เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

88.2 โซฟีสั่งลุย!!

ชื่อตอน : 88.2 โซฟีสั่งลุย!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2562 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
88.2 โซฟีสั่งลุย!!
แบบอักษร

ภารกิจหนีตายเปิดม่าน

         ขบวนนักสำรวจน้อยประกอบด้วยหนึ่งนักฆ่าฝีมือฉกาจ หนึ่งรัชทายาทหน้านิ่งปานภูเขาน้ำแข็ง หนึ่งซาลาเปาน้อยตัวกลมพร้อมกลิ้งตลอดเวลา ยามนี้พวกนางโดนหมีปีศาจวิ่งไล่ ไล่ต้อน ไล่ตะครุบ โซฟีถือตะเกียงไฟวิ่งนำหัวขบวน พยายามส่ายดวงตามองหาช่องทางหนีรอบด้าน ฝั่งฟางหรงพยายามระดมสมองคิดหาจุดปลอดภัยใกล้ๆ พลูโตเบิกตาหันสะบัดมองหน้า มองหลัง ครั้นเห็นปากหมีอ้ากว้างพร้อมกินนางคนแรก ซาลาเปาน้อยผวารีบหันมองเพื่อนทันที “จะโดนแล้วรับประทานแล้วเด้อ”

         สถานการณ์เลวร้ายระดับสูง โซฟีไม่อยากปล่อยให้ซาลาน้อยโดนกินคนแรกนะ สงสัยต้องส่งแคนดี้ให้หมีปีศาจกินซะแล้ว

         เจริญ.. ตุ๊กตาแมวเหมียวสวดให้ตัวเองเลยค่ะ

         “ชั้นเจ็ดสิบเจ็ดมีห้องเก็บสมบัติลับ ถ้าไปที่นั่นน่าจะปลอดภัย”

         “จริงหรือ แล้วตอนนี้เราอยู่ชั้นไหน”

         โซฟีส่งตะเกียงไฟให้ฟางหรงถือแปปหนึ่ง พลางนักเชิดหุ่นน้อยหยิบแจกันหนักๆข้างทาง และขว้างใส่เจ้าหมีปีศาจ เพล้ง!! โซฟีรับตะเกียงไฟจากฟางหรงมาถือเหมือนเดิม ครารัชทายาทน้อยตอบด้วยความมั่นใจ “ชั้นห้าสิบ”

         โครม

         นักเชิดหุ่นน้อยฟังคำตอบแล้วถึงกับต้องก้าวเท้าสะดุดเศษฝุ่น ล้มกลิ้งหนึ่งตลบแล้วกลับมาวิ่งใหม่อีกรอบอย่างนักกายกรรม “ไกล!!สูงเกินไปแล้ว” โซฟีอยากกัดคอฟางหรง นี่ใช้สมองหรือพุงคิดเนี่ย หน้าตาดูฉลาด แต่ดันเล่นมุกเหมือนพี่เมรัยเลย ถ้าเป็นพี่สาวนะ ปานนี้โซฟีฟาดด้วยแจกันดอกไม้ไปแล้ว “นี่!!ข้าวิ่งไม่ไหวแล้วเด้อ”

         จะทำอะไรรีบหน่อย พลูโตเร่งรัด โซฟีคิดหนัก ฟางหรงคิดใหม่

         แคนดี้เสนอให้พวกเรามอบตัวซะ บางทีเจ้าหมีอาจเอาเราไปเลี้ยงก็ได้

         เลี้ยงให้โตกว่านี้แล้วกินน่ะ

         “..”

         “..”

         โซฟี และฟางหรงพร้อมค้อนให้แคนดี้ มุกไม่ฮาพาเครียดดีแท้

         “เฮ้อ..”

