ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Soulmate 1

คำค้น : Yaoi, NC, 18+, SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2562 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Soulmate 1
แบบอักษร

Soulmate 1 

 

       “พวกแกด้วย คลื่น ควัน จำได้ใช่มั้ยว่าภายในปีนี้...พวกแกต้องตามหาโซลเมตแล้วแต่งงานกับพวกเขาซะ!” เพราะคำพูดของผู้เป็นพ่อที่ ‘คฑาภัทร’ หรือ ‘คลื่น’ ได้ยินตั้งแต่กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยวันแรก ทำให้ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แม้ว่าเขาจะพอเข้าใจเรื่องของอัลฟ่า โอเมก้าและเรื่องโซลเมตดีก็ตาม ซึ่งโลกใบนี้ประกอบไปด้วยเพศสภาพ 3 แบบ ซึ่งก็คืออัลฟ่า เบต้าและโอเมก้า แน่นอนว่าอัลฟ่าเป็นเพศสภาพที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร และแน่นอนว่าโอเมก้าอยู่ต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ได้มีการแบ่งแยกเพศสภาพตามสถานะทางสังคมเหมือนในสมัยก่อนๆ แต่โอเมก้าก็ถือว่าเป็นเพศสภาพที่ไม่มีใครอยากเป็นมากที่สุด แม้ว่าจะเกิดในครอบครัวร่ำรวยแค่ไหนแต่ถ้าเป็นโอเมก้าก็ถือว่าเป็นความโชคร้ายของชีวิตเหมือนกัน นอกจากเรื่องเพศสภาพแล้วโลกใบนี้ยังมีความเชื่อเรื่องของ ‘โซลเมต’ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้า ว่ากันว่าถ้าอัลฟ่าและโอเมก้าที่เป็นโซลเมตกันได้ผูกพันธะและแต่งงานกัน จะรักกันและเกื้อหนุนซึ่งกันและกันไปในทางที่ดี ดังนั้นอัลฟ่าและโอเมก้าจึงเสาะหาโซลเมตของตัวเอง โดยของตระกูลไลพิชัยกุลของเขามีความเชื่อเรื่องโซลเมตมาตลอด และจริงจังกับเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะกี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็ล้วนได้แต่งงานและผูกพันธะกับโซลเมตของตัวเองทั้งนั้น แน่นอนว่าคลื่นก็อยากทำแบบนั้น แต่ติดว่า...เขาไม่รู้น่ะสิว่าโซลเมตของเขาคือใคร ถ้าเป็นคนเดียวกับ ‘ที่อยู่ในใจ’ ก็จะดีมากๆ เลย แต่ถ้าไม่...เขาก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าควรทำยังไงดี เรื่องนี้คงจะยากน่าดูเลย

 

ครืดดดด

 

เสียงโทรศัพท์ของคลื่นดังขึ้นทำให้คนตัวสูงที่กำลังนั่งคิดอะไรเงียบๆ หันไปมอง ก่อนจะพบว่าคนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหน ‘ไมล์’ เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง

 

         “ว่า?” คลื่นรับสายสั้นๆ ตามสไตล์คนสนิทที่โทรมา

 

         (“ยินดีต้อนรับกลับไทยเว้ย”)

 

         “จะโทรมาแค่นี้?” คลื่นเลิกคิ้วถามนิดๆ

 

         (“แค่นี้ห่าอะไรล่ะ โทรมาเพราะอยากฉลองที่มึงกลับมาไง”) ไมล์รีบเข้าประเด็นทันที ซึ่งไมล์คือเพื่อนสมัยมัธยมปลายของคลื่น ในตอนมัธยมปลายทั้งสามแฝดแยกห้องกันเรียนตามสาขาที่ตนเองสนใจ แน่นอนว่าทางครอบครัวไม่ได้บังคับอย่างเคร่งครัด แต่อยากให้อยู่ในคขอบเขตที่จะสามารถกลับมาช่วยเหลืองานธุรกิจของครอบครัวได้ ซึ่งทางตระกูลไลพิชัยกุลเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็กหรือใหญ่ก็แทบจะเป็นผลงานในของไลพิชัยกุลทั้งสิ้น โดยสาขาที่คลื่นเรียนตอนม.ปลาย คือสายวิทย์-คณิต แล้วเขาก็ไปต่อยอดไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ในระดับมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ เรียกได้ว่าพอกลับมาก็เตรียมตัวมาช่วยฝ่ายอิเล็กทรอนิกส์และระบบต่างๆ ของธุรกิจได้เลย

