คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 (2) หัวใจอ่อนแอ

ชื่อตอน : บทที่ 5 (2) หัวใจอ่อนแอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2562 04:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 (2) หัวใจอ่อนแอ
แบบอักษร

 

 “งั้นเอาสีขาวสองตัว ดำหนึ่ง แล้วก็สีเทาอีกหนึ่งนะคะ” 

“อืม” เขาพยักหน้ารับ ไม่ค่อยมีท่าทีสนใจสักเท่าไหร่ ปกติเรื่องเสื้อผ้าปาลิตาจะจัดการให้อยู่แล้วเวลาอยู่ด้วยกัน ย่องเข้ามาจัดตอนเขาอาบน้ำ เขามีหน้าที่แค่ใส่ทุกอย่างที่หล่อนเตรียมไว้ให้ 

คล้ายหน้าที่เมีย แต่ก็ไม่ใช่ หล่อนไม่ใช่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา ก็แค่อยู่ด้วยกันแบบลับๆ โดยไม่มีใครรู้ 

“คุณเหนืออยากแวะซื้ออะไรอีกไหมคะ” 

“ไม่ แล้วเธอล่ะ อยากได้อะไรหรือเปล่า ได้นะ ฉันไม่รีบ” ปรายสายตามามองเล็กน้อย แต่ก็เหมือนเดิม หล่อนไม่ต้องการอะไร 

“ส่ายหัวอยู่ได้ เครื่องสำอางไม่หมด เสื้อผ้าไม่ขาดบ้างเหรอ” เขาบ่นไปตามประสาแต่ปาลิตาก็ไม่ได้สนใจ เดิมทีก็เป็นคนไม่ค่อยสิ้นเปลืองกับของพวกนี้อยู่แล้ว หล่อนระลึกเสมอว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างเป็นเงินของคุณเปรม เพราะหล่อนยังไม่ได้ทำงานจริงจัง 

“ยังไม่หมดค่ะ ส่วนเสื้อผ้าก็มีเต็มตู้แล้ว” 

“อะไรเก่าๆ ก็โละทิ้งบ้างก็ได้ ตามมาสิ” เรียกครั้งหนึ่งแล้วหล่อนไม่เดินตาม ลำบากต้องย้อนกลับไปกำรอบข้อมือบอบบาง กึ่งจูงกึ่งลากมายังห้องเสื้อสตรีคอยเลือกให้หลายตัว 

“ปริมไม่ได้บอกว่าอยากได้นะคะ ถ้าคุณเหนือเบื่อ อยากให้ปริมใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ เดี๋ยวปริมไปซื้อเองข้างนอกก็ได้ ไม่เห็นต้องซื้อในนี้เลย” ...มันแพง หล่อนแอบต่อคำนั้นในใจ สีหน้าไม่ค่อยโอเค 

“พูดมากน่ารำคาญน่า ฉันซื้อให้ก็อยู่เฉยๆ ไปเถอะ” 

เมืองเหนือเอ็ดเสียงแข็งราวกับกำลังดุลูกน้องที่ทำงานสำคัญพลาด จากนั้นเขาหันหลังให้หล่อนเพื่อเลือกเสื้อผ้าตามรสนิยมตัวเอง ส่งต่อให้พนักงานมือเป็นระวิง ส่วนปาลิตานั้นน้ำตาคลอ ไม่พูดไม่จาอะไร มองเขาหลายนาที ก่อนจะผลุนผลันเดินออกไปจากร้านดังกล่าว 

เมืองเหนือแค่เหลือบหางตาไปมองเท่านั้น ไม่ได้หยุดการเลือก ไม่ได้คิดว่ามีความจำเป็นอะไรต้องเดินตามไปง้อผู้หญิงงี่เง่า 

อะไรของหล่อนวะ ต้องดีใจ ต้องมาจูบขอบคุณเขาสิ แค่ซื้อของให้แค่นี้ทำไมต้องโกรธ งี่เง่าไม่พอ ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต 

  

แยกตัวออกจากร้านเสื้อผ้าราคาแพงมาไม่ไกล ปาลิตาเห็นเด็กชายตัวกระจ้อยยืนร้องไห้ “ฮือ... ฮือ... แม่จ๋า...” 

หล่อนมองทางนั้นทีทางนี้ทีก็ไม่เห็นว่าจะมีใคร เข้าไปให้ความช่วยเหลือเด็กน้อยที่พลัดหลงจากผู้ปกครอง 

“ฮือ ฮือ แม่จ๋า พี่จ๋า...” 

เด็กชายร้องไห้งอแง ตาแดงไปหมด 

“เป็นอะไรคะคนดี ร้องไห้ทำไมคะ หลงทางกับคุณแม่เหรอ” เด็กน้อยวัยสองสามขวบร้องไห้งอแงอยู่หน้าร้านขายไอศรีม ตาแดงเชียวคนดี ปาลิตาหันซ้ายแลขวาไม่เห็นผู้ปกครองเด็ก และคนแถวนี้ก็ไม่มีใครสนใจมอง หล่อนเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้า ยังไม่ขยับเข้าไปใกล้เด็ก ด้วยความเกรงว่าเด็กจะกลัวหรือมีปฏิกิริยาต่อต้าน 

“แม่อยู่ไหน หา... ไม่เจอ ฮือ...” 

เด็กน้อยพูดจาไม่เป็นศัพท์ ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น ปาลิตาหันมองรอบกายอีกครั้งพยายามมองหาผู้ปกครองเด็กว่าทำไมถึงพลัดหลงกับลูก ทั้งที่ตาหนูก็ตัวนิดเดียว 

“พี่ชื่อปริมนะคะ เดี๋ยวพี่จะรอแม่หนูเป็นเพื่อน จะนั่งอยู่ตรงนี้กับหนู ไม่ขยับไปไหนนะคะ” ตาหนูใช้หลังมือขยี้ตาไปมาพลางมองดวงหน้าหวานของผู้ใหญ่ที่ไม่รู้ว่าใจดีจริงหรือเปล่า คุณแม่สอนมาว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า และพี่คนนี้ก็เป็นคนแปลกหน้าด้วยสิ 

“อยากหาแม่ ฮือ... พาไปหาแม่...” มือเล็กยื่นมาตรงหน้า 

ปาลิตายิ้มกว้าง ดีใจที่เด็กตาใสไม่หวาดกลัวตัวเอง เสี้ยววินาทีที่หล่อนกำลังจะเอื้อมมือไปแตะเนื้อต้องตัวเด็กกลับมีมือจากไหนไม่รู้มาผลัก รุนแรงจนร่างหล่อนนอนลงไปกับพื้นห้างเย็นยะเยือก 

“เธอคิดจะพาลูกฉันไปไหน!” 

แม่เด็กมีอารมณ์เกรี้ยวกราด นอกจากจะไม่ขอโทษ ไม่ซักถามอะไรแล้ว ยังมาชี้หน้าด่ากราด โดนหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้หวังดีอย่างปาลิตา รวมถึงลูกสาววัยประถมต้น “หนูรส แม่ไปทำธุระแป๊บเดียว บอกให้แกดูน้องดีๆ! ทำไมถึงปล่อยให้น้องหลงกับตัวเองฮะ! กลับบ้านไปจะตีซะให้เข็ด เตรียมตัวไว้เลย” 

ว่าจบผู้หญิงคนนั้นก็อุ้มเด็กชายตัวน้อย และกระชากข้อมือลูกสาวคนเล็กออกไป ปาลิตาทำได้แค่มองตามทั้งสามเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องครอบครัวคนอื่น คนหันมามองหลายสิบ รู้สึกอายจึงขยับกายหมายจะลุกขึ้นยืน ทว่ากลับเจ็บแปลบตรงท้องน้อย 

“โอ๊ย...” หล่อนนิ่วหน้า เลื่อนมือลงต่ำไปกุมไว้งอตัวคล้ายกุ้ง โชคดีที่มีผู้หญิงวัยรุ่นใจดีเข้ามาช่วยพยุง ทั้งยังบ่นมนุษย์แม่อารมณ์เกรี้ยวกราดคนนั้นนานสองนาน ปาลิตาส่งยิ้มซีดๆ ไปให้ พลางพึมพำขอบคุณหลังรู้สึกว่าอาการดีขึ้นมาแล้ว 

“ขอบใจนะจ๊ะ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไหวไหม ให้หนูพาไปหาหมอหรือเปล่า วันนี้หนูเอารถมา ไม่ได้มีธุระรีบร้อนอะไรต้องไปทำต่อ” สาวนักศึกษาพูดต่อเจื้อยแจ้ว ยังไม่ละมือออกจากต้นแขนหญิงแปลกหน้า 

“ขอบใจนะ แต่ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ดีขึ้นมากแล้ว” 

“แน่ใจนะว่าไม่ได้ตอบเพราะเกรงใจ” 

เจ้าหล่อนจี้ถามต่อเสียงห้วนๆ เหมือนไม่เป็นมิตร แต่ไม่ใช่เลย สาวน้อยแค่คิดนิสัยแบบนี้ 

“แน่ใจจ้ะ ขอบใจมากนะ” 

“พี่พูดเป็นแต่คำเดิมหรือไงนะ ขอบใจๆ อยู่ได้” 

ปาลิตาอยากยิ้มแต่ยิ้มไม่ออก ค่อนข้างอึ้งเล็กน้อยในความตรงไปตรงมาของสาวนักศึกษาใส่ทรงเออวดขายาวเรียวสวย 

“โอเคค่ะ งั้นหนูไปแล้วนะ เดือนเกิดหนูได้ลดราคาเครื่องสำอางตั้งสี่สิบเปอร์เซ็น ใครจะพลาด ไปแล้วนะคะพี่” 

“จ้ะ ช็อปปิ้งให้สนุกนะ” 

“ค่ะ” ขานรับจบก็สะบัดบั้นท้ายเดินตรงไปยังร้านเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ปาลิตางอตัวเล็กน้อย พยายามลดมือออกจากหน้าท้องแต่ก็รู้สึกใจแป้วยังไงไม่รู้ อยากดุตัวเองที่ไม่ระวังทั้งที่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิต ที่หล่อนต้องปกป้องเขาให้อยู่รอดปลอดภัย นับจากวันแรกที่ตรวจทราบ ปาลิตาไม่ได้นิ่งนอนใจรีบแต่งตัวไปหาหมอเพื่อจะได้มั่นใจ แต่หลังจากนั้นก็ผ่านมาราวหนึ่งเดือนแล้วที่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนคนนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง และเขาคนนั้น 

ปาลิตาน้ำตาเอ่อคลอ จะร้องไห้ เพราะน้อยใจที่ไม่กล้าบอกเขาเรื่องนี้ อีกทั้งยังน้อยใจที่เขาไม่เคยชัดเจนอะไรกับตัวเองเลย 

“แม่ขอโทษนะลูก ต่อไปแม่จะระวังตัวให้มากกว่านี้” 

มือบอบบางลูบไล้หน้าท้องเบาๆ ลักษณะภายนอกหล่อนยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เมืองเหนือจึงไม่ผิดสังเกตอะไร มีแค่อาการบางอย่างที่คอยบอกคอยเตือนเขาทางอ้อม แต่ก็เท่านั้นแหละ เขาไม่สนใจหรอก 

ไกลออกไปนัยน์ตาหล่อนมองเห็นเขากำลังเดินตรงมา หน้าเขาขรึม สองมือเขาถือถุงช็อปปิ้งหลายถุง ไม่รู้ว่าซื้ออะไรมาเยอะแยะ ปาลิตากำมือแน่นและลดลงไว้ข้างลำตัวโดยอัตโนมัติ 

หลายคนใช้การพูด การพิมพ์ การสื่อสารในการบอกรัก ดาร์กขึ้นมาหน่อยก็ตะโกนโห่ร้องบอกความในใจ แต่... สำหรับผู้หญิงในเงามืดอย่างหล่อน ทำได้แค่มองแล้วใช้สายตาบอกรักเขาเท่านั้น 

ถามว่าเขาเคยสบตาไหม ก็ไม่หรอก... 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น