rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 24 (100%)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 24 (100%)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2559 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 24 (100%)
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani รานี

 

บทที่ 24

แดดร่ม อากาศเย็นลงแล้ว แต่ในใจของปัณกลับหนาวเหน็บ เขาเพิ่งฟื้นจากการสลบขึ้นมาเมื่อสักครู่ รู้ตัวว่าตอนนี้อยู่บนรถที่กำลังวิ่งที่ยากเกินกว่าที่จะคาดเดาได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด จากการสำรวจอย่างเงียบเชียบ ไม่กระโตกกระตากให้ใครรู้พอจะคาดเดาได้ว่า ตัวเองอยู่ในรถตู้เป็นที่นั่งแถวที่สองติดหน้าต่าง ตรงเบาะนั่งแถวแรกมีผู้ชายนั่งอยู่สองคน ตรงด้านข้างคนขับอีกหนึ่งคน และบนแถวเดียวกันอีกหนึ่งคน ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกได้ว่า มีร่างบางๆร่างหนึ่งหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวพิงไหล่ของเขา ... คงเป็น แทมมี่
            .... แล้วคนอื่นๆล่ะ เป็นใครกัน
            เสียงคุยกันเบาๆทำให้ปัณจับคำพูดไม่ถูกไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นใคร?
            “โอ๊ย” ปัณอุทานขึ้นเมื่อรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วนั้นผ่านถนนที่ขรุขระทำให้หัวโขกกับตัวรถ สองในสี่คนจากที่ปัณเห็นหันขวับมามองเขาทันที
            “ฟื้นแล้วเหรอ? ฟื้นเร็วนี่” ความงุนงงทำให้ปัณไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นมาจากใครกันแน่ คิดว่าคงจะเป็นคนใดคนหนึ่งที่ด้านหน้า แต่มันทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้จับเขามาด้วยเหตุผลอะไร หรือ เพราะใคร เนื่องจากเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่มันคือ ภาษาอังกฤษ ขณะที่ตัวต้นเรื่องยังคงหลับพิงอยู่กับไหล่บางของปัณอย่างไม่ได้สติ
            “พวกคุณต้องการอะไร?”
            “ฉันต้องการเมียฉันคืน ส่วนเธอ ไหนๆก็ติดมาด้วยแล้ว ก็มาเป็นเมียลูกน้องฉันไปเลยก็แล้วกัน” ปัณแทบจะสำลักลมหายใจตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดนี้
            “หึ ที่เงียบเนี่ย กำลังตกใจอยู่ใช่ไหม?” เสียงของคนที่เขาไม่เห็นหน้ายังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ เหมือนสิ่งที่พูดนั้นเป็นแค่การเล่นขายของ “มันยังไม่ใช่เวลาที่เราจะต้องพูดคุยกันตอนนี้” เสียงเข้มนั้นพูดเรียบๆ แต่คนชายแปลกหน้าที่นั่งเบาะแถวเดียวกันกลับรู้ว่ามันคือคำสั่ง เขาเอาถุงสีดำมาครอบหัวของปัณเอาไว้ทันที พร้อมจับหัวของเขาแน่นไม่ให้ดิ้นขยับได้ ก่อนที่ปัณจะสูญเสียความรู้สึกตัวไปอีกครั้ง

 

ปัณตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งมันแทรกจี๊ดๆขึ้นไปที่สมองของเขา แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติดีก็ถูกลากให้ลงจากรถไปซะก่อน พอเท้าถึงพื้นก็ถูกผลักแรงๆให้เดินเข้าไปในบ้านร้าง สองชั้นหลังหนึ่งที่ถูกซุกซ่อนอย่างมิดชิดด้วยต้นไม้หนาทึบรอบบ้าน ข้างๆบ้านมองออกไปก็เป็นทุ่งนาเวิ้งว้าง ปัณรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ... นี่คงห่างจากป่าไม่มากเลย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะจากบ้านใหญ่ก็ห่างจากเมืองมากแล้ว มาไกลอีกสักนิดแล้วจะอยู่ใกล้ป่ารกทึบที่อยู่ห่างไกล หรือที่นา ที่ถูกทิ้งร้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
            “นี่ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ใช่วัวใช่ควายที่จะมาลากมาจูงแบบนี้” เสียงแว๊ดๆของแทมมี่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความสงสัยให้กับปัณมากทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่กลัวโจรพวกนี้แล้ว ยังดูเหมือนกับว่าโจรพวกนั้นไม่กล้าทำอะไรแทมมี่ด้วย จะมีก็แต่คนที่ลากๆจูงๆหญิงสาวอยู่นั่นแหละ
            “โธ่โว้ย ปล่อยสิ บอกให้ปล่อยไงเล่า จะทำอะไร กล้าเหร...”
