ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Rate_SOS ตอนที่ 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2557 12:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Rate_SOS ตอนที่ 27
แบบอักษร

 

 

 

School  Of  Sex (โรงเรียนสอนรัก) ตอนที่ 27

Author:   (ยอนิม)

                        

 

                                              

 

 

 

(“นายว่าอะไรนะฮยอกแจ”) ซีวอนถามกลับไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าตนเองได้ยินไม่ผิด

 

 

“อืมมมมม ประธานซีวอน ชั้นอยาก” ฮยอกแจพูดบอกออกมาเสียงกระเส่า ทำให้ซีวอนที่ยืนอยู่ในห้องน้ำ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก เมื่อได้ยินเสียงครางวาบหวามของฮยอกแจ

 

 

"ประธาน พูดอะไรหน่อยสิ ตอนนี้ชั้นกำลังถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายหมดแล้วนะ อืมมม" ฮยอกแจพูดบอกออกไป โดยที่เริ่มถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจากร่างกายจริงๆ

 

 

("นายเล่นบ้าอะไรของนาย ฮยอกแจ") ซีวอนถามอย่างสะกดอารมณ์ ฮยอกแจยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับเปิดลำโพงโทรศัพท์แล้ววางเอาไว้ข้างกายตนเองที่นอนแผ่อยู่บนเตียงกว้างด้วยสภาพเปลือยกาย

 

 

"ประธาน เรามาเล่นเซ็กส์โฟนกันเถอะ" ฮยอกแจเอ่ยชวนออกมาตรงๆ

 

 

("บ้าน่าฮยอกแจ ชั้นไม่มีเวลามาเล่นอะไรพิเรนท์ๆแบบนี้กับนายหรอกนะ") ซีวอนพูดดุขึ้นมา

 

 

"ถ้าประธานไม่เล่น งั้นชั้นเล่นคนเดียวก็ได้ อ๊ะ..อืมม ลิ้นของประธานนี่ไวจัง อ๊ะ  ซี๊ดด เสียวว" เสียงฮยอกแจครางเสียงพร่า เมื่อเอื้อมมือของตนเองไปขยับแก่นกายของตนเองขึ้นลง แล้วจินตนาการว่าเป็นลิ้นร้อนๆของซีวอนที่กำลังไล่เลียตั้งแต่โคนจรดปลายยอด

"อืมมม อ่าาา ดูดแรงๆสิประธาน อ๊ะ...อ๊าา" เสียงครางหวานหูของฮยอกแจ ทำให้ซีวอนถึงกับปวดหนึบที่กลางกาย แค่ได้ยินเสียงก็สามารถนึกภาพตามไปได้อย่างง่ายดาย ทำให้ซีวอนต้องเดินเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุด แล้วปิดประตูล็อคทันที ร่างสูงนั่งลงบนชักโครก พร้อมกับปลดซิปกางเกงของตนเองแล้วจับแท่งร้อนของตนเองออกมาสูดอากาศภายนอก

 

 

("ฮยอกแจ") เสียงทุ้มต่ำของซีวอนดังขึ้น ทำให้ฮยอกแจยิ้มกริ่ม เพราะจับน้ำเสียงของอีกฝ่ายได้ว่ากำลังต้องการปลดปล่อยเช่นเดียวกัน

 

 

"อืมมม ประธาน ตอนนี้ชั้นกำลังจะทำให้ประธานบ้างแล้วนะ ของๆประธานใหญ่จัง ชั้นขอเลียจากตรงปลายมันเลยล่ะกันนะ" เสียงของฮยอกแจดังขึ้นมา ทำให้ซีวอนค่อยๆขยับแท่งร้อนของตนเองอย่างช้าๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดเน้นส่วนปลายยอดเอาไว้ ทางฝั่งของฮยอกแจก็ขยับแก่นกายของตนเองไปอย่างช้าๆเช่นเดียวกัน ฮยอกแจบรรยายถึงการใช้ปากเสียงกระเส่า ทำให้ซีวอนนึกภาพตามได้อย่างง่ายดาย

"อืมมม ชั้นไม่ไหวแล้ว ประธานเข้ามาในตัวชั้นเลยนะ อื้มมม" ฮยอกแจพูดบอกพร้อมกับเร่งมือที่ขยับแก่นกายของตนเองไปเรื่อยๆ และเร่งจังหวะขึ้น

"คับจัง อ๊ะ อ๊าาาา มันแน่นไปหมดเลยประธานซีวอน" ฮยอกแจครางบอกออกมา

 

 

("อืมมม ฮยอกแจ ซี๊ดด") ซีวอนเองก็ส่งเสียงครางแผ่วออกมาแต่ไม่ดังมากนัก มือแกร่งขยับรูดรั้งแท่งร้อนของตนเองอย่างรวดเร็ว ในสมองของซีวอนตอนนี้เห็นภาพที่ตนเองกำลังสอดใส่แท่งร้อนของตนเองเข้าไปในช่องทางรักของฮยอกแจแล้วเริ่มขยับสะโพก

 

 

