ไปอ่านต่อในแอป ได้อารมณ์มากกว่า แถมยังรับ กุญแจฟรี ได้อีก

tunwalai logo
ธัญวลัย rating 100,000+ ratings

ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 13 ความในใจของคนเป็นแม่

คำค้น : Sugar Boy SS2,ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2559 23:44 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 13 ความในใจของคนเป็นแม่

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 13

 

 

 

 

 

ผ่านมาสองวันกับการที่ผมต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยไร้ซึ่งพี่ชายที่คอยอยู่ข้างกายเสมอ ผมแอบหวังว่าเขาจะตามมาขอคืนดีและพยายามขอโอกาสกับผมอีกครั้ง ผมหวังอย่างนั้นมาตลอด แต่จนวันนี้ทุกอย่างยังคงไร้ซึ่งวี่แวว เพราะเรื่องของคนคนเดียว ถึงทำให้ผม ไม่อยากแม้แต่จะพูดคุยกับใครทั้งนั้น...

 

 

 

"วันนี้พอแค่นี้ กลับไปทบทวนที่อาจารย์สอนในวันนี้กันด้วยนะ" เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนประกาศเสียงดังกึกก้องไปทั่วห้องเรียน ก่อนที่จะมีเสียงเจี้ยวจ้าวของนักศึกษาหลายคนดังขึ้นหลังจากที่เขาเดินออกไปจนพ้นห้องแล้ว

 

 

 

"เฮ้ย ไอ้เลย์ ไปแดกข้าวกัน..." ไอ้แบล็คที่นั่งอยู่ข้างๆผมเอ่ยขึ้น แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรกลับไปไอ้เพื่อนตัวเตี้ยของผมก็ชะงักคำพูดตัวเองลงไป เมื่อเห็นร่างของใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง

 

 

 

"แดกข้าวกัน เตี้ย" พี่เซย์เดินเข้ามายืนเอามือค้ำโต๊ะชวนเพื่อนของผมไปทานข้าวด้วยกันท่ามกลางสายตาอันงุนงงของผม ที่ไม่เข้าใจว่าพวกเขาสองคนไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดผมที่คุยถูกคอกับพี่เซย์มาตลอดยังไม่เคยชวนหรือถูกพี่เซย์ชวนไปทานข้าวด้วยกันเลย

 

 

 

"เออๆ ก็ได้ งั้นไอ้เลย์ ไปด้วยกันนะ" แบล็คหันมาถาม แววตาของคนเป็นเพื่อนแฝงไปด้วยความห่วงใยเล็กน้อย เรื่องที่ผมกับพี่ทีเลิกกันมันถูกแพร่งพรายออกไปเร็วมากราวกับสายน้ำหลาก ทำให้ช่วงนี้ผมต้องคอยรับมือกับการรุกจีบของผู้หญิงในมหาลัยมากมาย ทั้งที่เคยรับมือกับมันได้มาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ผมรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่พวกเธอพยายามเข้าหา

 

 

 

"มีใครไปบ้างครับ" ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่เซย์ ทำให้พี่เซย์กับแบล็คหันหน้ามองกันไปมาราวกับรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ใช่ ถ้าหากมีพี่ทีอยู่ด้วยผมคงไม่ไป

 

 

 

"มีแค่พี่กับไอ้แบล็คสองคนครับ" พี่เซย์ยิ้มอ่อน

 

 

 

ผมได้แต่มองเพื่อนสนิทสลับกับพี่เซย์ไปมาสงสัย

"หมายถึง พี่มาชวนไอ้แบล็คไปทานข้าวด้วยกัน?" ผมถามขึ้นอีก พี่เซย์พยักหน้า ถึงจะสงสัยและอยากถามต่อก็เถอะว่าทำไมพี่เซย์ต้องมาชวนไอ้แบล็คไปทานข้าวด้วยกัน แถมไอ้แบล็คยังไม่ปฏิเสธอีก แต่ในเมื่อพี่เซย์มาเพื่อชวนไอ้แบล็คไปทานข้าวด้วยกันแค่สองคน ให้ผมไปด้วยก็คงไม่เหมาะ

