empty love
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 16 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

ชื่อตอน : CHAPTER 16 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2563 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 16 100% (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

16

 

 

 

KG PUB

 

แกร่ก

“เฮียลม!!^^”

ฟอด ฟอด

เมื่อครั้นผลักประตูใหญ่เพื่อที่จะเข้าไป ก็ไปเจอกับผู้หญิงรูปร่างดีในชุดแสกลูกไม้สีดำที่สั้นจนเห็นเรียวขาสวยคนหนึ่งกำลังจะเดินออกมาพอดี แต่ดันมาเจอกันซะก่อน

ยัยเด็กนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น=____=^

สาบานว่าผมจะหักคอแน่ถ้าผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาเกาะแขนเป็นลูกลิง แถมยังกระโดดหอมแก้มเมื่อกี้ไม่ใช่เมียเพื่อนน่ะ-_-+

“เฮ้! ยัยบ้า!>0

“อะไรเล่า!เฮ้! ปล่อยนะ!”

“....มาเคลียร์-_-++++”

“นะนี่เคลียร์ที่ไหนก็ได้แต่ไม่ใช่ที่นี่ไง!! ลูซ! ฉันไม่ไปนะลูซปล่อย!”

“เงียบไปเลยลีฟ-_-+....เธอได้ตายคาเตียงแน่วันนี้ -*-”

“นี่ลูซ...ว๊ายไอ้บ้า!”

ผมปรายตามองไอ้ลูซที่ล็อกคอยัยเด็กบ๊องให้เดินเข้าไปในโซนห้องส่วนตัวด้วยใบหน้าที่พอได้อยู่...

ปัง!!!!!!

หึ

ถามว่าตอนนี้ไอ้ลูซเป็นยังน่ะเหรอ....บอกเลยว่ายัยลีฟน่ะ....เละ

แต่เละท่าไหน...ก็มโนเอาเอง

“นั่น...ไปอีกหนึ่ง”

ผมปรายตามองไอ้คิงที่โยนถั่วแระเข้าปาก ก่อนจะเดินไปแทงสนุ๊กเล่นกับไอ้จี ปรายตามองมันครู่หนึ่งก่อนจะเดินเอื่อยๆไปนั่งบนโซฟาที่มีไอ้ดอมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่

“....หวัดดีหนุ่มฮอต^^สักมวนมั้ย?”

ฟุบ

ผมรับมวนกัญชาจากไอ้ดอมมาจุดสูบ อัดมันเข้าปอดก่อนจะพ่นออกมาเป็นควันโขมง

รสขมฝาดของกัญชาที่ติดอยู่ปลายลิ้น รสสัมผัส ของมันทำให้สมองโล่งขึ้นมาหน่อยหลังจากที่ใช้งานมันมาทั้งอาทิตย์

ฟึบ

“อะไร”

เหลือบตามองซองสีน้ำตาลที่ถูกเลื่อนมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะถามทันที เพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

“งานที่มึงจะออกวันพรุ่งนี้^^”

หืม

“กูตกลง?”

ไอ้ดอมหัวเราะร่าก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับแสยะยิ้มเป็นคำพูด

“กูตกลงให้มึงไปแล้วก็ถือว่ามึงตกลง”

มันพูดพร้อมขยิบตา

เป็นอะไรที่ผมค่อนข้างเกลียด-_-

“...กูไม่ทำ-_-”

เมื่อคีบเอกสารไปอ่านรายละเอียด ที่แนบมาพร้อมกับแนบตั๋วเครื่องบินไปงานแบรนด์เหี้ยอะไรไม่รู้ ทำให้ผมโยนเอกสารในมือลงบนตักมันและปฏิเสธทันที

“โห่! เพื่อนเหี้ยมึงช่วยกูหน่อยนะๆ ครั้งนี้อีกครั้ง”

พอยังไงมันก็ดูออกว่าผมปฏิเสธมันแน่จึงเลื้อยเข้ามากอดแข้งกอดขาเปลี่ยนสีเป็นแมวมาลีทันที