"ประ..อึ่ก..ธาน ซี๊ดดด...อ๊ะ อ๊ะ" ฮยอกแจเองก็จินตนาการไปว่าร่างแกร่งของซีวอนกำลังโอบกอดและกระแทกสะโพกเข้าหาฮยอกแจอยู่เหมือนกัน เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังรอดโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายได้ยิน เสียงครางด้วยความเสียวและคำพูดกระตุ้นอารมณ์ดังอยู่เรื่อยๆ

"มะ..ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา..ประธานซีวอน อื๊อออออ" ฮยอกแจตัวเกร็งเมื่อปลดปล่อยน้ำรักออกมาใส่มือตนเอง

 

 

("อืมมมมม ฮยอกแจ") เสียงครางแหบของซีวอนก็ดังขึ้นเช่นเดียวกัน ร่างสูงรีบหยิบกระดาษทิชชู่ารองรับน้ำรักสีขาวขุ่นของตนเองที่ปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เลอะเปื้อนกางเกงผ้าเนื้อดี เสียงหอบหายใจแผ่วๆเพราะความเหนื่อยของฮยอกแจยังดังรอดให้ได้ยิน

 

 

"เป็นไงบ้าง ประธานซีวอน ตื่นเต้นดีมั้ย" เสียงใสติดหอบนิดๆของฮยอกแจถามขึ้น

 

 

("นายนี่มัน.... รอให้ชั้นกลับไปก่อนเถอะ นายโดนหนักแน่ ฮยอกแจ") ซีวอนพูดรอดไรฟัน ฮยอกแจที่ได้ยินหัวเราะคิกคัก

 

 

"จะนอนรอเลยนะประธานซีวอนนนนนนนน" ฮยอกแจลากเสียงยาวก่อนที่จะเป็นฝ่ายตัดสายซีวอนไปทันที

 

 

ซีวอนใส่กางเกงและจัดความเรียบร้อยของตนเองเสร็จก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ นึกโล่งใจที่ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ ร่างสูงเดินไปล้างมือ พร้อมกับมองกระจกตรงหน้า

//นายนี่มันแสบจริงๆเลยนะฮยอกแจ นายทำให้ชั้นทำเรื่องน่าอายแบบนี้ได้ไงกันนะ// ซีวอนพูดบ่นออกมาเบาๆ ก่อนจะปรับสีหน้าเรียบนิ่ง แล้วเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

...

...

...

...

...

...

“ผอ.ฮันเกิง ไม่เจอกันซะนานเลยนะ” เสียงทักทายของชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้น

 

 

“สวัสดีครับคุณยงยุทธ” ฮันเกิงทักทายนักการเมืองของไทยที่บินมาเกาหลีเพื่องานการกุศลครั้งนี้ ยงยุทธมองเลยฮันเกิงไปทางด้านหลังก็เห็นฮีชอลยืนอยู่

 

 

“วันนี้ควงเด็กน่ารักมาซะด้วย” ยงยุทธพูดบอก พร้อมกับมองฮีชอลด้วยสายตาโลมเลีย ยงยุทธก็เป็น 1 ในลูกค้าของฮันเกิงเช่นเดียวกัน

//เด็กคนนี้ราคาเท่าไร// ยงยุทธกระซิบถามฮันเกิง ซึ่งฮีชอลก็ได้ยิน ร่างบางมองหน้าฮันเกิงทันที

 

 

“ผมต้องขอโทษด้วยครับ เด็กคนนี้เป็นเลขาส่วนตัวของผม ไม่ได้ทำหน้าที่นั้นครับ” ฮันเกิงพูดบอกเสียงเรียบ

 

 

“อ่า งั้นเหรอ น่าเสียดายจัง ว่าแต่เลขาของนายไม่สนใจจะรับงานจริงๆน่ะเหรอ ชั้นว่า รายได้ดีกว่าทำงานเลขาธรรมดาอีกนะ” ยงยุทธยังคงถามอีกครั้งเผื่อฮีชอลเปลี่ยนใจ

 

 

“ฮีชอล นายว่าไง” ฮันเกิงหันมาถามฮีชอล เขาต้องการให้ฮีชอลพูดปฏิเสธให้อีกฝ่ายรับรู้จากปากของฮีชอลเอง

 

 

“ความจริง ผมก็รับงานอย่างที่คุณยงยุทธบอกนะครับ” ฮีชอลพูดบอกออกไป ทำให้ยงยุทธยิ้มกริ่ม ส่วนฮันเกิงจ้องหน้าฮีชอลเขม็ง ฮีชอลยกยิ้มนิดๆ

“แต่ผมมีลูกค้าประจำอยู่แล้ว และมีแค่คนเดียว คนที่เค้ายอมจ่ายให้ผมในราคาที่ไม่มีใครกล้าสู้กับเค้าแน่นอนครับ” ฮีชอลพูดบอกออกมา พร้อมกับมองหน้าฮันเกิงนิดๆ ทำให้ฮันเกิงยิ้มมุมปากออกมาได้ เพราะรู้ดีว่าฮีชอลหมายถึงใครและหมายถึงอะไร

 

 