         นักเชิดหุ่นน้อยถอนหายใจให้ความซวยของตัวเอง ติดเชื้อหื่นไม่พอ นางยังติดเชื้อซวยจากพี่สาวอีกหรือ “ต้องสู้แล้ว” โซฟีกำมือแคนดี้ ฟางหรงยินเสียงสาวน้อยแล้วหวาดวิตก “สู้ไม่ไหว..หนีเถิด” หากมีขุมพลังมาโฮอาจสามารถคว้าชัยชนะ กระนั้นพวกนางสูญเสียพลังมาโฮ หากวัดพลังกายอย่างเดียว พวกนางสู้หมีปีศาจไม่ไหวแน่ โดนจับทุ่มแน่ๆเลย

         โดนเขย่าด้วย น่ากลัวสุดๆ

         “.ฟางหรงกับพลูโตหนีไปก่อน”

         “เอ๊ะ”

         บรรยากาศหนาวเย็นพอๆกับดวงเดือนบนฟ้า โซฟีจักล่อเจ้าหมีปีศาจ ส่วนพวกฟางหรงให้แยกหนีไปคนละทาง รัชทายาทน้อยกับซาลาเปาน้อยวิ่งนานๆไม่ไหว แต่นักเชิดหุ่นน้อยวิ่งสบาย สามารถวิ่งเพื่อถ่วงเวลาให้พวกฟางหรงหาที่ซ่อนหรือแกะรอยทะเลกระทงไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

         ฟางหรงฟังแผนแล้วใจสั่น “ไม่ได้!!”

         นางโพล่งเสียงดังกว่าปกติด้วยความร้อนใจกลัวโซฟีพลาดท่า แล้วโดนกิน

         นักเชิดหุ่นน้อยมองตารัชทายาทน้อยแล้วแอบดีใจ แม้นพวกนางเป็นแค่คนแปลกหน้า กระนั้นสำหรับโซฟี ฟางหรงถือว่าเป็นผู้มีพระคุณ รัชทายาทน้อยสมควรมีชีวิต “ไม่..โดนกินหรอก”

         โซฟีอยากบอกด้วยเสียงที่ดังเฉกเช่นเสียงฟางหรง ทว่านางทำไม่ได้

         แต่สิ่งที่อยากสื่อก็สื่อออกไปแล้ว นักเชิดหุ่นน้อยไม่มีเหตุผลจะตายที่นี้ นางจักไม่ยอมตายเด็ดขาด

         “..”

         ไม่รอให้ฟางหรงเหนี่ยวรั้งให้เสียเวลา โซฟีหรี่ตาลง นางดับแสงดวงไฟในตะเกียงพลันพริบตาความมืดมิดเข้าปกครองพื้นที่ ฟางหรง พลูโต และหมีปีศาจตกใจเมื่อแสงสว่างเลือนหาย รัชทายาทน้อยสั่นกลัวเพราะรู้ว่ามือของโซฟีปล่อยจากแคนดี้แล้ว “โซฟี!!”เสียงร้องผวาดังพร้อมเพรียงดวงไฟดวงใหม่ที่ถูกจุดขึ้นด้านหลังหมีปีศาจ ไม่ใช่แค่นั้น โซฟียังราดน้ำมันใส่หมีปีศาจด้วย

         “นี่แน่ะ”

         โซฟีเรียนรู้วิธีจุดไฟเพื่อใช้เผาหมีโดยเฉพาะ

         “!!!”

         เปลวเพลิงร้อนแรงแผดเผาแผ่นหลังหมีปีศาจลุกไหม้วอดวาย มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความเคียดแค้น มันหันมองแสงไฟในตะเกียงที่โซฟีถือ และพุ่งเป้าไปยังนักเชิดหุ้นน้อยด้วยความเดือดดาลระอุ โซฟีรู้ว่ายั่วสำเร็จแล้วจึงรีบวิ่งหนี เผ่นจ้า

         “โซฟีกลับมา!”

         ฟางหรงอกสั่นขวัญแขวนอยากร้องเรียกนักเชิดหุ่นน้อยที่ชวนหมีปีศาจไปวิ่งไล่จับกันไกลๆ พลูโตหอบหายใจพลางรีบดันๆเพื่อนรีบหนีด้วย “แม่หนูน้อยสร้างโอกาสให้แล้ว พวกเราต้องรีบหนีเด้อ” ซาลาเปาน้อยจำใจต้องลากรัชทายาทน้อยทั้งตัวทั้งสติ ก่อนเจ้าหมีปีศาจจะเปลี่ยนมากินสาวอ้วนเนื้อแน่นกว่า สีหน้าฟางหรงลดอุณหภูมิต่ำโดยพลัน แววตาเย็นชามองยังความมืดมิด

         แคนดี้โดนอ้อมแขนอ้วนบีบรัดแน่น อ๊อกๆ

“..”