 

         “กูถึงไทยปุ๊บก็ชวนแดกเหล้าปั๊บเลยนะมึง” คลื่นว่า

 

         (“ก็ไม่ใช่วันนี้หรอก เอาที่มึงสะดวกไง”) ไมล์ว่าขำๆ

 

         “คืนวันศุกร์แล้วกัน พรุ่งนี้กูอาจจะเข้าบริษัท” คลื่นเสนอวัน เพราะเขาเชื่อว่าพ่อของเขาคงไม่ยอมให้พวกเขาสามแฝดได้พักหายใจหายคอนานหรอก เพราะที่เรียกตามตัวกลับมาก็ทั้งเรื่องงานและเรื่องแต่งงานนั่นแหละ

 

         (“จัดไป เดี๋ยวกูจะพามึงไปร้านนึง...เด็ดสุดๆ”) ไมล์เน้นคำว่าเด็ดอย่างจริงจัง

 

         “เด็ดห่าอะไรของมึง?” คลื่นขมวดคิ้วนิดๆ

 

         (“เอาเป็นว่าเดี๋ยวถึงวันนั้นมึงก็รู้เอง งั้นแค่...”

 

         “เดี๋ยว กูมีเรื่องจะถาม” ไม่ทันที่ไมล์จะพูดจบคลื่นก็แทรกขึ้น

 

         (“เรื่อง?”)

 

         “คนนั้นน่ะ”

 

         (“อ๋ออออออ นึกว่าเรื่องอะไร”) ไมล์ลากเสียงอย่างแซวๆ ทำให้คลื่นรู้สึกกระดากอายนิดๆ

 

         “เขาเป็นยังไงบ้าง?”

 

         (“สบายดีนะ เหมือนว่าตอนนี้กำลังไปฝึกสอนอยู่โรงเรียนมัธยมโรงเรียนหนึ่งด้วย”)

 

         “อืม ดีแล้ว”

 

         (“ไม่อยากเจอเหรอวะ?”) ไมล์ถาม

 

         “อยากสิ...เพราะกูนับวันที่จะมาเจอเขาอยู่เสมอ” ใช่แล้ว...4 ปีที่ไม่ได้เจอกันมันทำให้คลื่นคิดถึงและคำนึงหาอีกฝ่ายมากๆ เขาจะคอยถามเรื่องราวของคนๆ นั้นผ่านทางไมล์เสมอ เพราะอีกฝ่ายเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับไมล์แต่เพราะเรียนครูจึงต้องเรียน 5 ปี ก็เลยจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ ความจริงคลื่นก็อยากจะทักไปหา หรือว่าพูดคุยกับอีกฝ่ายเหมือนกัน แต่ติดที่ว่า...ในสถานะอะไรล่ะ? คนแอบรักงั้นเหรอ? หรือจะเพื่อนร่วมห้องตอนม.ปลายดีล่ะ? เพราะงั้นคลื่นเลยทำได้เพียงถามไถ่จากไมล์และส่องอีกฝ่ายในโซเชียลอยู่ห่างๆ เท่านั้น แม่ง โคตรวิถีลูซเซอร์เลยว่ะ! ...อีกด้านหนึ่ง...

 

…โรงพยาบาล....

 

         “เราฝากลาครูตอนเช้าด้วยนะบีม...อื้ม พอดีตามใจป่วยน่ะ...ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วแหละ...ขอบใจมากนะ” พูดจบมือบางก็กดวางสายแล้วเดินกลับไปยังห้องพักฟื้นอีกครั้ง

 

         “ตามใจเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?” เสียงหวานถามขึ้นพร้อมกับมองไปยังน้องชายวัย 10 ขวบของตัวเองที่นอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสายตาเป็นห่วง

 

         “อาการก็ทรงๆ เหมือนเดิมครับ แต่ถือว่าโชคดีนะครับที่พาตัวมาส่งโรงพยาบาลทัน”

 

         “เป็นความผิดของผมเองครับที่ดูแลน้องไม่ดี ทำให้น้องใช้แรงเยอะจนเป็นลม” ‘พอใจ’ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ยิ่งพอมองกลับไปที่น้องชายทีไรก็รู้สึกแย่ไปหมด

 