“คนๆนั้น จ่ายเท่าไร นายว่ามาเลย ชั้นยอมสู้นะ” ยงุยทธบอกกลับ ฮีชอลยิ้มนิดๆส่งไปให้ตามมารยาท

 

 

“เค้าจ่ายให้ผมทั้งชีวิต รวมไปถึงชีวิตของเค้าด้วย คุณยงยุทธกล้าจ่ายแบบเค้ามั้ยครับ” ฮีชอลบอกออกมาเสียงเรียบ ทำให้ยงยุทธชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

 

“งั้นชั้นคงต้องขอบาย ชีวิตชั้นยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ ฮ่าๆๆ เลขาแบบนี้หามาจากไหนเนี่ย ผอ.ฮันเกิง” ยงยุทธพูดบอกออกมาโดยไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองอะไร

 

 

“มีคนเดียวในโลกครับ” ฮันเกิงตอบกลับ ยงยุทธก็หัวเราะขำ ก่อนจะขอตัวเดินแยกไปทักทายคนอื่นต่อ ฮันเกิงยืนอยู่ข้างๆฮีชอล แต่สายตากวาดมองไปทั่วงาน

//ปากเก่งขึ้นเยอะนะฮีชอล สงสัยคืนนี้ต้องพิสูจน์ซะแล้วมั้ง ว่าเก่งแค่ไหน// ฮันเกิงพูดบอกกับคนรักเบาๆ ฮีชอลยิ้มยั่วนิดๆ

 

 

//พร้อมเสมอครับ ผอ.// ฮีชอลบอกกลับ ฮันเกิงอยากจะดึงคนข้างกายมาจูบให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังอยู่ในงาน

..

..

“อ๊ะ มาด้วยเหรอคะ ผอ.ฮันเกิง” เสียงทักของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้ฮันเกิงและฮีชอลหันไปมองทันที ฮีชอลหน้าเครียดลงเมื่อเห็นไอยูเดินเคียงข้างมากับพ่อของเธอเอง ฮันเกิงมองทั้งสองด้วยสายตานิ่งๆ

 

 

“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอ ผอ.” พ่อของหญิงสาวถามขึ้นเสียงแข็ง

 

 

“ผมว่าวันนี้เราทักทายกันไปแล้วนะครับ” ฮันเกิงพูดบอกกลับไปอย่างไม่สนใจ

 

 

“ผอ.คะ ทำไมพูดกับพ่อของไอยูแบบนี้ละคะ” หญิงสาวว่าขึ้นมาทันที พร้อมกับมองหน้าฮีชอลอย่างไม่พอใจที่เห็นฮีชอลยืนเคียงข้างฮันเกิงในงานนี้

 

 

“ก็เราทักทายกันผ่านทางโทรศัพท์ไปแล้วนี่ครับ หรือว่าไม่จริง” ฮันเกิงบอกกลับเสียงเรียบ

 

 

//ผอ.ครับ อย่ามีปัญหากันเลยนะครับ// ฮีชอลกระซิบเตือนด้วยความเป็นห่วง ไอยูและพ่อของหญิงสาวเอง ต่างจ้องมองมาที่ฮีชอลด้วยความไม่พอใจนัก เพราะฮีชอลเป็นหนามยอกอกในเรื่องของความรักของไอยู และในเรื่องธุรกิจของพ่อของไอยูเช่นเดียวกัน

 

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปทักทายอีกหลายคน” ร่างหนาพูดบอกก่อนจะพยักหน้าพาฮีชอลเดินแยกไปจากกลุ่มของไอยูทันที

“ถ้าชั้นรู้ว่าครอบครัวของไอยูมาที่งานนี้ด้วย ชั้นคงไม่พานายมาหรอกนะ” ฮันเกิงพูดขึ้นเสียงขุ่นนิดๆ ฮีชอลจึงจับแขนร่างหนาแล้วบีบเบาๆ เพื่อให้ร่างหนาคลายอารมณ์ขุ่นมัวในใจลง

 

 

“ใจเย็นๆครับ ผอ. มันไม่มีอะไรหรอก”ฮีชอลบอกกลับ ก่อนที่ฮันเกิงจะพาเดินไปทักทายคนในงานต่อ

..

..

..

..

//ผอ. ครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ// ฮีชอลพูดบอกกับฮันเกิงไม่ดังมากนัก ขณะที่ฮันเกิงกำลังยืนคุยกับรัฐมนตรีท่านหนึ่ง

 

 

//เดี๋ยวชั้นพาไป รอแป๊บหนึ่ง// ร่างหนาบอกกลับ

 

 

//อย่าดีกว่าครับ ผอ.กำลังคุยกับท่านรัฐมนตรีอยู่ มันเสียมารยาทถ้าจะขอตัวพาผมไปเข้าห้องน้ำ ผมไปเองได้ครับ// ฮีชอลบอกออกมา ฮันเกิงขมวดคิ้วมุ่น

 

 

//งั้นให้ซังบินพาไป ห้ามขัดเด็ดขาด// ฮันเกิงสั่งเสียงเข้ม

 

 

