matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 62

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2559 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 62
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

-62 -

 

            “เมื่อไหร่พี่ปอจะกลับวะ” พีทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ออกจะหงุดหงิด ใบหน้าหวานไม่ต่างจากเพื่อนสนิทเท่าไหร่มองคนรอบข้างอย่างหาเรื่อง จนคนที่โดนตั้งคำถามได้แต่เงยหน้าออกจากการบ้านที่กำลังท่วมหัวอยู่ตอนนี้ ก่อนจะส่ายหัวหน่ายๆส่งให้

 

            “มึงถามกูแบบนี้มาเป็นปีแล้วนะพีท” เลิฟตอบเพื่ออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเก็บของเพื่อเตรียมกลับบ้าน เพราะดูท่าแล้วพีทคงจะพูดนั่นพูดนี่จนเขาไม่ได้ทำงานต่อแน่ๆ

 

            “ก็ไม่เห็นจะยากมึงก็ตอบมาดิเมื่อไหร่พี่ปอจะกลับมา” พีทเอามือมาจับมือเลิฟที่กำลังเก็บของแล้วบังคับให้อีกฝ่ายมองหน้าตัวเอง

 

            “กูไม่รู้” เลิฟถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจและลงมือเก็บของบนโต๊ะต่อ

 

            “โอ๊ย!!! เมื่อไหร่มึงจะรู้อะไรสักทีวะ” พีทโวยวายเสียงดังอย่างอารมณ์เสีย บ่นงึมงำไม่หยุดจนเลิฟเก็บของเสร็จเรียบร้อย

 

            “มึงนี่ก็เดือนร้อนเนอะ กูเป็นแฟนแท้ๆกูยังเฉยๆ” เลิฟหยิบเป้ขึ้นมาสะพายหลังก่อนจะหันไปถามเพื่อนที่ยังนั่งหน้าบูดอยู่

 

            “แล้วตกลงมึงจะกลับได้ยัง”

 

            “เออๆกลับก็กลับแม่ง!!” พีทลุกขึ้นแล้วเดินปึงปังกระทืบเท้านำหน้าไปที่รถ

 

 

            เลิฟได้แต่ส่ายหัวกับท่าทางของเพื่อน  ไอ้พีทชอบบอกว่าเขานับวันยิ่งแต๋วแต่มันไม่ได้ดูตัวเองเลยสักนิด ว่าตัวมันก็ไม่ได้ต่างกันเลยสะบัดสะบิ้งขี้เหวี่ยงยิ่งกว่าอีก

 

            ตั้งแต่วันที่ปอเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศก็ผ่านไปเป็นปีแล้ว จำได้ว่าก่อนที่ปอจะตกลงไปดีๆเราทะเลาะกันรุนแรงพอสมควร เพราะปอจะไม่ยอมไปถ้าจะไปต้องมีเขาไปด้วย ส่วนเขาเลือกที่จะเรียนต่อที่ไทยให้จบ เขายอมรับว่าที่ตัดสินใจแบบนี่เพราะไม่อยากกลายเป็นภาระให้ปอต้องตามดูแล กว่าจะคุยเหตุผลกันรู้เรื่องเขาก็เกือบตายคาเตียง

 

            ระหว่างหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ปอไม่เคยกลับไทยเลยสักครั้ง จะมีก็แค่โทรศัพท์หรือวิดีโอคอลเท่านั้นที่ทำให้เราได้คุยกัน ช่วงแรกๆก็โทรทุกวัน จนเป็นอาทิตย์ละวัน และกลายเป็นเดือนละไม่กี่ครั้งในที่สุด ถามว่าเขาเหงาไหม น้อยใจรึเปล่า ก็ตอบตรงๆว่ามีบ้างแต่เขาเข้าใจ เพราะบางทีก็เป็นพี่ป้องที่รับโทรศัพท์ของปอเวลาเขาโทรไปแล้วบอกว่าปอยุ่ง มันทำให้เขาไม่กล้างอแงเพราะรู้ว่าอีกคนเหนื่อยแค่ไหน เพราะต้องเรียนและศึกษางานของปู่...ปู่ที่ปอไม่เคยพูดถึงเลยสักครั้งให้ได้ยิน

 

 

            เขาไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงอะไรมากนักว่าทำไมปอต้องไปเรียนต่อเมืองนอก ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยมีทีท่าหรือสนใจจะไปเลยสักนิด แต่ถึงจะแปลกใจหรือสงสัยแค่ไหนเขาเองไม่เคยคิดจะถาม เพราะถามไปเจ้าตัวก็คงไม่ยอมเล่าอะไรออกมาอยู่ดี

 

            ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ตอนที่เขาโดนรถชน บ้านอัศวเทพค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะ มีคนที่เขาไม่รู้จักเดินกันให้เต็มบ้านไปหมด และทุกคนต่างให้ความเคารพนอบน้อมจนเขารู้สึกอึดอัด ยังไม่นับรวมพฤติกรรมแปลกๆของปอกับพี่ป้องที่ชอบหายไปไหนด้วยกันบ่อยๆ ตัวติดกันขนาดที่ว่าปอไปเรียนพี่ป้องยังตามไป

 

            “เลิฟ” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง ก่อนจะส่งยิ้มทักทายให้น้อยๆแบบที่ชอบทำ

 

            “อ้าว...โก้” เลิฟส่งเสียงทักทายอดีตเดือนมหาลัยจากคณะสถาปัตย์อย่างคุ้นเคย

 

            “จะกลับแล้วเหรอให้โก้ไปส่งไหม” อีกฝ่ายอาสาอย่างกระตือรือร้นจนเลิฟได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้

 

            “ไม่เป็นไรหรอกพีทมารับเราแล้ว” เลิฟพยายามส่งซิกให้เพื่อนตัวเองที่ยืนรออยู่

 

 

            “พึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระว่ะมึง...โก้เราฝากไปส่งไอ้เลิฟที่บ้านด้วยนะ” พีททำท่าทางนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีธุระ แล้วรีบเดินเลี่ยงไปขึ้นรถตัวเองทันที เดือดร้อนเลิฟต้องเดินตามไปดักหน้าเพื่อนไว้

 

            “มึงเล่นเหี้ยอะไรเนี่ย” เลิฟถลึงตากระซิบถามเพื่อนด้วยความหงุดหงุด

 

            “ก็ไม่ทำไมกูจะให้ไอ้โก้ไปส่งมึง” พีทตอบอย่างไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเลิฟ

 

            “มึงจะบ้าเหรอวะเดี๋ยวงานก็เข้ากู” เลิฟบอกเพื่อนด้วยความไม่สบายใจ ถึงอีกคนจะอยู่ไกลถึงซีกโลกแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ไม่เห็นอะไร ใครมาตามจีบเขาหรือเขาไปไหนกับใครอีกฝ่ายโทรเช็คทันทีเหมือนตาเห็น แล้วนี่ถ้าเขากลับบ้านพร้อมโก้ล่ะก็เป็นเรื่องแน่ๆ

 

            “เออดี!! ให้งานมันเข้ามึงไปเลย จะได้หัดกลับมาหามึงบ้างไม่ใช่หายหัวไปแบบนี้” พีทกระแทกเสียงตอบฉุนๆ ปกติเขาไม่กล้าจะว่าพี่ปอแบบนี้หรอกแต่นี่มันเหลืออดจริงๆ มีอย่างที่ไหนทิ้งเพื่อนเขาไปเป็นปีไม่เคยคิดจะโผล่หัวกลับมาหา จนใครต่อใครลือกันไปหมดว่าเพื่อนเขาโดนทิ้ง โดนคนนินทาดูถูกสารพัดว่าเป็นของเล่นแก้เหงา ถึงไอ้เลิฟมันจะดูเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ทุกครั้งที่มันได้ยินหน้ามันซีดยิ่งกว่ากระดาษ ต่อให้เชื่อใจ มั่นคง รักมากแค่ไหนก็เหอะ แต่ทำแบบนี่พี่ปอแม่งทำเกินไปว่ะ คอยดูเขาจะยุให้ไอ้เลิฟหาผัวใหม่ เอาไอ้โก้เนี่ยแหละเป้าหมายแรก จะเอาให้อยู่ไม่ติดเลยคอยดู

 

            “กูรู้ว่ามึงโมโห มึงโกรธแทนกู แต่กูโอเค กูไม่เป็นไรจริงๆนะเว้ย” เลิฟพยายามอธิบายให้เพื่อนเข้าใจในตัวคนรัก เขารู้ว่าเพื่อนกำลังไม่พอใจปอแต่ว่าปอจำเป็นจริงๆ

 

            “เออ!! แต่กูไม่โอเค แล้วมึงก็ให้ไอ้โก้ไปส่งซะ” พีทว่าอย่างไม่ยอมแพ้แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งให้เลิฟยืนอ้าปากค้างที่โดนเพื่อนทิ้งกลางอากาศ

 

            “เราไปส่งเลิฟได้แล้วใช่ไหม” โก้เดินมาถามยิ้มๆเลิฟเลยได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้าให้อีกฝ่ายปลงๆ

 

            ...