“โห่เฮีย โคตรทุ่มเลยว่ะฮ่าๆ”

“เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างพวกมึงไม่ต้องเสือกได้ปะวะ>0<....นะเมียT^T”

ประโยคแรกไม่ได้สนใจ ประโยคต่อไปทำเอาต้องวางกัญชาลงที่เขี่ยบุหรี่เคลียร์ทันที

“เมียพ่อง-_-”

ถ้าหลบไม่ทัน สาบานว่าส้นตีนประทับข้างแก้มมันแน่-___-+

“โด่แค่งานนี้สองงานอ่ะ กูกราบ กูโค้งให้ยังไงก็ได้ไอ้เหี้ยอ่ะ”

เหลือเชื่อมั้ย ที่ไอ้เหี้ยนี่ยอมโค้งคำนับผมได้ มันน่าตลกที่มันแทบจะบูชาผมตั้งแต่ช่วยมันเรื่องถ่ายแบบให้ครั้งแรก

และครั้งนั้นทำให้ผมไม่เคยรู้จักคำว่า ‘อิสระ’ อีกเลย-_____-

การเดินไปไหนมีคนชม มีคนมาขอถ่ายรูป มีนักข่าวรุมสัมภาษณ์ มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแฟนคลับมากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนนักหนาจนน่ารำคาญ=_=

ชีวิตที่พื้นที่ส่วนตัวหายไปเกือบหมด จะทำอะไรไปไหนก็ไม่สะดวกเท่าคนปกติทั่วไป มันเริ่มจากตอนนั้นและมันก็เริ่มมาเรื่อยๆ

งานสังคม ที่นอกเหนือจากแวดวงธุรกิจก็ตามมา ผมไม่เคยยุ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นไอ้เหี้ยดอมมากกว่าที่มาขอร้องผมแบบนี้ และตบท้ายเป็นผมที่ยอมมันทุกครั้ง เพราะยังไงมันก็คือเพื่อน

“นะเพื่อนนะกูขอร้องมึงอ่ะT^T ช่วยกูหน่อยนะ เดี๋ยวโอนไร่ปลูกกัญชาแถวภาคเหนือให้อ่ะ”

“ต้องการ?”

“ก็กูไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้างให้มึงสนใจแล้วนี่หว่าเพื่อนรัก-3- ให้มึงช่วยกูน่ะได้โปรดT/\T”

เหอะ!

“กูว่าบางทีมึงอาจจะมีโอกาสเจอลูกมึงก็ได้นะพวกในงานนั้นน่ะU^U”

ว่าไงนะ

ผมถึงกับหันขวับมองหน้าไอ้ดอมเขม็งทันที

“คะคือแฮร่^^ เพื่อนคือกูรู้จากไอ้จี>.

ผมปรายตามองปลายนิ้วที่ไอ้ดอมชี้ไปหาไอ้จี ที่พอถูกเป็นเป็าก็เอาแต่กอดไม้สนุ๊กทำตาปริบๆ

“แค่บอกว่าเห็นขวัญข้าว(._.)”

เอาเถอะ...

ถึงมันไม่แถ ก็รู้อยู่ดีเพราะคบกันเป็นเพื่อนมานาน ว่าอะไรที่มันเป็นความลับก็เว้นพวกมันเอาไว้คนหนึ่ง

“นะลมนะ-/\- มึงไปเดินง่วงๆบนเวทีแป๊บเดียว บินอกีสองสามวันก็ไปจีนเดินเล่นกับกูแป๊บเดียว ทุกงานสาบานกูอยู่กับมึงแน่นอน นะเพื่อนลมTOT”

“แน่นอนมึงต้องอยู่”

เพราะกรรมใครก่อคนนั้นต้องอยู่ เผื่อไม่โอเคจะได้กระทืบมันทัน-_-^

“เยส มึงโอเคแล้วจับมือดีลนะไอ้สัสลม พรุ่งนี้กูจะขึ้นคอนโดมึงแต่เช้า”

แน่ล่ะมันดีใจจนลากมือผมไปจับไว้แน่น

พรึบ

“สยอง-_-”

