mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......24

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......24

คำค้น : Yaoi, Boy's Love, Y,โชตะคอน, Shotacon,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63.8k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2557 18:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......24
แบบอักษร

 

 

Older Brother.....24

 

 

[ลีวายส์:Part]

 

เพี้ย!!!!

 

“โอ้ย!!!” เสียงพี่ธารร้องฮะ ลีวายส์รีบวางของในมือก่อนจะเดินออกมาดูว่าพี่ธารร้องโอ้ยทำไม พี่ธารเจ็บตรงไหนหรือเปล่านะ

 

“มึงคิดจะทำอะไรลีวายส์ห๊ะ!!! ไอ้ธารแม่ง ให้โตกว่านี้หน่อยเซ้” เสียงพี่กายดังขึ้น ทำให้ลีวายส์รู้ว่า พี่กายเป็นคนที่กดกริ่งหน้าประตูเมื่อครู่นั้นเอง แต่ว่าทะเลาะกันหรือเปล่านะ

 

“เปล่าซะหน่อย กูยังไม่ได้ทำ มึงจะบ้าหรือไง” เสียงพี่ธาร

 

“มึงคิดใช่มั้ยล่ะ กูรู้ไอ้ธาร.........อ้าวลีวายส์!” พอลีวายส์ออกไป ทั้งสองคนก็หยุดทะเลาะกันและหันมาสนใจลีวายส์ที่ยืนมองอย่างสงสัย พี่กายกับพี่ธารอ่ะชอบเถียงกันอยู่เรื่อยเลย

 

“คิดอะไรหรอฮะ ทะเลาะกันหรอฮะ ทะไมชอบทะเลาะกันเหมือนเด็ก” พี่กายยิ้มขำๆส่วนพี่ธารหน้าเหวอนิดๆ ลีวายส์พูดผิดหรือเปล่านะ

 

“คึคึ มึงอ่ะเด็กไอ้ธาร คือพี่ธารคิดจะกิน.......โอ้ย!!!  ไอ้เหี้ยธาร!!!” พี่ธารเขกหัวพี่กายจนพี่กายร้องเสียงหลง ดูจากสีหน้าพี่กายแล้วลีวายส์ว่ามันต้องเจ็บมากแน่ๆ

 

“เดี๋ยวมึงจะโดนไม่น้อย” พี่ธารพูดกับพี่กายแล้วก็ทำหน้าโหดใส่ลีวายส์ ก่อนจะเดินไปในห้องทำงานที่ยังจัดของไม่เรียบร้อย เราย้ายคอนโดใหม่แล้วฮะ

 

ตอนแรกลีวายส์ก็เศร้าๆนะฮะ ที่ต้องย้ายคอนโดทั้งที่เราเพิ่งจะกลับมาจากเมืองนอกได้เดือนกว่าๆเอง แต่พอได้มาเห็นคอนโดใหม่ โอ้โอ่ สวยและกว้างมากๆเลยฮะ แถมยังมีระเบียงทั้งในห้องนอนและระเบียงติดกับโซนใกล้ๆโซฟาด้านนอกด้วย

 

ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนกลางคืนจะสวยขนาดไหนถ้ามองลงไปเห็นแสงไฟยามที่ท้องฟ้ามือลง เฮ๊ะ!!! เหมือนลีวายส์อ่านนิยายอยู่เลยอ่ะ คึคึคึ

 

“ลีวายส์ เราไปเข้าครัวกัน ไปๆ” พี่กาย หิ้วถุงข้าวของที่ซื้อมา เดินไปเข้าพร้อมกับออกปากชวน เย้ๆ ลีวายส์ก็อยากทำอยู่พอดี

 

“หยุดเลยๆ กูไม่อยากเปลี่ยนครัวใหม่ตั้งแต่วันแรก” พี่ธารขัดอีกแล้วฮ่ะ ลีวายส์ทำปากยื่นใส่ร่างสูงก่อนจะเดินตามพี่กายมาจัดของในครัว

 

“งั้นมึงโทรบอกไอ้แมนให้ขึ้นมาทำ จะใช้ได้ป่ะเนี่ย” ไอ้กายบอกในขณะที่เอาของออกจากถุง มีผักและเนื้อเยอะแยะเลยฮะ ลีวายส์ชอบกินผัก

 

“ไอ้แมน มึงขึ้นมากินข้าวห้องกู......เออนา มึงแหละทำ...........ไม่มามึงก็ยัดใส่กางเกงในมาสิ”เสียงพี่ธารคุยโทรศัพท์ ก็คงจะคุยกับพี่แมนก่อนจะเดินกลับไปในห้องทำงานอีกครั้ง

 

