปง่ายๆ “พีท อย่าดื้อนะ” เขาหมุนปิดน้ำก่อนจะดันตัวคนรักให้ออกไปจากบริเวณที่ล้างตัวเพราะกลัวว่าเฝือกจะชื้น

เจ้าเด็กตัวโตยอมทำตามอย่างว่าง่ายแต่แทนที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วออกไปรอข้างนอกฝ่ายนั้นกลับยืนพิงเข้าที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าทั้งที่ลำตัวยังคงเปล่าเปลือยทั้งบนและล่าง

นัยน์ตาคมเข้มที่จ้องทะลุผ่านกระจกใสเข้ามาทำให้ฮานะต้องหมุนตัวกลับเข้าไปที่ผนังด้านในทั้งที่ใบหน้ายังคงเห่อร้อนก่อนจะเปิดน้ำเพื่อฟอกสบู่ลงบนผิวกายทำเหมือนกับว่าไม่ได้สนใจใครอีกคนที่กำลังมองมาทางนี้ แต่แล้วในขณะที่กำลังล้างฟองออกจากลำตัวก็ได้ยินเสียงทุ้มพร่าคำรามต่ำ เพียงเท่านั้นอุณหภูมิในร่างกายก็พุ่งขึ้นสูงจนต้องเผลอกำมือเอาไว้แน่น

“พีท” ฮานะเอ่ยปรามทั้งที่เสียงสั่นพร่า...ภาพสะท้อนจากกระจกทำให้เขารู้สึกอายจนอยากมุดหนีลงไปในแผ่นกระเบื้อง

...พีทกำลังทำเรื่องน่าอายโดยที่มองมาทางเขาอยู่ตลอดเวลา…ยิ่งได้ยินชื่อของตัวเองที่หลุดออกมาก็ยิ่งหน้าร้อนจนแทบไหม้

เจ้าเด็กลามก! เป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!

“ฮานะตัวแดงหมดแล้ว” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างชอบอกชอบใจที่เห็นเขาสมาธิหลุด

“เพราะใครเล่า!” ฮานะโยนฟองน้ำที่เพิ่งใช้ถูตัวไปทางคนที่ปั่นประสาทเขาจนกระเจิง “ออกไปรอข้างนอกเลยนะ ไม่งั้นจะโกรธจริงๆ แล้ว!” เสียงที่โวยวายอย่างไม่จริงจังทำให้เจ้าตัวดูน่ารักน่าแกล้งขึ้นไปอีก

แต่ในที่สุดก็ต้องยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้เพราะกลัวว่าฮานะจะโกรธขึ้นมาจริงๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาปิดช่วงล่างเอาไว้เมื่อถูกอีกฝ่ายบ่นว่าเป็นชีเปลือยซ้ำไปมา

ร่างสูงใหญ่เดินออกมารอที่บริเวณห้องนอนตามคำสั่งของคนรัก ภาพสะท้อนจากกระจกตู้เสื้อผ้าทำให้พรูลมหายใจออกมาอย่างปลงตกเพราะบางส่วนนั้นไม่ได้นิ่งสงบลงเลยแม้แต่นิดเดียว

พักหลังมานี้ความต้องการที่มีต่อฮานะมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งก็ไม่สามารถยับยั้งตัวเองเอาไว้ได้

ยิ่งนึกถึงผิวเนื้อขาวจัดที่ขึ้นรอยแดงตอนที่ถูกเขาบีบขย้ำก็ทำให้ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก

ทั้งจิวเม็ดเล็กที่ห้อยอยู่บนสะดือ และรอยสักเส้นสวยบนสะโพกได้รูปทำให้สมาธิไขว้เขวได้อย่างง่ายดาย

...อยากจะถอดเฝือกมันซะพรุ่งนี้เลย..

 

 

______________________________

 

 

เฮ่ออออ หมดเรื่องหนักสักทีเนอะ /ปาดเหงื่อ

ยังมีบทสรุปของอเล็กซ์ในตอนหน้านะคะ แต่บักเล็กจะไม่มากวนใจแล้วค่ะ สู่ขิตในวันที่ดือเรียบร้อย555

กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องคืนสนองงง /ฝนเล็บ

 

ขอบคุณทุกคนเสมอที่ยังอยู่กับเรามาถึงตอนนี้ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

แล้วพบกันตอนหน้าน้า

ขอฝาก #ดอกไม้ของพีท ด้วยนะคะ <3

ความคิดเห็น