กระชากมือกลับก่อนจะทำหน้าสยดสยอง มันหัวเราะในลำคอสองทีก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มต่อ

เปลี่ยนสีเร็วชิบหาย

“แต่กูมั่นใจอย่างว่าวันพรุ่งนี้กูจะได้เจอหลานกูแน่^^”

“เอาอะไรมามั่นใจ”

ตงิดใจตั้งแต่คราแรกที่มันหลุดปาก จนถึงตอนนี้ ไอ้เหี้ยนี่ก็ยังพ่นไม่หยุด

“เพราะ....กูมีแผน^^”

....แผนแต่ละอย่างชั่วๆทั้งนั้นถ้าถึงมือไอ้เหี้ยพวกนี้

“ถ้าคิดลักพาตัวลูกกู....-_-+”

มันไม่ตายดีแน่สาบาน-*-

“แรกๆก็คิด-w- เห้ยๆ!!เพื่อน! มึงอย่าเดี๋ยวสมองกูเลื่อนTOT ไม่เอา ไม่หล่อ...กูก็แค่คิดไงตอนนี้เปลี่ยนแผนใหม่”

ลดมือที่จะตบกระบานมันลง ก่อนจะมองมันเขม็งราวกับต้องการจะรอรีดคำพูดของมันอยู่

“แจกใบปลิว^^”

พ่องมัน-*-

วันพรุ่งนี้มีแต่เด็กกูลาตายได้เลยมั้ยวะ=_=

“มึงใจเย็น อย่าพึ่งทำหน้าเมายาถ่ายแบบนั้นดิ กูไม่ได้ทำแบบที่มึงคิดน่า แหม่!รู้หรอกว่าเกลียดเด็ก....กูก็แค่....”

^^;++++(“ ?)

“รู้มาว่าน้องเจ้าเอยเป็นเพื่อนในห้องเรียนริต้า เลยวานให้ยัยนั่นแจกใบปลิวให้น้องเขา”

“ใคร?”

“ริต้าเด็กกู^^”

“ไอ้”

สัส! -_-

รู้ว่าอากาศหนาว ไอ้ดอมถึงโหยหาตีนอุ่นๆแต่หัวค่ำดวงดีไปดีที่รับได้ พ่อมันเถอะ-_-

“แหม่ ไอ้เหี้ยกูล้อเล่น”

“....”

“ก็กูพึ่งรู้มาว่าเจ้าเอยรู้จักขวัญข้าว หนูริต้าพึ่งมาเล่าให้ฟังเมื่ออาทิตย์ก่อนที่ไปทำรายงานกับน้องเจ้าเอยแถวห้องขวัญข้าว เห็นบอกว่าพี่น้องเจ้าเอยสวยเอย หุ่นดี แต่มีลูกแล้วอะไรทำนองนี้แหละกูก็ไม่ได้สนใจ แต่พอเห็นรูปในโทรศัพท์ริต้าเท่านั้นแหละ กูเต้นเลยครับ”

“....”

“ว่าจะโทรบอกมึงแต่ไอ้คลีนบอกว่ามึงรู้แล้วก็เลยตามสืบเงียบๆ จากน้องเจ้าเอยนี่แหละว่าเธอค่อนข้างสนิทกับลูกมึงอย่างกับพี่น้องกันแท้ๆ ไปไหนก็ไปด้วยกัน แถมน้องขวัญข้าวก็ไว้ใจด้วย แน่ล่ะบัตรสวนสนุกวันพรุ่งนี้ น้องต้องมาดูชัวร์เพราะน้องเจ้าเอยเป็นติ่งมึงจนถึงขนาดแอบสร้างแฟนเพจยังไงล่ะ กูเตรียมรับขวัญหลานกูไว้เลย”

ผมปรายตาจากใบหน้ามันคล้ายกับว่าไม่สนใจก่อนจะเคาะมวนกัญชามาสูบต่อ

การที่ไอ้ดอมรู้ข้อมูลของเด็กผู้หญิงที่ชื่อเจ้าเอยนั่น ไม่ได้อยู่ในการสนใจผมเพราะถ้าเรื่องอะไรที่มันอยากรู้ คนอย่างมันเสาะแสวงหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ขัดใจผมอยู่อย่างไม่ใช่เพราะเรื่องพวกนี้

“....ติ่ง...”