         “หมอยังเสนอทางเลือกเดิมนะครับ...การผ่าตัดจะทำให้น้องตามใจหายเป็นปกติ” คุณหมอว่าก่อนจะเดินออกจากห้องไป พอใจนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เตียงของคนไข้ก่อนจะคว้ามือเล็กของน้องชายมากุมเอาไว้

 

         “พี่ก็อยากให้ตามใจหายดี แต่พี่...ไม่รู้จะหาเงินมากขนาดนั้นมาได้ยังไง พี่...ไม่มีหนทางเลยจริงๆ” ใช่แล้ว...ตามใจป่วยเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด ซึ่งพ่อกับแม่ก็มีโครงการที่จะผ่าตัดให้กับตามใจ แต่ก็รอให้เด็กน้อยโตขึ้นสักหน่อยเพราะถ้าเด้กเกินไปอาจจะเป็นอันตรายได้ แต่โชคร้ายก็ดันเกิดขึ้นกับครอบครัวของพอใจซะก่อน เมื่อสามปีก่อนตอนพอใจอายุ 15 และตามใจอายุ 7 ขวบ พ่อกับแม่ของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองพี่น้องเท่านั้น มีญาติหลายคนอยากจะมารับพอใจและตามใจไปอยู่ด้วย แต่พอใจเลือกที่จะปฏิเสธเพราะเขาไม่ไว้ใจ ก็นะ...ในเมื่อญาติพวกนั้นล้วนมีอัลฟ่าอยู่ในบ้าน ซึ่งพอใจเป็นโอเมก้า เป็นเพศสภาพที่รู้กันดีว่าถ้าไปอยู่กับอัลฟ่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น พอใจเลือกที่จะอยู่กับน้องชายสองคนในบ้านของเรา และทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและน้อง เพราะเงินประกันของพ่อกับแม่มันไม่ได้มากพอที่จะทำให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบายโดยไม่ทำอะไร อย่างดีก็คือพอสำหรับค่าเทอมของพวกเขาทั้งคู่จจนเรียนจบม.ปลาย ดังนั้นเรื่องค่าผ่าตัดหัวใจของตามใจจึงอยู่นอกเหนือจากนั้น พอใจอยากรักษาน้องให้หายดี เขาพยายามทำงานเก็บเงิน รับพาร์ทไทม์หลายๆ งานเท่าที่จะทำไหว แต่เงินที่ได้มามันก็ไม่มากพอที่จะรักษาตามใจได้จริงๆ และเพราะงานพาร์ทไทม์นี่แหละที่ทำให้ตามใจมานอนอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะเมื่อเช้าตามใจตามเขาไปส่งนมกับหนังสือพิมพ์ แต่เพราะใช้แรงปั่นจักรยานเยอะไปหน่อย เด็กน้อยก็เลยหน้ามืดและเป็นลมทำให้พอใจต้องรีบพาน้องชายมาส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

 

         “พี่ควรทำยังไงดีนะตามใจ?” พอใจถามน้องชายที่ยังคงนอนหลับไม่ได้สติขึ้น ตอนนี้เขาจนหนทางจริงๆ ยิ่งคุณหมอบอกว่าได้ผ่าตัดเร็วก็จะดีต่อตัวของตามใจ เพราะเขาไม่รู้เลยว่าอาการของน้องจะกำเริบอีกเมื่อไหร่ และจะส่งผลร้ายต่อตัวตามใจแค่ไหน ตอนนี้พวกเราเหลือกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องหาวิธีทำให้ตามใจหายเป็นปกติให้ได้ ใช่...เขาจะต้องหาเงินมารักษาตามใจให้ได้ไม่ว่าต้องทำวิธีไหนก็ตาม!...เวลาผ่านไป...

 

         “เดี๋ยวพอเลิกเรียนพี่มาหานะ” พอใจพูดกับน้องชายขึ้นหลังจากที่ตามใจได้สติ

 

         “ตามใจอยากกลับบ้าน”

 

         “วันนี้กลับไม่ได้หรอกนะ นอนค้างที่นี่สักคืนสองคืนดีกว่า อยู่ใกล้คุณหมอเราจะได้ไม่เป็นอะไร”

 

         “แต่...”

 

         “ไม่เอาน่า ยังไงพี่ก็มานอนเฝ้าเราอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้นอนคนเดียวหรอก” พอใจว่าพร้อมกับลูบผมน้องชายไปมาด้วยความเอ็นดู

 

         “พี่พอใจจะเหนื่อย”

 

         “ใครว่าพี่เหนื่อย พี่ไม่เคยเหนื่อยเลย” พอใจว่ายิ้มๆ

 

         “ขอโทษนะ” ตามใจว่าเสียงเศร้า

 

         “ขอโทษพี่ทำไม?”

