ครุฑดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 181 ข้อตกลง 03

ชื่อตอน : ตอนที่ 181 ข้อตกลง 03

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 63

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2562 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 181 ข้อตกลง 03
แบบอักษร

ตอนที่ 181 ข้อตกลง 03 

 

“เว่ยช่างฮ่าว สวัสดียามค่ำกับสำนักข่าวง่วงเหงาหาวนอนนะคะทุกท่าน เริ่มต้นข่าวแรกก็เป็นข่าวใหญ่ที่หลายท่านน่าจะอยู่ในเหตุการณ์ หรือ รับรู้ได้จากการแชร์ในสื่อโซเชียลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ กับการปราบปรามกบฏเซี๊ยะหยาง ที่มีนายพลเซี๊ยะหยางผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้ก่อกบฏลอบสังหารท่านผู้นำ แต่แผนการผิดพลาด และฝ่ายทางการได้ทำการตอบโต้ ปราบปรามด้วยความรุนแรงในทันที เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกว่าสิบเมืองทั่วประเทศจีน จากวีดีโอของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะพบว่ามีการเสียชีวิตจำนวนมากของทั้งฝ่ายทางการและฝ่ายกบฏเซี๊ยะหยาง แต่ตัวเลขที่แน่นอนนั้นยังไม่มีการประกาศจากทางการ มีเพียงการประกาศว่าสามารถจับนายพลเซี๊ยะหยาง หัวหน้ากบฏไว้ได้แล้วค่ะ รายละเอียดเพิ่มเติมทางการจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง สำหรับข่าวต่อไป…….” 

 

หลังจากทางกองทัพได้ส่งยานรบไปรับสินจิ้นผีที่เกาะส่วนตัวแล้ว ไม่นานทหารและตำรวจก็ผนึกกำลังปราบปรามแหล่งซ่องสุมกำลังของนายพลเซี๊ยะหยางในทันที ซึ่งฝ่ายของนายพลเซี๊ยะหยางก็มีอาวุธหนักเป็นจำนวนมากทำให้ไม่มีการยอมให้จับกุมโดยง่าย เมื่อเจ้าหน้าที่โผล่เข้าไปแสดงตัวเพื่อจับกุมก็ถูกสาดกระสุนและระเบิดใส่โดยไม่สนประชาชนที่อยู่ข้างหลังเป็นจำนวนมาก 

 

แหล่งซ่องสุมส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่อยู่ภายในเมืองใหญ่ ทำให้การเคลื่อยนย้ายกำลังพลเป็นไปโดยง่ายไม่ผิดสังเกตเพราะด้วยประชาชนนับล้านในเมือง การจะเดินกันขวักไขว่ปะปนไปกับคนธรรมดาก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก 

 

แต่ใช่ว่าการคิดทำการใหญ่ขนาดนี้จะทำคนเดียวได้ หลังจากสอบถามจากคนของเซี๊ยะหยางทั้งสี่คนที่เหลือรอดจากเกาะของสินจิ้นผี ซึ่งทั้งสี่คนนั้นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ความลับทุกอย่างถูกเปิดเผยแบบไม่ต้องเค้นถามเลยแม้แต่น้อย ซึ่งที่ทั้งสี่คนรีบพูดทันทีที่ถูกถามก็ไม่ใช่ว่าอยากจะกลับตัวเป็นคนดีอะไร แต่ในห้องสอบสวนนั้นอั้มเข้าไปนั่งอยู่ด้วย แม้ว่าจะเป็นการนั่งคุยกับเจ้าหน้าที่คนอื่นเรื่อยเปื่อย แต่มีมัจจุราชมานั่งอยู่ด้วยแบบนี้ทั้งสี่คนก็รีบสารภาพเป็นการด่วนแม้แต่เรื่องที่ไม่ได้ถามก็ตาม แล้วพอพูดจบ 

 