//ครับ// ฮีชอลตอบรับก่อนจะหันไปพูดบอกกับซังบิน แล้วเดินแยกไปยังห้องน้ำ พร้อมกับมีซังบินเดินตามไปด้วย ซังบินให้ฮีชอลเข้าไปทำธุระในห้องน้ำแยก ส่วนซังบินเองก็ยืนทำธุระอยู่ตรงโถ เมื่อทำธุระเสร็จ ฮีชอลก็เดินออกมาล้างมือ

 

 

“อ่า ผอ.ไม่มาเข้าห้องน้ำด้วยเหรอ” เสียงทักของพ่อไอยูดังขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับบอดี้การ์ดของตนเอง โดยไม่คิดว่าจะเข้ามาเจอฮีชอลในนี้

 

 

“ผอ. คุยธุระอยู่กับท่านรัฐมนตรีครับ” ฮีชอลตอบกลับตามมารยาท พ่อของไอยูมองฮีชอลหัวจรดเท้า ทำให้ฮีชอลรู้สึกหน้าตึงนิดๆกับสายตาที่อีกฝ่ายมองตนเอง

 

 

“ถามจริง ผอ.จ่ายให้นายเท่าไร ถึงได้ตามติดเกาะไม่ปล่อยแบบนี้” พ่อของหญิงสาวถามขึ้น

 

 

“ท่านยองมินครับ ผมว่าท่านไม่ควรถามแบบนี้นะครับ” ซังบินพูดทักท้วงขึ้นมาก่อน

 

 

“ทำไมชั้นจะถามไม่ได้ เลขาคนนี้มีอะไรพิเศษงั้นเหรอ อ่อ จริงสิ เห็นได้ข่าวแว่วๆมาว่าเป็นคู่ขาของ ผอ.ฮันเกิงนี่ แบบนี้เค้าเรียกว่า สมภารกินไก่วัดใช่มั้ย” ยองมินพูดออกมาอีก

 

 

“ท่านครับ ท่านจะดูถูกผมยังไงก็ได้ แต่อย่าพาดพิงถึง ผอ.ฮันเกิงเลยนะครับ อีกอย่าง ท่านก็อายุมากแล้ว คงรู้ดีนะครับ ว่าเรื่องไหนควรพูดหรือไม่ควรพูดในสถานที่แห่งนี้” ฮีชอลพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจนักที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดจาถึงฮันเกิงไม่ดีนัก

 

 

“กล้าพูดแบบนี้กับท่านยองมินได้ไง” บอดี้การ์ดของยองมินทำท่าจะเข้ามาเอาเรื่องฮีชอล แต่ซังบินก็เดินมาขวางเอาไว้

 

 

“ปากเก่งจังนะคุณเลขา อยากจะรู้นักว่าจะเก่งไปได้อีกนานแค่ไหน” ยองมินบอกออกมาด้วยความไม่พอใจสักเท่าไร

 

 

“ไปเถอะครับ” ซังบินหันมาพูดบอกกับฮีชอล ฮีชอลก็พยักหน้ารับ

 

 

“ผมสองคนขอตัวก่อนนะครับ” ฮีชอลไม่วายจะบอกกล่าวอีกฝ่ายตามมารยาท ทั้งๆที่ไม่ค่อยพอใจยองมินเท่าไรนัก  ซังบินให้ฮีชอลเดินนำหน้าตนเอง

 

 

“เดี๋ยว!” เสียงของยองมินดังขัดขึ้นมาก่อนที่ฮีชอลจะออกไปจากห้องน้ำ ฮีชอลชะงักเท้าแล้วหันมามองยองมินนิดๆ

“วันไหนถูก ผอ.ฮัน เขี่ยทิ้งก็มาหาชั้นได้ ชั้นมีงานให้นายทำนะ ฮีชอล” ยองมินพูดบอกออกมาพร้อมกับมองด้วยสายตาดูถูกดูแคลน

 

 

“คงไม่มีวันนั้นหรอกครับท่านยองมิน” ฮีชอลตอกกลับไปแล้วก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ในใจครุกรุ่นกับคำพูดและสายตาของอีกฝ่ายพอสมควร ทั้งๆที่ตนเองคอยเป็นคนปรามไม่ให้ฮันเกิงมีปัญหากับยองมินที่นี่

 

 

“ไม่เป็นอะไรนะครับ” ซังบินถามด้วยความเป็นห่วงในความรู้สึกของฮีชอล

 

 

“อืม แค่ฉุนนิดหน่อยน่ะครับ” ฮีชอลตอบกลับ ก่อนจะเดินมาหาฮันเกิง

 

 

“เป็นอะไร หืม” ฮันเกิงถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของฮีชอลบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์นิดๆ

 

 

“เปล่าครับ” ฮีชอลตอบกลับ

 

 

“เลิกพูดสักทีได้มั้ย ว่าเปล่า ไม่ได้เป็นอะไร ไม่มีอะไรน่ะฮีชอล” ร่างหนาบอกเสียงดุ ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าฮีชอลต้องมีเรื่องอะไรในใจแน่ๆ