            “หยุด
!!! อย่าคิดว่าเป็นคุณแล้วผมจะไม่กล้านะแทม”   
            ปัณโดนเหวี่ยงแรงๆมาที่มุมห้องอย่างแรง เขาอยากจะร้องออกมาเสียงดังๆเมื่อหัวเข่าครูดไปกับพื้นไม้ หัวเจ้ากรรมก็โขกกับผนังไม้นั่นอีกรอบเล่นเอาปัณมึนไปเลย
            “นี่ อย่าทำร้ายเขานะ”
            “ทำไม ไอ้หน้าอ่อนนี่มันผัวเธออีกคนหรือไง หึ หน้าอ่อนๆอย่างนี้น่าจะเป็นเมียมากกว่านะ แล้วถ้าเธอแสดงอาการเป็นห่วงมันจนออกนอกหน้าอีก ฉันจะให้ไอ้พวกนี้จับทำเมียให้หมด” คนตัวใหญ่ที่สุด ท่าทางมีอำนาจที่สุดนั่นตะโกนเสียงดังลั่น ปัณตกใจจนตัวสั่น “ไอ้พวกนี้” ที่คนตัวใหญ่หมายถึง มันไม่ได้ตัวเล็กไปกว่าคนพูดเท่าไรเลย หนำซ้ำยังมีตั้งหกคน ดูอย่างไร ปัณก็ไม่มีทางสู้ได้เลย

.
“นายว่าไงนะ
!!!” ชลาธิปตะโกนสุดเสียง เขาแทบจะลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองยังป่วยไข้ “ทำไมเกิดอะไรขึ้น?”
            “ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ครับ แต่ให้คนของเราไปสำรวจทั่วไร่ ที่บ้านใหญ่ และที่ที่คิดว่าคุณแทมมี่กับคุณปัณน่าจะไปด้วยกันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร?”
            “หมายความว่ายังไง? หมายความว่ายังไงกูร หมายความว่า ปัณกับแทมอาจจะไม่ได้ไปเพราะอยากไปหรือไง หมายความว่าอะไร?” เสียงนั้นตะโกนอย่างร้อนรน
            “คุณธิปใจเย็นๆก่อนเถอะ”
            “ถ้าคนที่หายไปเป็นต้นน้ำ นายจะพูดคำนี้ได้ไหมกูร” ชลาธิปตะโกนถาม แต่เพียงไม่นานก็เห็นได้ชัดว่า สติของเขากลับมาเกือบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ... ใช่สิ เขาควรจะมีสติ เพื่อช่วยเหลือคนรักของเขาให้ได้ ไม่ใช่มัวแต่โวยวายอยู่อย่างนี้ แต่เมื่อชลาธิปคิดได้ อังกูรกลับชะงักไป อะไรบางอย่างในคำถามของชลาธิปมันสะกิดใจเขาอยู่
            ต้นน้ำที่ตอนนี้ยึดหน้าที่ผู้ช่วยมือหนึ่งประจำครัวไร่เจริญตาถูกเรียกให้เข้าไปพบกับชลาธิปและอังกูรอย่างรีบเร่ง เขาถูกซักถามถึงรูปลักษณ์เฉพาะตัวของคนที่ไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าบ้านที่ต้นน้ำเห็นเมื่อวันก่อน รวมไปถึงลักษณะพาหนะที่พวกนั้นใช้ด้วย
            “ผมว่าเราน่าจะคุยกับรองเป๋า” อังกูรเสนอ
            “อืม ฉันก็เห็นด้วย แต่ไม่อยากให้รองเป๋ามาช่วยเราในฐานะตำรวจเลย ถ้าเป็นไปอย่างที่เราคิด คนที่น่าจะถูกจับตัวไปน่าจะมีแค่ปัณคนเดียว แทมมี่น่ะ เสี่ยเวนิชคงไม่เอาไปทำอะไร แต่ว่า...”