“เอ่อ แล้วพี่เซฟล่ะฮะ ไม่ชวนพี่เซฟด้วยหรอฮะ” ลีวายส์ถาม เพราะปกติเห็นพี่เซฟตัวติดกับพี่กายตลอดอย่างกะเป็นแฟนกันหรือจะเป็นกันจริงๆอันนี้ลีวายส์ก็ไม่รู้

 

“อ๋อ มันไปหากิ๊กน่ะ ทิ้งพี่เลยเห็นมั้ย” นั่นไงแสดงว่าเป็นแฟนกันจริงๆด้วย แต่ว่าพี่หมอก็มาหาพี่กายบ่อยๆนี่นา

 

“แล้วพี่กายไม่โทรตามพี่เซฟล่ะฮะ ปล่อยให้ไปหากิ๊กทำไมอ่ะ พี่กายไม่หวงหรอฮะ” ลีวายส์ถามอีก ก็ลีวายส์อยากรู้นี่ แต่ว่าพี่กายหันมามองลีวายส์ด้วยสีหน้าลำบากใจยังไงก็ไม่รู้อ่ะ

 

“คือ....พี่กายกับพี่เซฟไม่ได้เป็นแฟนกันนะลีวายส์ เป็นเพื่อนสนิทกันพี่ไม่มีสิทธิไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของมันหรอก”

 

“งั้น พี่กายก็เป็นแฟนกับพี่หมอสินะฮะ” ลีวายส์อยากรู้อ่ะ -0-

 

“เอ้ย!!! ไม่ใช่ล่ะ ไอ้พี่หมอบ้านั่นมันมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ เปลี่ยนเรื่องคุยเลย ไปๆ ไปหาพี่ธารของเราก็ได้ไป” อ้าว ไม่ใช่หรอกหรอ แล้วพี่กายหน้าแดงมัยอ่ะ

 

 

“เป็นอะไร หน้างออยู่ได้ ยิ้มซิ” พี่ธารถามเมื่อเห็นลีวายส์เดินเข้ามาในห้องทำงาน ที่ตอนนี้พี่ธารยืนจัดหนังสือเข้าตู้อยู่ ลีวายส์กระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ข้างๆ

 

“ก็พี่กายไล่ลีวายส์มา ลีวายส์แค่ถามนิดเดียวเองนะฮะ” ลีวายส์ส่งหนังสือที่อยู่ใกล้มือให้พี่ธารจัดใส่ตู้ไปพลาง ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือกฎหมายมีภาษาไทยบ้างอังกฤษบ้าง

 

“ถามว่า....?” พี่ธารจับมือลีวายส์พลิกดูเพราะเห็นรอยแดงที่เกิดจากสันหนังสือเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้เป็นแผลพี่ธารเลยจัดหนังสือที่เหลืออยู่ไม่กี่เล่มต่อ

 

“เรื่องใครเป็นแฟนพี่กายฮะ” พี่ธารจัดหนังสือเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเลื่อนกระจกปิดและหันมาคุยกับลีวายส์โดยยืนพิงตู้ดูหนังสือเล่นหนึ่งในมือ

 

“ทำไม....จะไปยุ่งเรื่องมันทำไมล่ะ”

 

“ก็......แค่ส่งสัยว่า....พี่เซฟกับพี่หมอรักษ์ฮ่ะ ใครเป็นแฟนพี่กาย” ลีวายส์บอกตามความจริง บางทีพี่ธารอาจจะรู้ก็ได้ คึคึ

 

“ถึงว่า มันไล่มาก็เพราะอย่างเนี่ย......”พี่ธารบีบจมูกลีวายส์ฮะ -*-  แต่ไม่เจ็บ “เรื่องของมัน เด็กไม่ควรไปยุ่งเข้าใจ๋” พี่ธารบอกก่อนจะกอดเอวลีวายส์และยกตัวลีวายส์ลงจากโต๊ะทำงาน

 

“ก็อยากรู้อ่ะ .....จุ๊บ!!!” พี่ธารก้มลงจุ๊บปากลีวายส์ทีหนึ่ง

 

“พูดมากจริง......ไอ้แมนมาแล้วมั้ง ไปดูไป”พี่ธารดันหลังลีวายส์ออกมาจากห้องทำงาน เจอพี่แมนกำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองพี่โอ๊ตที่กำลังนั่งดูทีวีโดยไม่ได้เกรงกลัวหน้าตาเอาเรื่องของคนตัวสูง

 

“กูตบปากแตก!!!” พี่แมนบอก ลีวายส์เห็นแล้วยังกลัวแทนเลยอ่ะ ก็พี่แมนชอบทำหน้าโหดอยู่เรื่อยเลย แต่ว่าพี่โอ๊ตเนี่ย ไม่เห็นจะกลัวสักนิด