         ถ้าหากหมีปีศาจกินโซฟี..

         “ข้าจะกินมัน”

          --

         ฝั่งโซฟี 

         นักเชิดหุ่นน้อยทิ้งแคนดี้ไว้ให้พวกฟางหรงดูแลรักษา… ยามนี้นางตัวคนเดียว หนึ่งหนึ่งกับหมีปีศาจที่ร่างกายกำยำ และน่ากลัวปานคืบคลานออกจากหนังสยองขวัญ หากว่าตามเนื้อเรื่องแล้วโซฟีต้องกลัวมัน และพยายามหาที่ซ่อนเพื่อรอให้มันเดินหนีไปทางอื่น กระนั้นโซฟีไม่ใช่เด็กน้อยกลัวผี นางไม่กลัวใคร เพราะชีวิตนางไม่อาจกลัว นางคือนักฆ่า และนักฆ่าจะไม่มีวันกลัวศัตรูเด็ดขาด

         ใครที่กลัวก็ต้องตาย

         “..”

         “กรร”

         โซฟียืนเผชิญหมีปีศาจ ดวงตาสีฟ้านภาทอประกายความกล้าเยี่ยงเทพธิดาน้อย นางสบดวงตาปีศาจที่เต็มเปี่ยมด้วยเพลิงแค้นมโหฬาร ความบ้าคลั่งเข้มข้น และความมืดมิดไพศาล ราวก้นหม้อบูชาที่กักขังวิญญาณร้ายร้อยพันดวง อุ้งมือใหญ่ยักษ์ กรงเล็บเปื้อนหยาดน้ำฝน ขนสีน้ำตาลแลดำราวขนอีกา แม้นทั่วสรรพากย์กายมีมีดดาบปักแทงประปราย กระนั้นมันดูไม่เจ็บปวดแม้แต่น้อย

         กระหาย ต้องการพลัง อยากทำลาย

         จุดจบของดวงวิญญาณที่ตกลงสู่ความมืด

         น่าเวทนา และน่าสงสารเหลือเกิน

         “..”

         นางรู้จักมนุษย์ที่หัวใจสีดำสนิทมากมาย กระนั้นเพิ่งเคยเจอสัตว์ประหลาดที่หัวใจสีดำเช่นนี้ แววตาของมันช่างมืดบอด และไม่มีความคิดอื่นใดนอกจากการทำลายล้างสิ่งตรงหน้า ถูกชักจูงด้วยความสิ้นหวัง ถูกมอบความหวังด้วยคำสัญญาของปีศาจ เพราะอะไรมันอยากมีชีวิต เหตุผลในการมีชีวิตของมันนั้น มันยังจดจำได้หรือไม่

         ท่ามกลางความมืดที่รายล้อมวิญญาณ และหัวใจ

         มันยังจำได้หรือไม่ ว่าตัวเองเคยเป็นใคร

         โซฟีไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ กระนั้นนาง..

         “ถ้าเป็นพี่สาว..”

         ถ้าเป็นพี่เมรัยต้องอยากรู้แน่ ว่าทำไม ชีวิตของเขาจึงเป็นเช่นนี้..

         นักเชิดหุ่นน้อยกัดฟันตั้งสติไม่ให้วอกแวก นางมองรอบด้านเพื่อหาอาวุธเหมาะมือจิ๋ว หนทางเดียวที่น่าจะใกล้เคียงความจริงที่สุดคือนางควรกำจัดเจ้าหมีปีศาจซะเพื่อความปลอดภัยของชีวิตพวกโซฟี ในหมู่คนที่สามารถจัดการมันคงมีเพียงโซฟีเท่านั้น นักเชิดหุ่นน้อยมีประสบการณ์เอาตัวรอดมากกว่าเพื่อน นางถนัดเรื่องให้พลังด้วย

         หากสู้ไม่ไหวค่อยแกล้งตายละกัน

         “อย่าโกรธกันเลยนะ”