“ซังบิน ตอนไปเข้าห้องน้ำมีเรื่องอะไรรึเปล่า” ฮันเกิงหันมาถามซังบินแทนเมื่อเห็นว่าฮีชอลไม่ยอมพูดบอกอะไร

 

 

“ซังบิน” ฮีชอลเรียกซังบินเป็นเชิงไม่ให้ซังบินเล่าอะไรออกมา

 

 

“ขอโทษครับเลขาฮีชอล ผมต้องรายงาน ผอ.ทุกเรื่อง” ซังบินพูดบอกออกมา ทำให้ฮันเกิงหันไปมองฮีชอลด้วยสายตาดุๆอีกครั้งเมื่อรู้ว่าฮีชอลอยากจะปิดบังบางอย่าง

 

 

“ก็มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่นา” ฮีชอลบอกกลับเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

“ว่ามา ซังบิน” ฮันเกิงหันไปคาดคั้นกับลูกน้องตนเองแทน ซังบินจึงเล่าเหตุการณ์ที่เข้าไปเจอกับยองมิน พ่อของไอยูในห้องน้ำให้ฮันเกิงฟัง ร่างหนาก็ยืนฟังด้วยท่าทีนิ่งๆ

“อืม ขอบใจมากซังบิน” ฮันเกิงตอบกลับลูกน้องตนเองหลังจากที่ฟังจบ

“นี่ดีนะที่ชั้นให้ซังบินตามนายเข้าไปด้วยน่ะฮีชอล” ร่างหนาบอกกลับมา ฮีชอลได้แต่ยืนรับฟังเงียบๆ

“ไปๆ หิวรึยัง ไปหาอะไรกินกันก่อน” ฮันเกิงไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ในงาน จึงชวนฮีชอลและลูกน้องของตนเองไปกินอาหารที่ทางงานจัดเตรียมไว้ เป็นแบบบุฟเฟ่ท์ คอกเทล เมื่อเห็นอาหารละลานตา ฮีชอลก็คลายอาการขุ่นเคืองใจไปได้บ้าง ร่างบางเดินตักของที่อยากกินใส่จาน ไปเรื่อยๆ

 

 

ซ่า..

 

“อ๊ะ ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ไอยูไม่ได้ตั้งใจ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นทันที เมื่อทำเครื่องดื่มหกใส่เสื้อสูทสีขาวของฮีชอลจนเปียกเป็นวงกว้างพอสมควร โดยที่ฮีชอลเองก็ไม่ทันระวังตัว และไม่ทันเห็นว่าหญิงสาวมายืนอยู่ใกล้ๆตนเอง  และฮีชอลไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหญิงสาวถึงได้พูดดีกับตนเอง เพราะว่าแถวนั้นมีนักข่าวยืนอยู่

 

 

“ไม่เป็นไรครับ” ฮีชอลบอกกลับเสียงเรียบ พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเช็ดไปตามรอยเปียก เมื่อเห็นว่าเสื้อยังเป็นรอยคราบอยู่ ฮีชอลก็จะหันเดินไปทางห้องน้ำ ซึ่งฮันเกิงกำลังเดินอ้อมโต๊ะวางอาหารมาดูฮีชอลเมื่อเห็นว่าฮีชอลถูกหญิงสาวทำเครื่องดื่มหกใส่

“อ๊ะ!

 

 

“ฮีชอล ระวัง” เสียงของฮันเกิงดังขึ้นพร้อมกับอ้าแขนรับร่างของฮีชอลที่กำลังจะล้มคะมำมาด้านหน้า และรับเอาไว้ได้อย่างพอดี ร่างบางของฮีชอลที่ถูกหญิงสาวขัดขาตอนที่จะเดินหันไป ถลาเข้าไปอยู่ในอกแกร่งของฮันเกิง ฮีชอลใจหายวาบ นึกว่าตนเองจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้ว เพราะนอกจากจะเจ็บตัว แถมยังต้องอายคนทั้งงานเสียด้วย

 

 

“ตายจริง ทำไมซุ่มซ่ามจังเลยล่ะคะ” หญิงสาวไอยูพูดออกมา แต่ในใจก็นึกเจ็บใจไม่น้อย ที่ฮันเกิงมารับฮีชอลเอาไว้ ฮันเกิงมองหน้าหญิงสาวเขม็ง

 

 

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้ไม่เห็นนะ ว่าคุณทำอะไร ไอยู” ฮันเกิงกัดฟันพูดออกมา

 

 

“ไอยูทำอะไรคะ เปล่าสักหน่อย” หญิงสาวลอยหน้าลอยตาตอบ แต่ดวงตาที่จ้องฮีชอลเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้ หญิงสาวอยากจะเข้าไปกระชากฮีชอลออกจากอกของฮันเกิง แต่ติดอยู่ที่สถานที่ไม่อำนวย

 

 

“อย่ามายุ่งกับคนของผมอีกนี่เป็นคำเตือน ซังบิน จงฮยอน กลับ” ร่างหนาไม่มีอารมณ์จะอยู่ในงานต่อแล้ว ร่างหนาพาฮีชอลมาเซ็นเช็คเพื่อบริจาคก่อนจะลาคนจัดงานกลับก่อน

..

