ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 182 ข้อตกลง 04

ชื่อตอน : ตอนที่ 182 ข้อตกลง 04

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 58

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2562 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 182 ข้อตกลง 04
แบบอักษร

ตอนที่ 182 ข้อตกลง 04 

 

การรับประทานอาหารร่วมกับเหล่าบุคคลชั้นนำของประเทศมหาอำนาจไม่ได้ทำให้อั้มเกิดการกดดันแม้แต่น้อย ถ้าเป็นคนทั่วไปมักจะเกรงคนเหล่านี้จนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่กลายเป็นว่าวันนี้คนเหล่านี้กลับมีท่าทีเกรงอั้มมากกว่า ก็ในเมื่อกินเลี้ยงกับชนชั้นสูงทั้งทีอั้มก็ต้องเลือกชุดที่ดีๆ หน่อย แล้วชุดดีๆ ของอั้มก็ดันมีแต่ชุดจักรพรรดิของเขา ส่วนชุดปลอมตัวก็มอซอเกินกว่าจะใส่มางานเลี้ยงแบบนี้ได้ 

 

แล้วพออั้มใส่ชุดระดับจักรพรรดิ แม้จะเลือกชุดที่ดูเรียบง่ายที่สุดแล้วแต่ก็ยังเป็นชุดระดับจักรพรรดิอยู่ดี ด้วยผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม ทอแน่นละเอียด ตกแต่งด้วยด้ายทองคำแท้ปักเป็นรูปมังกรจีน พร้อมลงอักขระธาตุหยางกับธาตุลมเพื่อปรับสภาพให้ใส่สบาย จึงทำให้ผ้าเปล่งประกายสดใสอย่างกับมีออร่าออกมา ซึ่งจริงๆ ก็มีนั่นแหละ เป็นแสงของธาตุหยางผสมกับธาตุลมที่ออกมาจางๆ ซึ่งพวกมันขับให้มังกรที่ปักด้วยด้ายทองดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมากหลายคนคิดว่ามันมีชีวิตจริงด้วยซ้ำ แล้วด้วยชุดธรรมดาที่ดูไม่ธรรมดานี้มันได้ทำให้อั้มดูสูงศักดิ์ขึ้นอย่างมาก ผิดกับภาพชายพเนจรในชุดขาดๆ ที่หลายคนได้เจอก่อนหน้านี้ ก็มีเพียงสินจิ้นผี กับ เตียวฮุย หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับที่กำลังพยายามขอให้อั้มรับเป็นศิษย์กันให้ได้ 

 

“สองคนนั้นเป็นอะไร แล้วทำไมทำท่าทีแบบนั้นกัน” 

 

“ตั้งแต่รู้จักท่านผู้นำมาร่วมสิบปีก็ไม่เคยเจอท่านทำท่าเอาใจใครขนาดนั้นเลยนะ” 

 

“หรือจะเป็นอย่างที่ข่าวลือบอกจริงๆ ว่าคนนี้เป็นลูกชายลับๆ ของท่าน” 

 

“จะบ้าไง มีลูกที่ไหนดูสูงศักดิ์กว่าพ่อขนาดนี้ แถมหน้าก็ไม่เหมือนกันด้วย” 

 

“นั่นดิ แล้วมีที่ไหนพ่อไปบริการลูก มันต้องลูกมาดูแลพ่อซิ เพราะฉะนั้นผมว่าไม่ใช่พอ่ลูกกันแน่ๆ” 

 

“แล้วเมื่อไรเราจะรู้เรื่องกันละเนี่ย ถามอะไรท่านผู้นำก็เอาแต่โบกมือไล่ ตกลงเชิญพวกเรามาดูพวกเขาสองคนเอาใจชายคนนั้นเหรอ” 

 

เหล่าคนชั้นนำของเมืองจีนต่างก็นั่งงงว่าเชิญพวกเขามานั่งดูสามคนคุยกันทำไม แต่งานรวมพลกินฟรีแบบนี้ยังไงก็ยินดีมาอยู่แล้ว และยังได้ถือโอกาสพบปะคนระดับเดียวกันจึงยังไม่คิดอะไรมาก แค่สงสัยในตัวตนของอั้มเท่านั้น 

 

กลับมาที่วงสนทนาของคนสามคนผู้ไม่สนโลก หลังจากไปอยู่โลกนู่นมาถึงสามปี อั้มก็คิดถึงอาหารของโลกนี้ไม่ใช่น้อย แม้จะเป็นอาหารจีนทั้งหมด ไม่ใช่อาหารไทย แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของโลกนี้ให้หายคิดถึง บวกกับความหิวก็ทำให้อั้มเจริญอาหารไม่ใช่น้อย ว่าที่ลูกศิษย์ทั้งสองคนก็พยายามจะเอาใจอย่างเต็มที่ ผลัดกันส่งน้ำ ส่งอาหาร เรียกบริกรมาเติมไม่มีหยุด  

 

“พอแล้วครับ ผมอิ่มแล้วละ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ” 

 

“ได้ครับอาจารย์!!!” 