            ...

 

            โก้มองเสี้ยวหน้าหวานของคนที่ตัวเองตกหลุมรักตั้งแต่เรียนปีหนึ่งอย่างมีความสุข เขาเคยพยายามจะจีบอีกฝ่ายจนมีเรื่องมีราวกันไป ทำให้ต้องเงียบหายไปจากชีวิตอีกฝ่ายพักนึง จนเมื่อประมาณหนึ่งปีมานี่เองที่เขาได้มีโอกาสกลับมาคุยกับอีกฝ่ายอีกครั้ง พร้อมกับที่ได้รับข่าวดีว่าเจ้าตัวไม่มีคนอยู่ข้างกาย ถึงแม้จะไม่ได้เลิกกันแต่ระยะห่างมันจะต้องมีผลอะไรบ้าง มันเลยทำให้เขาพอมีหวังและรีบทำคะแนนระหว่างที่เจ้าตัวยังอยู่คนเดียว

 

            “เรียนเป็นไงบ้าง” โก้ตัดสินใจชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ

 

 

            “ก็หนักสมกับเป็นวิศวะดี แล้วโก้ล่ะเรียนป.โทเป็นไงบ้าง” เมื่ออีกฝ่ายชวนคุยเลิฟเลยถามกลับบ้างตามมารยาท เขาพึ่งจะกลับมาเป็นเพื่อกับโก้ประมาณปีที่ผ่านมานี่เอง เพราะอีกฝ่ายขอโทษและขอโอกาสเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง

 

            ตลอดเวลาโก้ดูแลเทคแคร์เขาดีมาก จนบางที่เขาก็เกรงใจและอึดอัดในบางครั้งกับการกระทำของอีกฝ่าย ครั้งพอจะเอ่ยปากบอกไล่ก็ทำไม่ได้เต็มที่ เพราะถึงโก้จะทำตัวเกินเพื่อนไปบ้างแต่ไม่ได้ล้ำเส้นจนเขาเอ่ยปากปฏิเสธได้

 

            “โก้ก็เรื่อยๆแหละ ว่าแต่เลิฟหิวข้าวรึยังแวะทานอะไรหน่อยไหม” โก้ชักชวนเลิฟให้ไปกินข้าวด้วยกันเพราะอยากจะยืดช่วงเวลานี้ออกไปให้นานอีกนิด

 

 

            “ไม่ดีกว่าเราไม่ค่อยหิว...โก้จอดรั้วหน้าบ้านเลยนะเดี๋ยวเราเดินเข้าไปเอง” เลิฟบอกอีกฝ่ายเมื่อเห็นหลังคาบ้านตัวเองลิบๆ เขานอนที่บ้านตัวเองกับบ้านของปอสลับที่กันแบบนี้มาร่วมปีแล้ว และวันนี้เป็นคิวที่เขาจะกลับมาอยู่บ้านตัวเอง

 

            “ขอบใจนะโก้” เลิฟเอ่ยปากขอบคุณแล้วเตรียมตัวจะลงจากรถ แต่อีกฝ่ายดึงแขนเขาไว้แน่นจนต้องหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ

 

            “มีอะไรรึเปล่า”

 

 

            “เลิฟ...รู้ใช่ไหมว่าโก้รู้สึกยังไงกับเลิฟ” โก้ตัดสินใจพูดออกมาในที่สุดหลังจากที่พยายามหาโอกาสมาหลายครั้ง

 

            เลิฟสบตาอีกฝ่ายนิ่งๆแล้วพยักหน้าลงช้าๆ ใช่...เขารู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไงแต่ไม่เคยพูดออกมา เพราะตัวโก้เองก็ไม่เคยบอกอะไรเหมือนกัน

 

            “โก้ชอบเลิฟนะ ตั้งแต่ปีหนึ่ง ตั้งแต่แรกที่เห็น” โก้สบตาเลิฟอย่างสื่อความหมาย

 

            “โก้รู้ว่าไม่ควรยุ่งแต่โก้ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม เขาหายไปเป็นปีแล้วไม่เคยกลับมาหาเลิฟเลย เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกกับเลิฟเหมือนเดิมแล้วก็ได้ ทำไมเลิฟไม่ให้โอกาสโก้บ้าง มองโก้บ้างได้ไหม ถึงโก้จะไม่มีพร้อมเหมือนเขา แต่โก้รักเลิฟนะ” โก้มองเลิฟอย่างอ้อนวอน ส่วนเลิฟที่ได้ยินคำพูดของโก้ก็แววตาไหววูบ ใจกระตุกไปไม่น้อยเพราะมันคือสิ่งที่ตัวเองก็คิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแล้วส่งยิ้มจางๆไปให้

 

            “ถ้าเราบอกให้โก้เลิกรักเรา เลิกรอเรา โก้ทำได้รึเปล่า” คำถามที่เป้นยิ่งกว่าคำตอบทำให้โก้ยิ้มออกมาเศร้าๆ

 

            “มันเป็นไปไม่ได้เลยสินะ” โก้ถามเสียงเศร้า

 

            “เราขอโทษนะแล้วก็ขอบคุณกับความรู้สึกดีๆที่โก้ให้เรา” เลิฟยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายจนอีกฝ่ายต้องยิ้มตาม

 

            “ขอโทษที่ทำให้อึดอัดนะถ้ามันกลับมาโก้ขอชกมันสักทีได้ไหม โทษฐานทำให้คนที่โก้รักต้องทำหน้าเศร้าบ่อยๆ” โก้ถามออกมาพร้อมรอยยิ้ม

 

            “ฮ่าๆงั้นเราฝากเบิ้ลด้วยละกันนะ” เลิฟหลุดขำออกมาเมื่อนึกถึงภาพที่โก้ชกหน้าปอ คิดว่าอีกฝ่ายคงสวนกลับทันควันแน่ๆ

 

            “ขอบใจที่มาส่งนะ...ยังไงโก้ก็เป็นเพื่อนที่ดีของเราเสมอนะ” เลิฟก้าวลงจากรถแล้วโบกมือลาอีกฝ่าย ก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไปอย่างสบายใจที่จบเรื่องนี่ด้วยดี อาจจะเป็นเพราะทั้งเขาทั้งโก้โตขึ้นด้วยล่ะมั้งเลยคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง

 

            Tru…Tru…Tru…

 

            เลิฟที่พึ่งเดินเข้าห้องนอนมาตั้งใจว่าจะนอนแผ่หลาเพราะเหนื่อยจากการเรียน ต้องแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลานี้ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อคิดว่าเจ้าตัวคงรู้แล้วแน่ๆถึงโทรมาเร็วแบบนี้

 

            “(ทำไมมึงต้องให้มันมาส่ง)” เสียงแข็งๆที่ดังมาตามสายทำให้เลิฟส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเดินไปล้มตัวนอนลงบนเตียง

 

            “คนที่เขาฟ้องไม่ได้บอกเหรอว่าทำไม” เลิฟตอบยียวน

 

            “(กูถามให้มึงตอบ)”

 

            “ก็ไม่มีอะไรไอ้พีทมันกวนตีนหนีกลับเลิฟเลยต้องกลับพร้อมโก้”

 

            “(สักวันพี่อาร์ตต้องเป็นม่ายเมียตายเพราะกู)” เสียงนิ่งๆเรียบๆของปอทำให้เลิฟหลุดขำออกมา ดูท่าไอ้พีทจะเจองานหนักแน่ๆวันที่ปอกลับมา

 

            “ช่างมันเหอะ..ว่าแต่ปอทำไมโทรมาได้เนี่ย ไม่ใช่เวลาปกตินี่นา” เลิฟถามด้วยความสงสัยเพราะปกติถ้าอีกฝ่ายโทรมาจะต้องดึกกว่านี้ ส่วนเขาไม่ค่อยได้โทรไปหรอกเพราะโทรไปก็ไม่รับ

 

            “(ก็เพราะ...มึงว่าอะไรนะ! เรื่องเหี้ยอะไรอีกเนี่ย แม่งเอ้ย!! @$%@!#&*[email protected]!#)” จู่ๆปอก็สบถออกมาด้วยความฉุนเฉียวทั้งภาษอังกฤษ ภาษาจีนปนกันมั่วไปหมด ก่อนเจ้าตัวจะเงียบหายไปทิ้งให้เลิฟถือสายรออยู่แบบนั้น

 

            “(เลิฟ...แค่นี้ก่อนนะกูต้องวางแล้ว)” หลังจากเงียบหายไปนานปอก็กลับมาบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

            “อือ” เลิฟขานรับด้วยน้ำเสียงหงอยๆ มันกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้จนเขาขี้เกียจจะนับ ที่อีกฝ่ายจะคุยกับเขาได้แป๊บเดียวแล้วต้องวางสาย

 

            “(เลิฟ)”

 

            “ว่า” เลิฟขานรับเนือยๆ

 

            “(อย่างอแง อย่างอน มึงรู้ใช่ไหมว่ากูไปง้อไม่ได้)”

 

            “รู้แล้วน่า...รับไปดิมีธุระไม่ใช่เหรอ”

 

            “(เลิฟ)” เสียงถอนหายใจที่ได้ยินในสาย ทำให้เลิฟรู้ตัวว่ากำลังทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ

 

            “เลิฟไม่เป็นไร...ปอไปเถอะ” เลิฟพยายามปรับน้ำเสียงให้ร่าเริงแล้วบอกอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เป็นห่วง

 

            “(กูจะรีบกลับ)”

 

            “รู้แล้ว” เลิฟตอบรับเสียงเศร้า

 

            “(กูสัญญา...นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราจะต้องห่างกันแบบนี้ ถ้ามันจะมีอีกคือตอนที่มึงกับกูตายจากกัน เข้าใจไหม)” เสียงพูดที่หนักแน่นของปอทำให้เลิฟยิ้มออกมา ก็เพราะปอเป็นแบบนี้ไงถึงจะไม่กลับมาหาก็จริง แต่มันทำให้เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายรักเขามากแค่ไหน และมันทำให้เขามั่นใจมากพอที่จะอดทนรอ และเขาเลือกแล้วว่าต้องเป็นคนนี้ นานแค่ไหนเขาก็ยังยืนยันคำเดิม

 

            “ปอ...เลิฟรักปอนะ”

 

            “(กูรักมึง)” พูดแค่นั้นอีกฝ่ายก็วางสายไปทันที

 

            เลิฟมองโทรศัพท์ในมือเล็กน้อยก่อนจะกดส่งบางอย่างไปให้อีกฝ่าย ก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่แล้วเปิดเพลงที่ส่งไปฟัง ท่วงทำนองแว่วหวานดังขึ้นเรื่อยๆจนเลิฟคล้อยหลับไปในที่สุด

 

            บางครั้งในช่วงชีวิตของคนๆนึงอาจจะต้องเจอเหตุการณ์ ที่ทำให้เราต้องก่างไกลจากคนที่รัก แต่มันไม่ได้แปลว่าความรักที่มีให้กันจะน้อยลงตามระยะทางที่ห่างไกล กลับกันความห่างมันอาจทำให้เรารักกันมากขึ้นด้วยซ้ำ

 

“เมื่อวานก็รัก...วันนี้รักเธอ

พรุ่งนี้ก็รักเธอ...พอใจที่มีเธอ

ไม่มีอีกแล้ว...ใครจะมาเข้าใจ ฉันได้ดีอย่างเธอ

ตอบแทนเธอ...รักเดียวใจเดียว”

 

2 Be Con...

 

++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

ตอนนี้เรื่อยๆ ไม่มีไร

พยายามจะเขียนให้ได้ฟิลเหงาๆ

ไม่รู้จะได้มั้ย...เพราะคนเขียนไม่เคยมีโอกาสเหงากับเค้า

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/owo2z.gif อย่าหมั่นไส้เรา เรารู้เราน่าอิจฉา

รักคนอ่านคับ ^^

ปล.

- ตอนหน้าจบนะแจ๊ะ

- นิยายเหลือจากยอดจอง 2 ชุด (คนเขียนสั่งมาเกิน)

ใครสนใจอินบ๊อกมาถามในเพจได้นะเคอะ

 

 

            

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}