..

 

“พ่อคะ พ่อต้องจัดการไอ้เลขานั่น ให้ไอยูเร็วๆนะคะ” หญิงสาวพูดบอกกับพ่อตนเองด้วยความแค้นเคือง

 

 

“ไม่ต้องห่วง พ่อจะจัดการให้เร็วที่สุด” ยองมินตอบกลับลูกสาวอย่างเอาใจ

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เช้า

 

หลังจากที่กลับจากงานเมื่อคืนนี้ ฮันเกิงก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ตลอดเวลาที่นั่งรถมา ฮันเกิงก็นั่งเงียบเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ฮีชอลก็ไม่กล้าเซ้าซี้ซักถามมากนัก พอกลับถึงห้อง ฮันเกิงก็จัดชุดใหญ่ให้ฮีชอลไปเสียสามรอบจนร่างบางนอนหลับไหลไปด้วยความเพลีย

 

 

Tru…Tru…Tru

 

เสียงโทรศัพท์ของฮีชอลดังขึ้น ร่างบางงัวเงียควานหาคนข้างกาย แต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ฮีชอลลืมตาขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับมองหาฮันเกิง แต่ไม่พบฮันเกิงอยู่ในห้องนอน เสียงโทรศัพท์ของฮีชอลยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงหยิบมาดูแล้วกดรับ

 

 

“อือ ว่าไงกอนฮี” ฮีชอลรับสายเสียงงัวเงีย

“นายมาถึงแล้วเหรอ เข้าที่พักแล้วรึยัง...................อืม อืม เดี๋ยวชั้นโทรไปบอกอีกทีนะ ว่าจะออกไปหาได้ตอนไหน...................อืม พึ่งตื่นอ่ะ  แค่นี้ก่อนนะจะรีบไปอาบน้ำ บาย” ฮีชอลพูดสายกับเพื่อนรักแล้ววางสาย ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ อาการเสียดขัดที่ช่องทางด้านหลังมีอยู่บ้างนิดหน่อย

“หายไปไหนของเค้ากันนะ” ฮีชอลบ่นพึมพำ พร้อมกับลงจากเตียงเดินไปหยิบผ้าขนหนู กระดาษโพทอิทสีเหลืองถูกติดเอาไว้ที่หน้ากระจก

 

 

...ชั้นออกไปพบลูกค้านะ.... ฮันเกิง

 

 

“ทำไมออกไปหาลูกค้าโดยไม่พาเราไปด้วยนะ แล้วตอนเช้าไม่มีนัดลูกค้าคนไหนนี่” ฮีชอลพูดพึมพำด้วยน้ำเสียงกังวล ก่อนจะเดินไปเปิดสมุดตารางงานนัดหมายของฮันเกิง ก็ไม่พบว่ามีรายชื่อลูกค้าคนไหนที่ต้องนัดในช่วงเช้านี้เลยสักคน ฮีชอลจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาฮันเกิงทันที

 

 

(“ครับฮีชอล”) เสียงที่รับสายดังขึ้นทำให้ฮีชอลขมวดคิ้วมุ่น

 

 

“นั่นใคร? ซังบินเหรอ” ฮีชอลถามกลับไปเพราะคิดว่าตนเองจำเสียงซังบินได้

 

 

(“ครับ พอดี ผอ.กำลังคุยงานอยู่เลยฝากโทรศัพท์เอาไว้ที่ผม เผื่อว่าฮีชอลจะตื่นขึ้นมาแล้วโทรหา ผอ.น่ะครับ”) ซังบินตอบกลับ

 

 

“แล้วไปคุยกับลูกค้าคนไหน เช้านี้ไม่มีนัดกับใครนะ ผมเช็คดูแล้ว” ฮีชอลถามกลับไปอีก

 

 

(“ผอ.เองก็ไม่ได้นัดกับทางนี้ไว้หรอกครับ พอดีมีเรื่องด่วนต้องจัดการ ผอ.ก็ออกมาเลยน่ะครับ”) ซังบินตอบกลับมา ทำให้ฮีชอลสงสัยเข้าไปใหญ่ว่ามีเรื่องด่วนอะไร ที่ฮันเกิงไม่คิดจะเรียกให้ฮีชอลไปด้วยกัน

 

 

“บอกได้มั้ย ว่าไปหาใคร” ฮีชอลถามด้วยความอยากรู้

 

 

 

(“ผมว่า รอ ผอ.กลับไปฮีชอลค่อยถามดีกว่านะครับ”) ซังบินตอบกลับมา ฮีชอลถอนหายใจเบาๆ

 

 

“ครับๆ ก็ได้ งั้นแค่นี้นะครับ” ฮีชอลพูดบอกก่อนจะวางสายไป

“ทำอะไรไม่คิดจะบอกกล่าวกันเลยนะ ผอ.” ฮีชอลบ่นคนรักก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ

..

..

..

..

..