 

“ข่มจังนะมึง แผลน่ะแผล ใครข่มใครกันแน่วะ” พี่ธารพูดชี้ไปที่แผลตรงหางคิ้วของพี่แมนก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟา “มึงไปช่วยไอ้กายทำไรกินซิ กูหิวล่ะ ให้ไอ้กายทำชาติหน้าคงได้กิน” พี่ธารว่าอีกก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดตู้ใต้ทีวีจอใหญ่ คงจะเปิดหนังล่ะมั้ง

 

ลีวายส์นั่งลงข้างๆพี่โอ๊ต แฟนพี่แมน(?) ดูแล้วพี่โอ๊ตสีหน้าแบบไม่ค่อยแสดงอารมณ์เท่าไหร่ และก็ไม่ค่อยคุยด้วย ลีวายส์ลอยคุยดูดีกว่าเผื่อพี่โอ๊ตจะเป็นคนใจดี

 

“เอ่อ...พี่โอ๊ตทำกับข้าวเป็นมั้ยฮะ” ลีวายส์เริ่มหาเรื่องคุยกับพี่โอ๊ต พี่โอ๊ตมองหน้าลีวายส์นิ่งๆ มีแวบหนึ่งที่ดวงตาคู่นั่นเหมือนรู้สึกผิดอะไรบางอย่างก่อนจะละสายตาไปมองจอทีวี

 

“ไม่เป็น” พี่โอ๊ตตอบลีวายส์แค่นั้นอ่ะ ลีวายส์น้อยใจนิดๆ ก่อนจะหันไปมองพี่ธารที่เอี้ยวหน้ามามอง พี่ธารเลิกคิ้วให้ลีวายส์ก่อนจะหันไปเปิดแผ่นหนังและกลับมานั่งข้างๆ

 

“หิวยัง.......คุณโอ๊ตกินอะไรมาหรือยัง”พี่ธารถามลีวายส์ก่อนจะเอ่ยถามพี่โอ๊ต พี่โอ๊ตส่ายหน้าแทนคำตอบ ดูเหมือนพี่โอ๊ตจะเป็นพวกที่ชอบเว้นระยะหางจากคนอื่นพอสมควร

 

“ไอ้เหี้ย นั่งดูหนังกันสบายเชียว แล้วก็ให้กูทำให้แดก” พี่แมนเดินมาพร้อมกับไส้กรอกในมือ ลีวายส์อยากกินพอดีเลย “อ่ะ....” แต่ว่า.....พี่แมนกลับยื่นให้พี่โอ๊ยเฉยเลยอ่ะ อือออ ลีวายส์ก็เลยหันไปทำหน้างอกับพี่ธารแทน

 

“เอาสิ......” แต่ว่าจู่ๆ ไส้กรองอันเมื่อกี้กลับยื่นมาตรงหน้าลีวายส์ ทุกคนเลยมองพี่โอ๊ตที่ไม่เคยจะสนใจใครแต่กลับให้ไส้กรอกลีวายส์เมื่อเห็นว่าลีวายส์หน้างออยากกิน ทุกคนทำสีหน้าแปลกใจจนพี่โอ๊ตทำหน้าไม่ถูก

 

“แฮๆ ลีวายส์อยากกินพอดีเลยฮะ พี่แมนอ่ะเอามาให้แต่พี่โอ๊ต โกรธพี่แมนล่ะ” ลีวายส์รับมากินหลังจากทำหน้าเชิดใส่พี่แมน แกล้งพูดเพื่อไม่ให้พี่โอ๊ตรู้สึกอึดอัด ทุกคนเลยกลับมาทำตัวปกติ

 

“เอ้อ ใครจะไปรู้ล่ะคะ น้องลีวายส์” พี่แมนดัดเสียงได้น่าเกลียดมากอ่ะ งี้!!! “คุณโอ๊ตครับขอแรงไปช่วยในครัวหน่อยได้มั้ยครับ จะอยู่ว่างๆทำไมวะ” แล้วพี่แมนก็หันไปประชดแฟนตัวเองนิดๆก่อนจะเดินนำไปในห้องครัว ซึ่งพี่โอ๊ตก็เดินตามไปด้วย

 

“เค้ารักกันจริงๆหรือฮะ พี่ธาร” ลีวายส์ถาม ในปากยังคงเคี้ยวไส้กรอกอยู่เลยนะ อร่อยดีชอบๆเดี๋ยวจะกินอีก

 

“คงงั้น” ลีวายส์ขมวดคิ้วกับคำตอบของพี่ธาร คงงั้นหรอ ตกลงรักหรือเปล่าล่ะ

 