 

         “เพราะตามใจดื้อ ไม่ยอมฟังพี่พอใจก็เลยป่วยแบบนี้”

 

         “อย่าโทษตัวเองเลยน่า พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษเราที่ดูแลเราไม่ดี พี่รู้ว่าเราอยากช่วยงานพี่ แต่ต่อไปห้ามหักโหมอีกรู้มั้ย?” ตามใจพยักหน้ารับ พอใจยกยิ้มก่อนจะชูนิ้วก้อยไปตรงหน้าน้องชาย

 

         “สัญญากับพี่เร็ว”

 

         “สัญญาครับ” ตามใจเอานิ้วก้อยมาเกี่ยวนิ้วก้อยของพี่ชายทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะส่งยิ้มให้กัน เป็นเหมือนกำลังใจให้กันและกัน ใช่แล้ว...ตามใจคือกำลังใจหนึ่งเดียวของเขา เขาสัญญากับพ่อแม่ไว้ว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด เขาจะไม่มีวันผิดสัญญาเด็ดขาด!...

 

…โรงเรียน...

 

         “หางานเพิ่มงั้นเหรอ?” บีม เพื่อนสนิทของพอใจถามเสียงหลงเมื่อพอใจมาปรึกษาเรื่องหางานพิเศษ

 

         “ใช่ เราอยากทำงานเยอะๆ”

 

         “แค่นี้ก็ไม่มีเวลานอนแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ไหวเอาหรอก ตอนนี้พวกเราอยู่ม.6 แล้วนะ ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยสิ” บีมดุเพื่อนสนิท

 

         “เขาคงไม่เรียนต่อหรอก”

 

         “ได้ไงอะพอใจ นายเรียนเก่งจะตาย จะไม่เรียนต่อไม่ได้นะ” บีมแย้ง ก็นะ...พอใจเป็นถึงนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน สอบได้อันดับ 1 ของห้องตลอด จนเป็นที่รักใคร่ของคุณครูทุกคนในโรงเรียน

 

         “ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องทำงานหาเงินผ่าตัดให้ตามใจมากกว่า” พอใจตอบตามตรง ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยปิดบังเรื่องของตัวเองกับบีมอยู่แล้ว เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งบีมรู้เรื่องทุกอย่างของพอใจดี

 

         “ความจริง...ก็มีงานหนึ่งแหละที่เงินดี” บีมพูดขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ

 

         “งานอะไร?” พอใจตาเป็นประกายทันที

 

         “เราไม่อยากแนะนำให้นายเลย มันค่อนข้าง...”

 

         “งานอะไรบีม? สำหรับเราตอนนี้งานอะไรก็ได้ทั้งนั้น แนะนำเราเถอะนะ” พอใจเขย่าแขนเพื่อนสนิทอย่างอ้อนวอนทันที บีมถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบ

 

         “เด็กเสิร์ฟร้านเหล้าน่ะ ญาติเราเปิดร้านเหล้า รับสมัครเด็กเสิร์ฟอยู่ตลอด ถ้าพอใจทำได้ ญาติเราคงช่วยโกงอายุได้แหละ”

 

         “ทำได้ เราทำได้แน่ๆ บีม ช่วยเราเถอะนะ เราขอร้องละ”

 

         “เฮ้ออออ เดี๋ยวพอเลิกเรียนเราจะพานายไปที่ร้านเอง” พอใจยิ้มกว้างกับคำพูดของบีมทันที

 

         “ขอบใจนะบีม ขอบใจมากจริงๆ” สำหรับพอใจในตอนนี้...ไม่ว่างานอะไรเขาก็ทำได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร แต่ถ้าได้เงินที่สมน้ำสมเนื้อ เขาก็พร้อมทำได้ทุกอย่าง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บอกเลยว่าเรื่องนี้ดราม่าที่สุดในสามเรื่อง จะได้เตรียมใจกันไว้ 555555 แต่อ่านจากตอนหนึ่งก็น่าจะพอเดาอะไรกันได้บ้างเนอะ แน่นอนว่าแม่ๆ น้องพอใจต้องช่วยกันโอ๋ลูกหน่อยนะ เพราะน้องน่าสงสารจริงๆ แง้งงงงงงงง

___จางบิวตี้___ 

ความคิดเห็น