ผมหยุดพูดพร้อมกับพ่นควันจำนวนมากออกจากปาก สมองโล่งคล้ายกับว่าความเครียดที่สั่งสมมาได้รับการบำบัด ผมไม่ได้สนใจว่าไอ้ดอมจะฟังหรือปล่อยให้คำพูดของผมมันเลือนลอยไป

“....”

“...คืออะไร?”

จบคำพูดของตัวเอง เสียงหัวเราะคล้ายแปลกใจของไอ้ดอมก็ดังขึ้นมาทันที ก่อนที่มันจะโผล่หน้ากลั้นขำเข้ามาใกล้ผม

“เอาจริงดิ?”

“เออ”

นี่คือสิ่งที่ผมสงสัยมาตลอดตั้งแต่เปิดบทสนทนาเริ่มแรก....

มันคือเรื่องหน้าขำสำหรับมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

เป็นผม....ผมไม่ขำนะ-____-

 

 

65%

 

 

BUTTERFLY PUB

 

วันนี้บริเวณชั้นสองของผับดูคึกคักเป็นพิเศษ บรรดาแขกสาวๆสวยๆต่างพากันจับจองที่นั่งซะแน่นเอี๊ยด เพลงบีทที่ดังอยู่ชั้นล่างยังไม่ทำให้พวกเธออยากจะลงไปปะทะกับท่วงทำนองเพลงแต่อย่างใด คล้ายกับร่างอ่อนแรงอยากพักกายและอยากพักสายตามาซะดื้อๆ

บรรดาชายหญิง เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งนักล่าเก็บแต้มชั่วโมงมาเยอะ ที่มารวบรวมกันอยู่ทางชั้นสองของผับจนแน่นขนัด สายตาของคนนอกทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มหน้าตาดีเกินมนุษย์มนาทั้งหกที่นั่งดื่มกันอยู่โต๊ะยาวหลบมุมมืดโซนวีไอพีสิบเอ็ด ด้วยสายตาเสน่ห์หา

 

ซ่า

 

Bruichladdichสีสวยถูกเทลงบนแก้วร็อคทรงเตี้ยใบใสจนเต็มแก้ว มีบางส่วนที่กระฉ่อนออกมาเลอะโต๊ะกระจกใสโดยไม่สนราคาว่าเหล้าจะมีราคาถูกหรือแพง

แกร่ง

ก่อนที่แก้วทั้งสองจะกระทบเข้าหากันโดยมีร่างสูงเจ้าของใบหน้าเย็นชาของวายุนั่งทอดกายเอนแผ่นหลังกว้างพิงโซฟามองออกไปยังบรรยากาศภายนอกอย่างไร้จุดหมาย และร่างสง่าราวกับเจ้าชายในเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์สีซีดเจ้าของใบหน้านิ่งสงบของผู้มาใหม่นามว่าคลีน ที่กำลังจิบเหล้าเงียบๆทอดมองตรงไปด้วยสายตาไร้จุดหมายเช่นกัน

คล้ายกับว่าคนสองคนที่นั่งตรงข้ามกันกำลังสื่อสารกันทางจิต หรือใช้ภาษาอะไรสักอย่างที่ผู้ที่นั่งอยู่ราวๆสี่คนในขณะนี้กำลังนั่งมองหน้ากันตาปริบๆอย่างลุ้นระทึก

“มึงว่า ดูเฮียแปลกๆกันป่ะวะคิง”

เมื่อมองคนสองคนที่นิ่งราวกับคนถูกสาปให้เคลื่อนที่ได้เพียงแค่มาได้พักใหญ่ หากถ้าเฮียไม่มีปฏิกิริยาชนแก้วกัน เทเหล้ากันก็คิดว่ามานั่งดูหุ่นขี้ผึ้งเสียแล้วล่ะ