            “แต่ว่าอะไรครับ?”
            “แต่ว่า ถ้าคนที่จับไปอยากได้แทมมี่ไม่ได้อยากได้ปัณ เรื่องนี้ถึงหูตำรวจคงไม่ดีแน่ แค่เรื่องผัวเมีย ฉันไม่อยากทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”
            “คุณธิปหมายถึง อัณห์ สามีของแทมมี่น่ะเหรอครับ” อังกูรถาม ตรงนี้แหละเป็นอีกความเป็นไปได้หนึ่งที่อังกูรคิดไว้ ..คิดไว้ แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
            สิ่งที่ต้นน้ำบอกออกมานั้นแม้จะไม่มีอะไรชัดเจน แต่คำว่าคนตัวใหญ่
3 คน และอีกไม่ทราบจำนวนนั่งกันอยู่บนรถตู้ ก็พอจะช่วยอะไรได้บ้าง รองเป๋าโทรหาลูกน้องที่เชื่อถือได้บางคนบอกให้ลองค้นหาดูอีกทาง ขณะที่อังกูรก็ให้ลูกน้องไปลองค้นบริเวณบ้านใหญ่ และ หน้าประตูทางเข้าไร่อีกรอบ โดยมีตนเองร่วมลงไปดูแลด้วย
            ไม่นานเลยกูรก็หิ้วเด็กชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะอายุประมาณสิบถึงสิบสองปี ก่อนจะโยนโครมอย่างไม่ปรานีปราศัยอะไรนักต่อหน้าชลาธิปและรองเป๋า เมื่อเห็นว่าคนข้างหน้าตนเองเป็นใคร เด็กชายคนนั้นก็ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
            “อ้าว กลัวเหรอ กลัว ไปทำอะไรมาล่ะคราวนี้” รองเป๋าถามขึ้น ราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน
            “ลับๆล่อๆอยู่ที่หน้าไร่ครับ พอคาดคั้นมากๆเข้า ถึงได้บอกว่า มีเรื่องจะคุยกับคุณธิป เรื่องคุณปัณ”
            มือใหญ่กระชากคือเสื้อของเด็กชายตรงหน้าอย่างแรงทันที
            “มีเรื่องอะไร ตอบ
!!” เด็กน้อยดิ้นไปมา น้ำตาเริ่มไหลทั้งเจ็บ ทั้งกลัว คนตรงหน้าไม่มีอาวุธสักนิด แต่เด็กคนนั้นรู้สึกราวกับว่า ชลาธิปน่ากลัวกว่าตำรวจที่นั่งหน้าดุนี่ซะอีก เขาพยายามแกะมือที่ยังคงเหนียวหนึบอยู่ที่คอเสื้อออก
            “ถ้ามึงไม่รีบบอกกู กูจะบีบคอมึงให้ตายแล้วฝังเป็นศพไม่มีญาติอยู่ในไร่กูนี่แหละ” ชลาธิปเปลี่ยนมือจากคอเสื้อมาจับอยู่ที่คอของเด็กน้อยแล้วออกแรงบีบ เด็กนั่นยิ่งดิ้นเร่าๆ
            “หยุดก่อน หยุดก่อนเถอะ คุณธิป ใจเย็นก่อนน่า เด็กเนี่ยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม” รองเป๋าพูดสุภาพทั้งน้ำเสียงและการกระทำ เขาค่อยๆดึงมือชลาธิปออกจากคอของเจ้าเด็กนั่นอย่างนุ่มนวล ทว่าก็รวดเร็วเกินกว่าที่เด็กน้อยจะคิดนี้ ตอนนี้เขาล็อคคอเด็กจากทางด้านหลังแล้ว ชลาธิปถอนหายใจทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์