“ต้องรักสิฮะ ก็เค้าเป็นแฟนกัน....หรือเปล่านะ” ลีวายส์พูดเสียงเบากับประโยคท้าย เพราะเริ่มไม่แน่ใจ ดูเหมือนพี่แมนจะรักมั้งแต่ว่า พี่โอ๊ตอ่ะดูไม่รู้เลย นิ่งตลอด คนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องรักกันสิ อย่างลีวายส์ก็รักพี่ธารนี่นา

 

“ทำมัยคิดว่าเค้ารักกัน.....กินดีๆซิ เดี๋ยวติดคอหรอ จุกเข้าไปจุกเข้าไป” พี่ธารตอบก่อนจะว่าลีวายส์เพราะลีวายส์กำลังรีบเคี้ยวจะได้คุยกับพี่ธารสะดวก

 

“ก็เค้าอยู่ด้วยกันนี่....อยู่ห้องเดียวกันด้วย เค้าเป็นแฟนกันนะ ลีวายส์ว่า”

 

“การที่คนเราอยู่ด้วยกันมันก็ใช่ว่าจะต้องรักกันเสมอไปนี่ เรื่องของผู้ใหญ่จะยุ่งทำไมนัก เดี๋ยวเหอะ” คำตอบของพี่ธารทำให้ลีวายส์ นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

 

การที่อยู่ด้วยกันใช่ว่าจะต้องรักกันเสมอไป แล้ว...เราล่ะ ลีวายส์มองเสี้ยวหน้าของพี่ธารที่กำลังสนใจหนังในทีวีอยู่ เรารักกันใช่มั้ยฮะ ที่พี่ธารดูแลลีวายส์ที่พี่ธารทำให้อยู่ทุกวันนี้แปลว่าพี่ธารรักลีวายส์ใช่มั้ยฮะ ใช่ว่าจะต้องรักกันเสมอไปแต่ว่าพี่ธารไม่เคยบอกรัก..........เลย

 

“นั่นหมายถึงคนอื่นไม่ใช่เรา” พี่ธารบอก ทำให้ลีวายส์ดึงความคิดของตัวเองกลับมามองหน้าพี่ธารชัดๆ “ไม่ได้หมายถึงเรา เข้าใจมั้ย ฟอด!!” พี่ธารดึงลีวายส์เข้าไปหอมแก้มก่อนจะกอดไว้แน่นทำให้ลีวายส์อุ่นใจขึ้นทันที ทั้งที่เมื่อกี้มันเริ่มหนาว

 

“ลีวายส์รักพี่ธารนะฮะ”

 

“พูดบ่อยไปก็ไม่ดีรู้มั้ย หืม! ฟอด!!!” อ้าวทำไมล่ะ รักก็บอก พี่ธารจะได้รู้ว่าลีวายส์รักพี่ธารแค่ไหน ทุกคนเห็นด้วยมั้ยฮะ

 

“ทำไมละฮะ ก็ลีวายส์อยากให้พี่ธารรู้นี่” พี่ธารก้มลงมองหน้าลีวายส์ที่กำลังเอนหัวนอนหนุนตักพี่ธาร

 

“เก็บใส่ขวดโหลไว้บ้างสิ หึ!” ขวดโหล? ลีวายส์ทำแก้มป่อง ขมวดคิ้วจนพี่ธารหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะโน้มหน้าลงมากัดจมูกลีวายส์

 

“ไอ้ธาร!!! ทำไรลูกกู กับข้าวเสร็จแล้วเว้ย ไปแดก!!!” พี่กายที่เปรียบเสมือนแม่ของลีวายส์เดินมาดึงคอเสื้อพี่ธารจากด้านหลัง

 

“แม่ง ขัดตลอด สัด!!!” พี่ธารเลยผลักหัวพี่กายก่อนจะดึงไหล่ลีวายส์ให้ลุกขึ้นและพากันเดินไปกินข้าวในห้องครัว กับข้าวเยอะแยะเต็มไปหมด มีต้มข่าไก่น่าทานมาก มีข้าวผัด แกงจืดผักรวม กุ้งผัดกับหนอไม้ฝรั่ง แล้วก็หมูย่างที่ไม่รู้ว่ามาได้ไง น่าอร่อยดี

 

“เย้ๆ ไหนไส้กรอกอ่ะ ลีวายส์อยากกิน” ก็บนโต๊ะมันไม่มีอ่ะ ลีวายส์เลยถามหาทั้งที่คิดว่ามี

 

“เอ้า! ลืมๆ เดี๋ยวพี่กายทำให้” พี่กายจะลุกจากเก้าอี้ไปทำให้แต่ว่า...