“ที่พวกเรารู้ก็บอกไปหมดแล้ว คราวนี้ช่วยรีบพาพวกเราไปเข้าคุกเลยได้ไหมครับ จะคุกมืด คุกขี้ไก่ คุกไหนก็ได้ ยิ่งไกลที่นี่ยิ่งดี ขอให้พาไปแบบเร็วๆ เลยครับ” 

 

“พวกนี้ดูท่าจะบ้าแหะ เขามีแต่สารภาพแล้วจะขอให้กันตัวไว้เซฟเฮ้าท์ที่สบายๆ นี่ดันขอไปอยู่คุกไกลเมือง ยิ่งไกลมันก็ยิ่งลำบาก พวกนี้มันบ้าจริงๆ” 

 

“ทำงานมายี่สิบกว่าปีพึ่งเคยเจอผู้ต้องหาแบบนี้วะ” 

 

“แบบนี้ก็ดีนะ ทำงานง่ายขึ้นเยอะ ส่งพวกมันไปห้องขังชั้นใต้ดินเหมือนเดิมก่อนละกัน แล้วข้างบนจะว่ายังไงก็ค่อยว่ากันอีกที เดี๋ยวผมเอาเรื่องนี้ไปรายงานเอง” 

 

“ครับหัวหน้า” 

 

ปกติแล้วการสอบสวนจะแยกสอบทีละคนเพื่อดูว่าข้อมูลที่ได้นั้นจะตรงกันหรือเปล่า แต่ทั้งสี่คนกลับขอสอบร่วมกัน แล้วยังเปิดเผยข้อมูลให้แบบสุดตัว ใครพูดไม่ครบอีกคนยังช่วยพูดรายละเอียดเสริมให้ด้วยอีก แล้วพอทุกอย่างจบทั้งสี่คนดันขอเข้าคุกในทันที ทำเอาเหล่าเจ้าหน้าที่สอบสวนต้องงงกันทั้งห้อง ในประวัติศาสตร์เคยมีผู้ต้องหาแบบนี้เสียที่ไหน ถ้าสอบสวนกันง่ายๆ จะมีเจ้าหน้าที่สอบสวนที่ต้องผ่านการฝึกพิเศษมาทำไม 

 

กลับมาที่ด้านของอั้มในระหว่างที่ทำการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยคุ่สนทนาของอั้มนั้นเป็นหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับที่มาร่วมฟังการสอบสวนด้วย เพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่ได้สนใจฟังคำสารภาพเท่าไร เพราะกำลังสนใจที่จะคุยกับอั้มมากกว่า 

 

“เห็นพวกทหารที่คุมตัวพวกนั้นมาบอกว่าคุณเป็นผู้ฝึกตนเหมือนในหนังโบราณแล้วสามารถจัดการพวกมันที่อาวุธครบมือได้ด้วยตัวคนเดียวเหรอครับ” 

 

“ถึงจะพูดกันเกินจริงไปหน่อยแต่ก็ประมาณนั้นแหละครับ” 

 

“คุณช่วยแสดงอะไรให้ดูสักหน่อยได้ไหมครับ ผมเองก็ชอบดูพวกหนังกำลังภายในเช่นกัน แล้วก็ไปดูกับท่านผู้นำอยู่บ่อยๆ เช่นกันครับ” 

 

“อืม...ก็ได้นะ ผมก็ไม่คิดจะปิดเป็นความลับอะไรอยู่แล้ว” 

 

พรึบ……. 

 

อั้มสร้างดาบจากเวทย์ไฟออกมาเล่มหนึ่ง รูปแบบเดียวกับที่ใช้สังหารคนของเซี๊ยะหยางที่เกาะของสินจิ้นผี โดยสร้างให้ดูแวบเดียวแล้วก็สลายทิ้งไป เนื่องจากความร้อนของมันสูงมาก เพียงแค่อั้มสร้างขึ้นมาก็ถึงกับทำให้เสื้อของคู่สนทนาไหม้เป็นทางไปเลยทีเดียว 

 