         นักฆ่าน้อยใช้มือเลื่อนเปิดตู้เก็บมีด และขอยืมมีดจากตู้หนึ่งเล่ม มีดสั้นคมกริบ ส่วนปลายคมทอประกายแสงวูบวาบ ด้ามจับสลักลายนางเงือก มันไม่ใช่อาวุธวิเศษ กระนั้นมันคมพอฟันศัตรู โซฟีตั้งสมาธิ นางปิดดวงตาสีฟ้านภา และเปิดดวงตาสีแดงทับทิม หากเป็นเวลาปกตินางคงมีพลังมาโฮเพิ่มขึ้น กระนั้นยามนี้เอาแค่นิสัยกล้าแทงคนก็พอแล้ว

         “..”

         เอาล่ะ แทงมันเลย!!

         โซฟีควงมีดพลิ้ว เจ้าหมีปีศาจครั้นตวัดอุ้งมือฟาดใส่นาง โครม!!! เก้ากี้พังเป็นเสี่ยง นักเชิดหุ่นน้อยเบี่ยงกายเล็กหนีอย่างว่องไว นางย่อตัวกระโดด และกระโดด กระโดดปานลูกจิงโจ้ และกระโดด เหวี่ยงมีดหมายปักตาหมีปีศาจ เจ้าหมีปีศาจมองเห็นแสงมีดสว่างไสว มันยกแขนบังทันท่วงที มีดในมือโซฟีเลยปักแทงเข้าที่แขนมันแทน “ชิ” “กรร” มันสะบัดแขนเหวี่ยงขว้างโซฟีกระเด็นลอยกลางอากาศ นักเชิดหุ่นน้อยตัวเบามาก นางลอยละลิ่ว และพลิกหมุนร่างอย่างพลิ้วไหว ครั้นปล่อยตัวลงพื้นอย่างสง่างาม กระโปรงพัดเปิด

         “ผิวหนาจริง”

         ลมหนาวพัดผ่านช่องกระจกแตกร้าว พัดผ้าม่านขาดให้สะบัดไสว แขนเจ้าหมีปีศาจเลือดไหลนอง หยาดโลหิตหยดลงพื้นเปียกแฉะ “กรร” เมื่อมันเผชิญหน้าหนึ่งหนึ่งกับโซฟี มันใจเย็นอย่างน่าเหลือเชื่อ เจ้าหมีปีศาจพินิจมองนักฆ่าน้อย แม้นสมองมันไม่มีเหลือแล้ว กระนั้นสัญชาตญาณดิบยังคงทำงานมิเสื่อมถอย บอกให้มันระวังตัว อย่าประหม่าสาวน้อยตัวน้อยเท่าลูกหมี

         เจ้าหมีปีศาจพ่นลมหายใจเยียบเย็นปานลมปราณเทพมรณะ มันยกแขน และใช้ลิ้นเลียบาดแผล โซฟีเห็นแล้วแอบหวั่น

         “กรร”

         มันทิ้งแขน และเริ่มก้าวเดินฝีเท้าหมีดุ โซฟีจับจ้องมองเจ้าหมีปีศาจไม่วางตา สังเกตลักษณะนิสัย จังหวะการจู่โจม และคำนวณแรง นักเชิดหุ่นน้อยตั้งมีดเตรียมลุย ครั้นเมื่อทั้งสองฝ่ายหยุดเดิน และสูดหายใจ ฟิ้ว ตุบ พริบตาที่หายใจออก โซฟีเปิดฉากใส่ก่อน นางหยิบแจกันบนโต๊ะขว้างใส่มันเต็มๆ เจ้าหมีปีศาจยกแขนปัดแจกันทิ้งอย่างง่ายดาย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น โซฟีอาศัยความไว กระโจน และกระโดด วิ่งไต่ผนัง เข้าประชิดตัวหมีปีศาจ

         นางอาศัยจุดอับสายตา ชักมีดแทงท้องมัน

         เล็งจุดตาย สวบ

         “กรรรรรรร”

         ปลายมีดแทงลึกเกินครึ่ง โซฟีปล่อยมือจากมีดแล้วไวตัวหลบหนี ฟุบ ฟุบ

         “ชิ”