 

“ไม่ต้องเรื่องมากนา แค่นี้ก็เยอะพอแล้ว นั่ง! พูดให้รู้ฟังลีวายส์” ไม่กินก็ได้ ชิท์ ถ้าไม่กลัวโดนด่าอีกนะจะทำเองเลย(ทำเป็นหรอลูก) พี่ธารอ่ะใจร้าย! คึคึ งั้นกวนพี่ธารดีกว่า

 

“ลีวายส์อยากกินกุ้งอ่ะ” พอเห็นพี่ธารตักกุ้งใส่จานตัวเองลีวายส์ก็บอกทันที พี่ธารเหล่มองนิดๆก่อนจะตักเอากุ้งในจานมาให้ “ลีวายส์อยากกินไก่ด้วย”พอพีธารตักไก่ในถ้วยลีวายส์ก็บอกอีก คึคึ พี่ธารเลยชะงักมือที่กำลังช้อนข้าวเข้าปากบ่อยๆ จนเริ่มรำคาญล่ะ คึคึ

 

“ตักกินเองซิ” พี่ธารบอก

 

“ลีวายส์อยากกินหมูย่า.....อุ๊บ!!!” คราวนี้พี่ธารยัดหมูย่างใส่ปากลีวายส์คำโตเลยฮะ อืออออ “แฮ่ะๆ  อึกๆ แฮ่ะๆ” ทั้งสำลักทั้งขึ้นจมูกจนลีวายส์ไอ้ออกมา

 

“ไอ้ธาร!!! มึงนี่......มาลีวายส์” พี่กายเลยพาลีวายส์ลุกขึ้นมาล้างปาก แค่กวนนิดเดียวเองอ่ะ พี่ธารก็เอาคืนลีวายส์ซะ ที่นี้กินข้าวไม่ได้เลย อืออออ

 

“กวนไม่เข้าเรื่อง เค้าให้เล่นหรอเวลากิน ไม่ใช่อยู่กันสองคนนะ” พอกลับมานั่งก็โดนว่าจนได้ ลีวายส์ได้แต่นั่งเม้มปากตัวเอง เพราะรู้ตัวแล้วว่าผิดจริง

 

“อะไรนักวะ ลีวายส์อยากกินไส้กรอกมั้ยเดี๋ยวพี่แมนทำให้” พี่แมนบอกเมื่อเห็นลีวายส์นั่งก้มหน้าและเริ่มมีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย

 

“ไม่ต้อง! พวกมึงชอบตามใจมัน ตักข้าวให้ใหม่ก็พอ......มากเรื่อง”พี่ธารว่า “เงยหน้า และกินข้าว” ลีวายส์เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

 

เสียงใครบางคนลุกจากเก้าอี้ทำให้ลีวายส์เงยหน้าขึ้นมองปรากฏว่าทุกคนบนโต๊ะอาหารก็มองตามเช่นกัน พี่โอ๊ตลุกขึ้นไปเวฟไส้กรอกให้ลีวายส์ก่อนจะกลับมาพร้อมกับไส้กรอกที่ส่งกลิ่นหอมน่ากิน วางลงตรงหน้าลีวายส์ ลีวายส์หันมองพี่ธารที่นั่งๆข้างๆและก้มหน้ากลับเมื่อเห็นพี่ธารเหล่ตามองลีวายส์ด้วยสายตาคมๆ

 

“กินสิ” เสียงพี่โอ๊ตบอก

 

“มันไม่กินแล้วล่ะ ดูมันทำสิ” พี่ธารอ่ะ ใจร้ายจริงๆเลย ง้อ?สักนิดก็ไม่ได้

 

“กินฮะ!!! กินสิ” ลีวายส์รีบบอกก่อนที่พี่ธารจะเลื่อนจานไส้กรอกออกไป ลีวายส์ทำปากยื่นใส่พี่ธารก่อนจะยิ้มอายๆ ให้ทุกคน ทั้งโต๊ะเลยพากันหัวเราะไม่เว้นแม้แต่พี่โอ๊ต ลีวายส์เลยยิ้มให้พี่โอ๊ตบางๆ ก่อนที่พี่โอ๊ตจะยกยิ้มมุมปากตอบ เห็นมั้ยล่ะ พี่โอ๊ตเป็นคนใจดีอย่างที่ลีวายส์คิดจริงๆ

 

 

 

 

“ไม่สบายหรือเปล่า ลีวายส์” พี่ธารเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่เราจัดไว้สำหรับผักผ่อนโดยเฉพาะก่อนจะนั่งยองๆบนพรมที่ลีวายส์กำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมา

 

 

“ป่าว ลีวายส์ปวดท้องฮะ” ลีวายส์บอกเสียงอ่อยก่อนจะบิดตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกเสียดๆในช่องท้อง คงจะกินเยอะไปไหนอ่ะ คึคึ ทุกคนไปแล้วห๊ะหลังจากช่วยกันเก็บกวาดห้องครัวเสร็จเรียบร้อยก็พากันกลับ เล่าเอาบ่ายแก่ๆ