"ไม่เป็นไรครับ พี่ไปกับไอ้แบล็คเถอะ" ผมบอกพี่เซย์แล้วหันไปพยักหน้าให้เพื่อนรัก

 

 

 

"แต่..." ไอ้แบล็คทำท่าจะค้าน

 

 

 

"ไปเหอะ เดี๋ยวกูจะออกไปหาอะไรทานข้างนอก" ผมตบไหล่ไอ้เพื่อนรักเบาๆแล้วลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเดินหนีออกมา เพราะขืนนั่งอยู่ต่อไอ้แบล็คคงไม่ยอมปล่อยให้ผมหลุดมื้อนี้ไปได้แน่ๆ

"เฮ้อ!!" พอเดินออกมาได้แล้วผมก็ต้องถอนหายใจหนักๆ แววตาคมเหลือบมองไปเห็นใครบางคนที่กำลังเดินมาตามทางเดินของตึกเรียนเข้าพอดี หัวใจของผมมันหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินมาทางนี้เป็นใคร แต่ไม่ทันจะได้หนีไปไหนอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูชุดเอกสารในมือก็เลี้ยวเข้าห้องๆหนึ่งไป ทำให้ผมรู้สึกโล่งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ทีไม่ทันมองมาและไม่ได้เดินมาทางนี้ด้วย

..

..

..

..

..

 

 

 

 

ตกเย็น

 

หลังจากเรียนเสร็จผมก็ออกไปทานข้าวดูหนังข้างนอกกับไอ้แบล็คตามปกติ กว่าจะได้กลับมาก็เล่นเอาฟ้ามืดกันเลยทีเดียว และทันทีที่ผมกลับมาถึงสิ่งแรกที่ทำก็คือ การทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมต่างๆที่ทำมาทั้งวัน

 

 

 

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นขัดก่อนที่ผมจะได้ผล็อยหลับไป

"เลย์ ทานอะไรมารึยัง" เสียงพี่ชายคนโตร้องถามจากนอกประตู

 

 

 

"อืออ ครับ!! ทานมาแล้ว!" ผมตระโกนบอกเสียงเหนื่อยๆ จากนั้นทุกอย่างในหัวก็ค่อยๆขาวโพลนลงเรื่อยๆจนผมหลับไปในที่สุด กว่าจะตื่นมาอีกทีก็ป่าไปตีสองตีสาม ผมใช้เวลาลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ร่วมชั่วโมงจึงออกมาจากห้องนอนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวของพี่ทีที่ใส่อย่างนี้มาหลายวันกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีขาวเพื่อออกมากินน้ำในครัว

 

 

 

แกรกๆ

เสียงตระกุกตระกักเหมือนมีใครบางคนทำอะไรอยู่ในครัวดังขึ้นให้ได้ยิน พอสังเกตุไปทางต้นเสียงก็พบว่าห้องครัวที่ผมกำลังจะเข้าไปถูกเปิดไฟไว้จนสว่างจ้าทั้งๆที่ทั้งบ้านปิดไฟมืดสนิทหมดแล้ว

 

 

 

"ใครมาทำอะไรในครัวดึกดื่นป่านนี้นะ" ผมบ่นพึมพำขณะที่ขายาวทั้งสองก้าวตรงไปยังจุดหมาย

"เอ๊ะ..." ทันทีที่เดินเข้ามาในครัว ภาพของหญิงที่รู้จักดีทำให้ผมชะงักไปนิด เธอก็คือคุณแม่ของผมเอง ซึ่งดูเหมือนจะมาที่ห้องครัวเพื่อดื่มน้ำ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจก็คือ เวลาดึกดื่นป่านนี้แต่เธอกลับยังใส่ชุดเดรส เครื่องสำอางและเครื่องประดับหรูๆแพงๆครบทรง

"คุณแม่...มาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้หรอครับ" ผมถามสงสัย

 

 

 

"ฉันก็แค่มาดื่มน้ำเอง ไม่ได้หรอ" อีกฝ่ายตอบกลับด้วยท่าทางเชิดๆ

 

 

 

"เอ่อ..." ผมอ้ำอึ้ง ลักษณะของคุณแม่ในตอนนี้ดูยังไงมันก็เหมือนเพิ่งกลับมาถึงบ้านชัดๆ แถมยังกลิ่นเหล้าจางๆนั่นอีก...