“คุณทำแบบนี้ได้ไง ผอ.ฮันเกิง!!!” เสียงโวยวายของยองมิน ดังขึ้นลั่นห้องทำงาน เมื่อฮันเกิงเข้ามาคุยอะไรบางอย่าง

 

 

“ทำไมจะทำไม่ได้ครับ ก็แค่ยกเลิกสัญญาการใช้บริการของโรงแรมคุณเท่านั้นเอง” ฮันเกิงที่นั่งนิ่งมองหญิงสาวไอยูกับพ่อของเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

 

“แต่สัญญามันเขียนไว้แล้ว ว่าถ้ายกเลิกก่อนกำหนดคุณจะต้องจ่ายค่าปรับสองเท่า เพราะเราทำการล็อคห้องไว้ให้ทาง ผอ. ตลอดทั้งปี แล้วไหนจะบริการ และช่องทางพิเศษสำหรับคนใหญ่คนโตอีก คุณจะยอมจ่ายงั้นเหรอ ผอ.ฮัน” ยองมินถามกลับมา

 

 

“นั่นสิคะ เราทำธุรกิจด้วยกันมานาน แล้วทำไมจู่ๆ ผอ.ถึงเข้ามาขอยกเลิกแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวขึ้นมาอีกคน ฮันเกิงมองหน้าไอยูด้วยสายตาเยาะๆ

 

 

“ลองคิดดูดีๆสิ ไอยู ว่าผมมายกเลิกสัญญาเพราะอะไร” ฮันเกิงบอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเย็นชา จนไอยูเองยังรู้สึกหวั่นๆ ก่อนจะคิดทบทวนตามที่ฮันเกิงบอก หญิงสาวตาเบิกกว้างขึ้น เมื่อนึกอะไรบางอย่างออก

 

 

“ผอ. มายกเลิกสัญญาเพราะไอ้เลขานั่นใช่มั้ย ไอ้เลขามันบอกให้ผอ.มายกเลิกงั้นเหรอคะ” หญิงสาวถามออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

 

 

“อย่าเรียกจิกหัวคนของผมแบบนั้น” ร่างหนาบอกกลับเสียงเข้ม

 

 

“ผอ.ฮัน! นี่คุณเข้าข้างไอ้เด็กนั่น มากกว่าลูกสาวผม มากกว่าผมงั้นเหรอห้ะ” ยองมินโวยขึ้นมาอีก

 

 

“แล้วมันผิดเหรอครับ ที่ผมเข้าข้างคนของผม ก็เหมือนกับที่คุณยองมินเข้าข้างลูกสาวตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตาเนี่ยแหละครับ” ร่างหนาบอกกลับไปตรงๆ ทำให้ยองมินตัวสั่นไปทั้งตัว บอดี้การ์ดของยองมินก็ยืนรอคำสั่งจากเจ้านายตนเอง ไม่ต่างอะไรจากบอดี้การ์ดของฮันเกิงแม้แต่น้อย ขึ้นอยู่กับว่า ยองมินกล้าพอที่จะเสี่ยงให้มีการเจ็บตัวเกิดขึ้นภายในห้องทำงานนี้หรือไม่

 

 

“ผอ.ฮัน ทำไมคุณไม่นึกถึงมิตรภาพดีๆระหว่างเราสองคนบ้างคะ” หญิงสาวเปลี่ยนน้ำเสียงมาออดอ้อนฮันเกิง

 

 

“มิตรภาพดีๆ แบบไหนล่ะ” ร่างหนาถามกลับทำให้หญิงสาวหน้าชา

“ผมบอกตรงๆเลยนะ ที่ผมมายกเลิกสัญญาในวันนี้ เป็นเพราะการกระทำของลูกสาวคุณ ถ้าทางคุณอยู่กันเงียบๆ ไม่มาวุ่นวายกับคนของผม ผมก็คงไม่ทำอะไรแบบนี้ และสิ่งที่ผมทำตอนนี้ วันนี้ เป็นแค่คำเตือนเท่านั้น” ฮันเกิงเน้นคำว่าคำเตือน

 

 

“คุณกำลังประกาศตัวเป็นศัตรูกับผมอยู่ใช่มั้ย ผอ.ฮัน” ยองมินถามเสียงเข้ม

 

 

“แล้วแต่คุณจะคิดครับ” ฮันเกิงบอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ผมว่าเราอย่าเสียเวลาเลยครับ ซังบิน เอาเช็คมา” ฮันเกิงหันไปสั่งซังบินให้หยิบเช็คมาให้ตนเอง ก่อนจะกรอกตัวเลขจำนวนเงินแล้วยื่นส่งไปให้ยองมิน

“ตรวจดูให้ละเอียดนะครับ ว่าผมเขียนจำนวนเงินค่าปรับทั้งหมดไปครบรึเปล่า แล้วช่วยกรุณาเซ็นเอกสารด้วย” ฮันเกิงพูดบอกออกมา ยองมินมองตัวเลขในเช็คด้วยแววตาแข็งกร้าว เงินค่าปรับที่ได้ มันเทียบไม่ได้กับเงินรายได้ที่ได้จากทางฮันเกิงในทุกๆปีเลยด้วยซ้ำ