 

“ลุกขึ้นไปเดินก่อนไป จะได้ดีขึ้น กินแล้วก็นอนแบบเนี่ยถึงได้ปวดท้อง”พี่ธารบอกก่อนจะดึงแขนลีวายส์ให้ลุกขึ้น ลีวายส์จะแกล้งขืนตัวแต่ว่าสู้แรงพี่ธารไม่ไหวอ่ะ

 

“อ่ะ ลีวายส์ลงไปข้างล่างได้มั้ยฮะ ลีวายส์เห็นมีเซเว่นข้างๆ แล้วก็มีร้านไก่ทอดด้วย นะๆ ให้ลีวายส์ลงไปนะ”

 

“นี่คิดจะกินอีกหรอ งั้นไม่ต้อง” อ่า อะไรกันอ่ะ ลีวายส์ทำปากยื่นหน้าง้อตาเหลือบใส่แบบครบสูตรจนพี่ธารขมวดคิดตาม พี่ธารคงหมั้นไส้เลยดีดปากลีวายส์เข้าให้

 

“งั้นก็ไปห้ามช้า ห้ามคุยกับคนแปลกหน้าแล้วก็เดินระวังๆด้วย อ่ะ” พี่ธารสั่ง คึคึ ก่อนจะยื่นแบงค์ห้าร้อยมาให้ลีวายส์ พี่ธารไม่เคยเอาตังคืนรู้เปล่าถ้าให้แล้วก็จะให้เลยเพราะงั้นเหลือทิป ให้ลีวายส์หยอดกระปุกด้วยล่ะ

 

“จะรีบไปรีบกลับฮะ อยู่บ้านดีๆนะฮะ เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก คึคึ” ลีวายส์บอกแบบทะเล้น จนพี่ธารยกมือจะตีแต่ลีวายส์หลบทันก่อนจะเดินออกาจากห้องมา

 

ลีวายส์ไม่เคยออกจากห้องคนเดียวถ้ามาก็จะมากับพี่ธารตลอดที่คอนโดเก่าน่ะนะ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงค่ำที่ลงมาหาอะไรกินแต่น้อยครั้งมาก เพราะพี่ธารไม่ชอบคนเยอะ ยกเว้นที่ร้านพี่ธาร อันนั้นคนเยอะเพราะมันเป็นผับ เออๆใช่(เหมือนพูดคนเดียว)

 

“ทั้งหมดร้อยเก้าสิบเจ็ดบาทค่ะ” พี่พนักงานเซเว่นบอก ลีวายส์ยื่นเงินให้ไป ลีวายส์เข้ามาซื้อของจุกจิกก่อน ก็มีพวกของกินเล่นกับของใช้เล็กน้อย แล้วเดี๋ยวจะไปซื้อไก่ฝากพี่ธาร

 

“เอาอะไรดีค่ะ หนู” ป้าแม่ค้าไก่ทอดถามเมื่อลีวายส์เดินไปยืนหน้าร้าน กินทอดน่ากินมากอ่ะ

 

“เอาอันนี้ฮะ เอ่อ เอาน่องด้วยฮะ เอาหน้าอกด้วยฮะ” ลีวายส์บอกแล้วก็ชี้ๆให้เค้า “สับด้วยได้มั้ยฮะ”

 

“ได้จ้ะ เอาข้าวเหนียวมั้ยลูก” ลีวายส์สั่นหัวให้ป้าแม่ค้า จากนั้นป้าก็สับไก่ใส่ถุงกระดาษไห้เรียบร้อย “อยู่คอนโดนี้หรอ ป้าไม่เคยเห็นหน้าเลย”

 

“เพิ่งย้ายมาฮะ วันนี้เอง” ลีวายส์บอกพร้อมกับยื่นเงินให้ จากนั้นลีวายส์ก็เดินกลับ

 

“ลีวายส์!” ลีวายส์หันไปมองทางเสียงเรียกที่ดังขึ้น ก็พบกับพี่นัทยืนยิ้มอยู่อีกฟากของถนน พี่นัทเป็นญาติกับพี่กายฮะ เราเคยเจอกันที่ห้าง วันนั้นลีวายส์ทำน้ำผลไม้หกใส่เสื้อพี่นัทด้วยล่ะ

 

“สวัสดีฮะ! พี่นัท......” ลีวายส์ทักทาย เมื่อพี่นัทเดินข้ามถนนมาหา พี่นัทไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะพี่ธารคงรู้จักมั้งแล้วอีกอย่างพี่นัทก็เป็นญาติกับพี่กายด้วย คุยได้ๆ

 

“ดีครับ ดีจังที่เจอลีวายส์ มาซื้ออะไรครับ” พี่นัทถามพร้อมกับรอยยิ้มใจดี ลีวายส์ชูถุงให้พี่นัทดู

 

“ซื้อขนมฮะ มีไก่ทอดไปฝากพี่ธารด้วย พี่นัทมาทำอะไรหรอฮะ”

 

“พี่มาหาเพื่อน มันมีร้านภาพถ่ายอยู่ตรงโน้นน่ะ แล้วนี่ลีวายส์จะกลับหรือยังเดี๋ยวพี่เดินไปส่งนะ”

 

“ไม่เป็นไรฮะ ลีวายส์กลับได้ตอนมาก็มาได้เลย” ลีวายส์บอกเพราะคิดแบบนั่นจริงๆ ตอนนั้นเองลีวายส์เห็นฝั่งตรงข้ามมีร้านขายของขวัญหน้าร้านมีตุ๊กตาตัวใหญ่จัดวางอยู่ “นั่นร้านของขวัญหรือเปล่าฮะ”

 

“คงใช่นะ ลีวายส์จะซื้ออะไรล่ะครับ เดี๋ยวพี่พาไป”

 

“ขวดโหลฮะ” ลีวายส์บอกยิ้มๆ

 

“เอาไปทำอะไรครับ” พี่นัทถามอย่างสงสัย พร้อมกับจับมือลีวายส์และดึงให้เดินตามไปทางฝั่งตรงข้าม

 

“ใส่รักฮะ” ลีวายส์ดึงมือออกเพราะไม่ชอบให้ใครถึงเนื้อถึงตัวเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่คนสนิท พี่นัทหันมามองนิดๆก่อนจะยกมือเกาท้ายทอยตัวและยิ้มบางๆ

 

“เอ่อ งั้นลีวายส์เดินตามพี่มานะ” ลีวายส์เดินตามหลังพี่นัทไปฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเข้าไปในร้านและเลือกขวดโหลแก้วที่ถูกใจกับกระดาษสีสวยๆ หลังจากนั้นพี่นัทก็เดินมาส่งลีวายส์ถึงแม้ลีวายส์จะบอกว่ากลับเองได้แต่พี่นัทก็ยืนยันว่าจะมาส่ง

 

“เฮ้ย!! ไอ้หน้าอ่อน....ไมไม่ไปโรงเรียนวะ”แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นระหว่างที่ลีวายส์กับพี่นัทกำลังเดินผ่านหน้าคอนโด ลีวายส์หันไปมองก็เห็น กลุ่มพวกนายแพ็คยืนอยู่สามคน แต่คนที่เรียกลีวายส์คือไอซ์เพื่อนร่วมห้อง

 

“อ้าวๆ น้องพูดดีๆก็ได้นี่นา” พี่นัทว่า นายแพ็คหันมามองสำรวจลีวายส์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหันไปทางอื่น อะไรของหมอนี่ พวกมันยังอยู่ในชุดนักเรียนอยู่เลยอ่ะ

 

“โธ่พี่ เนี่ยเพื่อนกันใช่ป่ะน้องลี” ไอ้บ้าปอเพื่อนอีกคนว่า มันแทรกไหล่พี่นัทและเข้ามาแกล้งโอบไหล่ลีวายส์

 

“ปล่อยเรา เราไม่ได้เป็นอะไร” ลีวายส์บอกก่อนจะสะบัดไหล่ออกจากไอ้บ้าปอ “นี่พวกนายโดดเรียนหรอ” ลีวายส์ถาม ไอซ์กับปอยักไหล่กลับมาให้

 

“ไอ้เด็กพวกนี้ พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างหรือไง” พี่นัทเป็นคนพูดฮะ ทำเอาลีวายส์ขมวดคิ้วกับประโยคนั้น ทำไม่ต้องว่าแรงด้วยอ่ะ

 

“มันไม่แรงไปไหนหรอ!!!” นายแพ็คหันมาผลักอกพี่นัทจนเซไปสองก้าวก่อนที่เพื่อนอีกสองคนเข้ามันทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่อง ให้ตายเหอะ ลีวายส์ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วอ่ะ

 

“เกิดอะไรขึ้น!!!” แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นอีก ส่งผลให้ทุกคนหันไปมองเพราะเสียงดังคล้ายกับตะคอกใส่ จนทุกคนหยุดชะงัก “ทำอะไรกัน”

 

“พี่ธาร......” ลีวายส์หันไปมองหน้าพี่ธารที่ตอนนี้เหมือนกับโกรธเคืองอะไรบางอย่าง พี่ธารเดินมาหยุดอยู่ข้างๆลีวายส์