“ต้องถามว่าเฮียกูมาทำอะไรที่นี่ก่อน”

คิงเลิกคิ้วถามกันต์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายหน้าไปมาพร้อมกับพยักเพยิดไปให้ดรากอนที่นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์อย่างไม่สนโลกภายนอกโดยมีจีนั่งดูดนมกล่องอ่านหนังสือกายวิภาคศาสตร์ของสัตว์อยู่ข้างๆด้วยใบหน้าเงียบขรึม

“ไอ้ดาร์กโน่น ลงเวรมาเจอก็อยู่กับเฮียละ”

กันต์ตอบก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นมาคาบ แต่พอคลีนหันมาพอดีจึงลดบุหรี่ลงพร้อมกับฉีกยิ้มตาหยียกเหล้าขึ้นดื่มแก้เคอะเขินไป

จะให้ทำอย่างไรได้....ก็เขาลืมไปนี่นา....

“ลืมไปว่าเมียเฮียแพ้กลิ่นบุหรี่TOT”

กันต์พูดเสียงอ่อนลง ก่อนจะกระดกเหล้าสีเข้มรวดเดียวหมดแก้ว รสชาติอันแสบบาดคอทำให้สมองของกันต์โล่งทันทีเลยทีเดียว

“แล้วตกลง...ว่าไงไอ้ดาร์ก”

คิงหันไปสะกิดดรากอนที่ง่วนอยู่กับเกม ดรากอนเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาหน่อยๆก่อนจะสั่นหน้าเงียบๆ จากนั้นก็ก้มลงเล่นเกมต่อด้วยใบหน้านิ่งขรึมอย่างนั้น

เอาเถอะ

เขาก็ไม่เคยจริงจังอะไรกับดรากอน หรือจีอยู่แล้วเพราะสิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือความมึน

“แล้วทางมึง ต้องถามว่าเจอกับอะไรมาก่อน?”

กันต์ถาม ก่อนที่คิงจะพูดตอบกลับเขาไป

“คุยกับเฮียดอมน่าจะเรื่องถ่ายแบบมั้ง ตอนนั้นเฮียก็ปกติ”

‘สวัสดีค่ะ^^...ค่ำคืนนี้พบกับขวัญข้าวอีกเช่นเคยนะคะ....วันนี้คุณเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย...ใครเศร้าบ้าง ใครเหงาบ้าง ไม่ต้องกังวลนะคะ เสียงเพลงจะช่วยพวกคุณเอง^^’

พรึบ

จีถึงกับต้องหันไปมองดรากอนอย่างไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน เมื่อเสียงเกลากีตาร์โปร่ง และเสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดคลอไปกับท่วงทำนองแห่งดนตรีอันไพเราะ ก่อนที่สายตานิ่งๆของทั้งสองจะเลื่อนไปมองวายุที่บัดนี้นั่งยิ้มคนเดียวเมื่อคนบนสเตจกำลังดีดกีตาร์โปร่งร้องเพลงแนวอะคูสติกสบายหูอยู่

“...คนนี้...ขวัญข้าว?”

จีชะโงกหน้าออกไปนอกระเบียงก่อนจะหันกลับไปมองดรากอนที่เอียงคอมองมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

“อือ”

ดรากอนที่พอจะหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วก็พยักหน้า

“....ไอ้ดาร์ก”

คิ้วเข้มของดรากอนเลิกขึ้นพร้อมกับหันไปมองเจ้าของต้นเสียงซึ่งนั่นก็คือวายุนั่นเอง

“ขอกุญแจห้องอีกรอบ-_-”

เดี๋ยว

“ครั้งนั้น”

“กูทำหาย...รบกวนด้วย...ขอบคุณ”

พูดแค่นั้นวายุค่อยๆผินหน้าออกไปมองบรรยากาศภายนอกดังเดิมพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เงียบๆ

ดรากอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาแชทหาใครบางคนที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวอย่างไม่สนใจโลกภายนอกใดๆอีกเลย พอคนในสายวิดีโอคอลมาก็เดินออกไปเสียดื้อๆ สร้างความประหลาดใจให้บรรดาพี่ๆที่นั่งอยู่ตรงนี้ของเขาอย่างมาก

“เหี้ยไรมันวะ?”