 

 

 

"มีอะไร" สิ้นคำเอ่ยถามของหญิงผู้เป็นแม่ผมก็นิ่งเงียบไปซักพัก

 

 

 

"คุณแม่เพิ่งกลับถึงบ้านหรอครับ" ผมถาม แววตาสั่นคลอนเล็กน้อยเงยขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างขอคำตอบแต่อีกฝ่ายกลับเงียบสนิท

"ไปไหนมาหรอครับถึงได้กลับมาป่านนี้" ผมถามอีก หัวใจดวงเล็กสั่นกลัวอยู่ข้างในจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปล๊บๆที่แทรกซึมผ่านร่างกายเมื่อตัวเองคิดไปต่างๆนาๆ ในหัวก็พาลนึกถึงผู้ชายที่เข้าโรงแรมไปกับคุณแม่เมื่อวันนั้นขึ้นมาได้

 

 

 

"ไปเที่ยวกับเพื่อนมา แค่นี้นะ ฉันจะไปนอน" ว่าแล้วอีกฝ่ายก็เดินสวนหน้าผมหวังจะออกไปจากห้อง แต่ผมก็รีบคว้ามือของเธอเอาไว้อย่างลืมตัว คุณแม่ชะงักไปนิดแล้วหันมามองผมสายตาดุๆเมื่อเห็นว่าผมรั้งข้อมือเธอไว้ ผมจึงปล่อยมือออกทันทีเมื่อรู้สึกตัว

 

 

 

"เพื่อนที่ว่า คนไหนหรอครับ" ผมถามอีก

 

 

 

"จะคนไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกล่ะ"

 

 

 

"แล้ว...ทำไมคุณแม่ถึงต้องดื่มหนักขนาดนี้ด้วยล่ะครับ คนที่คุณแม่ไปด้วย คงไม่ใช่มันใช่มั้ย" ผมถามไปกรอบตาก็ค่อยๆร้อนผ่าวขึ้นมาเรื่อยๆเมื่อหัวใจดวงเล็กมันถูกบีบรัดแน่น จนไม่กล้าพอที่จะเงยหน้ามองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ก้มหน้ามองพื้นถามเท่านั้น

 

 

 

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกด้วยหะเลย์ พอได้มั้ย ฉันจะไปไหนกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แกจะมายุ่งด้วย ฉันจะกลับดึกแค่ไหนหรือจะไปดื่มไปเที่ยวมาก็อย่ามาถามมากได้มั้ย"

 

 

 

"ก็ผมไม่อยากให้คุณแม่ไปนี่ครับ คุณแม่ เลิกกับเขาเถอะนะ ผมขอร้องล่ะ คุณแม่อยากจะให้ผมทำอะไรก็ได้ นะครับ เลิกกับผู้ชายคนนั้นแล้วเลิกทำแบบนี้..." ผมขอร้องเสียงสั่นเครือ น้ำตาใสเออคลอเตรียมไหลรินอยู่รอบดวงตาร้อนผ่าวจนฉ่ำแดงไปหมด แต่ผมก็พยายามอดกลั้นมันเอาไว้เพื่อที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกสมเพช

 

 

 

"อย่างแกมีสิทธิอะไรในชีวิตฉันหะ อย่ามาทำตัวงี่เง่าแบบนี้ได้มั้ย เป็นแค่ลูกก็อยู่ทำหน้าที่ตัวเองไปสิ มายุ่งอะไรกับเรื่องของฉัน" ทุกคำพูดที่ถูกเปร่งออกมาจากปากของคนเป็นแม่มันกรีดลึกลงในหัวใจผมจนเจ็บร้าวไปหมด แต่ผมก็ได้แต่พยายามนึกหลอกตัวเองต่อไปว่าที่เธอเปลี่ยนไปแบบนี้ก็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ คุณแม่ของผมไม่ใช่คนแบบนี้ ไม่ใช่...