 

“เฮียสิน อย่างที่ผมเกร่นตั้งแต่แรก ผมต้องการให้เฮียสนับสนุนประเทศไทยเท่าที่ทำได้ ไหนๆ เราสองประเทศก็มีสายเลือดใกล้ชิดกันเหมือนพี่น้อง แล้วเราก็เคยออกข่าวการเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันมานับร้อยปี น่าจะถึงเวลาแล้วที่เฮียจะแสดงความจริงใจให้ชาวโลกได้เห็นครับ” 

 

“เรื่องนี้เรื่องเล็กครับอาจารย์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะต่อสายตรงถึงท่านประยุทธ์ แล้วจะยืนข้อเสนอการทลายกำแพงภาษี เปิดฟรีวีซ่า รวมทั้งพิจารณาการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มอีกสักห้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นอย่างไรครับอาจารย์” 

 

“ส่วนผมเตียวฮุยจะช่วยเจาะข่าวกรองจากทุกประเทสส่งให้อาจารย์นะครับ แต่ทั้งนี้คงต้องให้พี่ใหญ่มอบอำนาจให้ผมทำด้วยนะครับ” 

 

“จัดไปน้องรอง พี่มอบอำนาจให้เป็นพิเศษเลย เพียงแต่เรื่องพวกกบฏ กับพวกขั้วอำนาจ​เดิม​ อาจจะต้องให้อาจารย์อยู่ช่วยนิดนึงนะครับ” 

 

“ได้ครับเฮียสิน” 

 

ตอนนี้สินจิ้นผีกับเตียวฮุยตกลงเป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้องกันเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าอั้มจะยังไม่ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่แค่รับปากว่าจะสอนให้แม้ว่าไม่รู้จะได้หรือเปล่านั้นก็มากพอที่จะให้ทั้งสองคนยกจอกชาคารวะกลางงานเลี้ยงแล้ว 

 

"จริงๆ​ มันมีความลับบางอย่างที่ผมพูดไม่ได้ แต่ผมทำได้แค่เตือนว่าให้สะสมอาวุธ​ กำลังพล และฝึกร่างกายให้แข็งแรง​ให้ดี"  

 

"อาจารย์​จะบอกว่าอาจจะมีสงครามใหญ่​งั้นเหรอครับ"  

 

"ผมก็หวังว่าจะคิดผิด แต่โอกาสผิดแทบไม่มี เอาเป็นว่าสานสัมพันธ์​กับท่านประยุทธ์​ให้ดี แล้วคำตอบจะมาหลังจากยานกู้ชีพของลูกเรือยานแบล็กโฮล์กลับมาถึงแล้วครับ" 

 

" หือ.. ยานกู้ชีพ หรือ จะเกิดอะไรขึ้นกับยานที่ใหญ่สุดลำนั้นอาจารย์​" 

 

"ใช่ครับ แล้วเป็นเรื่องใหญ่​ด้วย แต่เรื่องนี้ยังไม่ถูกเปิดเผยผมเลยยังพูดไม่ได้ครับ" 

 

"ไม่เป็นไร​อาจารย์​ เรื่องสำคัญ​แบบนี้ผมก็เข้าใจครับ" 

 

"ขอบคุณ​ครับ​ ก็นี่แหละที่ผมจะให้สานสัมพันธ์​กับทางไทยแล้วถ้าผมสอนพวกคุณ​ได้ ก็อาจจะ​เป็นทางรอดของมนุษย​ชาติก็ได้ครับ ยุคของปลาใหญ่​กิน​ปลา​เล็ก​กำลังจะมา ผู้แข็งแกร่ง​เท่านั้นที่จะอยู่​รอด" 

 

"อาจารย์​พูด​น่ากลัวมาก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ครับ" 

 

"ช่างเรื่องนี้ก่อนเหอะครับ ตอนนี้พาผมไปแนะนำตัวกับคนอื่นๆ ก่อนดีกว่า ดํเหมือน​จะ​สงสัยในตัวผมกันใหญ่เลย" 

 

อั้มเอ่ยตัดบท เพราะตอนนี้​ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องสงคราม​อวกาศ​ เรื่องนี้จะต้องอยู่ในการตัดสินใจ​ของรัฐบาล​ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ซึ่งสินจิ้นผีก็เข้าใจว่าอั้มไม่ต้องการพูดต่อ จึงพยักหน้า​รับ​แล้วลุกขึ้นปรบมือเรียกความสนใจ​จาก​คนในงาน 

 

แปะ แปะ แปะ……  

 

"ทุกคน​เชิญ​ฟังที่นี้หน่อย"  

 

"โอ้… นึกว่าท่านผู้นำ​จะลืมพวกเราแล้ว"  

 

ฮ่าๆๆๆๆ…..  