            “เอาล่ะ ทีนี้หายใจลึกๆ จำเอาไว้ว่าตราบใดที่แกพูดความจริง ตอบคำถามพวกฉันทุกคำ แกจะปลอดภัยจากมือของคุณคนนั้น และฉันก็จะไม่เอาแกเข้าคุกอีก” ชลาธิปกับอังกูรชะงัก .. นี่แสดงว่ารองเป๋ารู้จักเด็กคนนี้จริงสินะ “ทีนี้ตอบมา ว่ามาทำอะไรลับๆล่อๆอยู่ที่หน้าไร่นี้”
            “คือ ...” เด็กน้อยพูดก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ควักเอากระดาษที่ยับย่นออกมาคลี่ให้ทุกคนดู “มีคนฝากนี่ไว้ให้กับเจ้าของไร่นี้ครับ”
            ชลาธิปค่อยๆอ่านตัวอักษรในกระดาษแผ่นนั้น มันคือจดหมายเขียนด้วยภาษาอังกฤษที่อาฆาตมาดร้ายว่าพาเมียของคนเขียนมา วันนี้เขามาขอเมียของเขาคืน แต่เพราะคนของชลาธิป ยุ่งไม่เข้าเรื่อง เข้ามาก้าวก่ายมากเกินไปจึงจำเป็นต้องจับไปด้วย คนเขียนไม่คิดจะเรียกค่าไถ่ ไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน และจะไม่ส่งปัณคืนมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าเสียเวลารอ และห้ามแจ้งตำรวจด้วย เพราะถ้าเมื่อไรชลาธิปแจ้งตำรวจ เขาก็ยินดีจะส่งปัณคืนมา
            แต่ให้คืนมา แบบไม่มีลมหายใจ..
            กระดาษแผ่นนั้นสั่นระริกตามมือของคนถือ น้ำตาของชลาธิปไหลพราก อังกูรหยิบกระดาษออกมาจากมือเขาก่อนที่มันจะตกลงสู่พื้น
            “อัณห์จริงๆสินะ” อังกูรพูดเบาๆ
            “ฉันจะไม่ยอมนะกูร ฉันจะไม่ยอมให้ปัณไปกับเขา เป็นไงเป็นกัน” ชลาธิปปาดน้ำตาสูดลมหายใจเข้าเรียกพลังเต็มที่
            “ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะให้คุณธิปยอมสักหน่อย ยังไงซะ ผมก็จะช่วยคุณธิป ช่วยคุณปัณให้ถึงที่สุด” เสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น
            “มา ถ้างั้นก็ได้เวลาสนุกแล้ว ฉันลงช่วยเต็มที่อีกแรง” รองเป๋าว่า แล้วทั้งสามคนก็เริ่มวางแผน แล้วดำเนินการตามแผนนั้นทันที

50%

ไม่นานเลยสำหรับเวลาที่คนของรองเป๋าจะหารถตู้แปลกๆ กับ คนแปลกหน้า ในเมืองเงียบสงบเช่นนี้ รองเป๋ากับพวกตัดสินใจจะไม่เป็นฝ่ายรออยู่ด้านนอก เมื่อมาถึงจะหมายปลายทาง เขาเป่ายามที่ดูแลอยู่ด้านนอกบ้านไม้ใหญ่ท่ามกลางทุ่งนาและป่าทึบนั้นจนสลบลงไปอย่างเงียบเชียบ แล้วค่อยๆเล็ดรอดเข้าไปดูข้างในทันที เพราะการรออยู่ข้างนอกโดยไม่รู้สถานการณ์ด้านในก็ไม่ต่างอะไรจากคนตาบอด