 

 

 

"แต่ผมเป็นลูกแม่นะครับ ผมขอร้องเถอะครับแม่ เลิกยุ่งกับเขาเถอะนะครับ"

"ถ้าคุณแม่อยากให้ผมทำอะไรผมยอมทำให้หมด แม้กระทั่งเลิกกับพี่ที ผมเลิกกับพี่แล้วนะครับ เพราะงั้นคุณแม่กลับมาได้มั้ย ผมขอโทษ ผมเสียใจที่เรื่องมันเป็นแบบนี้อ่ะ ผมขอร้องล่ะ" สุดท้ายน้ำตาที่ผมพยายามห้ามมันเอาไว้ก็ไหลรินอาบแก้มลงมาเป็นสายขณะกำลังพร่ำบอกกล่าวขอร้องให้เธอเลิกทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไปซะ ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ผมรักคุณแม่แม้จะเคยโกรธเธอเพราะเรื่องที่เธอเคยสั่งให้พี่ทีทำ ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าผมรักคุณแม่เพราะงั้นผมถึงไม่อยากให้ใครมาแตะต้องเธอและอยากให้เธอกลับมาเป็นคุณแม่คนเดิมของพวกเรา คุณแม่ที่แสนใจดี ที่เคยซื้อเค้กให้ผมตอน 9 ขวบ

 

แม้นั่นจะเป็นของขวัญวันเกิดเพียงชิ้นเดียวจากคุณแม่ที่ผมได้รับมาก็เถอะ

 

 

 

"น่าสมเพชนะ เหอะ อย่างแกมันจะไปทำอะไรได้เลย์ แกไม่รู้หรอว่าตัวแกมันไร้ประโยชน์มากแค่ไหน ทำอะไรก็ไม่เป็นซักอย่าง ไร้ค่าสิ้นดี ใช้งานอะไรก็ไม่ได้ เอะอะก็ร้องไห้ๆ ที่แกอยู่ดีมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะมีพี่แกคอยหนุนหลังดูแลแกมาตลอดเท่านั้นแหละ! แต่แกมันก็ไม่รักดี! ทำตัวแย่ๆใส่พี่ชายแกตลอด"

 

 

 

"ไม่...คุณแม่ ผม..." ผมถึงกับสรรหาคำพูดมาโต้ตอบกลับคนตรงหน้าไม่ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอมองผมมาตลอด นี่คุณแม่...มองผมแบบนี้มาตลอดเลยหรอ...

 

 

 

"ตั้งแต่ที่แกเกิดขึ้นมาพ่อของแกก็เริ่มนอกใจฉัน ฉันกับพี่แกต้องถูกไล่ออกมาจากบ้านเพราะเขารู้เรื่องของฉันกับพ่อเลี้ยงแก ที่แกได้อยู่กับพ่อของแกมาตลอดเพราะอะไรรู้มั้ย...ก็เพราะแกมันหน้าตาเหมือนพ่อแกมากจนเขาเอ็นดูแกมากกว่าพี่ชายที่หน้าตาไม่เหมือนเขาเลยน่ะสิ ที่พี่แกถูกไล่ออกมาพร้อมกับฉันก็เพราะเขาหน้าไม่เหมือนพ่อทั้งๆที่เขาก็เป็นลูกแท้ๆ กลับกันเขาดันรักแกคนเดียวเพราะหน้าตาเหมือนเขา แกมันเหมือนตัวน่ารังเกียจสำหรับฉันรู้มั้ย! ฉันอยากจะให้แกตายๆไปซะด้วยซ้ำ!!"

"ไอ้เด็กไร้ค่า!!"

พลั่ก!

โครมม!