 

มีการเอ่ยแซวกันเล็กน้อยตามประสางานเลี้ยงที่เป็นกันเอง​ การพูดคุย​จึงเป็นแบบผ่อนคลาย​ ซึ่งสิ​นจิ้น​ผี​ก็​ปล่อยให้หัวเราะกันอีกเล็กน้อย​ก่อนจะปรบมือ​ให้ทุกคนกลับสู่ความสงบ 

 

แปะ แปะ…  

 

"ทุกคน​คงกำลังสงสัย​ในงานเลี้ยง​ครั้งนี้ รวมถึงชาย​ผู้​นี้​เป็นใคร ผมจะเอ่ยแบบรวบรัด​ว่าชายคนนี้ คือ ยอดฝีมือ​จากประเทศไทย​ ผู้มาช่วยชีวิต​ผมไว้จากการถูกลอบฆ่า รวมทั้งได้มาแจ้งข่าวลับบางอย่างที่สำคัญ​มากซึ่งตอนนี้​ยังบอกรายละเอียด​ไม่ได้ และสุดท้าย คือ​ ผมและเตียวฮุยได้กราบชายคนนี้เป็นอาจารย์​แล้วด้วยครับ งานเลี้ยง​นี้จึงถูดจัดขึ้นเพื่อต้อนรับ​ชายคนนี้ผู้กำลังเป็นบุคคล​สำคัญ​ของโลกนี้" 

 

"ท่านผู้นำแน่ใจแล้วเหรอว่าไว้ใจได้ ไม่ใช่แผนของพวกกบฏ​นะคะ" 

 

"ใช่ๆ แถมเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่เห็นเคยเห็นในข่าว หรือ ชื่อเสียงจากไหนด้วย ไม่ใช่พวกลวงโลกมาจากไหนนะ" 

 

"เรื่องนี้มัน…. " 

 

เพล้งงงง….  

 

เมื่อสินจิ้น​ผี​ได้กล่าวแนะนำ​อั้มในเบื้องต้นไปแล้วนั้นก็มีสองคนกล่าวแย้งเชิงเยาะเย้ย​ซึ่งสิน​จิ้นผีก็กำลังพยายามจะอธิบาย​ แต่อั้มกลับพบความผิดปกติ​บางอย่างในสองคนนั้นจึงได้ดีดเมล็ด​แตงโม​เข้าใส่แก้วน้ำของหญิงสาวคนแรกที่พูดขัดขึ้นมา  

 

"อะ อะไรกัน"  

 

หลายคนถึงกับตกใจที่อยู่ๆ แก้วน้ำก็ระเบิด​กลางโต๊ะ​ขึ้นมาเอง จุดสนใจจึงย้ายจากสินจิ้น​ผี​ไปเป็นสองคนนี้แทนโดยเฉพาะ​ที่แก้วหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้เหลือแต่เศษ​แก้วบนโต๊ะกับเครื่องดื่ม​ที่เปียกโต๊ะ​เนื่องจากไม่มีภาชนะ​รองรับมันแล้วนั่นเอง 

 

ส่วนหญิงสาวที่กำลังยิ้มเยาะ​อยู่​นั้นก็พลันหน้าซีดเผือด​จากการตกใจในเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ แล้วอั้มพบการผิดปกติ​อะไรจึงต้องลงมือต่อหน้าคนทั้งงานเช่นนี้?  

 

"เฮียสิน ผมสัมผัส​ได้ถึงยาพิษ​ร้ายแรง​จากที่แหวนของสองคนนี้ และยังพบจิตสังหารจากสองคนนี้ด้วย แนะนำว่าควรสอบสวน​โดยด่วนครับ"  

 

"สองคนนี้ก็คนของเซี๊ยะหยาง เดี๋ยว​ผมจะรีบจัดการเดี๋ยว​นี้… ว่าแต่เมื่อกี้ใช่ฝีมืออาจารย์​หรือเปล่าครับ"  

 

"ใช่ครับ"  

 

เมื่อ​สิ​นจิ้น​ผี​ได้​คำตอบแล้วก็ประกาศ​กร้าวขึ้น​มา​ทันทีว่า 

 