กันต์มองตามแผ่นหลังของดรากอนนิ่งๆก่อนจะหันขวับไปหาคิง

“เมียมันพึ่งไปเรียนต่ออเมริกาไม่นาน อารมณ์อินดี้เลยสูงกว่าปกติ”

อ๋อ

กันต์พยักหน้ารับหงึกงักโดยมิวายหันไปหาจีที่เงียบอ่านหนังสือกินนมตาปริบๆอยู่

“จี ไปอ่านในห้องเฮียมั้ย มึงอยู่ได้ทั้งคืนอ่ะ อ่านนี่ไม่รู้เรื่องหรอกจะสอบพรุ่งนี้ช่ะ?”

“ได้เหรอ?”

“เออ อ่ะกุญแจ”

จีก้มลงมองพวงกุญแจบนตักก่อนจะเงยหน้ามองกันต์นิ่ง

“ลูกที่มีตัวสีชมพูห้อยอยู่”

แต่เมื่อจียังมองกันต์อยู่อย่างนั้นชายหนุ่มจึงเลิกคิ้วขึ้นสูง

“มีอะนิเมะมั้ย”

“ชัวร์”

ฟุบ

เหน็บหนังสือเอาไว้กับรักแร้ก่อนจะยกนมกล่องขึ้นดื่ม มืออีกข้างก็ควงกุญแจไปมาพร้อมกับเดินเตาะแตะตรงไปยังลิฟต์ ท่ามกลางบรรดาผีเสื้อราตรีที่มองเขาตาเป็นมัน

อันที่จริงพวกเธอก็อยากตามหนุ่มน้อยหน้ามนต์ที่หล่อเหลาเกินมนุษย์มนาไปอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่ามีอีกสี่หนุ่มที่ไม่ค่อยมีแต้มบุญได้เจอมากนักในชีวิตประจำวันกำลังล่อตาล่อใจพวกเธออยู่ยังไงล่ะ

“ไม่เข้าใจอย่าง ทำไมมึงเลือกนั่งนี่กันวะ บางทีกูก็เกิดอินดี้รำคาญสายตาสาวๆขึ้นมาอย่างน้อยก็วันนี้-_-”

คิงพูดพร้อมกับกระดกเหล้าเพียวๆขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว พร้อมกับเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

เพราะไม่ชิน ปกติถ้ามีความคิดอยากจะออกล่าเองก็ลงมาพบปะกับความวุ่นวาย แต่ต้องเป็นเวลาที่หนุ่มเจ้าอารมณ์ดีเท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้น้อยสำหรับคิง เพราะปกติก็จะโทรให้สาวๆขึ้นมาหาเป็นส่วนใหญ่ แค่กริ้งเดียว

“เฮียมึงนู่นไปถามสิ กูมากูก็เห็นเฮียนั่งอยู่กับไอ้ดาร์ก เรียกขึ้นไปก็ไม่ไป”

กันต์เพยิดหน้าให้ไปมองยังคลีนที่บัดนี้กำลังอ่านหุ้นในโทรศัพท์อย่างใจเย็นพร้อมกับยกเหล้าขึ้นดื่มเงียบๆ

“อันที่จริง...เฮียลมแม่งเดี๋ยวนี้ก็มานั่งนี่บ่อยอยู่นะโดยเฉพาะ วันพุธ....กับศุกร์”

กันต์พูดเสียงเบาหวิวคล้ายกับกำลังสงสัยเองและกำลังหาคำตอบให้แก่ตนเองอยู่

จะเป็นไปได้รึเปล่า....

เฮียกำลังหลงนักร้องที่ชื่อขวัญข้าวสุดฮอตประจำผับของเขาตอนนี้กันนะ

หือ น่าคิด

“เป็นไงบ้างผับมึง...”

