ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เหนื่อยพอแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เหนื่อยพอแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2563 01:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เหนื่อยพอแล้ว
แบบอักษร

"เจ้าได้ข่าวคราวเรื่องเจ้าแม่ชุดขาวบ้างหรือไม่ ข้าเห็นคนที่มาที่นี่พูดถึงเจ้าแม่กันไม่หยุด"

 

ระหว่างทางที่พากันขี่ม้ากลับ หูเล็กๆนั่นก็แว่วเสียงจอแจของชาวบ้านเรื่องเจ้าแม่ชุดสีขาว.....รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกยิกๆ....กะจิตกะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนทำความผิดก็มิปาน

 

"อ่อ....เอ็งเอ๊ย!....จะบอกให้ เจ้าแม่ที่ว่าก็คือนางสวรรค์ที่ลงมาช่วยเด็กในหมู่บ้านอย่างไรเล่า!....ข้าฟังมาจากคนในหมู่บ้าน เห็นบอกว่ารูปโฉมงดงาม จิตใจดีมีเมตตา...."

 

"ช่วยเด็กในหมู่บ้านงั้นรึ เอ้า! แล้วเด็กนี่มันเป็นอะไรกัน"

 

กัลปพฤกษ์ไม่อาจทนฟังเรื่องน่าอายอย่างนี้ต่อได้ รีบเอามือปิดหัวใบหน้าแดงซ่านจากความเขินอาย....ใครใช้ให้ตอนนั้นตั้งตนเป็นเจ้าแม่กันเล่า! ถึงจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ก็เถอะ....

 

"นั่งดีๆหน่อยไม่ได้งั้นรึ.."เสียงทุ้มจากข้างหลังดุขึ้น

 

มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางเพราะกัลป์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเอามือปิดหู เอียงซ้ายไปเอียงขวามาแทบจะตกอยู่แล้ว....

 

"ขะ..ขอโทษครับ.....เอ่อ....เอาแขนของท่านออกก่อนได้หรือไม่"เขายิ้มแห้ง รีบเอามือกุมหูมายันตัวของม้า

 

นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังกระชับวงแขนแน่นอีก....กัลป์เตรียมจะขอให้ปล่อยอีกรอบแต่ม้าที่ขี่อยู่ดันเกิดหลบสิ่งกรีดขวางข้างหน้ากระทันหันส่งผลให้ร่างบางกระเด้งตัวขึ้น

 

ตึก!

"อ้ะ!!"ร่างบางกระเด้งเข้าสู่อ้อมกอดภุชคินทร์

 

จากที่ชิดกันอยู่แล้วก็ชิดกันมากกว่าเดิม กัลป์นั่งตัวแข็งทื่อใบหน้าขึ้นริ้วสีแดง แผ่นหลังรับรู้ถึงความอุ่นจากตัวอีกฝ่าย....บอกเลยว่าไม่กล้าดื้อแล้ว หนูจะไม่ดื้อแล้ว...ฮือๆ อยากจะร้องไห้

 

"หึ......"ภุชคินทร์แค่นยิ้มแล้วกลับไปมองทางต่อ...

 

พอมาถึงจวนพวกเขาก็พากันเข้าไปข้างใน โดยที่ภุชคินทร์เป็นคนพาไปที่ห้องแล้วสั่งบ่าวไพร่ให้ยกสำรับเข้ามา พอถามว่าทำไมถึงกินที่ห้องนอนก็ได้คำตอบกลับมาว่าไม่อยากให้ใครเห็นตัวผมเยอะ

 

ถ้าเป็นในนิยายแนวโรแมนติก ก็อาจจะคิดว่าอีกฝ่ายแค่หึงผมแค่นั้น......แต่มันใช้กับคนหยาบคายอย่างภุชคินทร์ไม่ได้น่ะสิ.....

 

"ไม่อยากให้มีคนเห็นเจ้าเยอะ.....ข้ารำคาญจะไปตอบพวกบ่าวพวกทหาร"ร่างสูงพูดไม่แยแส ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวของตัวเอง...

 

เห็นไหมล่ะ....คนหยาบคาย.....ชิ!

 

มือบางจุ่มน้ำในขันพักให้แห้งก่อนจะจกข้าวกิน เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อก่อนวันไหนช้อนไม่พอก็ต้องใช้มือนี่แหละจกข้าวกิน ถึงจะได้ช้อนมาพอเห็นเด็กๆใช้มือแล้วมันอดสงสารไม่ได้...เลยต้องสละช้อนให้ จึงเป็นความคุ้นชินติดตัวมา

 

จะว่าไป.....