"ทหาร¡...คุมตัวพวกมัน สองคนนี้ต้องสงสัย​การพยายามวางยาพิษ​ผมเพื่อก่อกบฏ​ หลักฐาน คือ ยาพิษ​ในแหวนที่ถูกดัดแปลงทั้งสองคน" 

 

อันที่จริง​อั้มสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร​มาพักนึงแล้ว แต่เมื่อเป้าหมายไม่ใช่เขา จึงไม่ได้สนใจมากนัก แต่พอหันมามองเต็มตาก็ชัดเจนว่ามุ่งเป้ามาที่สินจิ้นผี เขาจึงได้ลงมือ 

 

การเปลี่ยนอารมณ์​แบบ​ฉับพลัน​ การสั่งจับกุมกลางงานเลี้ยง​ ถึงกับทำให้คนทั้งงานติดสตั้น​ไปตามๆ กัน แม้แต่สองคนที่กำลังถูกจับก็ตาม มีเพียงทหารรักษาความปลอดภัย​ในงานที่พุ่งเข้าไปคุมตัวทั้งสองคนตามคำสั่งทันที อีกทั้งยังถอดยึดแหวนต้องสงสัย​เอาไว้อย่างรวดเร็ว 

 

"พวกแกมาจับพวกเราทำไม"  

 

"เรื่องนี้​มัน​ไม่​จบแค่นี้แน่"  

 

"หึ จบไม่จบเดี๋ยว​ก็​รู้"  

 

แม้ว่าทั้งสองคนอายุ​ยังไม่มาก ร่างกายยังแข็งแรง​ดี แต่คนที่ไม่ฝึกการต่อสู้​มาเลยก็ย่อมไม่อาจที่จะต้านคนที่ฝึกมาอย่างดีอย่างทหารเหล่านี้ได้นานนัก พริบตา​เดียวก็ถูกลากไปหลังเวทีเป็นที่เรียบร้อย 

 

"นี่มันอะไรกัน ท่าน​ผู้​นำรู้อยู่​แล้ว​เหรอ​ว่าสองคนนี้คิดจะทำอะไร"  

 

"เปล่าเลย ผมไม่รู้​ แต่ชายคนนี้สามารถ​ตรวจได้ผมจึงรอดตายมาได้อีกครั้งก็เท่านั้น"  

 

"ท่านจะบอกว่าชายคนนี้เป็นหน่วยสืบ​ลับจากทางประเทศไทย​มาช่วยเราเหรอคะ"  

 

"ไม่ใช่ครับ ตอนนี้อาจจะยากที่จะอธิบาย​ แต่เวลาจะบอกเอง ผมจะบอกแค่ว่า มันถึงเวลาแล้วที่เสถียรภาพ​ของ​รัฐบาล​จะกลับมา ขั้วอำนาจเก่าที่ขวางความเจริญจะต้องไม่มีอีกต่อไป อำนาจในโลกนี้จะเป็นแค่ของประเทศไทย และประเทศจีนเพียงสองประเทศเท่านั้น” 

 

สินจิ้นผีกล่าวขึ้นอย่างอหังการ เพียงอั้มก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาแค่วันเดียวก็ปลุกไฟแห่งความทะเยอทะยานในใจของเขาจนลุกโชนขึ้นมา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และกองทัพอย่างนั้นเหรอ แค่นั้นมันน้อยเกินไป ถึงตอนนี้จะจัดเป็นลำดับที่ 1 และ 2 ของโลกอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกด้าน มหาอำนาจที่แท้จริง ต้องเหนือกว่าประเทศอื่นในทุกด้าน ดูเหมือนสินจิ้นผีจะถูกความทะเยอทะยานครอบงำจนลืมไปว่าจุดประสงค์จริงๆ คือ การร่วมมือเพื่อป้องกันสงคราม  

 

แต่อั้มก็ไม่ถือสาเพราะเขาก็ไม่ใช่พระเอกประเภทรักความสงบ ปลีกวิเวกอยู่ในป่า ไว้ปัญหามาถึงค่อยแก้เสียหน่อย งานนี้น่าสนุกดีจะตาย ถึงปัญหาไม่มี เขาก็จะเป็นตัวปัญหาเองก็ได้ ถึงไม่ได้เป็นคนเลว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นพ่อพระเสียหน่อย เป็นจักรพรรดิผู้แสนดีก็เป็นมาแล้ว ลองเป็นเจ้าพ่อมาเฟียดูบ้างจะเป็นไรไป ตอนเป็นจักรพรรดิก็เป็นด้วยการนองเลือด แสวงหาอำนาจอีกครั้งด้วยกำลังก็คงจะสนุกไม่ใช่น้อย 

ความคิดเห็น