ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 70 นิอิ ยูกิโตะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 70 นิอิ ยูกิโตะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2562 08:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 70 นิอิ ยูกิโตะ
แบบอักษร

"หัวหน้าคิดจะทำยังไงกับสถิตร่างของคุโมะ เราจะส่งเธอคืนให้ทางนั้นเพื่อแลกเปลี่ยน..."

 

 

 

แลกเปลี่ยน ? ได้ยินคำถามของอิโนะซากิคาซึยะก็รู้สึกแย่ จะให้เขาใช้ชีวิตมนุษย์ไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งของเนี่ยนะ ต่อให้ตายเขาก็ไม่ทำ ถ้าเป็นคนชั่วคนโฉดก็ว่าไปอย่างเขาจะลงมือทำโดยไม่รอให้ใครเสนอความเห็นเลยด้วย

 

 

 

"ไม่แค่นี้ชีวิตของเธอก็ย่ำแย่พออยู่แล้ว จากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเธอเอง ใครมีปัญหาอะไรไหม?"

 

 

 

ถ้าคนพวกนี้คิดจะมีปัญหามีหวังเขาได้ใช้อ่านจันทรานิรันดร์ใส่พวกมันแน่ๆ แม้จะไม่อยากทำแต่ถ้าคนพวกนี้พูดไม่รู้เรื่องเขาก็จำเป็นต้องทำ โชคยังดีที่ทุกคนนับถือเขามากจึงไม่มีใครเกิดข้อสงสัยหรือคัดค้านออกมา

 

 

 

เขาจึงนำยูกิโตะมาแบกไว้ที่หลังก่อนจะออกคำสั่งให้ทุกคนเดินทางต่อ โดยให้ชิซุยเดินทางกลับไปเรียกชิมะที่กำลังพูดคุยกับเจ้าอาวาสกลับมา ไม่นานนักทีมยาตะคาระสุก็กลับมาพร้อมหน้า

 

 

 

การเดินทางจึงเพิ่มความเร็วขึ้น โดยขณะที่ทุกคนกำลังเดินทางไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าเด็กสาวที่สลบไปได้สติมาได้ตั้งนานแล้ว แม้ตอนแรกจะค่อนข้างหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้โดยนินจาจากโคโนฮะ ทว่าพอได้ยินคำพูดและกลิ่นอายของคาซึยะเธอก็เริ่มสงบสติลง

 

 

 

สถิตร่างมีสัมผัสที่พิเศษกว่าคนอื่นๆมาก พวกเขาสามารถสัมผัสความรู้สึกของคนอื่นๆได้ไวกว่าคนอื่นๆ จึงไม่แปลกที่ตามต้นฉบับเหล่าสถิตร่างจะมีความรู้สึกย่ำแย่กับทั้งสัตว์หางและมนุษย์ด้วยกันเอง

 

 

 

'เขาคนนี้ตั้งใจจะช่วยฉัน ทั้งที่อยู่คนละหมู่บ้าน ช่างเป็นคนที่แปลกเสียจริง'

 

 

 

เธอแอบลืมตามองใบหน้าของเด็กหนุ่มก็แอบยิ้ม อย่างน้อยก็ยังมีเขาและกลุ่มของเขาไม่รังเกียจสถิตร่างเช่นเธอ แม้จะมีสายตาไม่พอใจของหญิงสาวผมบรอนที่มีนามว่าอิโนะซากิ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

 

 

 

หลังจากนั้นยูกิโตะก็เผลอหลับคาหลังของคาซึยะไปด้วยความอ่อนล้าเธอหลบหนีนินจาจากคุโมะมาตลอดสิบวันจึงเพลียมากเกินไป ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเธอกำลังนอนอยู่ในห้องๆหนึ่งที่สร้างขึ้นจากไม้ เธอมองสถานที่โดยรอบอย่างแปลกใจ

 

 

 

"ที่นี่ที่ไหน ?"

 

 

 

"ตื่นแล้วหรอ มากินนี่สิ"

 

 

 

เด็กชายในชุดอุจิวะเปิดประตูห้องและนำถาดอาหารมาวางตรงหน้าของเด็กสาว เธอมองเด็กชายตรงหน้าอย่างสับสนแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร สายตาเหล่มองไปที่ถาดอาหารชั่วครู่เดียวท้องก็กู่ร้องคำรามราวกับมันกำลังประท้วงให้ยูกิโตะเริ่มทานอาหารตรงหน้า

 

 

 

"ขอบใจ เธอคือ ?"

 

 

 

"ฉันอุจิวะ ชิซุย นินจาจากโคโนฮะกินซะสิท่านพี่กำลังรอเธออยู่"

 

 

 

"ท่านพี่ ?"