 

"ทำไมสำรับมีแต่เนื้อหมู เนื้อไก่กัน....."ร่างบางเงยหน้าถาม...อย่างสงสัย

 

ภุชคินทร์เงยหน้าขมวดคิ้วทั้งๆที่น่องไก่ยังคาบอยู่ที่ปาก.....เอิ่ม.....ขุนพี่ทำอย่างนั้น ขุนพี่คิดว่าเท่ห์นักเหรอ?.....สภาพเหมือนหมาชัดๆ....

 

"..........."ร่างสูงไม่ตอบ วางไก่ที่แทะลงยกขันน้ำขึ้นมาดื่ม เหงื่อบนหน้าผากไหลย้อยลงมา.....หลบตาเหมือนเด็กซ่อนความผิด อาการแบบนี้นี่มัน....คุ้นๆ...

 

"ยะ...อย่าบอกนะ....ว่าท่านไม่กินผัก!"ร่างบางอุทานเสียงดัง

 

"แฮ่ม.....ข้าจะกินหรือไม่กินมันไม่เกี่ยวอันใดกันเจ้า ไม่กินผักข้าไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรสักนิด"ภุชคินทร์ตีหน้าเข้ม นั่งกอดอกหันหน้าไปทางอื่น...

 

"เห้อ....."กัลป์ถอนหายใจเล็กน้อย ลุกขึ้นไปนั่งใกล้ๆภุชคินทร์

 

"ไม่ได้นะครับ ผักมีประโยชน์ตั้งเยอะ...หากท่านไม่กินท่านจะท้องผูก ดีไม่ดีมันจะเสียสุขภาพด้วย...."ผมว่าพลางจับกรอบหน้าเขาให้หันมา หยิบเม็ดข้าวที่ติดปากใส่ผ้าขี้ริ้ว

 

"ฮึ่ม...เรื่องของข้าเจ้าอย่ายุ่ง....แค่นี้ข้าก็เหนื่อยพอแล้ว"อีกฝ่ายทำหน้าไม่พอใจสุดๆ

 

ร่างบางชะงักกึก...คำพูดของภุชคินทร์มันทำให้ใจผมมันเจ็บแปลกๆ...ผมคงทำให้เขาเหนื่อยมากงั้นสินะ..ทั้งๆที่ผมก็ช่วยเข้ามาตั้งเยอะ...ไม่เข้าใจเลยสักนิด

 

"ขอโทษครับที่ทำให้ท่านเหนื่อยท่านภุชคินทร์...ผมมันก็แค่ผีรับใช้ในปกครองของคุณไม่อาจเทียบมาสั่งได้"ร่างบางโค้งตัวหนึ่งครั้งแล้วเดินออกไปจากห้อง

 

กัลปพฤกษ์เดินออกมาจากที่นั่งผ่านผู้คนมากมายไม่รู้เท่าไหร่ ใจก็อยากหาแต่ที่สงบจนมาเจอแม่น้ำสายหนึ่งล้อมรอบเต็มไปด้วยต้นไม้

 

"นี่เราเข้ามาในป่าตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย......เห้อ ไอ้กัลป์เอ้ยไอ้กัลป์...จะว่าไปที่ข้อเท้ามันไม่มีโซ่อยู่แล้วหนิ!"เพราะเรื่องหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นเลยลืมลืมคิดไปเลยว่ามีโซ่ที่ข้อเท้าอยู่

 

มัวแต่โกรธที่ภุชคินทร์พ่นคำว่าเหนื่อยออกมาจากปากจนลืมดูว่าเดินเข้าป่ามา ก็มันจริงๆหนิ....คนอะไรใจร้ายใจดำที่สุด เคยช่วยไปตั้งหลายครั้งคำขอบคุณสักคำยังไม่มี...

 

"อ้ะ น้ำตกนี่นา หูว!น้ำใส๋ใส"อยากบอกว่าใสมาก ใสจนเห็นพื้นใต้น้ำได้เลย

 

ผมหันซ้ายหันขวาคิดว่าคงไม่มีใครมาเดินเล่นอยู่แถวนี้หรอกก็เลยถอดเสื้อผ้าออก เหลือเพียงแต่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสั้น...แล้วก้าวเท้าข้างซ้ายค่อยๆจุ่มลงไปในน้ำ

 

"อาห์ เย็นกำลังดี.......ฮืมฮือฮื้อฮือ"กัลป์จุ่มตัวลงไปในน้ำฮำเพลงในลำคอ หลับตาซึมซับความผ่อนคลายเข้าสู่ร่างกาย ฝ่ามือลูบไร้ที่หลังมือไปถึงหัวไหล่และลำคอ

 

ร่างบางแช่น้ำได้สักพักหนึ่งจึงผุดลงไปเล่นน้ำ ว่ายไปที่ใกล้ๆกับน้ำตกลึกจนขาแตะพื้นไม่ถึงเสียงหัวเราะใสกังวาลไปทั่ว นานๆจะได้ผ่อนคลายซักที มีแต่เรื่องครียดๆเข้ามาตลอด

 

แกร่ก!