แม้ว่าอั้มจะสร้างแค่แปบเดียวไม่ถึงครึ่งอึดใจด้วยซ้ำ แต่ทั้งสี่คนที่กำลังโดนสอบก็เห็นได้อย่างชัดเจน การสารภาพจึงยิ่งลื่นไหลยิ่งขึ้น ส่วนคู้สนทนาของอั้มตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจเสื้อผ้าตัวเองที่ไหม้ไป แต่กลับมองอั้มด้วยสายตาเป็นประกายเหมือนเด็กที่เจอคนใส่ชุดมาสคอร์ตฮีโร่ในดวงใจอย่างไรอย่างนั้น 

 

“ท่านสนใจจะรับลูกศิษย์หรือไม่ครับ หรือ จะให้ผมคุกเข่าแสดงความจริงใจจนกว่าท่านจะยอมรับก็ได้ หรือ จะให้ปรนนิบัติจนกว่าท่านจะยอมรับก็ได้ครับ” 

 

“เหอะๆ ยังไม่คิดจะรับครับ แล้วก็ต้องมาเรียกท่านหรือมาคุกเข่าอะไรด้วย เอาเป็นว่าสักวันเราคงมีโอกาสร่วมงานกันดีกว่า แล้วสักวันถ้าผมว่างก็อาจจะสอนให้ถ้าสอนได้น่ะนะครับ” 

 

“ขอบคุณมากครับอาจารย์ แล้วผมจะยกน้ำชาคารวะอาจารย์อีกทีนะครับ” 

 

“หนังน่ะดูได้ แต่ไม่ต้องจำมาใช้เยอะก็ได้นะครับ นี่มันปี 2100 แล้วนะครับ ฮ่าๆๆ” 

 

“แล้วแต่อาจารย์เลยครับ ขอแค่รับผมเป็นศิษย์ก็พอ ฮ่าๆๆ” 

 

กว่าสองคนจะคุยกันจบการสอบสวนก็จบพอดี ทั้งสองคนจึงได้ยินแค่ผู้ต้องหาร้องขอที่จะเข้าคุก ก็ได้แต่มองกันงงๆ ว่าพวกนี้มันเป็นอะไรกันโดยไม่ได้รู้กันเลยว่าตัวการก็นั่งงงอยู่ด้วยนี่เอง 

 

หลังการสอบสวนเสร็จสิ้นเรื่องก็ถูกส่งไปเบื้องบนอย่างรวดเร็วแล้วนำพาไปสู่การจับกุมดังที่เป็นข่าว แต่แน่นอนว่าเบื้องหลังการจับนี้จะถูกปิดเป็นความลับ รายละเอียดที่นักข่าวรู้ก็จะมีเพียงแค่ที่รายงานข่าวไปเท่านั้น  

 

ตัดมาที่ด้านหนึ่งในเมืองเซียงไฮ้ ภายในห้องทำงานห้องหนึ่งภายในตึกสูงที่เป็นตึกรวมสำนักงานจำนวนมากมีความสูงเกือบร้อยชั้น 

 

ป๊าบบบบ……. 

 

เสียงฝ่ามือตบลงไปบนโต๊ะอย่างแรง โต๊ะไม้แท้ๆ อันหายากสุดๆ ในยุคนี้ ที่ตกแต่งด้วยทองคำและอัญมณีจำนวนมาก มูลค่าของโต๊ะตัวนี้พอกับยานบินระดับกลางลำหนึ่งเลยทีเดียวแต่ตอนนี้มันกำลังโดนตบแบบไม่สนใจมูลค่าของมันพร้อมกับเสียงสบถที่ตามมา 

 

“บัดซบ….ไหนไอ้เซี๊ยะหยางมันมั่นใจนักหนาไง แล้วทำไมออกมาเป็นแบบนี้ อุตส่าห์ลงทุนกับมันไปตั้งมากแล้วตอนนี้ได้อะไรวะ” 

 

“แล้วจะเอายังไงดีครับท่าน ส่งคนไปเก็บไอ้สินอีกรอบไหมครับท่าน” 

 

“มันกำลังตื่นขนาดนี้จะเข้าไปให้มันแว้งกัดอีกหรือไง มึงไปสืบความเคลื่อนไหวของมันต่อ ไว้ถ้ามันเผลอตายใจอีกเมื่อไรก็ค่อยเอามันลงจากตำแหน่งซะ มันอยู่ในตำแหน่งนานเกินไปแล้ว” 

 

“ครับท่าน” 

 

คนคนนี้ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังของนายพลเซี๊ยะหยาง ผู้ให้การสนับสนุนรายใหญ่ และยังเป็นผู้ที่สั่งให้ดำเนินการในครั้งนี้ด้วย แต่ตอนนี้แผนของมันกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เงินลงทุนที่เป็นตัวเลขที่สูงถึงสิบหลักกำลังจะสลายไปพร้อมกับแผนที่ล้มเหลว ต่อให้รวยล้นฟ้าขนาดไหน แต่การต้องสูญเงินจำนวนขนาดนี้ไปโดยไม่ได้รับประโยชน์อย่างที่ต้องการก็ย่อมจะต้องแค้นเคืองเป็นธรรมดา ส่วนตัวต้นเรื่องนั้นก็กำลังเดินทางไปร่วมมื้ออาหารกับบุคคลสำคัญของทางประเทศจีนอยู่โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังสร้างศัตรูอยู่ แถมเป็นศัตรูที่มีอำนาจไม่น้อยกว่าประธานาธิบดีที่กำลังเดินตีคู่ไปร่วมมื้ออาหารกับตนเองอีกต่างหาก 

“ท่านจอมยุทธ์เป็นคนไทยอย่างนั้นเหรอ” 

 

“ใช่ครับ เป็นคนไทยโดยกำเนิด แต่ถ้านับย้อนหลังไปก็มีบรรพบุรุษเชื้อสายจีนอยู่เช่นกันครับ” 

 

“ฮ่าๆ เยี่ยมมาก คงเป็นเพราะองค์เง๊กเซียนที่ผมบูชาทุกวันบันดาลให้ท่านจอมยุทธ์มาช่วยชีวิตผมได้ทันเวลาแม้ว่าจะอยู่ห่างกันไกลขนาดนี้” 

 

“ก็อาจจะเป็นได้ครับ อันที่จริงก่อนที่ผมจะโผล่ไปแถวนั้นผมก็ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยหรอก แต่อยู่ที่ที่ไกลมาก ไกลแสนไกลเลยละครับ” 

 

“ใช่ที่ที่ท่านจอมยุทธ์บอกว่าได้น้ำมะพร้าวสุดอร่อยนั่นมาหรือเปล่าครับ ว่าแต่ท่านจะสามารถบอกได้ไหมว่าเป็นประเทศไหน ถ้าไกลมากใช่แถบอเมริกาใต้หรือเปล่าครับ” 

 

“ไม่ใช่หรอกครับ มันไกลกว่านั้น แต่ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง แม้แต่ชื่อของที่นั่นก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าตอนนี้เรากินกันก่อนดีกว่า แล้วเรื่องข้อตกลงของเราก็ค่อยตกลงกันอีกทีครับ บอกตรงๆ ผมไม่ได้กินอะไรมาสองวันตอนนี้หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวละ ฮ่าๆๆ” 

 

“โอ้...ผมก็เสียมารยาทมากเกินไปแล้วจริงๆ เชิญๆ ตามสบายเลยท่านจอมยุทธุ์ อาหารพวกนี้ข้าสั่งมาจากเหลาที่ดีที่สุดของเมืองจีนเพื่อท่านโดยเฉพาะเลย” 

 

“อย่าบอกนะว่าใช้ภาษีของประเทศสั่งมาด้วยน่ะครับ” 

 

“แหะๆ การต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองให้ดี ประชาชนผู้เสียภาษีย่อมยินดีให้จ่ายอยู่แล้วน่าท่านจอมยุทธ์” 

ความคิดเห็น