 

“หวัดคับ” ไอซ์กับปอยกมือไหว้พี่ธารเพราะเห็นพี่ธารตอนที่ลีวายส์มีเรื่องจะนายแพ็ค คงจะรู้ว่าพี่ธารเป็นผู้ปกครองลีวายส์ แต่นายแพ็คแค่มองนิ่งๆเท่านั้น เสียมารยาทที่สุด

 

“ก็ไอ้เด็กพวกนี้น่ะสิ เกเรสิ้นดี โรงเรียนก็ไม่ไปยังจะทำตัวเป็นอันธพาลอีก”พี่นัทว่า

 

“แล้วมันเรื่องอะไรของมึง” พี่ธารว่า เอ่อ มันก็จริงอ่ะนะ ถ้าพี่นัทไม่ไปว่าเค้าถึงพ่อถึงแม่ก่อนน่ะ “บางที่พี่สาวนายควรจะรู้เรื่องนี้” พี่ธารหันไปคุยกับนายแพ็ค นายนั่นมีสีหน้าอ่อนลงก่อนจะปรับมาเป็นนิ่งเรียบตามเดิมและเดินออกไปทันที

 

“อีโธ่ ไอ้เด็กพวกนี้ แม่ง  ไอ้พวก......” พี่นัทปิดปากเมื่อเจอกับสายตาคมๆของพี่ธารเข้าให้ “เอ่อพี่กลับก่อนนะลีวายส์ ผมกลับล่ะหวัดดีครั.......” พี่ธารดึงมือลีวายส์ให้เดินตามมาทั้งที่พี่นัทบอกล่ายังไม่ทันจบ

 

“พี่ธารจะบอกพี่สาวนายแพ็คจริงๆหรอฮะ ลีวายส์ว่าอย่าบอกเลย” ลีวายส์พูดกับพี่ธารระหว่างขึ้นมาบนห้อง

 

“บอกหรือเปล่าเมื่อกี้ว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า” พี่ธารถาม มันไม่เกี่ยวกับที่ลีวายส์กำลังคุยด้วยเลยอ่ะ แล้วใครคือคนแปลกหน้าล่ะ

 

“เพื่อนในห้องลีวายส์เองฮะ ลีวายส์คุยได้ ถึงแม้ว่าลีวายส์จะไม่ค่อยชอบพวกนั้น” ลีวายส์บอก พี่ธารเปิดประตูเข้ามาในห้อง

 

“ไม่ใช่!!! ไอ้นัทต่างหาก นั่นน่ะคนแปลกหน้าสำหรับกู” พี่ธารบอกจ้องมองลีวายส์ด้วยสายตาเขม็ง อ้าว คนแปลกหน้ายังไงอ่ะ

 

“แต่พี่ธารรู้จักนี่ฮะ”

 

“กูไม่รู้จัก  ไม่อยากรู้จัก  และมึงก็ไม่ต้องไปรู้จักมัน” อะไรของเค้านะ พี่นัทก็ดูเป็นคนดีออกนี่นา เฮ้อ แต่ลีวายส์เชื่อฟังพี่ธารก็แล้วกัน แปลกหน้าก็แปลกหน้า

 

“ก็ได้ฮะ.....นี่ฮะ ของฝาก คึคึ”

 

“ของฝากบ้าบออะไรไปแค่นั้น.....”พี่ธารนั่งลงบนโซฟา ส่วนลีวายส์นั่งฟื้น “แล้วในถุงนั่นอะไรกัน” พี่ธารถาม มองถุงแก้วที่มีขวดโหลอยู่ข้างใน

 

“ขวดโหลใส่รักฮะ” ลีวายส์บอกยิ้มๆ และเกะออกมาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา

 

“อะไรวะ”

 

“ก็พี่ธารบอกเองว่าให้เอารักเก็บใส่ขวดโหลไว้บ้างอ่ะ” ลีวายส์เงยหน้ามองพี่ธารที่นั่งอยู่บนโซฟา

 

“มันใช่แบบนั้นที่ไหนกัน เฮ้อ! จุ๊บ!!” พี่ธารบอกก่อนจะโน้มหน้าลงมา จุ๊บปากลีวายส์เบาๆแล้วเอวหลังนอนราบไปกับโซฟา อ้าวก็พี่ธารบอกเองนี่ -*-

 

……………………………………………………………….

*&^%$#[email protected]#$%^&*[email protected]#$%^&*()_  บ่นเป็นภาษาต่างดาว 5555

เสียดายล่ะสิที่ไม่มีเอ็นชี คึคึ

มีคำผิดบอกด้วย ไรท์เบลอค่ะ!!!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น