 

".......!!!"

 

เสียงเหยียบกิ่งไม้ดังขึ้นใกล้ๆกับจุดที่ลงเล่นน้ำ กัลป์รีบหันไปอย่างรวดเร็วปรากฏเป็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดชาวบ้านเสื้อแหวกอกสีเขียว นุ่งโจงกระเบนสีแดงใบหน้าจัดว่าหล่อเหลาเทียบเท่ากับภุชคินทร์เลยทีเดียว....

 

"เอ่อ......"ผู้ชายคนนั้นเกาท้ายทอย เสตามองไปทางอื่น...ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนหลบตาเขานะ

 

"ท่านเป็นใคร มีอะไรหรือเปล่าครับ"ผมถามตรงไปตรงมา พอเห็นว่าอีกฝ่ายเมียงมองไปมาอยู่ที่ตัวเขาหลายรอบเลยก้มลงดู..

 

"อึ้ย!! อย่ามองนะ!"

 

ร่างบางรีบลั่น ใช้แขนทั้งสองข้างกอดตัวเองปกปิดส่วนที่หน้าอาย ถึงจะใส่เสื้อกล้ามก็จริงแต่พอมันเปียกน้ำแล้วมันเลยลู่เข้ากับผิดเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไร

 

"สะ...สีบานเย็น...เอ้ย ไม่ได้มอง!ข้าไม่ได้มองอกเจ้าเลยสักนิด!"เจ้าของที่หลุดปากสารภาพความผิดหลับตาปี๋มีแอบหรี่ตาบ้างเล็กน้อย

 

เขาล่ะอยากจะมุดดินหนีไปให้ไกลจากที่นี่จริงๆ วันนี้ทั้งวันเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ วันนี้มันวันอะไรเนี่ย!!

 

"อย่าพึ่งลืมตาขึ้นมานะ!"

 

"ดะ ได้! ข้าจะไม่ลืมตาดูมะ..มั้ง"ถึงจะพูดงั้นแต่ก็แอบหรี่ตาดูอยู่ดี

 

กัลป์รีบใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีเวลาเอาเสื้อตัวในออกมาผึ่ง..มันก็จะแฉะๆหน่อยๆอะนะ

 

"ลืมตาได้แล้ว แล้วทีนี้ท่านบอกได้หรือยัง ว่าท่านเป็นใครมีอะไรกับข้าหรือเปล่า"เขาถามไปมือก็เกล้าผมรีดน้ำออก

 

"นามของข้าคือทศนา หรือทศน์ก็ได้ ข้าเผอิญเดินผ่านมาแถวนี้น่ะไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เจ้า.."

 

"อ้อ ผมชื่อกัลปพฤกษ์ เรียกว่ากัลป์ก็ได้ครับ"

 

จ๊อก!......

 

การแนะนำตัวเป็นไปได้ด้วยดี แต่ท้องลูกรักนี่สิประท้วงอีกแล้ว......ก็นมันยังไม่ได้กินอะไรเลยหนิ

 

"ฮะๆ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะหิว เดี๋ยวข้ามานะรอประเดี๋ยว"พูดปุ๊ปอีกฝ่ายก็วิ่งไปปล่อยให้ผมยืนงงอยู่ตรงนั้น

 

แต่สักพักทศน์ก็กลับมาพร้อมกับปลาในมือสี่ ห้าตัว ผมยังงงอยู่เลยว่าเขาไปเอาจากไหนมาทำไมไวจัง.....ผ่านไปซักพักทศน์ก็ก่อกองไฟย่างปลาเสียบไม้

 

"อ้ะนี่...ของเจ้า ไม่อิ่มบอกข้านะ..ประเดี๋ยวข้าจะไปหาผลไม้มาให้ แถวนี้มีของกินเยอะแยะเลย"ผมรับปลาย่างจากมือทศน์ อีกฝ่ายดีใจยิ้มร่าออกมา

 

"ไม่เป็นไรๆ ผมเกรงใจจะแย่"

 

"ไม่เป็นไรๆ ข้าก็หิวเหมือนกันถ้าเจ้าจะกินข้าจะได้กินด้วย"ทศน์ส่ายหน้าแล้วหยิบปลาขึ้นมากินบ้าง

 

ทศน์เป็นคนใจดี ความรู้สึกของผมมันบอก...เห้อ...ถ้าอีกคนที่ผมพึ่งโกรธไปใจดีบ้างก็คงจะดี

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขุนพี่น่าฆ่าให้ตายจริงๆ ทำกับน้งอย่างนี้ได้งายยยยห๋าาาาา

 

 

ความคิดเห็น