ร่างของผมเซล้มไปตามแรงผลักของคนเป็นแม่อย่างง่ายดาย น้ำตาใสมันไหลอาบแก้มเนียนลงมาไม่หยุดเมื่อในหัวยังจำทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเธอได้ดี

หมับ พรึ่บ

มือบางของอีกฝ่ายคว้าหยิบหนังสือเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆแล้วฟาดมันลงมาเต็มแรงทำให้ผมโดนสันหนังสือเล่มใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าผากจังๆจนรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังไหลอาบโครงหน้าลงมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยฟุ้ง

 

 

 

"ฮึก..อึก ฮึก" ผมเม้มริมฝีปากบางแน่นเพื่อเก็บเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่ว่าจะพยายามเงียบแค่ไหนก็เก็บเสียงนี้ได้ไม่หมด ตามขมับที่เพิ่งถูกสันหนังสือกระแทกใส่เต็มๆเมื่อกี้รู้สึกปวดหนึบๆแต่ความเจ็บในหัวใจที่ถูกกรีดด้วยทุกๆคำพูดมันเจ็บมากเสียจนแทบจะลืมความเจ็บจากบาดแผลบนร่างกายลงไปได้เลย

 

 

 

"เกิดขึ้นอะไรขึ้นครับ?" เสียงของพี่ชายคนโตดังขึ้นขณะที่คุณแม่เพิ่งเดินออกไปจากห้องครัว ทำให้ผมผวาลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งหนีออกมาจากครัวอย่างสิ้นคิด ในใจมันบอกเพียงแต่ว่าผมยังไม่อยากเจอใคร อยากหนีไปจากที่นี่ให้ไกลๆ อยากหนีออกไปให้ไกลๆ

 

 

 

"ฮือออ อึก ฮืออ อือ ฮือ" ผมวิ่งออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่สามารถเก็บมันไว้ได้ ได้ยินเพียงเสียงเรียกตามหลังมาห่างๆของพี่ชายทำให้ผมต้องรีบเร่งฝีเท้าวิ่งออกไปให้เร็วที่สุดจนถึงรถสปอร์ตสุดรักสุดหวง ผมขึ้นมานั่งบนรถแล้วเปิดประตูใส่พี่ชายที่วิ่งตามมาทุบกระจกเรียกดังปึกๆก่อนจะคุ้ยข้าวของหากุญแจสำรองอีกอันในรถมาเสียบแล้วสตาร์ทรถขับมันออกไปจากบ้านหลังใหญ่ที่น่ารังเกลียดหลังนี้ทันที

 

 

ทำไมมันเป็นแบบนี้...ทำไมถึงเป็นแบบนี้

 

 

"ฮืออ...อึก..." ในระหว่างที่รถสปอร์ตหรูกำลังแล่นอยู่ในความมืดที่มีแสงไฟสลัวๆจากหลอดนีออนริมทางผมก็รู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะขึ้นมาอย่างหนัก สายตาที่พร่ามัวจากม่านน้ำตาอยู่แล้วยิ่งพร่าหนักเข้าไปอีกจนในที่สุดผมก็ไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้อีกแล้ว

(อ่า ดีเหมือนกัน เป็นแบบนี้แหละดีแล้ว...)

 

'แกมันไร้ประโยชน์! ไร้ค่า! ตายๆไปซะก็ดี...'

เสียงคำพูดต่างๆนาที่อกมาจากปากของคนเป็นแม่ดังขึ้นในหัวที่กำลังขาวโพลนลงเรื่อยๆของผมไม่หยุด

 

 

 

(นั่นสินะ...ตายๆไปซะก็ดี...)

ก่อนที่สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของผมจะหมดลง ผมได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเยียบคันเร่งรถเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกแล้วหักมันลงข้างทางด้วยความคิดที่แสนโง่เขลา เสียงอึกทึกดังครึกโครมและแรงสั่นสะเทือนทั่วร่างเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมรู้สึกได้ ก่อนที่ผมจะหมดสติไปในทันที ด้วยความเข้าใจที่ว่า...แบบนี้แหละดีแล้ว ตายๆไปซะน่ะดีแล้ว

แบบนี้...ทุกคนคงดีใจ โดยเฉพาะ....

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

QwQ รู้สึกช่วงนี้บทพี่ทีไม่ค่อยจะมี 555+ #วันนี้แค่โผล่มาแว๊บเดียวก็ไป

ชื่อ
ความคิดเห็น