สุดท้ายกันต์ก็เก็บความคิดที่กำลังจะปิ๊งเอาไว้เมื่อเสียงคิงถามความเป็นไปเป็นมาเรื่องธุรกิจขึ้น

“ก็ดี แต่วุ่นวายตอนผับปิดนิดหน่อย ลำบากกูต้องเคลียร์สนามทุกวัน-_-”

“วุ่นวายพอตัวอยู่”

“มึงอ่ะ? เรียบร้อยดีสินะ”

“ถ้าไม่นับรถไฟชนกันบ่อย...ก็โอเค”

“หมายถึงรถไฟของมึง?”

“หึ ไอ้สัส”

แกร่ก

แก้วทั้งสองชนกันอย่างถูกใจ ก่อนที่จะพากันกระดกรวดเดียวหมด จากนั้นก็แยกกันกลับเมื่อคิงเหมือนจะหาสาวที่ต้องตาต้องใจแถวนี้เจอค่ำคืนนี้คงอีกยาว ส่วนกันต์ก็คงถึงเวลาเคลียร์บัญชีทางการเงินบนห้องผู้บริหารแล้วจึงขอตัวขึ้นไปก่อน บัดนี้จึงเหลือเพียงพี่ใหญ่ทั้งสองที่นั่งดื่มกันเงียบๆตั้งแต่ย่ำห้าทุ่มจนถึงตอนนี้เป็นเวลาตีสามก็ยังคงเงียบ ต่างฝ่ายก็ต่างสนใจอยู่กับเรื่องของตัวเอง

‘วันนี้...ข้าวขอขอบคุณที่ทุกคนอยู่ด้วยกันจนถึงช่วงเพลงสุดท้ายนี้นะคะ ขอให้สนุกกับวันหยุด แล้วเจอกันทุกวันพุธและศุกร์ในช่วงเวลาตีสองถึงตีสามแบบนี้ใหม่นะคะ เจอกันค่ะ^^’

ฟุบ

มองจนร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีซีดบนรองเท้าส้นสูงสีดำลงจากเวทีไปพร้อมกับเดินลงเวทีโดยมีชายคนหนึ่งช่วยประคอง การจับไม้จับมือหรือรอยยิ้มของคนสองคนที่บัดนี้เดินหายไปจากการมองเห็นทำให้คิ้วเข้มของวายุขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ

ก่อนจะหันกลับมาสนใจแก้วเหล้าบนโต๊ะ กระดกเอาๆอย่างนั้นไม่หยุดด้วยใบหน้าที่กำลังระงับอารมณ์สุดขีด

ปึก!

“ชื่อตะวัน....ไอ้ดาร์กรู้จัก”

“หลานกูเอง...ญาติฝ่ายแม่”

วายุพูดพร้อมกับปรายตามองเรื่อยเปื่อยก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ช่างเถอะ”

หือ

คำพูดที่คล้ายกับว่าไม่ใส่ใจของวายุทำเอาคิ้วคลีนเลิกขึ้นสูงทันทีราวกับว่าเจอเรื่องแปลกใจที่ใหญ่ยิ่งกว่าน้ำท่วมโลก

“ธุรกิจที่เซี่ยงไฮ้ไปได้ดี?”

“อืม”

คลีนพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะพูดต่อด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

“เห็นว่าเปิดบ่อนใหม่....ยินดีด้วย ไว้จะส่งของสมนาคุณไปร่วม”

“อืม”

แกร่ก

วายุวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะยกขาขึ้นมาไขว้สายตาก็จับจ้องไปที่คลีน

“ต้าวมิ่งเทคโนโลยียื่นเครดิตทางธุรกิจเข้ามา”

“อืม”

“เมื่อบ่ายกูพบไอ้จอร์จ....บริษัทมันจุดอ่อนคือแชร์โฮเดอร์ไม่ค่อยแข็ง....แต่ทุกอย่างน่าสนใจ”

“แล้ว?...ตกลง?”