รองเป๋าไม่ห้ามชลาธิปกับอังกูรเมื่อทั้งคู่ขอเข้าไปข้างในด้วย เนื่องจากไม่อยากให้เอิกเกริกรองเป๋าจึงพาลูกน้องมาด้วยไม่มากนัก และเคยเห็นฝีมือของชลาธิปกับอังกูรมาบ้างในสนามซ้อมยิงปืน ทำให้ค่อนข้างไว้ใจ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังย้ำกับทั้งสองคนว่า ที่นี่ไม่ใช่สนามซ้อม จะไม่มีการตายหลอกๆหากโดนกระสุนจริง ทั้งคู่ควรมีสติ และความระมัดระวังให้มากด้วย

ภายในโถงชั้นสองของบ้านนั้นภายนอกดูเงียบมาก แต่เมื่อชลาธิปย่อตัวลงนั่งทับขาแล้วแอบส่องผ่านช่องว่างระหว่างไม้ที่ทำผนังเข้าไปข้างในกลับเห็นไฟเปิดสว่างจ้า พร้อมคนที่มีปืนเหน็บเอวอยู่สองสามคน และเจ้านั่น .. อัณห์ มาเฟียชาวเอเชียที่ไปได้ดิบได้ดีในเมืองฝรั่ง และที่สำคัญเป็นคนที่ทำให้ความรักระหว่างเขากับแทมมี่พังไม่เป็นท่า ซึ่งจะว่าไปคงต้องบอกว่าชลาธิปเป็นฝ่ายทำให้ครอบครัวของเขาสั่นคลอนมากกว่า เพราะอัณห์คือสามี แต่แม้จะไม่รู้ตัว ชลาธิปกลับเป็นเพียงแฟน หรือ คู่นอนเท่านั้น
            หญิงสาวนั่งหน้าบูดบึ้งอยู่มุมไกลสุดของห้อง ชลาธิปไม่แปลกใจ เพราะเมื่อเป็นอัณห์แทนที่หญิงสาวจะกลัว หรือ ตกใจ หน้าตาก็คงเป็นประมาณนี้แหละ แต่เมื่อได้เห็นคนที่นั่งข้างๆหญิงสาว ชลาธิปก็หัวใจหล่นวูบ แววตาอิดโรยนั้น บ่งบอกว่ากลัวอะไรบางอย่าง แม้ปัณจะเป็นผู้ชาย แต่เมื่อเทียบกับผู้ชายคนอื่นๆในห้อง รวมถึงไอ้มาเฟียนั่น ปัณก็เป็นเพียงคนตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญหน้าตาของเขาก็มักจะชักชวนให้ผู้ชายด้วยกันมาหลงไหลอยู่ด้วย ชลาธิปไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าไอ้พวกนี้มันคิดเหมือนเขา อะไรจะเกิดขึ้น
            ทั้งสองคนไม่ได้ถูกมัดหรือถูกทำร้ายร่างกายให้ขาดอิสระภาพ หรือ ถูกทำร้าย แต่เมื่อมองรอบๆแล้วเห็นผู้ชายห้าคนมีอาวุธทุกๆคนก็คงไม่มีใครกล้าคิดจะทำอะไรต่อให้เป็นแทมมี่ก็เถอะ
            เขากำหมัดแน่นเมื่อมีการพูดคุยกันบางอย่างเกิดขึ้น และบางอย่างเกี่ยวข้องกับคนตัวเล็กหน้าซีดตรงมุมห้องนั่น
            “เธอไม่น่าเอาเขามายุ่งด้วย” แทมมี่พูดเสียงเบา ไม่ต้องการให้คนฟังระคายหู
            “ทำไม ห่วงมันหรือไง?” เสียงห้วนถามกลับ
            “เขาไม่ได้เป็นแฟนฉันอย่างที่เธอเข้าใจ” แทมมี่บอกอย่างเบื่อหน่าย
            “แต่มันคงต้องเป็นมีลูกน้องฉันอย่างที่เธอเข้าใจนั่นแหละ ถูกแล้ว”
            “นี่
!!
            “อะไร??
!!” เสียงอัณห์ตะโกนดังจนทุกคนสะดุ้ง ทำให้แทมมี่คิดได้ว่ายังไม่ใช่สถานการณ์ที่ถูกต้องที่ทำให้เขาโกรธ
            “เธอต้องการแค่ตัวฉันไม่ใช่เหรอ? ได้ตัวฉันแล้ว เจอตัวฉันแล้วก็ปล่อยคนอื่นไปสิ” อัณห์เดินมาย่อตัวอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว ก่อนจะใช้ปลายปืนสั้นในมือเสยปลายคางของหญิงสาวขึ้นมาแล้วเคาะเบาๆ
            “เรื่องนั้น ฉันตัดสินใจเอง เธอไม่ต้องยุ่ง เรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกหลายเรื่องแทมมี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้คุยกับฉัน เพราะฉะนั้น ตอนนี้หุบปากไม่ซะ ถ้าไม่อยากเห็นไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นเมียลูกน้องฉันด้วยตาของเธอเอง ตรงนี้ เดี๋ยวนี้”
            ชลาธิปอยากจะฆ่ามันนัก หลังจากที่ถูกมาเฟียอัณห์ทำร้ายเมื่อครั้งมีเหตุการณ์เขากับแทมมี่ ชลาธิปผู้สุภาพและอ่อนโยนก็สัญญากับตัวเองว่าจะเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ขณะเดียวกันก็สัญญากับตัวเองเลยว่าจะฆ่าทุกคนที่แตะต้องคนของเขา
            .. ปัณของเขา
            เมื่อตัดสินใจแล้วชลาธิปก็ลุกขึ้น แต่ด้วยความที่ลุกเร็วไปหน่อย และอาการไข้ของเขายังไม่หายดีทำให้ตัวโงนเงน มึนคงจนต้อง ไขว่คว้าหาที่พยุงตัวไว้ จนทำให้เกิดเสียงดัง
            “ใครวะ??” ลูกน้องของอัณห์ซึ่งเป็นคนไทยและคิดว่าเพิ่งจะมาหาเจอที่นี่ตะโกนถามอย่างเอาเรื่อง ส่วนคนที่เหลือ คว้าอาวุธประจำกายออกมาในท่าเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว
            เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงหมดเวลาที่จะต้องซ่อนตัวกันอีกต่อไป เป๋าบอกให้ตำรวจสองนายที่มาในฐานะ เพื่อน จู่โจมทันที เสียงกรีดร้องของแทมมี่สอดแทรกเข้าไปในการต่อสู่กันแบบพัลวัล เพราะตำรวจอ้อมเข้าประตูมาทางด้านหลังแบบไม่ให้ใครรู้ตัว ส่วนชลาธิป กับ อังกูรและรองเป๋าก็พุงมาจากด้านหน้า เตะขา หักแขน เจ้าลูกน้องตัวใหญ่ๆทั้งไทยและเทศของมาเฟียอัณห์ไม่เว้นสักคน
            เสียก็แต่ว่า .. พวกนี้ถูกฝึกมาอย่างดี ร่างกายแข็งแรง เป็นชายฉกรรจ์อย่างแท้จริง จนหมัดเท้าเข่าศอกที่ฝึกมาอย่างดีของทั้งสามนั้นเอาพวกมันไม่ลงเลย แต่แรงใจของพวกเขาโดยเฉพาะชลาธิปที่ต้องการจะช่วยเหลือปัณให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของไอ้พวกเศษสวะนั่นยังมีอยู่เต็มเปี่ยม
            เจ้าพวกนั้นไม่สู้กับเขาแบบตัวต่อตัวอีกแล้ว มันกราดยิงจนกระสุนหมดรังเพลิง ฝ่ายตำรวจล้มโต๊ะ ตู้ ทำให้พวกมันเสียหลักขณะใส่กระสุนใหม่ แต่ด้วยความรวดเร็วของพวกมันที่เคยผ่านงานแบบนี้ มันกลับกระโดดแผล็วเดียวถึงตำรวจนายนั้น ก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบเข้าไปที่บริเวณเข็มขัดจนตัวงอ แล้วซัดหมัดแรงๆเข้าที่ปลายคางพอดีพอดีจนตำรวจทรุดลง ชลาธิปที่กำลังวุ่นวายกับอีกคนเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเหวี่ยงคู่ต่อสู้ของเขาให้ไปชนมันก่อนที่ตำรวจนายนั้นจะโดนคนร้ายเป่าขมับด้วยปืนที่ยังอยู่ในมือของมัน และใส่กระสุนเรียบร้อยแล้ว
            รองเป๋าเป็นคู่ต่อสู้ของอัณห์ แม้จะอายุมากกว่า แต่รองเป๋านั้นดูแลตัวเองดีมาก ทำให้ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อได้ เลือดในกายที่สูบฉีด ประกอบกับความถือดีบางอย่างทำให้ทั้งคู่ตกลงกันทางสายตาว่าจะต่อสู้กันด้วยร่างกายเปล่าๆ ไม่มีอาวุธ การต่อสู้เป็นไปอย่างน่ากลัว เสียงแทมมี่กรีดร้องเป็นระยะๆ
            “ใจเย็นๆ คุณแทมมี่ มาทางนี้ดีกว่า” ปัณพูดแล้วประคองแทมมี่ออกไปยังประตู โดยพยายามค่อยๆเดินให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นที่สังเกตมากนัก แต่...
            ปัณถูกลูกสมุนคนหนึ่งล็อคคอจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาปล่อยมือจากแทมมี่ แล้วใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายจนตัว แล้วหันไปต่อยซ้ำเข้าที่เดิม ก่อนจะเสียเข้าไปที่สันจมูกจนอีกคนเซไปด้านหลัง เมื่อมีเวลาได้เห็นหน้ามันอย่างชัดเจน ปัณก็จำได้ว่าเคยพบคนพวกนี้ที่วินรถสามล้อในตลาดเมื่อวันก่อนนั่นเอง แต่เพราะมัวแต่คิด ปัณจึงถูกคนที่คิดว่าเสียหลักไปแล้วถีบเข้ากลางลำตัวพอดิบพอดี จุกจนตัวงอ
            เมื่อหมอชลาธิปเห็นแบบนั้น ตกใจมาก รีบผละจากการต่อสู้ที่แสนชุลมุนกับอัณห์ทันที เสียงปืนลั่นเปรี้ยง เลือดสาดกระเด็นเต็มหน้าของปัณ ก่อนที่ร่างที่กำลังจะโถมเข้าใส่ร่างบางจะทรุดลงไปตรงหน้าแล้วคว่ำหน้าลงกับพื้น หมดลมหายใจอยู่ตรงนั้น
            เสียงปืนนั้นดูเหมือนว่าจะทำให้ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนั้นหยุดนิ่งด้วย เพราะนอกจากจะเสียงปืนจะปลิดชีพหนึ่งในเจ้าวายร้ายพวกนั้นแล้ว พวกมันยังอยู่ในฝ่ายเสียเปรียบทุกคน บางคนถึงขนาดมีปืนจ่ออยู่ที่หัวเตรียมลั่นไก
            “รองเป๋าครับ ผมขอคุยกับเขาก่อน” ชลาธิปบุ้ยปากไปที่อัณห์ “ส่วนที่เหลือผมยกให้รองเลย” เมื่อได้ยินอย่างนั้น ตำรวจที่เป็นเสมือนเพื่อนรุ่นพี่ก็ไม่ขัดใจ
            ชลาธิปพยักหน้าให้อัณห์เดินไปคุยกันที่ด้านหลังเพียงลำพังสองคน โดยมีปัณ แทมมี่ และอังกูร นั่งสังเกตการณ์อยู่ห่างออกมานิดหน่อย
            “แทมมี่แค่มาหาที่พักหายใจหายคอเท่านั้น แกไม่ควรทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่” ชลาธิปเอ่ย พลางยกมือเช็ดเลือดที่มุมปากซึ่งก็ได้มาจากหมัดเพียวๆของคนตรงหน้านั่นแหละ
            “เรื่องเล็กเหรอ? แกผิดแล้วล่ะ เมียฉันหนีตามชู้คนเก่ามา นี่คิดว่าเรื่องเล็กเหรอ? ฉันอยากจะเป่าแกให้ตายนัก”
            “ไม่มีเรื่องอย่างที่แกคิด แล้วก็อย่างที่เห็น ว่าฉันไม่ได้โดนแกเป่าง่ายๆเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว”
            “ถุย
!! ถ้าไม่มีไอ้เพื่อนแก คิดเหรอว่ากระจอกๆอย่างแก จะชนะฉันได้”
            “ทำไมไอ้สวะ แล้วแกมาที่นี่คนเดียว ไม่มีใครช่วยเลยรึไง ไอ้ชั่ว” เสียงของชลาธิปดังขึ้นเรื่อยๆ จนทั้ง
3 คนที่นั่งฟังอยู่ในห้องตกใจ
            “หึ แกมันเด็กน้อย ยั่วแค่นี้ก็โกรธแล้ว จะไปต่อสู้อะไรกับใครได้” เสียงเย็นนั้นพาลให้เสียวสันหลังชอบกล “ต่อให้ฉันมาที่นี่คนเดียว แทมมี่ก็ต้องกลับไปกับฉันอยู่ดี เสียแต่ว่าจะใช้เวลานานกว่านี้ก็เท่านั้น ฉันคิดถึงเมียว่ะ ไม่อยากให้มาอยู่กับชู้นานๆ”
            “จะบอกอีกครั้งว่าฉันไม่ได้เป็นชู้กับใคร ส่วนเรื่องต่อสู้ จะให้ฉันพิสูจน์อีกทีมั้ยล่ะ”
            “ได้สิ หึ” พูดจบทั้งสองก็ตั้งการ์ด เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทันที
            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ได้มีชู้นะ เลิกทำเรื่องบ้าๆนี่สักที เพราะเธอถึงได้มีคนเจ็บ คนตายที่นี่ เพราะเธอโหดร้ายขนาดนี้ไงล่ะ ฉันถึงได้ไม่อยากอยู่ด้วย” เสียงแหวของแทมมี่ดังขึ้น หญิงสาวทนไม่ได้อีกแล้ว แม้ว่าการที่เธอเป็นเมียมาเฟียจะเห็นการบาดเจ็บล้มตายมามาก แต่ไม่เคยมีการเจ็บ หรือ ตายครั้งไหน เกิดขึ้นเพราะเรื่องของตนเอง นอกเสียจากครั้งของชลาธิป ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเมื่อไร ความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมามากขึ้นเท่านั้น
            “ฉันไม่ได้อยากจะโหดมากขนาดนี้ แต่เธอเองนั่นแหละ ชู้นั่นน่ะ ตามกันมาตั้งแต่เมืองนอกเมืองนาสินะ ชอบมันมากนักรึไง” มาเฟียคำราม ปัณงงไปหมด ขณะที่ชลาธิปเริ่มรู้สึกโงนเงนเหมือนไข้จะกลับ
            “อัณห์ อย่าไปว่าคนอื่นนะ เธอนั่นแหละที่ทำให้ฉันทนไม่ได้จนต้องหนีมา”
            “ฉันเหรอ เธออย่าเอาความโสมมของเธอมาโยนว่าเป็นความผิดของคนอื่นหน่อยเลย นังผู้หญิงแพศยา”
            “เธอมันก็เลวไม่ต่างกับฉันหรอก รู้ไหมว่าฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนแค่ไหนที่ต้องอยู่กับคนอย่างเธอ ปล่อยฉันไปเถอะอันห์ อย่าเอาฉันไปทรมาณอีกเลย”
            “การที่ฉันรักเธอเนี่ย มันทำให้เธอทรมารนักเหรอแทม” ตอนนี้มาเฟียอัณห์คล้ายจะเกิดอาการคุ้มคลั่ง เขาจับแขนทั้งสองข้างของแทมมี่ไว้แน่น ชลาธิปเห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไปหมายจะแยกอัณห์ออกจากแทม
            “อย่ามาเสือก
!!” ไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น อัณห์ยังเหวี่ยงหมัดเต็มแรงไปที่ปลายคางของชลาธิป ชายหนุ่มลอยเคว้งก่อนที่ร่างทั้งร่างจะพุ่งไปชนกับเก้าอี้ที่ถูกวางไว้อย่างระเกะระกะ แล้วหัวก็ฟาดพื้นไปอย่างแรง
            ชลาธิปไม่ลืมตาอีกเลย

 



>>>> ฝากติดตามนี่ด้วยนะจ๊ะ >>>            


 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น