“เซ็นสิครับ” ร่างหนาพูดกระตุ้นอีกครั้ง ยองมินกัดฟันกรอด ก่อนจะยอมเซ็นยกเลิกสัญญาแต่โดยดี ฮันเกิงยกยิ้มมุมปากนิดๆ

“ขอบคุณ” ร่างหนาพูดบอก ซังบินก็เข้ามาเก็บและตรวจเอกสารทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

 

 

“เรียบร้อยทุกอย่างครับ ผอ.ฮัน” ซังบินบอกกลับ

 

 

“งั้นผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ คุณยองมิน” ร่างหนาพูดขึ้นพร้อมกับลุกยืน

 

 

“เดี๋ยว” ยองมินเรียกฮันเกิงเอาไว้ก่อน เมื่อนึกอะไรได้ ชายสูงวัยนั่งยิ้มอย่างเป็นต่อ

“ผอ.ฮัน คุณลืมอะไรไปรึเปล่า” ยองมินถามขึ้น ฮันเกิงมองหน้ายองมินนิ่งๆ ไม่มีทาทีอยากรู้อยากเห็นอะไร เพราะรู้ดีว่ายังไง ยองมินก็ต้องเป็นคนพูดออกมาอยู่ดี

“คุณลืมไปรึเปล่า ว่าคุณติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ในห้องนอนแขกด้วย ถ้าคนพวกนั้นเค้ารู้ว่าคุณแอบบันทึกภาพตอนที่เค้าทำเรื่องอย่างว่ากับเด็กในโรงเรียนคุณเอาไว้ พวกเค้าจะว่ายังไงกันนะ” ยองมินพูดบอกออกมา ตอนนี้เขาไม่คิดจะรักษาน้ำใจกันและกันแล้ว

 

 

“จริงด้วยสิคะ แถมแต่ละคนก็เป็นถึงคนดังระดับต้นๆของประเทศแล้วก็ต่างประเทศด้วยนะคะ” หญิงสาวพูดเสริมขึ้นมา เมื่อรู้ว่าพ่อของตนเองใช้วิธีนี้เล่นงานฮันเกิงกลับ

 

 

“หึหึ” ร่างหนาหัวเราะในลำคอ ทำให้ยองมินและไอยูหุบยิ้มลงช้าๆ

“ขอบคุณที่เตือนนะครับ จริงอยู่ ที่ผมเป็นคนติดตั้งกล้อง แต่ว่า โรงแรมนี้มันเป็นของคุณ การที่ห้องวีไอพีระดับสูงที่มีการป้องกันและดูแลอย่างดี กลับมีกล้องติดอยู่ อืมมม มันน่าคิดนะ ว่าโรงแรมนี้สะเพร่าหรือมีเอี่ยวอะไรด้วยรึเปล่า” ฮันเกิงพูดกลับไป ทำให้สองพ่อลูกชะงัก ยองมินตอนนี้หน้าแดงจัดด้วยความโกรธที่เล่นงานอะไรฮันเกิงกลับไม่ได้

“ขอตัวนะครับ” ฮันเกิงบอกอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของยองมินพร้อมกับบอดี้การ์ดของตนเอง

 

 

“พ่อคะ พ่อจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เหรอคะ ผอ.ไม่ไว้หน้าเราสองคนเลย” หญิงสาวหันไปโวยวายกับพ่อตนเองทันที

 

 

“ซูโฮ” ยองมินหันไปเรียกบอดี้การ์ดของตนเอง

 

 

“ครับ” อีกฝ่ายตอบรับ

 

 

“แกไปติดต่อ หาเจ้าพวกนั้น บอกว่าชั้นมีงานจะให้ทำ” ยองมินพูดบอกออกมาเสียงแข็ง

..

..

...

..

..

..

“ผมว่าช่วงนี้เราคงต้องระมัดระวังตัวกันให้มากกว่าเดิมนะครับ ผอ.” ซังบินพูดขึ้น ขณะขับรถพาฮันเกิงกลับโรงเรียน

 

 

“ชั้นก็คิดเอาไว้เหมือนกัน กลับไปถึงโรงเรียนเมื่อไร เรียกคณะครูอาจารย์ทุกระดับทุกแผนกไปประชุมที่ห้องประชุมใหญ่ด้วย หลังจากนั้นเรียกบอดี้การ์ดของเราทุกคนให้มาประชุมต่อทันที” ร่างหนาพูดสั่งออกไป

 

 

“ครับ” ซังบินตอบรับ

“แล้ว ผอ. จะบอกเรื่องนี้กับเลขาฮีชอลรึเปล่าครับ” ซังบินถามอีก

 

 

“ก็คงต้องบอก ถ้าไม่บอกแล้วมารู้ทีหลัง มีหวังได้โกรธกันแน่ๆ” ฮันเกิงบอกกลับไปเมื่อนึกถึงร่างบางของคนรัก

..

..

..

..

..

..

“อะไรนะครับ!!! ทำไม ผอ.ต้องทำแบบนี้ด้วย” เสียงโวยวายลั่นดังขึ้นในห้องทำงานของฮันเกิง

 

 

 

2  Be  Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อัพแล้วค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว