marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 554

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 7
แบบอักษร

 

 

 

เจอกันอีกครั้ง

 

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อ

 

“นายครับนี่คือสิ่งที่คุณลิสฝากมาให้แล้วก็ยาที่นายสั่งครับ” ผมเอื้อมมือไปรับกระเป๋าจากอึนอูที่เอาของฝากจากพี่ลิสมาให้เพราะทางนั้นก็รู้แล้วว่าผมจะออกไปแล้ว

“ขอบใจ” ผมเปิดดูของข้างในทันทีก่อนจะเห็นไบโอนิกที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ปลอมตัวสองเครื่อง...ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างชอบใจแผนที่จะออกไปจากที่นี่พร้อมแล้ว

“เอาละออกไปแล้วโทรหาท่านได้เลยบอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว” คำพูดของผมทำให้อึนอูยิ้มออกมา

“ครับ ผมจะรอข้างนอกนะครับนาย” พูดจบหมอนั่นก็เดินออกไปส่วนผมก็เริ่มติดตั้งแผ่นนาโนชิปลงที่ท้ายทอยของผมเจ้าแผ่นนี้ทำให้ผมสามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้ในโลกนี้เพราะทันทีที่ผมติดตั้งเพียงแค่ผมนึกว่าผมจะเป็นใครมันก็จะสร้างผิวหนังชั้นนอกมาปกคลุมใบหน้าที่แท้จริงของผมทันทีหากอยากยกเลิกเพียงแค่แตะที่แผ่นที่ติดอยู่ท้ายทอยนั่นก็จะทำให้คำสั่งถูกหยุดไปแต่ที่พี่ลิสส่งมาสองอันคืออีกอันผมจะเอามาประกอบกับเรื่องนี้ไง และ ทีเด็ดที่ผมชอบของที่พี่ลิสทำคือเจ้าไบโอนิกนี่แหละผมรีบหยิบคอนแทคเลนส์ขึ้นมาใส่อย่างคุ้นชินทันที....

ทั้งหมดทั้งมวลนี่ที่ผมจะทำไม่มีแผนสำรองมีแค่แผนเดียวที่ผมคิดว่ายังไงมันก็เป็นไปได้ 100% เเริ่มจากผมจะหาคนที่มาปลอมตัวเป็นผมแล้วให้หมอนั่นกินยา Potassium chloride เพื่อทำการหยุดเต้นของหัวใจชั่วขณะ หรือพูดง่ายๆคืเแกล้งตายนั่นเองพอหมอนั่นหัวใจหยุดเต้นไปผมก็จะปลอมตัวเป็นผู้คลุมของที่นี่หลังจากนั้นก็จะมีรถพยาบาลมารับซึ่งเป็นรถที่ท่านผู้นั้นเป็นคนเตรียมให้พร้อมกับคนของท่านด้วยในในขณะที่ตัวปลอมกำลังแกล้งตายอยู่นั่นทีมแพทย์ที่มากกับรถจะทำการเปลี่ยนถ่ายดีเอ็นเอของผมลงร่างกายของเจ้าตัวปลอมลงบริเวณที่ขาขวาเพื่อทำให้ตรวจสอบได้ว่าเป็นผมจากนั้นก่อนหมอนั่นจะฟื้นผมจะรีบถอดนาโนชิปออกจากนั่นเราก็จะทำทีเป็นโดนโจมตีทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำก่อนจะเกิดการระเบิดทำให้คนที่อยู่ในนั้นตายแค่คนเดียวนั่นก็คือตัวปลอมของผมนั่นเอง

“เอาละเสร็จละไปตามหาเป้าหมายที่จะมาทำเรื่องนี้กันดีกว่า” ผมพูดพึมพำกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงานของพัศดีอย่างสบายอารมณ์เพื่อจะไปตามหาเป้าหมายของผม...

 

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

 

 

“แกลากฉันมามีอะไร” ผมเงยหน้าขึ้นมองไอ้เวรที่เคยคิดจะอัดผมเมื่อครั้งก่อนผมสำรวจหมอนั่นอย่างละเอียด หุ่นไอ้หมอนี่ใกล้เคียงกับผม ความสูง ก็เท่าๆกับผมแต่จะมีแค่หน้าตานี่แหละที่มันสู้ผมไม่ได้ผมจึงเริ่มจะยื่นข้อเสนอให้มัน

“อยากออกไปจากที่นี่หรือเปล่า” คำถามของผมทำให้มันมองอย่างสงสัย

“ฉันเชื่อว่าคนที่เขาจ้างแกให้มาอัดฉันคงไม่มีปัญญาพาแกออกไปจากที่นี่แน่”

“แกกำลังพูดอะไร”

“ฉันกำลังจะยื่นข้อเสนอให้แกไงฉันคิดว่าถ้าแกตกลงละก็ฉันก็จะพาแกออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย”

“แกจะทำไง” คำถามนั่นทำให้ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามมันขึ้นอีกครั้ง

“แกจะตกลงหรือเปล่าละ” มันมองหน้าผมอย่างชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะมองซ้ายมองขวาเล็กน้อยแล้วหันมาตอบผม

“โอเคฉันอยากออกไปจากที่นี่แกจะช่วยฉันยังไง” ผมยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเริ่มาถอดเสื้อนักโทษของตัวเองออกแต่ไอ้เวรนั่นก็ร้องขึ้นมา

“นั่นแกจะทำอะไรนะ!!!” ผมหันไปมองมันอย่างไม่ชอบใจนี่มันคิดว่าผมจะทำอะไรมันให้ตายเถอะผมจึงรีบถอดเสื้อตัขออกแล้วเอาโยนไปให้มัน

“หุบปากแล้วใส่เสื้อฉันสะ ฉันจะให้แกปลอมตัวเป็นฉันแล้วทานนานี่มันเป็นยาที่ทำให้หัวใจแกหยุดเต้นไปชั่วขณะประมาณ 20 นาที จากนั้นฉันจะปลอมตัวเป็นตำรวจที่จะไปกับแกครั้งนี้ด้วยพอออกไปจากที่นี่ได้เราค่อยแยกทางกัน” คำพูดของผมทำให้มันมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อใจ

“แล้วฉันจะเลื่อแกได้ไงถ้าแกคิดจะหนีแผนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องชวนฉันก็ได้นิ” ไอ้หมอนี่หัวไวเหมือนกันแฮะ ใช่อย่างที่มันพูดแล้วถ้าผมคิดจะหนีแผนนี้ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งใครก็ได้แต่ที่ต้องให้มีมันมเสริมแผนที่วางไว้ถึงจะสมบูรณ์

“ฉันเสียดายคนอย่างแกเลยกะว่าจะเอามาเป็นลูกน้องด้วยเลยชวนก็แค่นั้น” คำโกหกของผมทำให้มันพยักหน้าอย่างเข้าใจผมเชื่อว่ายังไงมันก็ไปกับผมแน่นอนเพราะมันคือคนของพวกนั้นไงละคงจะอยากจับตาดูผม

“แล้วเราจะเริ่มเมื่อไหร่”

“วันนี้ และ ตอนนี้รีบใส่เสื้อนะเดี๋ยวฉันจะทำบางอย่างให้” สิ้นสุดคำพูดของผมมันก็รีบใส่เสื้อของผมทันทีพอมันใส่เสื้อเสร็จแล้วผมจึงบอกให้มันหันหลังมาจากนั้นก็ติดตั้งแผ่นนาโนชิปลงไปก่อนจะสั่งให้มันหันมามองผม

“มองหน้าฉันแล้วนึกภาพฉันในหัว” มันทำตามที่ผมบอกก่อนนาโนชิปจะค่อยๆทำงานเริ่มและไม่นานมันก็กลายเป็นผมได้อย่างแนบเนียนผมพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจก่อนจะยื่นยา Potassium chloride ให้มันเป็นยาที่จะทำให้หัวใจหยุดเต้น

“กินนี่เข้าไปสะ”

“ฉันจะฟื้นขึ้นมาจริงๆเหรอ”

“แน่นอน...ฉันจะโกหกแกทำไมรีบกินเข้าไปได้แล้วหยุดพูดมาก” คำเร่งเร้าของผมทำให้มันกินเข้าไปอย่างไม่สงสัยผมรอประมาณ 10 นาทียาก็เริ่มแสดงผลหมอนั่นสลบเหมือดนอนลงพื้นผมจึงเดินจากไปตรวจชีพจร

“โอเค แผนแรกสำเร็จไปแผนสองได้” ผมพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปเคาะประตูจากด้านในเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ด้านนอกเข้ามา

แอ๊ดดดด ปัง!

“เอาละมาเริ่มแผนทั้งหมดได้ละ”

 

 

 

ยองมี

 

 

“หัวหน้าพัคค่ะช่วงนี้ดูเหนื่อยๆนะเป็นอะไรหรือเปล่า” ฉันกำลังเดินออกจากห้องทำงานอย่างเหนื่อยล่านับตั้งแต่เจอกับพวกเขาครั้งนั้นชีวิตของฉันรู้สึกเหมือนทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าตอนเช้าฉันต้องมาทำงานเป็น พัคยองมี ส่วนตอนเย็นฉันต้องไปทำงานเป็น จองเชรา เพื่อเข้าไปสืบเรื่องราวทั้งหมดจาด กงโชจุน เริ่มแรกจากการเข้าไปเป็นพนักงานทำความสะอาดด้วยการปลอมตัวจากเครื่องมือที่พี่ลิสสร้างขึ้นมันช่างน่าเหลือเชื่อมากฉันสามารถกลายเป็นคนอื่นได้แค่ในเวลาไม่กี่นาทีไม่ต้องเปลืองเวลาไปแต่งหน้าด้วย...

และ ตอนนี้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องปลอมตัวไปแล้วเพราะที่เข้าไปแค่ไปวางระบบให้พี่ลิสจัดการส่วนที่เหลือเท่านั้นตอนนี้พี่ลิสสามารถควบคุมทุกอย่างในบริษัทของกงโชจุนได้แล้ว..แต่ยังคงต้องดำเนินแผนสองคือเข้าไปตีสนิทหมอนั่นให้ได้เพื่อที่จะฝังมินิชิป GPS เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของหมอนั่นพร้อมกับการดีกฟังที่ดีเยี่ยมไงละแต่แผนนี้มันทำได้ยากมากเพราะหมอนั่นระวังสุดๆเพราะแบบนี้ฉันถึงต้องไปเฝ้าเพื่อหาจังหวะ และ นั่นก็ทำให้ฉันอดหลับอดนอนมาหลายคืน =_=!!!!

“เปล่าหรอกแค่เหนื่อยนิดหน่อยว่าแต่มาหาฉันมีอะไรหรือเปล่า มีรา” ฉันหันไปถามมีราอย่างเหนื่อยๆเพราะมันเหนื่อยจริงๆ

“ไม่มีอะไรค่ะฉันแค่เห็นหัวหน้าเพลียๆเลยเป็นห่วง” คำพูดของมีราทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่เพราะฉันเหนื่อยมากตาจะปิดละ

“อื้อขอบคุณนะแต่เธอไปทำงานเถอะฉันไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ช่วงนี้เธอเห็นใครเข้าห้องทำงานของฉันบ้างเปล่า” คำถามของฉันทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ ที่ถามแบบนี้เพราะรู้สึกเหมือนห้องทำงานของฉันจะมีคนบุกรุกไงละเป็นอย่างที่พวกเขาบอกจริงๆด้วยว่าจากนี้จะมีคนที่ทำทุกอย่างเพื่อจะแย่งหลักฐานจากมือของฉัน

“งั้นเหรอ..งั้นช่างเถอะเธอไปทำงานต่อละกันวันนี้ฉันจะขอลาพักหน่อยนะเหนื่อยจนตาจะปิดละ”

“แบบนั้นก็ดีค่ะ หัวหน้าควรพักผ่อนล้างเพราะดูจากตอนนี้สภาพดูไม่ได้เลยคะ ขอบตาช้ำมาก”

“โอเคๆ งั้นไปก่อนละ” ฉันพูดอย่างเหนื่อยๆก่อนจะรีบหันหลังเดินออกมาแต่พักนี้ฉันรู้สึกเหมือนข้างหลังกำลังมีคนตามอยู่บ่อยๆ

‘พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดอย่าให้พวกนั้นรู้ตัวว่าเธอรู้แล้วว่าพวกมันตามถ้ามันรู้เธอจะตกในอันตราย’

คำพูดของพี่แม็กดังก้องขึ้นมานั่นทำให้ฉันไม่ใส่ใจคนที่กำลังตามมา แต่ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าใครแต่อีกใจก็ไม่อยากรู้เพราะกลัวว่าจะรับความจริงไม่ได้....

ฉันรีบเดินขึ้นรถขับออกไปด้วยความเร็วทันทีก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความคิดมากมายในหัวให้ตายเถอะตอนนี้ฉันสับสน และ หวาดระแวงไปหมดคนในองค์กรของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาครั้งนี้นะสินั่นจึงทำให้ฉันรู้สึกสับสน...

“ไม่หรอกน่าาา...คนที่ฉันรู้จักไม่มีวันทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นได้หรอก” ฉันพึมพำขึ้นมาคนเดียวอย่างกับคนบ้าให้ตายเถอะแต่ในตอนนั้นเองจู่ๆฉันก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังขับรถตามฉันมา

ฉันตั้งใจเหยียบคั่นเร่งเร็วขึ้นก่อนจะเริ่มขับซิกแซ็กเพื่อดูปฏิกิริยาของทางนั้นว่าตามฉันมาหรือเปล่า และ ก็เป็นดั่งคาดมันตามฉันมา!!!!! มันขับรถตามฉันมาเร็วขึ้นเรื่อยจนไม่นานก็จี้มาอยู่ด้านหลังของฉัน

“นี่มันคิดจะทำอะไรกัน” ฉันมองกระจกหลัวอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะเห็นหน้าคนที่ตามผ่านกระจกตรงข้ามฝั่งคนขับในมือของไอ้หมอนั่นมีอะไรสักอย่าง...มันพยายามขับรถจี้ฉันมาเรื่อยๆจนไม่นานจู่ๆฉันก็รู้สึกเหมือนว่ารถจะเบรกไม่ได้...

กึกๆ กึกๆ

ฉันพยายามจะเหยียบเบรกแต่ไม่ว่าจะทำไงก็ทำไม่ได้...

“เอ๊ะ!! หรือว่า!!!!” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะพยายามตั้งสติหมุนพวงมาลัยหลบหลีกรถตามทางเพราะตอนนี้รถฉันเริ่มจะเร็วขึ้นเรื่อยๆนะสิ...ฉันหันช้ายหันขวาพยายามคิดหาทางออกก่อนจะนึกบางอย่างได้ฉันรีบกดโทรหาพี่ลิสทันที...แต่ไม่ทันจะกดโทรออกจู่ๆรถที่ไล่ตามหลังมาเมื่อกี้ก็เสียหลักชนเข้ากับต้นไม้อย่างรุนแรง

เอี๊ยดดดดด เพล้งงงงง

ฉันมองกระจกหลังอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อยก่อนที่รถจะขับออกจากรัศมีควบคุมของพวกนั้นได้จากนั้นฉันจึงวนรถกลับไปดู...ผู้คนมากมายเริ่มมุงดูด้วยความตกใจว่าจู่ๆมันเกิดอะไรขึ้นแต่ฉันแค่ขับผ่านช้าๆก่อนสายตาจะเริ่มสำรวจแต่ละจุดก็เห็นรอยกระสุนอยู่ตรงกระจกก็เข้าใจทันทีว่าพวกนี้โดนบางคนจัดการแต่ใครกันที่เป็นคนทำ....

“ใครยิงนะ...ให้ตายสิยิ่งเหนื่อยอยู่ด้วยไม่รู้แล้วจะกลับไปนอนก่อนละกันไม่ไหวคิดอะไรไม่ออก” ฉันสะบัดหัวไล่เรื่องราวต่างๆออกจากหัวจนหมดก่อนจะรีบขับรถกลับไปยังคอนโดหรูด้วยความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจจนไม่สามารถจะโฟกัสไปเรื่องอื่นได้อีก...

 

 

20 นาทีต่อมา

 

 

ฉันขับรถเข้ามาจอดชั้นวีไอพีที่ประจำของตัวเองก่อนจะรีบเดินลงรถอย่างคนไม่มีแรงฉันเดินโซซัดโซเซไปที่ลิฟต์อย่างคนไม่มีสติเพราะตอนนี้ตาทั้งสองข้างใกล้จะปิดเต็มทีละ....ทันทีที่ไปถึงฉันก็รีบหยิบคีย์การ์ดขึ้นมากดลงช่องสแกนทันทีลิฟต์ค่อยๆปิดลงพร้อมกับตาที่งสองข้างของฉัน...

ติ๋ง!

สัญญาเตือนของลิฟต์ทำให้ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาเดินออกจากลิฟต์อย่างทุลักทุเลเพราะมันเพลียมากไม่ได้นอนมา 3 วันติด!!!! แถมแต่ละสันคือทำงานเต็มที่มากตอนนี้ฉัยเลยเหมือนคนใกล้ตายสุดๆ...ฉันเดินไปทิ้งร่างของตัวเองลงโซฟาที่ใกล้ที่สุด และ เหมือนว่าบนโซฟาจะมีรีโมททีวีอยู่นั่นจึงทำให้ทีวีเปิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเสียงรายงานข่าวในทีวีดังระงมในหูของฉันจนทำให้ฉันรำคาญเพราะมันหลับไม่ลง!!!

“โว้ยจะอะไรกันหนักหนาวันนี้วุ่นวายจริงๆ” ฉันเงยหน้าขึ้นมาอย่างโมโหก่อนจะหยิบรีโมทมาเพื่อจะปิดแต่จู่ๆในทีวีก็มีข่าวด้านรายงานมา

‘สวัสดีครับ ตอนนี้ได้ทีข่าวด่วนรายงานเข้ามาทางทีมงานเราได้รับแจ้งมาว่ามีรถพยาบาลเกิดเหตุระเบิดระหว่างเดินทางออกจากคุกซอแดมุนคาดว่าจะถูกซุ่มยิงระหว่างจนทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเข้าต้นไม้จนเกิดเหตุระเบิด และ นั่นทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนทางด้านเจ้าหน้าทีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ให้ข้อมูลมาว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะชเวอึนโฮ นักธุรกิจหนุ่มที่พึ่งโดนจับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนจู่ๆเกิดอาการแปลกๆคือเขาสลบไปพร้อมกับชีพจรที่หยุดเต้นนั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่เร่งมือกันช่วยพาเขามาโรงพยาบาลแต่ระหว่างทางมานั่นพวกเขาโดนซุ่มยิงจนทำให้รถเสียหลักตกข้างทางไปพวกเขาพยายามตะเกียกตะกายออกมาจากรถก่อนจะเกิดเหตุระเบิด และ ไม่ทันที่จะดึงร่างของ ชเวอึนโฮออกมา’

ฉันเงยหน้าขึ้นมาฟังข่างอย่างตกใจพร้อมกับความไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้...

“ไม่จริงน่าาา....ไหนพี่เขาบอกว่าเขา....” ฉันพึมพำขึ่นอย่างตกใจความง่วงทุกอย่างหายไปจนหมดฉันรีบลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะรีบควานหาโทรศัพท์เพื่อที่จะโทรหาพี่ลิสแต่ในระหว่างที่กำลังวุ่นกับโทรศัพท์อยู่นั่นจู่ๆประตูลิฟต์ในห้องฉันก็เปิดขึ้นพร้อมกับใครบางคนที่เดินออกมา....

“สวัสดีครับ...เจอกันแล้วนะ”

“คุณเป็นใครค่ะ” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่ไว้วางใจพร้อมกับถอยหลังหนีเล็กน้อยใครมันจะไว้ใจละคนปกติที่ไหนเข้ามาห้องฉันได้ทั้งๆที่นี่ความปลอดภัยแน่นนาจะตาย!!!! แต่ผู้ชายคนนั้นก็เดินมาหาฉันด้วยใบหน้าเรียบๆนิ่งๆ ท่าทีแบบนี้มันเหมือนกับไอ้คนบ้านั่นจริงๆ เขาเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่ท้ายทอยการกระทำแบบนี้มันคุ้นชะมัดเหมือนที่ฉันเคยทำเลย....

“อย่าบอกนะว่า....” ฉันพูดพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนใบหน้าของคนที่ชอบทำหน้าเบื่อโลกตะค่อยๆเผยออกมา....

“คุณอึนโฮ!!!!!”

“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ คุณพัคยองมี”

 

 

มาแล้วตอนนี้มาเจอกันแล้ววววจะเป็นการเจอกันที่จะค่อยๆเติมความน่ารักให้ฮ่าๆๆๆตอนต่อไปเตรียมตัวเข้าโหมดนั่งยิ้มได้ฮ่าๆๆๆ

ปล. สิ่งที่ไรท์เขียนออกมาแต่ละอย่างเป็นเพียงสิางที่ไรท์สมมุติขึ้นมาเท่านั้นนะจ๊ะ

ปล.ที่สอง อาการง่วงจนไม่สนใจเหตุการณ์รอบข้างนอกจากเรื่องของตัวเองนั่นไรท์เขียนมาจากเรื่องที่ตัวเองเจอไม่รู้ว่าจะเป็นกับใครมั้ยแต่ถ้าไม่รู่สึกอินตรงนี้ขอโทษจริงๆฮ่าๆ

 

 

 

ความคิดเห็น