 

 

 

"ก็คนที่จะช่วยเหลือเธอยังไงละ ทานเสร็จเมื่อไหร่ให้เรียกฉัน ฉันจะรออยู่ที่หน้าประตู"

 

 

 

ว่าจบชิซุยก็เดินไปรอที่หน้าห้อง โดยไม่สนท่าทางสับสนของเด็กสาว เธอพูดพึมพำอยู่คนเดียวอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มแย้มออกมาราวคนบ้าสติไม่ดี ใช้เวลาไม่นานนักอาหารที่ชิซุยนำมาให้ก็ถูกเด็กสาวทานจนหมด

 

 

 

ยูกิโตะเรียกชิซุย เพื่อให้เจ้าตัวนำทาง ไม่นานนักเธอก็มาถึงห้องโถงใหญ่ห้องหนึ่งที่มีเด็กหนุ่มกำลังเล่นหมากรุกกับชายหน้าตรอบโดยมีคนอื่นๆ ในห้องต่างจ้องมองทั้งคู่เล่นตาเป็นมัน สายตาของเด็กหนุ่มเหล่มาทางเธอ และเรียกชิซุยให้มานั่งเล่นหมากลุกแทนเขา

 

 

 

"สวัสดีนิอิ ยูกิโตะ ฉันอุจิวะ คาซึยะยินดีที่ได้รู้จัก ว่าไงเราไปเดินเล่นกันหน่อยไหม ?"

 

 

 

แม้จะแปลกใจที่ถูกรู้ตัวตนกับคำพูดที่ดูกำกวม แต่ยูกิโตะกลับเข้าใจสายตาของเด็กหนุ่มที่กำลังสื่อสารบางสิ่งได้เป็นอย่างดี เธอพยักหน้าทั้งสองจึงเดินออกจากห้องโถงไปทิ้งให้ทุกคนแอบมองกันอย่างสงสัย

 

 

 

"ทำไมเธอถึงหนีออกจากหมู่บ้านละ ?"

 

 

 

"นายก็น่าจะรู้แล้วนี่ สองหางบอกฉันหมดแล้วว่านายแอบเข้ามาสอดส่องความทรงจำของฉัน"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง แสดงว่าตอนนั้นเธอไม่ได้บ้าคลั่งแต่จงใจให้สองหางควบคุมเธอ แล้วเธอไม่คิดที่จะอยากกลับไปที่หมู่บ้านบ้างหรือไง"

 

 

 

คาซึยะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรหลังจากถูกยูกิโตะจับได้ว่าเขาแอบดูความทรงจำของเธอ แต่เขากลับถามบางสิ่งที่ทำให้ยูกิโตะรู้สึกแย่ยามได้ยินคำว่าหมู่บ้าน

 

 

 

"ไม่! ต่อให้ตายฉันก็ไม่กลับ ถ้ากลับไปฉันจะเป็นอะไร สิ่งของ  อาวุธรูปแบบมนุษย์ หรือสถิตร่างที่น่ารังเกียจ ?"

 

 

 

"บนโลกนี้ไม่ว่าเธอจะหนีไปที่ไหนก็จะเหมือนกันหมดนั่นแหละมนุษย์ทุกคน มีรัก มีโกรธ มีโลภ มีหลงแต่ก็ต้องมีใครสักคนที่ต้องการเธออยู่ แต่แค่เธอยังหามันไม่เจอ"

 

 

 

คาซึยะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนผู้ได้ฟังก็รู้สึกอึ้งก็แม้แต่มาทาทาบิที่แอบฟังสนทนาอยู่ในร่างกายของยูกิโตะก็รู้สึกเช่นกัน มันทำให้เธอนึกถึงคำพูดของเซียนหกวิถีที่ทำนายไว้ว่าจะมีคนมาช่วยเหลือพวกเธอด้วยความจริงใจ

 

 

 

"สิ่งที่เธอควรทำไม่ใช่การคิดถึงคำพูดของผู้อื่นแต่เป็นการค้นหาเส้นทางของตัวเองให้เจอ เช่นฉันที่ต้องการเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!"

 

 

 

"เส้นทางของตัวเอง ?"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าและพาเด็กสาวมาที่ลำธาร ความมืดยามค่ำคืนทำให้คาซึยะต้องนำมือไปจับมือเธอและลากเธอเพื่อกันไม่เธอหลงป่า จนในที่สุดทั้งสองก็มาถึงลำธาร

 

 

 

แสงสีเหลืองและสีเขียวประกายกระพริบระยิบระยับไปมาราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า ยูกิโตะมองภาพตรงหน้าและรู้สึกได้ถึงความงดงามนี้ที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต

 

 

 

"สวยใช่ไหม มันช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด ความทุกข์ใจได้ดีเลยคิดเหมือนกันไหม"

 

 

 

"อือขอบใจนายมากคาซึยะ"ยูกิโตะกล่าวโดยไม่สนใจคาซึยะเสียเท่าไหร่ เพราะเธอกลัวจะพลาดโอกาศชมความงดงามนี้ไป

 

 

 

"ไม่เป็นไร จากนี้ก็ลองทบทวนด้วยตนเองว่าเธออยากจะทำอะไร"

 

 

 

พูดจบคาซึยะก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาไม่ได้คิดจะบีบบังคับให้ยูกิโตะเข้ามาเป็นพวกของเขา แต่เขาอยากให้เธอได้เลือกชีวิตด้วยตนเอง แม้เขาจะอยากมีกองกำลังและเพื่อนใหม่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเห็นแก่ตัวทำลายเส้นทางชีวิตของคนอื่น

 

 

 

สายตาของเขาจับจ้องเด็กสาวที่ยิ้มออกมาด้วยใจจริง ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจแบบช่วยไม่ได้ อย่างน้อยๆ เธอที่ผ่านอะไรมามากก็ยังยิ้มได้ ส่ายหัวไปมาก่อนจะเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า

 

 

 

'อีกไม่นานพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน สักวัน...'

 

 

 

เสียงกระซิบหวานๆที่รอยมาตามลมทำให้คาซึยะแปลกใจ เขาหันไปมองโดยรอบก็ไม่พบต้นเสียง แถมเสียงนี้ก็ไม่ใช่ของยูกิโตะด้วยแล้วมันเป็นเสียงของใคร คาซึยะเริ่มขนลุกขนพอง

 

 

 

'อย่าบอกนะว่าเสียงผี ?'

 

 

 

โลกนี้ค่อนข้างพิลึกซะด้วยสิ แม้อยากจะถามยูกิโตะว่าได้ยินใครพูดอะไรไหม แต่พอเห็นว่าเธอกำลังสนใจเพียงภาพตรงหน้าเขาก็หุบปากสนิทและยืนรออยู่เงียบ ไม่นานนักฝูงหิ่งห้อยก็พากันจากไป

 

 

 

"ฉันตัดสินใจได้แล้วละ จากนี้ฉันจะขอติดตามนาย"จู่ๆ ยูกิโตะที่นิ่งเงียบมานานก็กล่าวขึ้น

 

 

 

"ติดตามฉัน ? คิดดีแล้วหรอ ?"

 

 

 

"ก็นะ ฉันอยากลองเฝ้ามองดูว่าสายลมของนายจะพัดไปได้ไกลแค่ไหน ฉันอยากลองยืนเคียงข้างนายและดูสายลมนั้นด้วยตาของตัวเอง คงได้ใช่ไหม ?"

 

 

 

เห็นท่าทางจริงจังของยูกิโตะคาซึยะก็เกาหัว สายลมของฉันหรอ ฉันมีแต่ลมบ้าหมูเสียมากกว่า แต่เอาเถอะเมื่อเธอเลือกเส้นทางนี้อย่างตั้งใจเขาจะกล้าปฏิเสธเธอได้ยังไงกัน เขายิ้มและตอบตกลง

 

 

 

"แน่นอน ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวังยังไงจากนี้ก็ขอฝากตัวด้วย"

 

 

 

"ทางนี้ก็เช่นกัน"

 

 

 

ตึก

 

 

 

หมัดของทั้งสองยื่นไปปะทะกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่นานคาซึยะก็หัวเราะส่วนยูกิโตะก็ยิ้มแย้มและหัวเราะเบาๆ ไม่ต้องมีคำพูดเพียงแค่ชนหมัดกันพวกเขาก็เข้าใจความรู้สึกของกันและกันแล้ว

 

 

 

""ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่!""

 

 

 

นี่คือสิ่งที่พวกเขาเข้าใจโดยไม่ต้องใช้คำพูด ทั้งสองยกยิ้มก่อนจะพากันเดินกลับไปที่ปราสาทไม้หลังใหญ่ที่คาซึยะสร้างขึ้นมา ทั้งคู่เดินเข้าไปและพูดคุยกับคนอื่นๆ เพื่อสร้างความสนิทสนม

 

 

 

ตอนนี้ทุกคนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่ยูกิโตะจะเป็นสายลับจากทางคุโมะอีกต่อไป เนื่องจากยูกิโตะได้เล่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับทุกคนอย่างหมดเปลือก

 

 

 

"ไรคาเงะรุ่นที่สามระยำไม่ต่างจากเจ้าชิมูระ ดันโซของทางเราเลยสักนิด"

 

 

 

"จริงฉันเห็นด้วย"

 

 

 

"น่าสงสารยูกิจัง"

 

 

 

คาซึยะมองการพูดคุยของคนในทีมก็ส่ายหัวและแอบยิ้มบางๆ คงจะมีสักวันที่ห้าหมู่บ้านจะจับมือสมานฉันท์กันอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องรอสงครามโลกนินจาครั้งที่สี่ กว่าจะถึงตอนนั้นพวกชนชั้นสูงต้องตายทั้งหมดเสียก่อน!

 

 

 

'ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา หุ่นเชิดมนุษย์ของเรายังไม่พร้อม'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น