         นางถอยกลับไปที่ตู้เก็บมีด ครั้งนี้นางยกกำปั้นเหวี่ยงฟาดกระจกแตกเพล้ง แล้วขอยืมมีดมาสักสิบเล่ม “เล่มเดียวน้อยไป”

         โซฟีขว้างมีดสิบเล่มให้กระจักกระจายทั่วห้องเพื่อให้นางหยิบจับสะดวกเวลาเคลื่อนไหวร่างกายไปยังจุดจุดนั้น นักเชิดหุ่นน้อยถือมีดในมือซ้าย และขวา น้ำหนักมีดเบาถนัดมือนางเลย โซฟียิ้มหฤโหดปานทหาร กระโปรงพัดพลิ้ว เรือนผมลอนส่ายสยาย นางก้าวเท้าเผชิญหน้าหมีปีศาจอย่างเทพอสุรา เล็งจุดตายยาก ก็เปลี่ยนเป็นตัดกำลังอีกฝ่าย ค่อยๆสร้างบาดแผลเล็กๆให้เลือดไหลหมดร่าง ตายเลยไปเลยนะ!!

         ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว เพล้ง

         มีดปะทะฟาดใส่กรงเล็บ โซฟีเบี่ยงวิถีเผื่อเลี่ยงแรงต้าน และแรงปะทะ นางอาศัยร่างกายตัวน้อยหลบอุ้งมือศัตรู และเข้าประชิดข้างหลัง ระดมใช้มีดที่วางไว้ทั่วห้อง ไล่ปัก แทง ฟัน เจ้าหมีปีศาจ มันโกรธ และเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าเดิม เร็วจนขีดจำกัดทางร่างกายของมนุษย์ตามไม่ทัน ทว่านักฆ่าน้อยไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา นางไม่หยุดเมื่อโดนกรีดแขนเลือดไหล นางไม่หยุดจนกว่าจะเอาคืนได้!

         “นี่แน่ะ”

         โซฟีร้องคำราม และใช้มีดแหลมปักก้นเจ้าหมีปีศาจ

         เจ้าหมีปีศาจเจ็บเกินทนไหว มันร้องคำราม และล้มลง เสียท่าให้มีดเล่มสุดท้าย โครม

         “แฮ่กๆ”

         ใช้แรงกายเกินเจ็ดส่วนของทั้งหมด โซฟีอ่อนล้าอย่างยิ่ง นางทรุดเข่านั่งแปะพื้นพรม เสื้อผ้าชุดเดรสมีรอยขาดประปราย บนแขน และแก้มมีรอยเลือดซึมไหล นักเชิดหุ่นน้อยไม่เคยต้องเหนื่อยแรงเท่านี้เลยนอกจากตอนสู้ยัยนกน้ำแข็ง นักเชิดหุ่นน้อยกัดฟัน สีหน้าเจ็บปวดสาหัส นางโค่นเจ้าหมีปีศาจแล้ว เท่านี้ทุกคนปลอดภัย “เพียงเท่านี้..”

         !!!!!

         …

         ..

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         “…”

         สายฟ้าผ่าลงอาคารแห่งบาปคนตะกละ พริบตานั้นแสงสว่างพลันสาดวาบทั่วห้องทำให้โซฟีน้อยมองเห็นร่างกายกำยำของหมีปีศาจนับสิบห้าสิบตัวยืนลายล้อม ห้อมล้อมทั่วห้องใหญ่ บนชั้นสอง และชั้นหนึ่ง ตรงประตู ตรงหน้าต่าง เกาะบนเพดาน และไต่บนผนัง ครั้นพริบตาที่ความมืดมิดช่วยอำพราง และลบภาพร่างกายพวกมันอีกครา นัยน์เนตรสีเขียวมรกตนับร้อยคู่.. พลันเจิดจ้าสาดประกายความเยียบเย็นยะเยือกแพรวพราว

         หยาดน้ำฝนรินไหล หยดลงจากปากพวกมัน..

         -- 

ปล.นักเขียนไปเที่ยวเหนือนะเจ้าคะ ตอนต่อไปคาดว่าจะรอสี่ห้าวัน..หรือมากกว่านั้น//เก็บของๆ ลุยๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น