“หึ”

วายุไม่ตอบแต่เลือกที่จะหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นอันรู้กันกับคลีนสองคนว่าเขาตัดสินใจอย่างไรอยู่ ก่อนจะยกแก้วเหล้าสีเข้มขึ้นดื่ม รสขมบาเคอของแอลกอฮอล์ ทำให้ไฟที่สุมกลางอกมอดดับลงไปบ้าง แต่เพียงแค่เศษส่วนเล็กๆเท่านั้น

“มันน่าสนใจตรงที่ทางนั้นยอมเส้นที่ดินแถวญี่ปุ่นให้พอดี”

“ดีนี่”

คลีนตอบรับประโยคสั้นๆ ก่อนจะปรายตามองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“เห็นว่ามึงจะไปจีน?”

“อืม=__=”

เขาไม่แปลกใจหรอกว่าคลีนจะรู้เรื่องของเขาได้อย่างไร

“กูฝากเมียด้วย...”

คิ้วหนาของวายุขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ ก่อนจะคลายอย่างกระจ่างในประโยคถัดมา

“กูต้องไปพบพ่อตาแถวอังกฤษ....”

“อ้อ...ไปดิ เดี๋ยวจะอบรมให้ไม่ต้องห่วงว่าจะตาย -_-”

“...จะกัดอะไรนักหนา”

คลีนพูดอย่างไม่ยี่หระ เพราะถือว่าเป็นเรื่องชาชินที่เห็นวายุกับผู้หญิงของตนทะเลาะกันจะเป็นจะตายตั้งแต่สมัยไฮสคูล ไม่มีสักครั้งที่จะญาติดีกันได้เลยจริงๆ

“เหอะ-_-”

วายุแค่นหัวเราะก่อนจะหันไปทางอื่นด้วยใบหน้าเรียบเฉยคล้ายกับกำลังจะบอกว่าคงไม่มีวันนั้น

“....กูว่ากูจะพักไว้ก่อน เรื่องนั้น”

ทั้งคลีนและวายุสบตากัน อย่างเข้าใจว่า ‘เรื่องนั้น’ ที่หมายถึงคือเรื่องอะไร

“....”

ไม่มีเสียงตอบรับจากคลีนที่เอาแต่มองวายุราวกับจะรอฟังเหตุผล

“...ช่วงนี้...กูขอเวลาไปทวงของคืนก่อนแล้วจะกลับไป”

ครั้นจะให้ทิ้งเลย....พวกเขาก็ร่วมกันทำมานาน...

“อืม”

คลีนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดต่ออย่างใจเย็น

“ลอตนี้ลอตใหญ่...มิสเตอร์สมิธมารับเองที่อังกฤษมะรืนนี้”

“ลอตมึง?”

“อืม”

ใบหน้าคมคายพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยกเหล้าขี้นดื่มด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

“ลอตนี้จะเป็นลอตสุดท้าย...พ่อตาก็ไม่ปลื้มเท่าไหร่”

“หึ ใช่ว่าพ่อตามึงจะดี...เฮดีสมาเล่าสู่ให้ฟังบ่อยๆ”

“.....”

“เห็นแว๊บๆแถวโกดังร้าง...หึ รายใหญ่ซะด้วย:)”

ตาคมกริบสีเหล็กกล้าตวัดมองเพื่อนรักอย่างวายุ ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผม

“...ก็ใช่...กูควรพักไว้บ้าง...”

“...”

“ถ้าจะเอาลูกสาวเขา”

ก็คงไม่ต่างจากกันเท่าไหร่มั้ง-_-

 

 

WAYU END.

 

 

 

WAYU

 

CLEAN

 

 

 

To be continued.

 

 

 

มาอย่างรวดเร็วงับผ้ม ขอโทษที่ให้รอนะคะ รีดสามารถคอมเมนท์แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาติชมกันได้นะคะ ไรท์ขอกราบขอบพระคุณทุกความคิดเห็นของรีดที่รักทุกคนค่ะ เจอกันตอนหน้านะคะรีดจุ๊บๆ>3<

 

ความคิดเห็น